เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 คลินิกน้ำพุเหลือง

บทที่ 11 คลินิกน้ำพุเหลือง

บทที่ 11 คลินิกน้ำพุเหลือง


บทที่ 11 คลินิกน้ำพุเหลือง

"อื้อๆ!"

"อื้อๆๆ!"

ตู้คอนเทนเนอร์ของรถบรรทุกที่อยู่ด้านหลังยังคงสั่นไหวอย่างต่อเนื่อง แว่วเสียงสะอื้นอู้อี้ดังมาจากข้างใน

ซูหยางยืนอยู่ข้างรถด้วยรอยยิ้ม มองส่งชายหนุ่มที่หนีบกระเป๋าเอกสารเดินจากไปจนลับสายตา จากนั้นถึงค่อยกลับขึ้นรถด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข สตาร์ทเครื่องยนต์ แล้วขับออกไป

ณ ศูนย์บริหารเมือง เมืองปราการสมุทร

"คุณแน่ใจนะว่า ประตูอีกเจ็ดบาน ถูกค้นพบหมดแล้ว"

ชายหนุ่มอายุเพิ่งจะยี่สิบต้นๆ มีใบหน้าซีดเผือดเล็กน้อย ดูอ่อนล้าและอิดโรย แม้จะเพิ่งเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง แต่เขากลับสวมเสื้อโค้ทขนสัตว์สีขาวคลุมทับไว้ เขานั่งอยู่บนเก้าอี้และเอ่ยถามเสียงเบา

"แน่นอนสิ!"

"ฉันเป็นถึงผู้บริหารสูงสุดของเมืองปราการสมุทรเชียวนะ พวกมันจะกล้าหลอกฉันงั้นเหรอ"

ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดฉีกยิ้มกว้างอย่างหยาบกระด้าง

เมื่อได้ยินคำพูดของชายวัยกลางคน ชายหนุ่มก็เงียบไปชั่วขณะ ผ่านไปครู่หนึ่งเขาถึงค่อยเอ่ยปากขึ้นอีกครั้งอย่างช้าๆ

"ความจริงผมว่า จำเป็นต้องส่งคนลงไปสืบดูแบบอ้อมๆ อีกสักรอบนะ"

ชายวัยกลางคนประหลาดใจ

"จำเป็นต้องทำขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันเป็นถึงผู้บริหารสูงสุดนะ! พวกมันจะกล้าหลอกฉันได้ยังไง"

"แต่คนที่มีสิทธิ์เข้าร่วมการประชุม ก็เป็นผู้บริหารสูงสุดของเมืองอื่นกันทั้งนั้นแหละครับ"

ชายหนุ่มยกมือขึ้นนวดขมับด้วยความเหนื่อยใจ ก่อนจะกระแอมไอออกมาเบาๆ อีกหลายครั้ง

ชายวัยกลางคนทำท่าครุ่นคิด

"อืม ก็ถูกของแก! งั้นเรื่องนี้มอบหมายให้แกไปจัดการก็แล้วกัน!"

"แล้วคุณจะจ่ายค่าล่วงเวลาให้ไหมครับ"

ชายหนุ่มมองผู้บริหารสูงสุดด้วยสายตาสิ้นหวังและถอนหายใจถาม

ผู้บริหารสูงสุดทำหน้าประหลาดใจ

"แกเป็นลูกชายฉันนะ แกล้ามาคุยเรื่องค่าล่วงเวลากับฉันงั้นเหรอ"

"ตอนที่คุณหลอกให้ผมกลับมาที่เมืองปราการสมุทร คุณบอกว่าจะให้เงินเดือนสูงๆ นี่ครับ"

ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย

ชายวัยกลางคนพยักหน้าอย่างรับรู้

"เดือนละสามพัน ยังไม่ถือว่าเงินเดือนสูงอีกเหรอ"

ชายหนุ่มจ้องมองพ่อของตัวเองที่เต็มไปด้วยท่าทางแบบนักเลงหัวไม้ เขาเงียบไปนาน ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างยอมรับชะตากรรม

"เรื่องนี้ปล่อยให้ผมจัดการเอง คุณไปเล่นเกมต่อเถอะครับ"

"โอเค!"

ราวกับรอคำพูดนี้ของชายหนุ่มอยู่แล้ว ทันทีที่สิ้นเสียง ผู้บริหารสูงสุดก็พยักหน้าอย่างไม่ลังเลและก้าวยาวๆ เดินออกไปนอกประตูทันที กลัวว่าชายหนุ่มจะเปลี่ยนใจ

"อ้อ ใช่แล้ว หลิ่วเสี่ยวลิ่ว อย่าลืมไปที่ศูนย์บริการเครือข่ายสื่อสารหน่อยนะ"

"ช่วงนี้สัญญาณขาดๆ หายๆ ตลอดเลย"

"ทำเอาฉันแพ้ไปหลายรอบแล้วเนี่ย!"

"ต้องจับให้หมด ต้องลงโทษให้หนัก สำหรับพวกที่ละเลยต่อหน้าที่แบบนี้ จะปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาด!"

ผู้บริหารสูงสุดเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง

"ผมชื่อหลิ่วเฉิงเฟิง! ไม่ได้ชื่อหลิ่วเสี่ยวลิ่ว!"

เมื่อเผชิญกับการประท้วงของเขา ผู้บริหารสูงสุดทำเพียงแค่หัวเราะแหะๆ แล้วรีบชิ่งหนีไป แถมยังไม่ลืมที่จะปิดประตูให้อย่างเอาใจใส่ด้วย

ชั่วพริบตาเดียว ภายในห้องทำงานผู้บริหารสูงสุดอันกว้างใหญ่ ก็เหลือเพียงหลิ่วเฉิงเฟิงแค่คนเดียว

"ถ้าข่าวกรองนี้ถูกต้อง บนโลกใบนี้มีเทพเซียนอยู่จริงงั้นเหรอ"

"ถ้ามีเทพเซียนจริง"

"ต้องใช้ผลประโยชน์อะไร ถึงจะทำให้พวกเขายอมทำงานให้ผมได้นะ"

"หรือว่า ผมสามารถสร้างเทพเซียนของตัวเองขึ้นมาได้ด้วยตัวเองกันนะ"

หลิ่วเฉิงเฟิงยืนอยู่ริมหน้าต่าง ปล่อยให้แสงแดดสาดส่องลงบนร่าง ดื่มด่ำกับความอบอุ่นที่หาได้ยากยิ่งนี้ แม้แต่ใบหน้าก็ดูมีเลือดฝาดขึ้นมาบ้างเล็กน้อย ท้ายที่สุดเขาก็มองทอดสายตาขึ้นไปบนท้องฟ้าและพึมพำกับตัวเอง

"เมืองวารีกระจ่าง เมืองเหมันต์ เมืองวสันต์"

"ประตูเซียนที่สอดคล้องกับเมืองเหล่านั้น ต่างก็เปิดออกกันหมดแล้ว"

"เมืองปราการสมุทรของผม ก็น่าจะใกล้ถึงเวลาแล้วสินะ"

บนใบหน้าของเขามีร่องรอยของความกลัดกลุ้มบางเบา เรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเกินไป ไม่เปิดโอกาสให้ใครได้ทันตั้งตัวเลย

ในเวลาเพียงแค่สามวันสั้นๆ เมืองหลักทั้งแปดแห่งต่างก็เกิดปรากฏการณ์ประหลาดขึ้น

ผู้คนนับไม่ถ้วนเป็นพยานรู้เห็น ประตูบานใหญ่ที่ดูเก่าแก่และผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน ค่อยๆ ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับมีเสียงสวรรค์ลอยล่องมาตามสายลม!

บรรดาผู้บริหารสูงสุดของเมืองต่างๆ ต่างก็เรียกประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กันตลอดทั้งคืน และเชิญศาสตราจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์จากสถาบันต่างๆ มาช่วยตรวจสอบตำราโบราณ เพื่อค้นหาร่องรอยเบาะแส

ในที่สุดก็พบบาะแสเล็กๆ น้อยๆ ในตำราโบราณเล่มหนึ่ง

โลกใบนี้ มีประตูแปดบานที่ถูกปิดผนึกไว้ ซึ่งใช้สำหรับเชื่อมต่อกับดินแดนเซียน

เมื่อใดก็ตามที่ประตูทั้งแปดบานถูกผลักเปิดออก เส้นทางเชื่อมต่อกับดินแดนเซียนก็จะถูกสร้างขึ้นอีกครั้ง

ถึงเวลานั้น

ดินแดนเซียนจะลอยเด่นอยู่เหนือโดมฟ้า

และเหล่าเทพเซียนก็จะประทานพรลงมา ทำให้มนุษย์ธรรมดาสามารถก้าวเข้าสู่วิถีแห่งการบำเพ็ญเพียรได้ มอบโอกาสในการบรรลุเป็นเซียนให้กับโลกมนุษย์

ตำราโบราณเล่มนี้เก่าแก่มาก แค่พอจะอ่านตัวอักษรบางตัวออกได้ก็ถือว่ายากลำบากมากแล้ว บันทึกข้างในยิ่งขาดๆ หายๆ

แต่ก็ยังพอมองออกลางๆ ว่า ประตูทั้งแปดบานนี้ แบ่งเป็นประตูหลักหนึ่งบาน และประตูรองเจ็ดบาน

ประตูรองเจ็ดบานมีหน้าที่สร้างเส้นทางเชื่อมต่อกับดินแดนเซียน ส่วนประตูหลักบานสุดท้ายนั้น จะเป็นตัวทำลายกำแพงกั้นระหว่างเซียนและมนุษย์อย่างสิ้นเชิง

แต่จนถึงตอนนี้ ประตูเซียนรองทั้งเจ็ดบานต่างก็ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าไปหมดแล้ว เหลือเพียงประตูหลักเท่านั้นที่ยังคงนิ่งเฉย

และเมืองปราการสมุทร ก็คือเมืองหลักเพียงแห่งเดียวที่ยังไม่มีประตูเซียนลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า

ดังนั้น ตอนนี้บรรดาผู้บริหารระดับสูงทั้งหมดของเมืองต่างๆ ต่างก็จับจ้องมาที่เมืองปราการสมุทร เฝ้ารอคอยวันที่ประตูหลักจะปรากฏขึ้น

บางที

อาจจะเป็นเพราะประตูหลักมีระดับความยิ่งใหญ่ที่สูงกว่า ก็เลยลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าช้าที่สุดล่ะมั้ง

ทุกคนต่างก็พยายามปลอบใจตัวเองแบบนั้น

"ยังไงซะ ก็ต้องวางแผนเตรียมการไว้ล่วงหน้า"

"เพราะประตูหลักแท้ๆ เมืองปราการสมุทรถึงได้กลายเป็นเป้าสายตาของทุกคน"

"เฮ้อ"

"พ่อที่ไม่เอาไหนของผมนะ"

"ตอนประชุมทำไมไม่เถียงไปล่ะ ว่าใครกำหนดไว้ว่าประตูทั้งแปดบาน จะต้องปรากฏขึ้นในเมืองหลักทั้งแปดเมือง"

"โดยเฉพาะประตูหลักที่ยังไม่ยอมโผล่มาเนี่ย"

"ก็แค่แต่งเรื่องโบราณๆ ไปโยนให้เมืองเล็กๆ เมืองอื่นรับเคราะห์แทน ไม่ได้หรือไง"

หลิ่วเฉิงเฟิงถอนหายใจเบาๆ เขากระชับเสื้อโค้ทขนสัตว์ให้แน่นขึ้น ห่อหุ้มร่างกายตัวเองไว้อย่างมิดชิด จากนั้นถึงค่อยผ่อนลมหายใจยาว ผลักประตูเดินออกไป

ตู้คอนเทนเนอร์ที่มืดมิด สองมือที่ถูกมัด ปากที่ถูกอุดไว้ และถนนเมืองมืดที่ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวจากก้นบึ้งของหัวใจ

การที่รถบรรทุกแล่นไปบนถนนที่ขรุขระ ทำให้เจ้าลิงรู้สึกสิ้นหวังกับอนาคตของตัวเองอย่างที่สุด

จนกระทั่งรถบรรทุกจอดสนิท วินาทีที่ประตูตู้คอนเทนเนอร์เปิดออก เมื่อเห็นแสงแดดสาดส่องเข้ามาที่ใบหน้า ไม่รู้ว่าทำไม ในเสี้ยววินาทีนั้นเจ้าลิงถึงได้รู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมา

ที่แท้ตัวเองก็โหยหาแสงสว่างขนาดนี้เชียว!

"อื้อ"

"อื้อๆๆ!"

เจ้าลิงที่หมดเรี่ยวแรงไปนานแล้ว ไม่รู้ว่าไปเอาพลังมาจากไหน เขาพยายามดิ้นรนอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์อย่างบ้าคลั่ง ส่งเสียงร้องอู้อี้ สายตาที่ใสซื่อเมื่อมองไปที่ซูหยางนั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและอ้อนวอน

"หืม"

"ผมก็นึกว่าจะขาดอากาศหายใจตายไปแล้วซะอีก"

"ยังรอดอยู่แฮะ"

เมื่อมองดูเจ้าลิงในตู้คอนเทนเนอร์ ในดวงตาของซูหยางก็ฉายแววประหลาดใจ ท้ายที่สุดเขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา "พลังชีวิตช่างทรหดเหลือเกิน ช่างเป็นคนไข้ที่สมบูรณ์แบบจริงๆ!"

ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ รอยยิ้มอันอบอุ่นก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของซูหยางในชั่วพริบตา เขาดึงตัวเจ้าลิงออกมาจากตู้คอนเทนเนอร์อย่างเป็นมิตรและมีมารยาท

"สวัสดีครับ!"

"ยินดีต้อนรับสู่บ้านของผมครับ!"

"ถนนสายกลาง!"

"ทำเลที่เจริญที่สุด!"

"แต่เป็นร้านที่ขายของได้แย่ที่สุด!"

เขาช่วยปลดเชือกที่มัดมือเจ้าลิงออกให้อย่างเอาใจใส่ ซูหยางแบ่งปันหน้าร้านของตัวเองให้เจ้าลิงดูด้วยความตื่นเต้นดีใจ!

เจ้าลิงไม่กล้าแม้แต่จะดึงผ้าขี้ริ้วที่อุดปากตัวเองอยู่ออก เขาทำเพียงแค่เงยหน้าขึ้นอย่างเหม่อลอย มองตรงไปข้างหน้า

มันคือคลินิกแห่งหนึ่ง มีสองชั้น ดูหรูหราและประณีตไม่เบา

มีป้ายไม้แขวนไว้ทั้งสองข้างซ้ายขวาแทนคำกลอนคู่

เพียงแต่ลายมือค่อนข้างน่าเกลียด น่าจะเขียนเอาเอง

'ยอดฝีมือคืนชีพ กล้ารักษาทุกโรคในใต้หล้า'

'แพทย์ผู้มีเมตตา แย่งชิงคนคืนมาจากเส้นทางน้ำพุเหลือง!'

ส่วนป้ายชื่อร้านที่อยู่ตรงกลางคลินิกนั้น มีตัวอักษรสี่ตัวเขียนไว้ด้วยลายมือหวัดๆ ราวกับมังกรผงาด!

คลินิกน้ำพุเหลือง!

จบบทที่ บทที่ 11 คลินิกน้ำพุเหลือง

คัดลอกลิงก์แล้ว