เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 ยืมแล้วต้องคืน

บทที่ 10 ยืมแล้วต้องคืน

บทที่ 10 ยืมแล้วต้องคืน


บทที่ 10 ยืมแล้วต้องคืน

"ลูกพี่ ไม่ใช่แล้ว!"

"เสียงฝีเท้ามันสับสนวุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ แถมฟังดูแล้วไม่ใช่คนคนเดียวด้วย!"

ผ่านไปอีกห้านาที

ลูกน้องที่วิ่งรั้งท้ายสุดตั้งใจฟังอย่างละเอียด จู่ๆ ก็พูดขึ้นมา

คนขับรถบรรทุกชะงักไป จากนั้นก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ เขาหยุดวิ่งกะทันหัน มุมปากกระตุกเบาๆ ดวงตาปะทุไฟโทสะออกมาอย่างรุนแรง

คนที่ไต่เต้ามาเป็นลูกพี่ในถนนเมืองมืดได้ ไม่มีใครโง่หรอก!

ต่อให้เป็นแค่เขตรอบนอกก็เถอะ!

แค่ลองปะติดปะต่อเรื่องราวดูนิดหน่อย ก็พอจะเดาออกแล้วว่าสถานการณ์น่าจะเป็นประมาณไหน

ภายใต้ชื่อเสียงอันโด่งดังของคนเสียสติ เขาเลยมีอาการหวาดวิตกมากเกินไปหน่อย

"เตรียมตัวลงมือ!"

"เดี๋ยวพอเจอไอ้พวกตัวประกันนั่น อัดมันให้ตายไปเลย!"

"เกิดมาทั้งชีวิต นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันโดนตัวประกันสองสามคนทำให้ตกใจจนต้องวิ่งหนีมาไกลขนาดนี้!"

คนขับรถบรรทุกหอบหายใจอย่างหนัก

ส่วนลูกน้องที่ปกติก็เหี้ยมโหดกันอยู่แล้ว คืนนี้ก็อัดอั้นตันใจมาเต็มทน พวกเขามองไปด้านหลังด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย

ประมาณหนึ่งนาทีต่อมา

เงาร่างหลายสายก็ปรากฏขึ้นในสายตาของพวกเขา

"พวกเรา"

"พวกเราถือว่าหนีรอดออกมาได้แล้วใช่ไหม"

"กลับไปฉันจะไปมอบตัวกับศูนย์บริหารเมือง ฉันยอมติดคุกดีกว่ามาอยู่ที่ถนนเมืองมืด!"

"ใช่แล้ว เมื่อเทียบกันแล้ว คุกก็คือสวรรค์ดีๆ นี่เอง!"

แว่วเสียงพวกเขาพูดคุยกันดังมาให้ได้ยิน

จากนั้น

เมื่อพวกเขาเงยหน้าขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ก็พบว่าตัวเองถูกล้อมรอบไปด้วยกลุ่มชายฉกรรจ์เสียแล้ว

ท่อนเหล็กฟาดลงบนตัวพวกเขาอย่างไม่ยั้งมือ ทำให้พวกเขาส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา ฉากนี้ดูเลือดสาดน่าสยดสยองเป็นอย่างมาก ขนาดท่อนเหล็กยังถูกฟาดจนงอไปสองท่อนเลยทีเดียว

การกระทำอันป่าเถื่อนนี้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องถึงยี่สิบนาทีเต็ม เหล่าโจรผู้ดุร้ายต่างก็นอนกองอยู่บนพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง พวกเขามองขึ้นไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืนอันมืดมิด ในแววตาเหลือเพียงความสิ้นหวังอันแสนเจ็บปวด

ถ้า

ถ้าพวกเขาไม่ไปรังแกเพื่อนนักเรียนหญิง พวกเขาก็คงไม่ต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน

ถ้าไม่ออกจากโรงเรียนกลางคัน ก็คงไม่ได้รู้จักกับลูกพี่ของตัวเอง

ถ้าไม่ได้รู้จักกับลูกพี่ ก็คงไม่ต้องมาที่ถนนเมืองมืด

และยิ่งไม่ต้องมาลงเอยด้วยสภาพแบบนี้

ชั่วขณะนั้น ในใจของพวกเขามีเพียงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง

เพียงแต่มันสายไปเสียแล้ว

คนขับรถบรรทุกหยิบท่อนเหล็กบนพื้นขึ้นมาอย่างลวกๆ ลากมันเดินไปหาพวกเขา ในสายตาที่พร่ามัวของหนึ่งในนั้น เขาเห็นเพียงภาพของคนขับรถบรรทุกที่เงื้อท่อนเหล็กขึ้นสูงอย่างเลือดเย็น ก่อนจะฟาดมันลงมาอย่างแรง

เรื่องราวหลังจากนั้น เขาก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย

"ไอ้พวกบัดซบ"

"เฝ้าพวกมันไว้ สว่างแล้วค่อยกลับ"

"ติดต่อผู้ซื้อไว้เลยนะ ห้ามปล่อยให้ชิ้นส่วนใดๆ บนตัวพวกมันเสียของเด็ดขาด เข้าใจไหม"

เมื่ออยู่ห่างจากซูหยางแล้ว บุคลิกของเขาก็กลับมาดูสง่างามอีกครั้ง เขามองไปที่ลูกน้องแล้วสั่งการเสียงเรียบ จากนั้นก็ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา เดินไปหลบมุมเพื่อรายงานสถานการณ์ทางฝั่งตัวเองให้เถ้าแก่ฟัง

ส่วนโจรผู้ดุร้ายที่นอนสลบไสลอยู่บนพื้นนั้น ไม่มีใครใส่ใจจะเหลียวแลเลยสักนิด

ราวกับว่าคุณค่าของพวกเขา มีเพียงอวัยวะภายในกองนั้นในท้องเท่านั้นเอง

เช้าวันใหม่!

แสงแดดอบอุ่นสาดส่องลงมาบนท้องถนน ดูสงบสุขยิ่งนัก

คลินิกให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาที่ถูกชนจนพังไปครึ่งหนึ่งยังคงอยู่ในสภาพเดิม เพียงแต่ป้ายร้านถูกปลดออกไปแล้ว แทนที่ด้วยป้ายร้านขายมีด ชายชราคนหนึ่งกำลังค่อยๆ เก็บกวาดเศษซากความเสียหายอย่างเชื่องช้า

ส่วนรถยนต์ที่พุ่งเข้าไปในร้านคันนั้น ก็หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้

ซูหยางจอดรถบรรทุกไว้ฝั่งตรงข้ามธนาคารวารีกระจ่าง!

สถานที่เตรียมความพร้อมของเหล่าโจรผู้ฮึกเหิมเมื่อวานนี้

ที่นี่คือจุดเริ่มต้นความฝันของพวกเขา

และก็เป็นจุดจบความฝันของพวกเขาเช่นกัน

เพียงแค่วันเดียว พวกเขาก็ได้เขียนเส้นทางชีวิตของตัวเองใหม่หมดแล้ว เหลือเพียงแค่ซูหยางเท่านั้นที่ยังคงอยู่

อืม

ไม่สิ

เจ้าลิงก็ยังอยู่ด้วย!

แถมยังได้กลับมายังจุดเริ่มต้นความฝันแห่งนี้อีกครั้งด้วย

เพียงแต่ซูหยางยืนอาบแดดอยู่บนถนน ส่วนเขานั้นถูกมัดอยู่ท้ายรถบรรทุก

ความจริงแล้วถ้าจะพูดกันตามตรง

ผมแดงก็ยังอยู่นะ

เขาอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนนี่เอง ถูกแขวนไว้บนกำแพงด้านซ้ายของธนาคาร เลือดไหลจนแห้งเหือดไปหมดแล้ว ถือว่าได้ร่วมเฟรมเดียวกันแบบห่างๆ ไปด้วย

ธนาคารเปิดทำการตรงเวลา

รปภ. ก. ยืนอยู่ตรงประตูธนาคาร เมื่อเห็นรถบรรทุกที่คุ้นตาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เห็นซูหยางยืนอยู่หน้าประตูธนาคาร

ซูหยางยืนอยู่คนละฝั่งถนน ส่งรอยยิ้มกว้างมาให้ รปภ. ก. แต่ไกล

แม้อากาศจะอบอุ่น

แต่ รปภ. ก. กลับรู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจ ราวกับตกลงไปในบึงน้ำแข็ง

ไอ้หมอนี่

กลับมาแล้วเหรอ

แถมยังขับรถของหมอนั่นมาด้วย!

เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย???

รปภ. ก. สูงลมหายใจเข้าลึก ตัดสินใจข่มความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองเอาไว้อย่างเด็ดขาด พยายามฝืนยิ้มตอบกลับไปเพื่อเป็นการทักทายซูหยาง จากนั้นก็หันหลังกลับเข้าไปในธนาคารอย่างไม่ลังเล

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่อย่างน้อยก็มีสิ่งหนึ่งที่แน่ใจได้เลย

นั่นก็คือ

ซูหยางเป็นคนที่ไม่ควรไปตอแยด้วย!

ต้องอยู่ให้ห่างๆ เข้าไว้!

โชคดีที่เจ้าคนลึกลับคาดเดาไม่ได้คนนั้น ไม่มีความคิดที่จะเข้ามาทักทายปราศรัยกับพวกเขาในธนาคาร เขาเพียงแค่ยืนอยู่ริมถนนอย่างจริงจัง ราวกับกำลังมองหาอะไรบางอย่าง

ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง

ชายท่าทางปัญญาชนคนหนึ่งเดินหนีบกระเป๋าเอกสารผ่านมาด้วยความรีบร้อน

ดวงตาของซูหยางเป็นประกาย เขาเดินเข้าไปหา

"ขอบคุณสำหรับมีดสั้นนะครับ!"

"ถึงผมจะไม่ได้ใช้มันเลยก็ตาม!"

ชายคนนี้เดินขมวดคิ้วมาตลอดทาง ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ เมื่อจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงของซูหยางดังขึ้นข้างหู เขาก็ชะงักไปและมองด้วยความระแวดระวัง

เมื่อเห็นใบหน้าที่ดูคุ้นเคยเล็กน้อย ชายคนนั้นก็เลื่อนสายตาไปมองมีดสั้นในมือของเขา ก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้

"สำเร็จไหม"

ชายคนนั้นทักทายตามมารยาท จากนั้นก็เหลือบไปเห็นศพของผมแดงที่ถูกแขวนอยู่บนกำแพง

"อืม"

"ล้มเหลวครับ"

"น่าเสียดายจัง"

ซูหยางตอบพร้อมรอยยิ้ม เพียงแต่บนใบหน้าของเขา กลับไม่เห็นความเสียดายเลยแม้แต่น้อย

"ความจริงคุณไม่ต้องคืนผมก็ได้นะ"

"ผมยินดีสนับสนุนความฝันของคนหนุ่มสาวทุกคนเสมอ"

ชายคนนั้นรับมีดสั้นไป ดูเหมือนอารมณ์จะดีขึ้นมาบ้าง จึงพูดติดตลกออกมา

ซูหยางส่ายหน้าอย่างจริงจัง "ไม่ได้หรอกครับ ผมบอกไปแล้วว่าขอยืม ยืมแล้วก็ต้องคืนครับ!"

"ยืม"

"แล้วก็ต้องคืน"

ชายคนนั้นทวนคำพูดของซูหยางอีกครั้ง ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ เขาเบิกตากว้างมองซูหยาง แววตาแฝงความหวาดกลัวเอาไว้ "ผะ ผมมีธุระ ขอตัวก่อนนะครับ"

พูดจบ ชายคนนั้นก็หนีบกระเป๋าเอกสารแล้วรีบเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับมามอง

ถ้าจำไม่ผิด

ประโยคนี้ มันคือคำพูดติดปากของคนเสียสติแห่งถนนสายกลางนี่นา!

เขาคงบังเอิญมาเจอตัวพ่อเข้าแล้วสิเนี่ย!

ถ้าเป็นที่อื่น การได้เจอผู้มีอำนาจถือว่าเป็นความโชคดีของตัวเอง แต่ในถนนเมืองมืดแห่งนี้ การได้เจอตัวพ่อ

อาจจะหมายถึงจุดจบของชีวิตเลยก็ได้!

จบบทที่ บทที่ 10 ยืมแล้วต้องคืน

คัดลอกลิงก์แล้ว