- หน้าแรก
- เหรียญตราเต็มบ้าน เจ้านายวางใจ
- บทที่ 17 หนังสือแจ้งการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
บทที่ 17 หนังสือแจ้งการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
บทที่ 17 หนังสือแจ้งการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
บทที่ 17 หนังสือแจ้งการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
หนึ่งสัปดาห์อันแสนสงบผ่านไปอย่างไม่รู้ตัว ไม่มีเรื่องเหนือความคาดหมายใดๆ เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ เดิมทีหลัวเฟยคิดจะหาโอกาสแสดงทักษะการต่อสู้ระดับ S ของตนเสียหน่อย ทว่าก็ไม่มีโอกาสให้ได้แสดงฝีมือเลย ส่วนเรื่องการบรรจุเป็นพนักงานประจำผ่านทางผู้เป็นลุงนั้นก็ยังคงไร้วี่แวว ซึ่งนั่นทำให้หลัวเฟยนอนหลับไม่สนิทมาหลายคืนแล้ว
และแล้วก็เวียนมาถึงวันจันทร์อีกครั้ง
หลัวเฟยเพิ่งมาถึงที่ทำงานในช่วงเช้า
"หลัวเฟย สารวัตรหลิวเพิ่งมาหาแล้วบอกให้ไปพบที่ห้องทำงานทันทีที่นายมาถึงน่ะ" หยางเสี่ยวไป๋เดินเข้ามาบอกหลัวเฟย
"มีเรื่องอะไรเหรอ สารวัตรหลิวได้บอกอะไรหรือเปล่า" หลัวเฟยถามด้วยใจที่เต้นรัว หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปแล้วที่สารวัตรหลิวไม่ได้เรียกพบเขา จู่ๆ ก็เรียกพบแบบนี้ หลัวเฟยจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าอาจจะมีข่าวเรื่องการบรรจุของเขา
"ไม่ได้บอก แค่บอกให้นายไปหาเฉยๆ" หยางเสี่ยวไป๋ส่ายหน้า
"ตกลง เดี๋ยวฉันไปหาเขาก่อนนะ" หลัวเฟยลุกขึ้นและเดินออกจากห้องทำงานของตำรวจอาสา
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก" หลัวเฟยเคาะประตู
"เข้ามาสิ" เสียงของสารวัตรหลิวดังมาจากข้างใน
หลัวเฟยผลักประตูเข้าไป
ภายในห้องทำงาน สารวัตรหลิวกำลังสวมแว่นสายตายาวที่นานๆ จะหยิบมาใส่ที มือถือปากกา และกำลังตรวจเอกสารอย่างขะมักเขม้น
"สารวัตรหลิวเรียกพบผมเหรอครับ"
"อืม นั่งก่อนสิ ขอฉันตรวจเอกสารฉบับนี้ให้เสร็จก่อน" สารวัตรหลิวเหลือบมองหลัวเฟยแล้วบอกให้เขานั่งรอที่โซฟา ก่อนจะก้มหน้าตรวจเอกสารต่อไปอย่างตั้งใจ
ประมาณสิบนาทีต่อมา สารวัตรหลิวก็ถอดแว่นสายตายาวออก วางปากกาในมือลง และลุกขึ้นยืน
เมื่อเห็นสารวัตรหลิวลุกขึ้น หลัวเฟยก็รีบลุกขึ้นตาม
"นั่งลงเถอะ ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้น" สารวัตรหลิวเดินเข้ามาบอกให้หลัวเฟยนั่งลงตามเดิม ส่วนตัวเขาก็นั่งลงบนเก้าอี้ใกล้ๆ
เมื่อได้ยินดังนั้น หลัวเฟยจึงนั่งลงอีกครั้ง
"นายทำงานที่สถานีตำรวจมาเกือบเดือนแล้ว รู้สึกยังไงบ้าง" สารวัตรหลิวถามขึ้น
รู้สึกยังไงงั้นเหรอ
ความจริงก็คือเขาไม่อยากเป็นตำรวจอาสาอีกต่อไปแล้ว เขาอยากได้รับการบรรจุเป็นตำรวจเต็มตัว
แต่แน่นอนล่ะว่าเขาพูดออกไปตรงๆ แบบนั้นไม่ได้
หลัวเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบอย่างจริงจังว่า "ผมขอขอบคุณสารวัตรหลิวที่ให้โอกาสผมได้เข้ามาทำงานที่สถานีตำรวจครับ ผมชอบงานนี้มาก ช่วงเวลาที่ผ่านมาผมมีความสุขมากที่ได้ทำงานที่นี่ และเพื่อนร่วมงานทุกคนก็เป็นมิตรและกระตือรือร้นมากครับ"
"นอกจากนี้ ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา การได้ติดตามรุ่นพี่ที่สถานีตำรวจ ทำให้ผมได้เรียนรู้งานด้านตำรวจและการบริการชุมชนมากมาย ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการปรับตัวเข้ากับงาน ผมหวังว่าจะได้รับความรับผิดชอบมากขึ้น ได้ทุ่มเทกำลังความสามารถ และสามารถพัฒนาจรรยาบรรณในการทำงาน รวมถึงทักษะทางวิชาชีพของตัวเองให้ดียิ่งขึ้นไปในอนาคตครับ"
"ไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้ ต่อไปนี้เวลาอยู่กันแค่สองคน ไม่มีคนนอก ก็เรียกฉันว่าลุงหลิวเถอะ นายก็น่าจะรู้ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับลุงของนายดี พวกเราเป็นเพื่อนเก่ากันมาหลายสิบปีแล้ว" สารวัตรหลิวกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
"ครับ ลุงหลิว" หลัวเฟยพยักหน้ารับคำ
"ที่ลุงเรียกนายมาวันนี้ก็เพราะเรื่องการบรรจุเป็นพนักงานประจำของนายนั่นแหละ นายเพิ่งเข้ามาทำงานเป็นตำรวจอาสาได้ไม่ถึงเดือน ตามหลักแล้ว ต่อให้นายไขคดีของจางหลิน จับตัวฆาตกรได้ และสร้างผลงานชิ้นใหญ่ขนาดไหน นายก็ยังไม่สามารถบรรจุเป็นตำรวจเต็มตัวได้ อย่างน้อยที่สุด นายก็ต้องทำงานให้ครบหนึ่งปีก่อนถึงจะมีสิทธิ์ได้รับการบรรจุ"
"แต่อย่างไรก็ตาม! นายทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมากในคดีของจางหลิน และทุกคนก็ชื่นชมนาย แม้แต่เจิ้งทัว ผู้กองทีมสืบสวนคดีอาญา ก็ยังมองว่านายเป็นคนมีฝีมือ ดังนั้น พวกเราจึงเห็นพ้องต้องกันว่าการให้นายทำงานในตำแหน่งตำรวจอาสาต่อไปถือเป็นการเสียของเปล่าๆ หลังจากการปรึกษาหารือและพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว พวกเราจึงตัดสินใจเลื่อนขั้นให้นายเป็นตำรวจเต็มตัวก่อนกำหนด" สารวัตรหลิวอธิบายให้หลัวเฟยฟัง
"ขอบคุณสารวัตรหลิวที่คอยชี้แนะครับ ขอบคุณองค์กรที่ให้ความไว้วางใจและยอมรับในตัวผม ผมจะตั้งใจทำงานอย่างหนักและขยันขันแข็งต่อไป เพื่อตอบแทนความไว้วางใจและคำชี้แนะของสารวัตรหลิวรวมถึงองค์กรครับ" หลัวเฟยรีบกล่าวขอบคุณทันที
เมื่อครู่นี้ ตอนที่สารวัตรหลิวพูดถึงเรื่องการบรรจุ หลัวเฟยรู้สึกใจเต้นแรง และขาก็สั่นอย่างควบคุมไม่ได้ด้วยความกลัวว่าจะได้รับข่าวร้าย จนกระทั่งได้ยินสารวัตรหลิวพูดในตอนท้ายว่าเขาได้รับการบรรจุแล้วนั่นแหละ จังหวะการเต้นของหัวใจหลัวเฟยจึงค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ
ได้รับการบรรจุแล้ว
หลัวเฟยคิดในใจด้วยความดีใจ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้
"ถึงนายจะได้รับการบรรจุแล้ว แต่ก็อย่าคิดนะว่าพอได้เป็นตำรวจเต็มตัวแล้ว จะได้เกาะ 'ชามข้าวเหล็ก' แล้วก็ลดมาตรฐานของตัวเองหรืออู้งานได้ นายยังเด็ก และสำหรับนายแล้ว ชีวิตเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ในอนาคตยังมีโอกาสอีกมากมายรออยู่ ลุงหวังว่าอนาคตของนายจะไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่สถานีตำรวจถนนเทียนเหวิน หรือแม้แต่ในเมืองเจียงเป่ยนะ" สารวัตรหลิวกล่าวกับหลัวเฟยอย่างจริงจังในฐานะผู้อาวุโส
"ผมจำไว้ครับลุงหลิว ผมจะไม่อู้งาน ผมจะตั้งใจทำงานอย่างหนักต่อไปครับ" หลัวเฟยพยักหน้ารับอย่างจริงจังเช่นกัน
เมื่อเห็นดังนั้น สารวัตรหลิวก็ตบไหล่หลัวเฟยด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะลุกขึ้นและเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน
"นี่คือแบบฟอร์มครับการบรรจุเป็นพนักงานประจำ หาเวลาว่างกรอกข้อมูลให้เรียบร้อยนะ แล้วก็เตรียมเอกสารที่จำเป็นมาด้วย พรุ่งนี้เช้าตอนมาทำงานก็เอามาส่งให้ฉัน" สารวัตรหลิวหยิบแบบฟอร์มใบสมัครจากบนโต๊ะแล้วยื่นให้หลัวเฟย
"ครับ" หลัวเฟยก้าวไปข้างหน้าและรับมันมา
"อ้อ จริงสิ ไปเก็บของของนายที่ห้องตำรวจอาสาให้เรียบร้อยนะ เสร็จแล้วก็ขึ้นมาหาฉันที่นี่ เดี๋ยวฉันจะให้หวงเสี่ยวปิงเตรียมที่นั่งไว้ให้นาย แล้วฉันจะพานายไปส่ง" สารวัตรหลิวนึกขึ้นได้จึงเอ่ยเตือน...
หลัวเฟยเดินออกจากห้องทำงานของสารวัตรหลิวและตรงกลับไปที่ห้องตำรวจอาสาทันที
"หลัวเฟย สารวัตรหลิวเรียกนายไปพบแต่เช้ามีเรื่องอะไรเหรอ" หยางเสี่ยวไป๋ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นทันทีที่เห็นหลัวเฟยเดินเข้ามา
"สารวัตรหลิวบอกให้ฉันย้ายที่นั่งน่ะ" หลัวเฟยตอบตามความจริง เพราะเรื่องแบบนี้ถึงอย่างไรก็ปิดบังไม่ได้อยู่แล้ว
"บอกให้ย้ายที่นั่งเหรอ หมายความว่าไง จะย้ายไปไหน" หยางเสี่ยวไป๋รู้สึกสับสนเล็กน้อย จึงถามรัวเป็นชุด
"หลัวเฟย หรือว่านายจะได้รับการบรรจุแล้ว!" ใครบางคนในบริเวณนั้นนึกขึ้นได้และอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความประหลาดใจ
ทันทีที่สิ้นเสียงพูด ทั้งห้องตำรวจอาสาก็ตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกคนต่างจ้องมองมาที่หลัวเฟย
"ใช่แล้วล่ะ ฉันแค่โชคดีน่ะ" หลัวเฟยตอบพร้อมกับยิ้มอย่างถ่อมตัว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็เริ่มอยู่ไม่สุข สีหน้าของแต่ละคนแตกต่างกันออกไป มีทั้งอิจฉา ริษยา ประหลาดใจ และสงสัย—อารมณ์ทุกรูปแบบปรากฏให้เห็น
"นาย นี่นาย... ยินดีด้วยนะ" หยางเสี่ยวไป๋อยากจะพูดว่า "นายนี่มันโชคดีชะมัด" แต่ก็รู้สึกว่าพูดแบบนั้นคงไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ สุดท้ายจึงเอ่ยคำแสดงความยินดีออกไปแทน
"ยินดีด้วยนะหลัวเฟย ยินดีด้วย!"
"ยินดีด้วยหลัวเฟย! ได้เป็นตำรวจเต็มตัวแล้วก็อย่าลืมพี่ๆ น้องๆ ล่ะ!"
หลังจากนั้น เพื่อนร่วมงานในห้องก็ทยอยกันเข้ามาแสดงความยินดี ไม่ว่าจะสนิทสนมกันแค่ไหนก็ตาม
"ขอบคุณทุกคนมากครับ ขอบคุณที่ดูแลผมมาตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมานะครับ"
หลัวเฟยทำงานเป็นตำรวจอาสามาไม่ถึงเดือน เขาจึงมีของให้เก็บไม่มากนัก ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็เก็บของเสร็จ หลังจากบอกลาเพื่อนร่วมงานในห้องตำรวจอาสาแล้ว เขาก็ถือข้าวของและเดินขึ้นไปชั้นสองเพื่อหาสารวัตรหลิว
ชั้นสอง ห้องทำงานตำรวจประจำการ
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก" สารวัตรหลิวเคาะโต๊ะต้อนรับ ดึงดูดความสนใจของทุกคนในห้องทันที
"ทุกคน หยุดงานในมือสักครู่ครับ ผมมีเรื่องจะแจ้งให้ทราบ ผมเชื่อว่าทุกคนคงได้ยินเรื่องที่หลัวเฟยไขคดีฆาตกรรมหมู่บ้านจิ่งซิงและจับกุมฆาตกรได้เมื่อไม่นานมานี้แล้ว ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมของหลัวเฟย หลังจากการปรึกษาหารือและพิจารณาโดยองค์กรแล้ว จึงมีมติให้เลื่อนขั้นหลัวเฟยเป็นตำรวจเต็มตัว ดังนั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลัวเฟยคือสมาชิกใหม่ของห้องทำงานเรา ขอเสียงปรบมือต้อนรับเขาด้วยครับ" ทันทีที่สารวัตรหลิวพูดจบ เสียงปรบมือก็ดังสนั่นไปทั่วห้อง
แตกต่างจากห้องตำรวจอาสา เหล่าตำรวจประจำการในห้องนี้ได้ยินข่าวเรื่องการบรรจุของหลัวเฟยมาบ้างแล้ว ท้ายที่สุดแล้ว หวงเสี่ยวปิงก็เป็นคนจัดเตรียมโต๊ะทำงานให้ตั้งแต่เช้าตรู่
"ไปสิ ที่นั่งของนายอยู่ตรงนั้น" สารวัตรหลิวชี้ไปที่โต๊ะทำงานที่ว่างอยู่ข้างๆ หวงเสี่ยวปิง
"หลัวเฟย ทางนี้" หวงเสี่ยวปิงโบกมือเรียกหลัวเฟย
หลัวเฟยจึงถือข้าวของเดินไปที่โต๊ะ
"เพื่อนร่วมงานใหม่ ฝากทุกคนดูแลเขาด้วยนะ ช่วยให้เขาเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยล่ะ" สารวัตรหลิวยังคงกล่าวต่อไป