เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 615 : การมอบหมายงานรอบที่สอง | บทที่ 616 : เดินทอดน่องตามท้องถนน

บทที่ 615 : การมอบหมายงานรอบที่สอง | บทที่ 616 : เดินทอดน่องตามท้องถนน

บทที่ 615 : การมอบหมายงานรอบที่สอง | บทที่ 616 : เดินทอดน่องตามท้องถนน


บทที่ 615 : การมอบหมายงานรอบที่สอง

บทที่ 615 การมอบหมายงานรอบที่สอง

เหล่าปีศาจต้นไม้น้อยที่กระจัดกระจายหลบหนีไปก่อนหน้านี้เริ่มกลับมารวมตัวกันที่สระน้ำทีละตน พวกที่ได้รับบาดเจ็บทำตามแบบอย่างของต้าอีโดยการลงไปแช่ในน้ำ

ปีศาจต้นไม้น้อยที่ไม่ได้รับบาดเจ็บไม่กี่ตนกอดรากของตนเองพลางนั่งอยู่ริมสระน้ำ เฝ้ามองเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ที่กำลังรักษาตัว

ปีศาจต้นไม้น้อยตนหนึ่งเอ่ยขึ้นเบาๆ "พวกเจ้าคิดว่าเถ้าแก่ของพวกเราจะกลับมาไหม?"

ปีศาจต้นไม้น้อยอีกตนถามกลับด้วยความสับสน "เขาก็เป็นเถ้าแก่ของพวกเรา แล้วเถ้าแก่ไม่ควรอยู่กับคนในเผ่าเสมอหรอกหรือ?"

ปีศาจต้นไม้ทุกตนหันไปมองต้าอีที่อยู่ในสระน้ำ ด้วยหวังว่าจะได้รับคำตอบจากเขา

ปีศาจต้นไม้กลุ่มนี้ถูกชี้นำมาที่นี่โดยสายเลือดตลอดหลายปีที่ผ่านมาหลังจากเริ่มมีสติปัญญา และต้าอีเป็นคนแรกในหมู่พวกเขาที่ตื่นรู้และมาถึงที่นี่

"เถ้าแก่ถูกคนพวกนั้นหลอก" ต้าอีกล่าวด้วยความน้อยใจ

"หลายปีก่อน ข้าเห็นกับตาว่าคนในชุดสีเหลืองพวกนั้นหลอกล่อให้เถ้าแก่ใช้ร่างจริงและทักษะเทวะเพื่อสร้างเมืองเจินหยางนั่นขึ้นมา"

"พวกมันต้องใช้วิธีสกปรกเพื่อผนึกความทรงจำทางสายเลือดของเถ้าแก่แน่ๆ!" ต้าอีกล่าวอย่างมั่นใจ "มิเช่นนั้น เป็นไปไม่ได้ที่เถ้าแก่จะไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของพวกเรา หรือไม่ออกมาพบพวกเราเลย"

"นั่นสิ พวกมันต้องมีชนักติดหลังแน่ๆ ถึงได้กางม่านพลังป้องกันพวกเราโดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้พวกเราเข้าไปหาเถ้าแก่ได้!" ปีศาจต้นไม้อีกตนที่ตื่นรู้ก่อนใครเพื่อนกล่าวเสริม

ปีศาจต้นไม้จำนวนไม่น้อยเพิ่งจะมีสติปัญญาในช่วงไม่กี่ปีมานี้จึงไม่ค่อยรู้เรื่องราวในอดีตชัดเจนนัก พวกเขาต่างพยักหน้าอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่หลังจากได้ยินต้าอีพูด

กลุ่มปีศาจต้นไม้รวมตัวกันเจื้อยแจ้วอยู่นาน แต่ข้อมูลที่หลินเซียวเก็บรวบรวมได้นั้นค่อนข้างจำกัด

แม้ว่าหลินเซียวจะไม่รู้จักสายพันธุ์เฉพาะของปีศาจต้นไม้เหล่านี้ แต่เมื่อดูจากสภาพของพวกเขาแล้ว ก็ไม่ได้ต่างจากตอนที่เสี่ยวล่วนเริ่มมีสติปัญญาใหม่ๆ มากนัก เขาประเมินว่าสำหรับเผ่าพันธุ์ของพวกเขาแล้ว ปีศาจต้นไม้เหล่านี้ยังอายุน้อยมาก

อย่างไรก็ตาม เมืองเจินหยางที่พวกเขากล่าวถึงนั้นก็น่าไปสำรวจดูไม่น้อย

เขาสงสัยว่าเมืองที่สร้างขึ้นบนตัวปีศาจต้นไม้จะมีลักษณะเป็นอย่างไร

เมื่อเห็นว่าแม้ปีศาจต้นไม้น้อยเหล่านี้จะได้รับบาดเจ็บหลายตน แต่ดูเหมือนไม่มีตนใดได้รับความเสียหายถึงรากฐาน หลินเซียวจึงหยุดฟังการด่าทอสำนักเจินหยางของพวกเขา ถอนสัมผัสวิญญาณออกมาแล้วจากไปอย่างเงียบๆ

พืชวิญญาณในบริเวณนี้ดูเหมือนจะเติบโตงอกงามกว่าภูมิภาคอื่นๆ ที่หลินเซียวเคยผ่านมา และมีความหลากหลายมากกว่า ดังนั้นจึงมีผู้ฝึกตนจำนวนไม่น้อยที่มาเก็บเกี่ยวพวกมัน

โดยทั่วไปแล้ว เมืองต่างๆ มักจะไม่ตั้งอยู่ใกล้กันจนเกินไป หลินเซียวคาดการณ์ว่าผู้ฝึกตนที่มาเก็บเกี่ยวส่วนใหญ่น่านะมาจากเมืองเจินหยาง

เขาไม่จำเป็นต้องถามทางด้วยซ้ำ เพียงแค่เดินตามฝูงชนส่วนใหญ่ที่กำลังเดินทางกลับเพื่อหาเมืองเจินหยาง

แม้ว่าหลินเซียวจะมีแผนที่ที่ตระกูลหยวนมอบให้ แต่แผนที่นั้นระบุสถานการณ์ของดินแดนวิญญาณเหนือและใต้เป็นหลัก เมื่อเข้าสู่แดนเสวียนจี แผนที่ก็เริ่มเลือนรางมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งลึกเข้าไป ข้อมูลก็ยิ่งน้อยลง

มีเพียงเมืองใหญ่ที่มีชื่อเสียงที่สุดไม่กี่แห่งในแดนเสวียนจีเท่านั้นที่ถูกทำเครื่องหมายไว้ และภูมิประเทศส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงการกะประมาณ

เมืองเจินหยางแห่งนี้ไม่ได้เป็นแม้แต่จุดเล็กๆ บนแผนที่ในมือของหลินเซียว พื้นที่แถบนี้ทั้งหมดเป็นเพียงช่องว่างขนาดใหญ่ที่ว่างเปล่า

หลินเซียวเดินตามหลังกลุ่มผู้ฝึกตนระดับขัดเกลาปราณหลายระลอกที่เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจเก็บเกี่ยวอย่างสบายๆ พลางรับงานมอบหมายแผนที่เมืองหยวนหลิงที่กลุ่มแปดคนจากสำนักของเขาใช้เวลาห้าวันร่วมมือกันทำในเมืองหยวนหลิง

หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว เขาพบว่าพวกเขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาก รายละเอียดทุกอย่างครบถ้วน และข้อมูลของแต่ละเขตก็ครอบคลุมมาก

หลินเซียวพอใจมากและส่งข้อความกลุ่มหาพวกเขาในทันที เพื่อมอบหมายการบ้านรอบใหม่

งานชิ้นที่สองนี้คือการทำแผนที่พื้นที่ป่าจากเมืองหยวนหลิงไปยังเมืองถัดไป รวมถึงแผนที่ของดินแดนลับระดับต่ำทั้งหมดที่เปิดอยู่ในปัจจุบันรอบๆ เมืองหยวนหลิง

งานชิ้นนี้ย่อมต้องใช้เวลานานกว่างานของเมืองหยวนหลิงมาก เพราะไม่เพียงแต่ดินแดนลับแต่ละแห่งจะต้องใช้เวลาในการสำรวจ แต่แม้แต่ดินแดนลับที่เปิดอยู่ในตอนนี้ เวลาเปิดของพวกมันก็แตกต่างกัน บางแห่งเปิดนานและเปิดบ่อย ในขณะที่บางแห่งมีช่วงเวลาสั้นๆ และหาได้ยาก แม้ว่าโดยพื้นฐานแล้วดินแดนลับระดับต่ำเหล่านี้จะเปิดอย่างน้อยปีละครั้งก็ตาม

เพื่อให้งานนี้สำเร็จด้วยประสิทธิภาพสูงสุด จำเป็นต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบ

อย่างไรก็ตาม หลินเซียวไม่ได้กังวลเรื่องนั้น เขาตั้งกำหนดส่งงานไว้ที่หนึ่งปีให้หลัง กำชับให้พวกเขาจดจำแนวทางความปลอดภัยในคู่มือค่ายฤดูร้อน และจากนั้นก็สวมบทบาทหลงจู๊ที่คอยดูอยู่ห่างๆ อย่างสบายใจ

หลังจากตามกลุ่มผู้ฝึกตนระดับขัดเกลาปราณเหล่านั้นไปหนึ่งวันกับหนึ่งคืน ในที่สุดหลินเซียวก็ได้เห็นเมืองเจินหยางที่เหล่าปีศาจต้นไม้อ้างว่าเถ้าแก่ของพวกเขาสร้างขึ้น

ไม่มีคำอื่นใดที่จะอธิบายได้อีกแล้ว เพียงเพราะเมืองแห่งนี้มีความพิเศษและไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง

มันคือต้นไม้ขนาดยักษ์เพียงต้นเดียว

มันมีขนาดใหญ่โตเสียจนแค่เพียงมองดูจากที่ไกลๆ ก็ทำให้รู้สึกถึงความยำเกรงอย่างบอกไม่ถูกขึ้นมาในใจ

ความหนาของลำต้นนั้นเทียบได้กับขนาดของเมืองทั้งเมือง และเรือนยอดที่หนาทึบก็พุ่งสูงขึ้นไปในหมู่เมฆ ทำให้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมองเห็นขอบเขตทั้งหมดของมันด้วยตาเปล่า

กิ่งก้านที่สานสลับกันไปมาบนต้นไม้ รวมกับใบสีเขียวชอุ่มและหนาทึบ กลายเป็นกำแพงเมืองและถนนหนทาง

ทางเข้าคือประตูเมืองที่สร้างขึ้นจากรากที่หนาและบิดเบี้ยวที่ฐานล่างสุด

ใบไม้สีเขียวขจีที่แผ่ขยายออกไปบดบังทัศนียภาพด้านบน ทำให้หลินเซียวมองไม่เห็นสถานการณ์ภายใน แม้ว่าจะมีค่ายกลอยู่ภายนอกเพื่อขัดขวางการสำรวจด้วยสัมผัสวิญญาณ แต่ค่ายกลนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่ค่ายกลระดับสูงเป็นพิเศษ หากเขาต้องการจะฝ่าเข้าไปจริงๆ ก็คงไม่ยากนัก

อย่างไรก็ตาม เมื่อเผชิญกับปีศาจต้นไม้ขนาดยักษ์ที่สามารถกลายเป็นเมืองได้ด้วยพลังของตนเองเช่นนี้ หลินเซียวจึงไม่ได้ตั้งใจที่จะทำการอันไม่เป็นมิตรอย่างการบุกฝ่าค่ายกลเพียงเพื่อจะใช้สัมผัสวิญญาณสำรวจ

เขาจะเข้าไปในเมืองตามปกติเหมือนคนอื่นๆ

ก่อนที่จะเข้าเมือง หลินเซียวเห็นผู้ฝึกตนระดับต่ำจำนวนมากตั้งแผงลอยและส่งเสียงตะโกนอยู่หน้าประตูเมือง บางคนกำลังหาเพื่อนร่วมทีมเพื่อไปขุดพืชวิญญาณและสมุนไพร บางคนกำลังตามหานักหลอมโอสถระดับต่ำ และคนอื่นๆ ก็ขายสมุนไพรระดับต่ำอยู่ด้านนอกเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าธรรมเนียมเข้าเมือง

นอกจากนี้ยังมีผู้ฝึกตนจำนวนไม่น้อยนั่งขัดสมาธิบำเพ็ญเพียรอยู่ใต้รากขนาดยักษ์เหล่านั้น

ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่เหล่านี้อยู่ในระดับขัดเกลาปราณขั้นต้นและดูค่อนข้างยากจน แม้ว่าพวกเขาจะบำเพ็ญเพียรอยู่ด้านนอก ก็ไม่มีใครสนใจที่จะตั้งเป้าเล่นงานพวกเขา

เพราะพวกเขาดูเหมือนคนที่มีเงินในกระเป๋าสะอาดเสียยิ่งกว่าหน้าตาของตัวเอง

เมื่อเขาเข้าไปใกล้เมืองเจินหยางมากขึ้น เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่าพลังวิญญาณธาตุไม้ในบริเวณใกล้เคียงมีความหนาแน่นขึ้น

นิ่งไปกว่านั้น พลังวิญญาณธาตุไม้นี้ไม่ได้เป็นเหมือนปราณที่ยุ่งเหยิง ดูเหมือนจะได้รับการขัดเกลาในเบื้องต้นแล้วและมีความอ่อนโยนมาก ทำให้ผู้ฝึกตนดูดซับได้ง่ายกว่าปราณทั่วไปมาก

นี่น่าจะเป็นรากฐานที่เมืองเจินหยางถูกสถาปนาขึ้น

เพียงแค่จุดนี้เพียงจุดเดียว ก็จินตนาการได้เลยว่าเมืองนี้ดึงดูดใจผู้ฝึกตนที่มีรากวิญญาณธาตุไม้เพียงใด ผู้ฝึกตนที่มีธาตุไม้ในรากวิญญาณของตนย่อมต้องการมาบำเพ็ญเพียรที่นี่

เมื่อฝูงชนหนาตาขึ้น หลินเซียวคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วปรับจี้ใบลูกท้อ ทำให้ตัวเองดูเหมือนผู้ฝึกตนตัวเล็กๆ ในระดับขัดเกลาปราณขั้นปลาย

อย่างไรก็ตาม เขาต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพื่อเข้าเมือง หากเขาตั้งระดับการบำเพ็ญเพียรต่ำเกินไป มันคงไม่ดีแน่ถ้าผู้คนเห็นชายหนุ่มเพียงลำพังสามารถจ่ายค่าเข้าเมืองได้และมันอาจจะดึงดูดปัญหา

แม้ว่าเขาจะอยู่ในระดับหยวนอิงแล้วและไม่เกรงกลัวว่าผู้ฝึกตนระดับขัดเกลาปราณเหล่านี้จะก่อเรื่อง แต่สิ่งนี้ก็ไม่จำเป็น เขาไม่ต้องการดึงดูดความสนใจหากหลีกเลี่ยงได้

(จบตอน)

บทที่ 616 : เดินทอดน่องตามท้องถนน

บทที่ 616 เดินทอดน่องตามท้องถนน

อย่างไรก็ตาม หลินเซียวสังเกตเห็นว่าผู้คนส่วนใหญ่ที่เข้าออกประตูเมืองคือผู้ฝึกตนระดับขัดเกลาปราณและระดับสร้างรากฐาน ไม่มีระดับจินตานแม้แต่คนเดียว ตลอดทางที่ผ่านมา แม้แต่ในขอบเขตที่สัมผัสวิญญาณของเขาจะแผ่ไปถึง เขาก็ไม่พบระดับจินตานเลยสักคนเดียว

บางทีอาจเป็นเพราะความเข้มข้นของพลังปราณที่นี่ไม่เพียงพอที่จะดึงดูดผู้ฝึกตนที่มีระดับการบำเพ็ญเพียรสูงกว่านี้ แม้ว่าพลังวิญญาณธาตุไม้ที่นี่จะอ่อนโยนและหนาแน่นมาก แต่ความหนาแน่นนั้นก็เป็นเพียงการเปรียบเทียบเท่านั้น ยังคงมีช่องว่างอยู่บ้างเมื่อเทียบกับแหล่งรวมวิญญาณที่ตั้งอยู่บนชีพจรวิญญาณจริงๆ

หลินเซียรรู้สึกว่า หากเมืองเจินหยางซึ่งสามารถสกัดพลังปราณผสมผสานให้กลายเป็นพลังวิญญาณธาตุไม้ได้นั้นได้รับชีพจรวิญญาณมาครองจริงๆ บางทีเมืองนี้อาจจะมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วแดนเสวียนจี และอาจจะไปปรากฏอยู่บนแผนที่คร่าวๆ ของดินแดนวิญญาณเหนือและใต้ที่เขาพกติดตัวอยู่ด้วยซ้ำ

แม้ว่าสำนักที่ก่อตั้งขึ้นในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรจะไม่มีชีพจรวิญญาณทั้งสาย แต่อย่างน้อยตามหลักการแล้ว พวกเขาก็ควรจะมีสิทธิ์ใช้งานจุดรวมพลังบางจุดบนชีพจรวิญญาณ เขาไม่รู้ว่าสำนักเจินหยางไม่มี หรือเพียงแค่ไม่ได้จัดสรรมาให้เมืองเจินหยางใช้งาน

ค่าธรรมเนียมการเข้าเมืองที่นี่แพงกว่าในเมืองหยวนหลิงมาก โดยมีค่าใช้จ่ายคนละยี่สิบหินวิญญาณ

มิน่าล่ะ ผู้ฝึกตนระดับต่ำจำนวนมากถึงไม่เต็มใจที่จะเข้าเมืองและทำได้เพียงป้วนเปี้ยนอยู่ด้านนอกเท่านั้น สิ่งที่พวกเขาหามาได้เพียงน้อยนิดอาจจะไม่เหลืออะไรเลยหลังจากจ่ายค่าเข้าเมือง

หลินเซียวทำสีหน้าปวดใจอย่างยิ่งขณะนำหินวิญญาณยี่สิบก้อนออกมา แล้วม่านพลังที่ประตูเมืองก็ปล่อยให้เขาผ่านเข้าไป

หลังจากเข้าเมืองมาแล้ว เขาพบว่าข้างในคึกคักกว่าข้างนอกมาก

อย่างไรก็ตาม ผู้ฝึกตนที่ลังเลจะจ่ายเงินเพื่อเข้าเมืองนั้นเป็นเพียงคนส่วนน้อย

ผู้คนเดินกันขวักไขว่อยู่ภายใน แต่เนื่องจากมีกิ่งก้านและใบไม้จำนวนมากสอดประสานบังทางไว้ แสงแดดจึงลอดผ่านเข้ามาได้เพียงตามช่องว่างเท่านั้น ทำให้ภายในโดยรวมค่อนข้างสลัว

ห้องส่วนตัวเล็กๆ สามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามท้องถนน

ถนนที่นี่แตกต่างจากเมืองทั่วไปเล็กน้อย อาจเป็นเพราะประกอบขึ้นจากกิ่งก้านและใบไม้ ถนนจึงค่อนข้างแคบ

ไม่มีร้านค้าขนาดใหญ่ที่กว้างขวางตามท้องถนน ส่วนใหญ่เป็นห้องเล็กๆ ขนาดไม่กี่ตารางเมตร หลายห้องปิดประตูสนิท ดูเหมือนไม่ได้ทำธุรกิจ

แต่มีป้ายแขวนอยู่หน้าบ้านเหล่านี้พร้อมชื่อต่างๆ ที่ดูเหมือนร้านค้า เช่น "โรงงานเม็ดยาวิญญาณ" หรือ "ศาลาโอสถวิญญาณ" แม้จะมีหน้าร้านขนาดเล็ก แต่ชื่อของพวกเขาก็ฟังดูเหมือนสถานประกอบการขนาดใหญ่

หลินเซียวสังเกตเห็นว่าห้องเล็กๆ ที่ปิดอยู่หลายห้องมีกระดานแขวนไว้ที่ประตูพร้อมแผ่นกระดาษเล็กๆ ติดอยู่มากมาย เมื่อตรวจสอบดูดีๆ เขาก็พบว่าแผ่นกระดาษเหล่านั้นล้วนเป็นรายการสั่งซื้อเม็ดยาระดับต่ำ

ที่ด้านหลังของแผ่นกระดาษเหล่านี้จะติดยันต์ส่งเสียงคุณภาพต่ำที่สุดไว้ ยันต์ส่งเสียงเหล่านี้ราคาถูกมาก แต่ระยะการส่งสัญญาณจำกัดมาก และระยะเวลาของข้อความที่สามารถจัดเก็บได้ก็สั้นมากเช่นกัน ปกติแล้วจะเพียงพอสำหรับประโยคเพียงหนึ่งหรือสองประโยคเท่านั้น

บ้านบางหลังยังมีแผ่นกระดาษประกาศรับซื้อที่สะดุดตาแขวนอยู่ข้างนอก ระบุความต้องการซื้อของเจ้าของบ้านแต่ละราย หากประตูของเจ้าของร้านปิดอยู่ รายการสมุนไพรและพืชวิญญาณหลายอย่างในแผ่นประกาศรับซื้อเหล่านั้นก็จะมีแผ่นกระดาษแนบมาด้วย โดยระบุจำนวนที่ผู้เสนอขายมีและราคาที่เสนอ พร้อมกับยันต์ส่งเสียง ซึ่งหมายความว่าสามารถติดต่อได้หากต้องการและสามารถต่อรองราคาได้

ดูเหมือนว่าเมืองเจินหยางจะเป็นอาณาจักรของนักหลอมโอสถ

รูปแบบการซื้อขายนี้ดูเหมือนจะแตกต่างจากเมืองอื่นๆ ภายนอกเล็กน้อย

โดยทั่วไปแล้ว การซื้อสินค้าจำนวนมากในเมืองจะถูกผูกขาดโดยร้านค้าขนาดใหญ่ โดยมีสินค้าเพียงจำนวนเล็กน้อยเท่านั้นที่ไหลเข้าสู่ตลาดขนาดเล็กบางแห่ง

เพื่อให้ขายสินค้าได้รวดเร็วและได้รับหินวิญญาณโดยเร็วที่สุด ทุกคนจะมองหาร้านค้าขนาดใหญ่เพื่อรับสินค้าไป แม้ว่าร้านค้าขนาดใหญ่จะกดราคา แต่โดยรวมแล้วมันก็จะไม่น่าเกลียดจนเกินไป โดยทำหน้าที่เป็นราคาฐานของอุตสาหกรรม พวกเขายังมีวิธีการตรวจสอบสินค้าที่ได้มาตรฐาน และหินวิญญาณที่พวกเขาให้ก็ไม่มีปัญหาใดๆ

ท้ายที่สุดแล้ว ทุกคนจะคิดว่าร้านค้าขนาดใหญ่เช่นนี้ ซึ่งหลายแห่งเป็นร้านสาขา คงจะไม่เสียเวลามาโกงของเล็กๆ น้อยๆ ของผู้ฝึกตนระดับต่ำหรอก

แต่เขาไม่คาดคิดว่าในเมืองเจินหยางจะแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง

ตลอดทางที่ผ่านมา หลินเซียวแทบไม่เห็นร้านค้าขนาดใหญ่เลย

อาจจะเป็นไปได้ว่าตำแหน่งปัจจุบันของเขาอยู่ที่โคนรากไม้ บางทีถ้าขึ้นไปสูงกว่านี้อาจจะแตกต่างออกไป

ท้องถนนภายในเมืองมีความซับซ้อนและวกวน แต่โดยรวมจะวนเป็นเกลียวขึ้นไปด้านบน ส่วนที่อยู่ด้านล่างนี้โดยพื้นฐานแล้วเป็นพื้นที่ที่ผู้ฝึกตนระดับต่ำมารวมตัวกัน

หลินเซียวพบว่าที่นี่ไม่เพียงแต่จะมีผู้ฝึกตนรากวิญญาณธาตุไม้จำนวนมากเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าจะมีผู้ฝึกตนที่มีรากปราณอัคคีอยู่มากเช่นกัน นักหลอมโอสถจำนวนมากมีรากปราณอัคคี

มีนักหลอมโอสถระดับต่ำอยู่ที่นี่มากเป็นพิเศษ

จากบ้านที่เปิดประตูทิ้งไว้ จะเห็นเตาหลอมโอสถวางอยู่ภายใน พร้อมกับสมุนไพรกองพะเนิน จะรกหรือเป็นระเบียบนั้นขึ้นอยู่กับนิสัยส่วนตัวของเจ้าของห้องหลอมโอสถ

เมื่อจินตนาการว่ามีคนจำนวนมากจุดไฟเพื่อทำภารกิจหลอมโอสถบนต้นไม้ต้นเดียวทุกวัน หลินเซียวมักจะรู้สึกว่าภาพที่เห็นนั้นค่อนข้างน่าประหลาด

ขณะที่เขาเดินเล่นไปรอบๆ มองซ้ายมองขวา เขาก็คอยเงี่ยหูฟังข่าวคราวที่น่าสนใจไปด้วย

หลังจากเดินลึกเข้าไปอีกหน่อย เขาก็พบว่าเขาได้มาถึง... ถนนสายของกิน?

ถนนสายนี้ทั้งสองข้างทางเรียงรายไปด้วยบ้านเรือนเช่นกัน แต่ละหลังมีแผงลอยเล็กๆ ตั้งอยู่ด้านนอก และมีหินก้องเสียงแขวนอยู่ที่แผงลอยแต่ละแห่ง คอยส่งเสียงเรียกแขกอยู่ตลอดเวลา

"เข้ามาดูก่อนได้! พุดดิ้งนมน้ำหญ้าคืนวิญญาณใหม่ล่าสุดของหอหลิงเฉ่า ทำขึ้นเป็นพิเศษจากน้ำหญ้าคืนวิญญาณสดๆ ที่สกัดด้วยวิธีการพิเศษของนักหลอมโอสถและนมวัววิญญาณสดใหม่ มีรสชาติเข้มข้น ช่วยให้จิตใจสดชื่นและบำรุงปราณ เป็นประโยชน์ต่อการบำเพ็ญเพียรอย่างมาก!"

"อย่าพลาดเมื่อเดินผ่าน! เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของตระกูลมี่เทียน ชานมน้ำค้างจันทรานที ลดราคาพิเศษวันนี้! ราคาปกติเก้าหินวิญญาณ แต่ตอนนี้เหลือเพียงสามหินวิญญาณเท่านั้น มาลิ้มลองในราคาพิเศษนี้กันเถอะ!"

"คำแนะนำพิเศษของกระท่อมขนมหวานตระกูลรุ่ยในวันนี้: เค้กนมสดน้ำค้างดอกส้มวิญญาณ ทางเลือกที่ต้องมีสำหรับนางฟ้าเพื่อรักษาความงาม!"

...

หลินเซียวมองดูขณะที่เดินไป แผงลอยเล็กๆ บนถนนสายนี้รู้วิธีนำพืชวิญญาณและสมุนไพรระดับต่ำเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์สูงสุดจริงๆ พวกเขาสามารถเปลี่ยนสิ่งที่ไร้ค่าให้กลายเป็นสิ่งที่ทำให้คนอยากลิ้มลอง ความสามารถนี้ช่างน่าเลื่อมใสยิ่งนัก

แม้ว่าเขาจะได้กินของอร่อยมากมายในโรงอาหารหลิงเซียนของสำนักตัวเอง แต่เขาก็ไม่สามารถต้านทานสิ่งล่อใจได้ และนำหินวิญญาณออกมาซื้อชานมน้ำค้างจันทรานทีหนึ่งแก้วและเค้กนมสดน้ำค้างดอกส้มวิญญาณหนึ่งชิ้น

ไม่ใช่เพื่อความงามหรือรูปลักษณ์ แต่เป็นเพราะทั้งสองอย่างนี้ถูกทำออกมาได้งดงามจนดูน่าทานมาก

ชานมน้ำค้างจันทรานทีเป็นการผสมผสานระหว่างสีชมพูและสีเขียว เหมือนค็อกเทลที่ผสมมาเป็นพิเศษ พร้อมน้ำแข็งจำนวนมากและมีดอกจันทรากระจ่างดอกเล็กๆ ปักอยู่ด้านบน

เค้กนมสดน้ำค้างดอกส้มวิญญาณยิ่งไปกว่านั้น เนื้อแป้งโดยรวมเป็นสีขาว และเมื่อตัดขวางจะเห็นกลีบส้มที่ฉ่ำน้ำห่อหุ้มอยู่ภายใน โดยมีร่องรอยของน้ำค้างดอกไม้ซึมออกมาจากช่องว่างในเนื้อแป้ง

แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะมีประโยชน์ในทางปฏิบัติน้อยมากสำหรับผู้ฝึกตน พลังวิญญาณหรือการส่งเสริมการบำเพ็ญเพียรที่เครื่องดื่มหนึ่งแก้วและเค้กหนึ่งชิ้นจะมอบให้นั้นน้อยจนน่าเวทนา แต่ใครเล่าจะอดใจไม่ซื้อได้เพียงเพราะรูปลักษณ์ของพวกมัน

หลินเซียวไม่กลัวที่จะดึงดูดความสนใจจากการใช้หินวิญญาณเหล่านี้ เพราะแทบไม่มีใครที่ผ่านถนนสายนี้ไปโดยไม่เสียทรัพย์

ไม่ว่าจะมีระดับพลังเท่าใด ผู้ฝึกตนทุกคนที่ผ่านถนนสายนี้ไม่มากก็น้อยจะต้องควักหินวิญญาณสองสามก้อนออกจากกระเป๋าของตัวเองเพื่อทิ้งไว้ที่นี่

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 615 : การมอบหมายงานรอบที่สอง | บทที่ 616 : เดินทอดน่องตามท้องถนน

คัดลอกลิงก์แล้ว