- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 214 ชื่อเสียงอันเลื่องลือ (2/2)
214 ชื่อเสียงอันเลื่องลือ (2/2)
214 ชื่อเสียงอันเลื่องลือ (2/2)
“เจ้านี่มันว่างมากใช่ไหมเมี๊ยว...”
อาจารย์แมวเห็นว่าหลังจากดันเต้สาปแช่งเสร็จแล้วเขายังอุตส่าห์เขียนบันทึกลงไปอีก มันก็ชักจะไม่อยากจดบันทึกเรื่องราวการใช้ชีวิตของหมอนี่ต่อแล้ว มันรู้สึกเป็นห่วงทาทาขึ้นมาตงิดๆ เด็กสาวแสนดีคนหนึ่ง ถึงแม้ฝีมือการสร้างการ์ดของเธอจะออกแนวปั่นประสาทไปหน่อย แต่ก็ยังพอมีจิตใจความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่บ้าง แต่ถ้าขืนอยู่กับดันเต้ไปนานๆ คาดว่าความเป็นมนุษย์ที่เหลืออยู่น้อยนิดนั้นคงจะหายสาบสูญไปในเร็วๆ นี้แน่
"เทอมนี้ก็ใกล้จะจบแล้วสินะ หวังว่าจะได้ลุยโลกเงาสักรอบก่อนที่จะปิดเทอมนะ"
ดันเต้เหลือบมองปฏิทินบนผนัง
วันที่ 22 มิถุนายน ใกล้จะสอบปลายภาคเต็มทีแล้ว เทอมนี้เขามีเรียนน้อย จึงแทบไม่ต้องทบทวนบทเรียนอะไรเลย แต่เพราะโคนีเลียขาดเรียนไปประมาณครึ่งเทอม แถมยังมีนักศึกษาตัวปัญหาอีกคนที่ขาดเรียนลากยาวไปทั้งเทอมเลย ตอนนี้ดันเต้เลยต้องรับบทเป็นติวเตอร์จำเป็น และเริ่มมหกรรมการติวเข้มแบบฮาร์ดคอร์เหมือนตอนปลายภาคเทอมที่แล้วอีกครั้ง
"เฮ้อ ยังดีที่ทาทาฉลาด อะไรที่สอนไปนิดหน่อยเธอก็เข้าใจได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ผิดกับฟลอร่าที่สอนแทบตาย..."
ดันเต้กอดหนังสือสองเล่มพร้อมหยิบแก้วน้ำขึ้นมา แล้วส่ายหน้าอย่างระอาใจ เตรียมตัวจะไปหาโคนีเลียที่ห้องสมุด แต่ในจังหวะที่เขาเปิดประตูหอพักออกมา เขาก็เจออลิซยืนอยู่หน้าประพอดี เธอดูเหมือนกำลังจะเตรียมเคาะประตู
"อ้าว? มีอาไม่ได้มาด้วยเหรอ?"
ดันเต้มองซ้ายมองขวาไปตามโถงทางเดิน แต่ก็ไม่เห็นเงาของมีอา ตามปกติแล้ว ถ้าอลิซจะมาหาเขา เธอมักจะมาพร้อมกับมีอาเสมอ
"มีอาไปสอบน่ะ"
อลิซส่ายหน้า
"แล้วอลิซมีธุระอะไรกับผมล่ะ? เข้ามาข้างในก่อนสิ"
ดันเต้เดินกลับเข้ามาในห้องนั่งเล่น แล้ววางหนังสือในมือลงบนโต๊ะ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามอลิซ
"ดันเต้ นายรู้เรื่องเทศกาลวีรบุรุษแห่งสมาพันธ์ราชอาณาจักรที่กำลังจะจัดขึ้นในเร็วๆ นี้ไหม?"
อลิซถามขึ้น
"อืม ผมกะว่าจะไปเที่ยวอยู่พอดี"
ดันเต้พยักหน้า
เขาได้นัดกับโคนีเลียไว้นานแล้วว่าจะไปเข้าร่วมเทศกาลวีรบุรุษที่จะจัดขึ้นทุกๆ ห้าปีที่อาณาจักรทางใต้ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนหลังจบปีหนึ่ง ถึงแม้เรื่องการประเมินระดับขั้นพิเศษของเขาจะยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา แต่ในฐานะวีรบุรุษผู้โค่นบิชอปได้ถึงสองคน เขาก็ได้รับจดหมายเชิญจากสมาพันธ์ราชอาณาจักรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเขาและโคลอิกซ์จะไปร่วมงานในฐานะแขกรับเชิญพิเศษ
นอกจากนี้ วงเกิร์ลกรุ๊ปในเครือแฮปปี้กรุ๊ปก็ได้รับเชิญด้วยเช่นกัน พวกเธอที่มีชื่อเสียงโด่งดังไม่น้อยในกลุ่มอาณาจักรตอนกลาง จะได้รับโอกาสขึ้นแสดงในฐานะแขกรับเชิญพิเศษช่วงพิธีเปิดงาน อีกทั้งดันเต้ได้ยังแต่งเพลงซิงเกิลใหม่เอี่ยมไว้ให้พวกเธอแล้วด้วย ในตอนนี้พัฒนาการของพวกเธอเรียกได้ว่าก้าวกระโดดแบบสุดๆ เจ้าหญิงน้ำแข็งกับจูดิธที่มีพรสวรรค์และสมรรถภาพร่างกายเหนือคนทั่วไปอยู่แล้ว การเรียนร้องเต้นจึงไม่ใช่เรื่องยากเลย ส่วนฟลอร่าก็เกิดมาเพื่อเป็นไอดอลโดยธรรมชาติอยู่แล้ว
ในบรรดาสามคนนี้ มีเพียงแค่เจ้าหญิงน้ำแข็งที่น่าเป็นห่วงนิดหน่อย เวลาแสดงบนเวที เมื่อเทียบกับอีกสองคน เจ้าหญิงน้ำแข็งยังมีอาการเกร็งๆ และดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติอยู่บ้าง แต่ถ้าสามารถคว้าโอกาสในการแสดงต่อหน้าสาธารณชนครั้งนี้ได้สำเร็จ บางทีพวกเธอก็อาจจะโด่งดังไปทั่วทุกอาณาจักรในสมาพันธ์ราชอาณาจักรเลยก็ได้ เผลอๆ อาจจะดังข้ามฝั่งไปถึงจักรวรรดิ กลายเป็นการรุกรานทางวัฒนธรรมได้เลยทีเดียว! และเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสมาพันธ์ราชอาณาจักรและจักรวรรดิ เทศกาลวีรบุรุษครั้งนี้จึงได้เชิญแขกผู้มีเกียรติและผู้เข้าแข่งขันจากจักรวรรดิมาเป็นพิเศษด้วย
"ครั้งนี้ ฉันจะเป็นตัวแทนคณะทูตของอาณาจักรนอร์ตันไปร่วมงานเทศกาลวีรบุรุษ..."
อลิซอึกอัก เหมือนมีเรื่องอยากจะขอร้องดันเต้
"งั้นก็ไปพร้อมกันเลยสิ งานคุ้มกันใช่ไหมล่ะ?"
ดันเต้รับปากอย่างใจกว้าง ยังไงซะมีอาก็ตกลงว่าจะไปกับพวกเขาอยู่แล้ว มีอาต้องดีใจแน่ๆ ที่ได้อยู่กับอลิซ
อลิซรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน
"ไม่ใช่ๆ ฉันอยากขอให้นายเป็นตัวแทนของอาณาจักรนอร์ตันไปลงแข่ง แล้วคว้าแชมป์มาให้ได้ต่างหาก"
"เอ่อ ไม่เอาอ่ะ..."
ดันเต้ปฏิเสธแบบไร้เยื่อใย เขาไม่ชอบลงแข่งอะไรแบบนี้ เขาตั้งใจจะไปเที่ยวต่างหาก อีกอย่าง อาณาจักรนอร์ตันก็มีคนเก่งตั้งเยอะแยะ ไม่เห็นจำเป็นต้องส่งเขาไปเป็นตัวแทนเลย
เทศกาลวีรบุรุษไม่ได้จำกัดระดับพลัง แต่จำกัดอายุ ผู้เข้าแข่งขันต้องมีอายุต่ำกว่า 30 ปี ดังนั้นเจ้าหญิงน้ำแข็งและจูดิธจึงชวดโอกาสลงแข่งไปอย่างน่าเสียดาย ส่วนผู้แข็งแกร่งระดับ 8 ที่เก่งกาจที่สุดของอาณาจักรนอร์ตัน — มหาปราชญ์แห่งคูลัน ยิ่งหมดสิทธิ์ลงแข่งเข้าไปใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้น ยอดฝีมือระดับ 7 ที่มีอายุต่ำกว่า 30 ก็น่าจะยังพอหาได้อยู่ สำหรับดันเต้แล้ว เขาชอบนั่งวิจารณ์อยู่บนอัฒจันทร์ ที่นั่งแขก VIP หรือไม่ก็ที่นั่งผู้บรรยายมากกว่า
"เฮ้อ ฉันไม่บังคับนายหรอก เพียงแต่เสด็จพ่อสั่งให้ฉันมาลองถามความเห็นของนายดูก่อนน่ะ"
อลิซถอนหายใจ แต่ก็กลับมายิ้มอย่างโล่งอกในเวลาอันรวดเร็ว
"ฝ่าบาทน่ะเหรอ?"
ดันเต้ถามอย่างแปลกใจ เขาแอบคิดว่าอลิซอยากให้เขาคว้าแชมป์ เพื่อที่จะได้ขึ้นไปยืนเท่บนเวทีในฐานะตัวแทนของอาณาจักรนอร์ตันซะอีก
อลิซพยักหน้า
"ใช่แล้วล่ะ ความจริงแล้วเสด็จพ่อเป็นคนอยากให้นายช่วยน่ะ"
พอได้ยินแบบนั้น ดันเต้ก็ขยับตัวนั่งหลังตรง สีหน้าเริ่มจริงจังขึ้นมากกว่าเดิม แล้วถามว่า
"คุณลุงราชามาขอให้ผมช่วยแบบนี้ ดูเหมือนว่าเทศกาลวีรบุรุษครั้งนี้จะมีอะไรพิเศษสินะ?"
องค์ราชาดีต่อเขามาก เรียกได้ว่าดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ดังนั้นถ้ามีอะไรที่เขาพอจะช่วยได้ ดันเต้ก็ยินดีจะช่วยอย่างเต็มที่
อลิซลุกขึ้นยืน เดินไปที่ประตูฝั่งระเบียงห้องนั่งเล่นแล้วรูดผ้าม่านปิด จากนั้นก็เดินไปที่ประตูหน้าห้องพักของดันเต้ แง้มประตูชะโงกหน้าออกไปดูให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น ก่อนจะกลับมานั่งที่โซฟาตามเดิม
"ทำตัวลับๆ ล่อๆ อะไรขนาดนั้น..."
ดันเต้มองการกระทำของอลิซแล้วอดแซวไม่ได้
แต่อลิซกลับไม่มีทีท่าทางผ่อนคลายเหมือนปกติเลย เธอทำหน้าเครียดแล้วกระซิบถามเสียงเบา
"นายเคยได้ยินชื่อ 'จ้าวแห่งภัยพิบัติ' กับ 'ลัทธิภัยพิบัติ' บ้างไหม?"
ดันเต้ชะงัก เขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน แต่ฟังจากชื่อแล้ว น่าจะเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง แล้วไอ้ลัทธิภัยพิบัตินี่มันองค์กรลับอะไรอีกล่ะเนี่ย? ในเมื่อไม่รู้ก็ต้องถาม ดันเต้เลยถามออกไปว่า
"เขาเป็นบุคคลในตำนานโบราณอะไรแบบนั้นเหรอ?"
อลิซส่ายหน้า ก่อนจะตอบว่า
"เขาเป็นบุคคลอันตรายที่เพิ่งมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาในช่วงนี้น่ะ เพื่อรับมือกับเขาและเหล่าสาวกผู้คลั่งไคล้ สมาพันธ์ราชอาณาจักรถึงกับต้องเปิดประชุมด่วนระดับสูงสุดเลยทีเดียว"
"โอ้โห งั้นก็คือต้องการจะให้ผมไปจัดการเขาอย่างงั้นเหรอ?"
ถึงแม้ดันเต้จะไม่รู้ว่าจ้าวแห่งภัยพิบัติเกี่ยวอะไรกับเทศกาลวีรบุรุษ แต่ดูเหมือนว่าการคว้าแชมป์ในงานนี้คงเป็นกุญแจสำคัญในการพุ่งเป้าเล่นงานจ้าวแห่งภัยพิบัติอย่างแน่นอน
"ใช่แล้วล่ะ ตอนนี้ถ้าพูดถึงความน่าเกรงขามล่ะก็ มีเพียงบิชอปแห่งความเจ็บป... เอ้ย นักสร้างการ์ดขั้นพิเศษดันเต้เท่านั้นแหละที่พอจะเทียบชั้นกับเขาได้"
อลิซพูดไปได้ครึ่งประโยคก็เหมือนลิ้นจะพันกัน เธอรีบเปลี่ยนคำพูดทันที
พอได้ยินแบบนั้น ดันเต้ก็ปรี๊ดขึ้นมาทันที เขาอุตส่าห์บุกบั่นสร้างชื่อเสียงขึ้นมาทีละก้าวอย่างยากลำบาก แล้วทำไมถึงมีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มาตีคู่กับเขาได้หน้าตาเฉยแบบนี้ล่ะ? ให้ความรู้สึกเหมือนตัวเองพยายามทำงานมาสามสิบปี แต่ดันสู้คนที่ถูกหวยรางวัลที่หนึ่งครั้งเดียวไม่ได้ยังไงยังงั้น แถมอีกอย่าง ถ้าจะส่งบอสตัวใหม่มาแบบกะทันหัน มันก็ไม่ควรจะเป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ?! เขายังจัดการพวกลัทธิคืนชีพไม่เสร็จเลย จู่ๆ ก็มีกองกำลังใหม่โผล่ขึ้นมาซะงั้น นิยายแนวเทพทรูถ้าเขียนต่อไปไม่ไหวก็ไม่ควรจะยัดเยียดแบบนี้สิ!
"ช่วยเล่ารายละเอียดหน่อยสิ ไม่ว่ายังไงถ้าเจ้าพวกนี้มันกล้ามาทำอันตรายต่ออาณาจักรนอร์ตัน ผมก็ไม่มีทางอยู่เฉยแน่"
ตอนนี้ดันเต้เปลี่ยนใจแล้ว ถึงเขาจะยังไม่คิดจะลงแข่งก็ตาม แต่เขาจะคอยเล่นงานพวกลัทธิภัยพิบัติกับไอ้คนที่ได้ชื่อว่าจ้าวแห่งภัยพิบัติอยู่เบื้องหลังเอง
"รางวัลสำหรับแชมป์เทศกาลวีรบุรุษปีนี้ คือสิทธิ์ในการทำนายหนึ่งครั้ง ท่านนักพยากรณ์ดวงดาวจะใช้การ์ดเวทมนตร์มหากาพย์ระดับ 9 ของเธอทำนายให้กับผู้ชนะ และตอบคำถามของแชมป์หนึ่งข้อ พวกเราหวังว่าหลังจากนายชนะแล้ว จะให้นายขอให้ท่านนักพยากรณ์ดวงดาวทำนายหาข้อมูลของจ้าวแห่งภัยพิบัติให้หน่อยน่ะ"
อลิซอธิบาย
ดันเต้กอดอกพลางพยักหน้า เขาพอจะเข้าใจภาพรวมแล้ว ดูเหมือนว่าไอ้จ้าวแห่งภัยพิบัติกับลัทธิภัยพิบัติเนี่ย คงจะรับมือยากมากเลยทีเดียว ถึงขนาดทำให้สมาพันธ์ราชอาณาจักรตกเป็นรองในสงครามข้อมูลข่าวสารได้ คูลดาวน์ของการ์ดไม้ตายของนักพยากรณ์ดวงดาวนั้นยาวนานมาก ต้องนับกันเป็นรายปีเลยทีเดียว เนื่องจากโอกาสในการทำนายนั้นหาได้ยากยิ่ง ดังนั้นจึงมักจะถูกเก็บไว้ใช้กับเหตุการณ์ระดับโลกเท่านั้น และสมาพันธ์ราชอาณาจักรก็คงจะไปขอร้องให้นักพยากรณ์ดวงดาวช่วยจัดการกับลัทธิภัยพิบัติแล้วแน่ๆ แต่เห็นได้ชัดว่า นักพยากรณ์ดวงดาวปฏิเสธ เพราะการที่กำหนดให้รางวัลของแชมป์เทศกาลวีรบุรุษปีนี้เป็นโอกาสในการทำนาย ก็คือการตัดสินใจของนักพยากรณ์ดวงดาวเองนั่นแหละ เธอต้องแอบมองเห็นอะไรบางอย่างล่วงหน้ามาแล้วแน่นอน
ดังนั้น ถ้าอยากให้นักพยากรณ์ดวงดาวทำนายข้อมูลของจ้าวแห่งภัยพิบัติ ก็มีแต่ต้องชนะเทศกาลวีรบุรุษให้ได้เท่านั้น ถ้าเดาไม่ผิด พวกลัทธิภัยพิบัติเองก็อาจจะแฝงตัวเข้ามาในงานเทศกาลวีรบุรุษเพื่อสวมรอยเป็นผู้เข้าแข่งด้วยก็ได้! ไหนจะต้องระวังพวกผู้เข้าแข่งจากจักรวรรดิอีก เมื่อเป็นเช่นนั้น สมาพันธ์ราชอาณาจักรย่อมต้องหวังว่าจะมีผู้เข้าแข่งที่ไว้ใจได้มากที่สุดลงแข่ง เพื่อคว้าแชมป์มาให้ได้อย่างแน่นอน และในอาณาจักรนอร์ตัน คนที่ทำให้รู้สึกอุ่นใจที่สุดก็คงหนีไม่พ้นดันเต้นี่แหละ
"ผมเข้าใจแล้ว อลิซ ถึงผมจะไม่ลงแข่ง แต่เธอวางใจได้เลย พอไปถึงเทศกาลวีรบุรุษแล้ว ผมจะหาวิธีจัดการกับพวกลัทธิภัยพิบัติเอง"
ไม่ว่าจะเป็นลัทธิภัยพิบัติหรือจ้าวแห่งภัยพิบัติ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการก่อการร้ายระดับสากล ดันเต้จะไม่มีวันปล่อยให้พวกมันมีที่ยืนเด็ดขาด เขาไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำตัวดาร์กแย่งซีนเขาไปได้หรอกนะ ดันเต้คิดครู่หนึ่ง แล้วถามต่อว่า
"ว่าแต่ไอ้หมอนี่มันไปก่อเรื่องอะไรไว้ล่ะ?"
พอได้ยินคำถาม อลิซก็มองซ้ายมองขวาอีกรอบ ดูเหมือนว่าการได้อยู่ในห้องเดียวกับดันเต้ ทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาหน่อย เหมือนมียันต์กันผีอยู่ใกล้ๆ เธอกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ ก่อนจะเล่าว่า
"เรื่องนี้ต้องเล่าย้อนไปเมื่อหลายเดือนก่อน ตอนที่กษัตริย์แห่งอาณาจักรแอชตันสวรรคตน่ะ ตอนนั้นทุกคนคิดว่าเป็นฝีมือของใครบางคนที่วางแผนมานานแล้วมาจุดชนวนเข่้าพอดี แต่หลังจากนั้น ลักซัสที่ 6 ก็โดนลอบปลงพระชนม์ตามไปติดๆ และในขณะที่ทุกคนกำลังหวาดผวากันสุดขีด เขาก็ดันร่ายคำสาปใส่กษัตริย์ทุกพระองค์ราวกับจะส่งคำเตือนถึงสมาพันธ์ราชอาณาจักร เหมือนเป็นการประกาศสงครามกับคนทั้งโลก และเป็นลางบอกเหตุถึงภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น...และในตอนนี้ พวกสาวกเดนตายและผู้ติดตามของจ้าวแห่งภัยพิบัติก็ได้ก่อตั้งองค์กรที่ชื่อว่าลัทธิภัยพิบัติขึ้นมา ซึ่งเริ่มมีแนวโน้มว่าจะบานปลายจนหยุดไม่อยู่แล้ว...”
"หา..."
ดันเต้ฟังแล้วถึงกับอ้าปากค้าง
อาจารย์แมวที่อยู่ข้างๆ ก็อ้าปากค้างสภาพเดียวกับดันเต้เป๊ะ หนึ่งคนหนึ่งแมวมองหน้ากัน เหงื่อกาฬเริ่มแตกพลั่กแบบห้ามไม่อยู่ ดันเต้รู้สึกว่าไอ้เรื่องที่อลิซเล่ามาเนี่ย มันคุ้นๆ เหมือนเดจาวูยังไงพิกล ไอ้ 'จ้าวแห่งภัยพิบัติ' ที่ว่านี่...คงไม่ใช่ตัวเขาเองหรอกนะ??!