- หน้าแรก
- ชีวิตมหาเศรษฐีอย่างผมเนี่ยเป็นตัวร้ายตัวจริงนะจะบอกให้
- บทที่ 28 บุตรแห่งโชคชะตาสูญเสียวาสนาอีกครา
บทที่ 28 บุตรแห่งโชคชะตาสูญเสียวาสนาอีกครา
บทที่ 28 บุตรแห่งโชคชะตาสูญเสียวาสนาอีกครา
"ติ๊ง! นางเอกซู่เสี่ยวเสี่ยวและบุตรแห่งโชคชะตาเกิดความบาดหมางกันอย่างรุนแรง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับแต้มวายร้าย +5000"
ซู่เสี่ยวเสี่ยวที่อยู่ในอ้อมกอดมีท่าทีบิดไปบิดมาเล็กน้อย
ฉินหลางคลายวงแขนที่รัดแน่นออก ก้มหน้าลงมองเด็กสาวที่กำลังขมวดคิ้วมุ่น ท่าทางของเธอไม่เหมือนคนกำลังรู้สึกผิด แต่เหมือนกำลังเจ็บปวดทางร่างกายเสียมากกว่า
เขาจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เป็นอะไรไป? ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?"
ซู่เสี่ยวเสี่ยวหน้าแดงก่ำ พยักหน้ารับ "ปวดท้อง"
ช่วงสองสามวันนี้ประจวบเหมาะกับที่วันนั้นของเดือนมาเยือนพอดี ซู่เสี่ยวเสี่ยวจึงอยู่ในช่วงที่ร่างกายปั่นป่วน หงุดหงิดง่ายและอารมณ์ดิ่งลง
ซ้ำร้ายยังต้องมาเจอเรื่องของเย่เฟิงเข้าอีก ภายในใจจึงอัดอั้นไปด้วยความรู้สึกกลัดกลุ้ม
เธอเคยเข้าใจคุณชายผิดไปแล้วครั้งหนึ่ง! ความรู้สึกผิดในใจจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่จางหายไป
ผลสุดท้ายทางฝั่งเย่เฟิงก็ยังมาทำร้ายคุณชายเพราะเธออีก สองเรื่องรวมกันยิ่งเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ส่งผลให้อาการปวดเกร็งช่องท้องในช่วงวันนั้นของเดือนยิ่งกำเริบหนัก
ฉินหลางกล่าวด้วยความห่วงใย "ฉันพาเธอไปตรวจที่โรงพยาบาลดีไหม"
ซู่เสี่ยวเสี่ยวส่ายหน้า "ไม่ต้องหรอก มันไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อย ปล่อยไว้อีกสักพักเดี๋ยวก็หายเองแหละ"
เธอพยายามฝืนยิ้ม เอ่ยปลอบใจว่า "คุณชายไม่ต้องเป็นห่วงหรอก มีผู้หญิงสักกี่คนกันที่ไปโรงพยาบาลเพราะเรื่องแค่นี้น่ะ?"
ฉินหลางถามอย่างสงสัย "ประจำเดือนมาเหรอ?"
ซู่เสี่ยวเสี่ยวพยักหน้า ส่งเสียงอืมแผ่วเบาในลำคอ "ไม่เป็นไรหรอก กลับไปนอนพักสักตื่นเดี๋ยวก็ดีขึ้นแล้ว"
"งั้นก็ปล่อยให้เป็นแบบนี้โดยไม่ทำอะไรเลยไม่ได้หรอกนะ?" ฉินหลางปั้นหน้าขรึม ประคองซู่เสี่ยวเสี่ยวให้เอนตัวลงนอนบนเตียงของเขา ขมวดคิ้วเอ่ยดุ "เธอนอนพักอยู่ที่นี่แหละ ห้ามขยับไปไหนเด็ดขาด!"
พูดจบ เขาก็เดินลงไปชั้นล่าง
ผ่านไปพักใหญ่ ถึงได้เดินกลับขึ้นมา
ซู่เสี่ยวเสี่ยวที่นอนคิดฟุ้งซ่านอยู่บนเตียงมาเนิ่นนาน มองดูน้ำตาลทรายแดงต้มที่ฉินหลางยกมาเสิร์ฟตรงหน้า ขอบตาก็เริ่มแดงรื้น "คุณชาย เมื่อกี้คุณชายลงไปต้มน้ำตาลทรายแดงมาเหรอ?"
ฉินหลางส่งเสียงอืมในลำคอ "ไม่งั้นล่ะ? เขาว่ากันว่าผู้หญิงเวลามีรอบเดือนดื่มน้ำตาลทรายแดงต้มแล้วจะช่วยได้ไม่ใช่เหรอ? หรือว่าฉันต้มผิดวิธี?"
"ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นเสียหน่อย" ซู่เสี่ยวเสี่ยวส่ายหน้า
ฉินหลางใช้มือข้างหนึ่งถือถ้วยน้ำตาลทรายแดงต้มจ่อไปที่ริมฝีปากเล็กๆ ของซู่เสี่ยวเสี่ยว "ไม่ร้อนหรอก รีบดื่มสิจะได้อุ่นท้อง"
ซู่เสี่ยวเสี่ยวจิบน้ำตาลทรายแดงต้มทีละอึก ชำเลืองมองฉินหลางครั้งแล้วครั้งเล่า ภายในใจรู้สึกอบอุ่นวาบ น้ำตาลทรายแดงต้มที่มีรสชาติเข้มข้นและไม่ได้หวานเจี๊ยบจนเกินไป ทว่าเมื่อไหลลงสู่กระเพาะในยามนี้ กลับให้ความรู้สึกหอมหวานละมุนละไมราวกับน้ำผึ้งชั้นดี
คุณชายดีกับเธอมากเกินไปแล้ว!
ทั้งอบอุ่น เอาใจใส่ แถมยังยอมลดตัวลงมา ไม่ถือสาฐานะคุณชายของตัวเองเลยแม้แต่น้อย!
ซู่เสี่ยวเสี่ยวอย่างเธอเป็นเพียงเด็กสาวกำพร้าที่ยากจนข้นแค้น มีคุณงามความดีอะไรถึงได้รับสิ่งเหล่านี้?
จะเอาอะไรไปตอบแทนบุญคุณได้ล่ะ?
"ยังปวดอยู่อีกไหม?" ฉินหลางวางถ้วยเปล่าลงบนโต๊ะ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบา
ซู่เสี่ยวเสี่ยวยิ้มตอบ "ไม่ปวดแล้ว"
"หลอกฉันอีกแล้ว คิดว่าฉันโง่หรือไง?" ฉินหลางปั้นหน้าตึง "ถ้าเธอไม่ปวด แล้วจะขมวดคิ้วอยู่ตลอดทำไม? นอนลงดีๆ เดี๋ยวฉันช่วยนวดให้"
ฉินหลางยื่นมือสอดเข้าไปใต้ผ้าห่ม คลำสะเปะสะปะไปโดนจุดที่ไม่ควรโดนเข้า ทำเอาซู่เสี่ยวเสี่ยวหน้าแดงซ่านไปชั่วขณะ ก่อนที่มือใหญ่นั้นจะมาหยุดวางแหมะอยู่บนหน้าท้องแบนราบและเนียนนุ่ม แล้วออกแรงนวดคลึงเบาๆ
อื้อ!
ซู่เสี่ยวเสี่ยวหรี่ตาลง ส่งเสียงครางในลำคอด้วยความผ่อนคลาย
อบอุ่นจัง!
สบายจังเลย!
ฝ่ามือใหญ่ของฉินหลางราวกับมีเวทมนตร์วิเศษ สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดให้เธอได้จริงๆ!
อาการปวดเกร็งเป็นระลอกนั้น ทุเลาลงไปมากจริงๆ ภายใต้การลูบไล้ของฉินหลาง
เพียงแต่ว่าการกระทำนี้ มันดูจะใกล้ชิดสนิทสนมมากเกินไปหน่อย!
พวงแก้มของซู่เสี่ยวเสี่ยวแดงปลั่งอยู่ตลอดเวลา ไม่สามารถสงบจิตสงบใจลงได้เลย ทว่าริมฝีปากกลับไม่เอื้อนเอ่ยคำปฏิเสธออกมาเลยแม้แต่ครึ่งคำ
เธอรู้ดีว่าในใจของคุณชายนั้นซื่อตรงไร้ความคิดอกุศล ทำไปก็เพียงเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดให้เธอเท่านั้น
หากเอ่ยปากพูดอะไรออกไป คงจะดูเหมือนเป็นคนใจแคบที่เอาความคิดสกปรกของตัวเองไปวัดใจวิญญูชนเสียมากกว่า
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้ฉินหลางคิดจะฉวยโอกาสเอาเปรียบเธอ พูดตามตรงว่าหลังจากผ่านเรื่องราวในวันนี้มา ในใจเธอก็คงจะยินยอมพร้อมใจเช่นกัน
"เธอขยับเข้าไปข้างในหน่อยสิ ฉันจะขึ้นไปนอนด้วย เธอก็มานอนซบในอกฉัน แบบนั้นจะได้นวดถนัดขึ้นหน่อย" ฉินหลางกระทำการเอาเปรียบอย่างโจ่งแจ้งโดยที่หน้าไม่แดงและไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด
ซู่เสี่ยวเสี่ยวแก้มแดงซ่าน ทำตามคำสั่งของฉินหลางอย่างว่าง่าย ผ่านไปเพียงครู่เดียว เธอก็นอนตัวเกร็งแข็งทื่อ ซุกตัวอยู่ในอ้อมอกของฉินหลางด้วยความเอียงอาย
ไม่พูดไม่จา ไม่ขยับเขยื้อนทำอะไรส่วนเกินแม้แต่น้อย เอาแต่นอนซบอยู่อย่างนั้น ราวกับกระต่ายขาวตัวน้อยที่ถูกหิ้วหลังคอเอาไว้
ฉินหลางแอบยิ้มในใจ ไม่ได้ถือสาอะไร
ต้องรู้ไว้ก่อนว่า เมื่อไม่กี่วันก่อน แค่เขาจับมือซู่เสี่ยวเสี่ยว เธอยังดิ้นรนขัดขืนอยู่เลย ตอนนี้ถึงขั้นขึ้นมานอนบนเตียงด้วยกันแล้ว จะไปมีอะไรให้ต้องบ่นอีกล่ะ?
การรับมือกับผู้หญิงที่มีนิสัยแตกต่างกัน จำเป็นจะต้องจ่ายยาให้ถูกกับโรค
อย่างเช่นซู่เสี่ยวเสี่ยว ที่ขาดความรักความอบอุ่นมาตั้งแต่เด็ก ก็ต้องเริ่มจากการให้ความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของชีวิต มอบความรู้สึกอยากปกป้องดูแลให้กับเธอ บ่อยครั้งแค่เรื่องเล็กน้อย อย่างเช่นการต้มน้ำตาลทรายแดงสักถ้วย ก็สามารถทำให้เธอซาบซึ้งใจได้แล้ว
และนี่ก็คือเหตุผลที่ฉินหลางสนุกสนานกับการทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ภายใต้พฤติกรรมสุภาพบุรุษไร้กิเลสของฉินหลาง ที่ใช้เพียงมือข้างเดียวนวดคลึงหน้าท้อง ส่วนอื่นๆ ของร่างกายไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย ร่างกายที่แข็งทื่อของซู่เสี่ยวเสี่ยวก็ค่อยๆ ผ่อนคลายและอ่อนนุ่มลง
ค่อยเป็นค่อยไป ซู่เสี่ยวเสี่ยวก็เริ่มใจกล้ามากขึ้น เธอยื่นมือออกไปกอดรัดแผงอกของฉินหลางเอาไว้ แนบชิดอิงแอบอยู่บนนั้น ใบหน้าแดงปลั่ง แอบชำเลืองมองใบหน้าของฉินหลางเป็นระยะๆ อย่างกล้าๆ กลัวๆ
จังหวะที่ฉินหลางเบือนสายตาไปทางอื่นเล็กน้อย ซู่เสี่ยวเสี่ยวก็ฉวยโอกาส เป็นฝ่ายประทับรอยจูบลงบนแก้มของเขาอย่างแผ่วเบาราวกับแมลงปอแตะผิวน้ำ แล้วรีบก้มหน้างุดลงทันที
"เธอ... ขวัญกล้าเทียมฟ้านักนะ!" ฉินหลางขมวดคิ้ว ตีหน้าขรึมจริงจังต่อการกระทำที่ล่วงเกินของซู่เสี่ยวเสี่ยว
แบบนี้มันยอมได้ที่ไหน?
เป็นแค่พี่เลี้ยงตัวเล็กๆ กลับกล้าทำตัวกำเริบเสิบสานต่อหน้าเขาขนาดนี้ ถ้าไม่ลงโทษสั่งสอนสักหน่อย มันจะไปยอมได้ยังไง?!