- หน้าแรก
- ชีวิตมหาเศรษฐีอย่างผมเนี่ยเป็นตัวร้ายตัวจริงนะจะบอกให้
- บทที่ 24 หมากตานี้งั้นหรือ? หมากตานี้คือชะตากรรมที่ซู่เสี่ยวเสี่ยวไม่อาจหลีกหนี
บทที่ 24 หมากตานี้งั้นหรือ? หมากตานี้คือชะตากรรมที่ซู่เสี่ยวเสี่ยวไม่อาจหลีกหนี
บทที่ 24 หมากตานี้งั้นหรือ? หมากตานี้คือชะตากรรมที่ซู่เสี่ยวเสี่ยวไม่อาจหลีกหนี
ความน้อยเนื้อต่ำใจ ความไร้ที่พึ่ง ความสิ้นหวัง และอารมณ์โศกเศร้าสารพัดถาโถมเข้าใส่จนเต็มแน่นอยู่ในอกของซู่เสี่ยวเสี่ยวในชั่วพริบตา
ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุมได้!
ทำไมกัน?
ทำไมถึงต้องเป็นคุณชายด้วย?!
หรือว่า ในใจของเขาไม่เคยล้มเลิกความคิดที่จะฮุบสถานสงเคราะห์เด็กเลยงั้นหรือ?
การที่เขาพูดคุยเรื่องราวบางอย่างเกี่ยวกับสถานสงเคราะห์เด็กกับเธอ ก็เพื่อเป็นการปูทางไปสู่การใช้กำลังยึดครองที่ดินของสถานสงเคราะห์ในภายหลังอย่างนั้นหรือ?!
ความรู้สึกอึดอัดแทบขาดใจแผ่ซ่านอยู่กลางอกของซู่เสี่ยวเสี่ยว มันเจ็บปวดเสียจนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่
เจ็บปวดเหลือเกิน!
ทรมานเหลือเกิน!
หากเปลี่ยนเป็นเถ้าแก่คนอื่น ตอนนี้เธอคงจะรู้สึกโกรธแค้นและอยากจะเข้าไปโต้เถียงมากกว่านี้ใช่ไหม?
แต่ตอนนี้ เมื่อได้รู้ว่าเถ้าแก่ผู้อยู่เบื้องหลังการบังคับรื้อถอนสถานสงเคราะห์คือฉินหลาง ก็ไม่รู้ว่าทำไม ซู่เสี่ยวเสี่ยวถึงถูกความรู้สึกเจ็บปวดปางตายนั้นห่อหุ้มเอาไว้ทั้งร่าง
หลอกลวง?
หักหลัง?
หรือว่า... แท้จริงแล้วมันก็เป็นแค่เกมแมวหยอกหนูตั้งแต่แรกอยู่แล้ว?
"คุณชายฉิน..." เสียงเรียกเบาๆ ดึงความสนใจของซู่เสี่ยวเสี่ยว
เธอเงยหน้าขึ้นด้วยดวงตาที่พร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตา มองเห็นฉินหลางเดินออกมาจากหมู่บ้านด้านหลังสถานสงเคราะห์ เขายังคงมีใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นเคย แต่เมื่อได้พบกันอีกครั้ง ภายในใจของซู่เสี่ยวเสี่ยวกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกเสียใจและโกรธเคือง
เธอพุ่งตัวเข้าไปหาอย่างไม่คิดชีวิต
"เสี่ยวเสี่ยว ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้? ดึกดื่นป่านนี้เธอมาทำอะไรที่นี่?" สีหน้าของฉินหลางมีความตื่นตระหนกเจือปนอยู่ อดไม่ได้ที่จะมองไปยังสถานสงเคราะห์ที่ถูกรื้อถอนไปครึ่งหนึ่งที่อยู่ด้านข้าง พร้อมกันนั้นก็ตวัดสายตาไปค้อนใส่ผู้รับเหมาที่ตะโกนเรียกเขาเมื่อครู่นี้
บนใบหน้าจิ้มลิ้มของซู่เสี่ยวเสี่ยวยังคงมีคราบน้ำตาเกาะกุม เมื่อมองดูท่าทางลุกลี้ลุกลนของฉินหลาง ภายในใจก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้าอาดูร
เกรงว่าแม้แต่คุณชายเองก็คงคาดไม่ถึง ว่าคืนนี้เธอจะมาปรากฏตัวที่นี่ใช่ไหม?
ไม่อย่างนั้น ทำไมถึงต้องตื่นตระหนกขนาดนี้ล่ะ?
ไม่มีความเศร้าใดใหญ่หลวงไปกว่าหัวใจที่แตกสลาย!
เธอไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ว่าฉินหลางจะเป็นเถ้าแก่ที่ไร้คุณธรรมแบบนี้ แต่ความจริงก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้สงสัยอีกต่อไป!
"ร้องไห้ทำไมล่ะเนี่ย? ใครรังแกเธอ?" ฉินหลางยื่นมือออกไปด้วยความปวดใจ หวังจะเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าของซู่เสี่ยวเสี่ยว
ซู่เสี่ยวเสี่ยวดิ้นรนอย่างรุนแรงอยู่ท่ามกลางความรู้สึกถูกหักหลังและภาพฝันในอดีต ภายในหัวมีแต่ความคิดสารพัดที่พันกันยุ่งเหยิงไปหมด
เปลวไฟแห่งความโกรธในใจถูกสะกดกลั้นเอาไว้จนถึงขีดสุด เดิมทีเธอตั้งใจว่าจะกางเล็บข่วนหน้าฉินหลางให้รู้แล้วรู้รอด แต่เมื่อมายืนอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ เธอกลับทำได้เพียงระบายความน้อยเนื้อต่ำใจทั้งหมดที่มีผ่านกำปั้นของตัวเองเท่านั้น
"ทำไม? ทำไมถึงต้องเป็นคุณด้วย!? ทำไมคุณต้องบังคับรื้อถอนสถานสงเคราะห์ด้วย เด็กๆ ตั้งมากมายกว่าจะมีที่ซุกหัวนอนสักแห่ง คุณทำไมต้องมาละโมบอยากได้ที่ดินแค่นี้ด้วย?!"
ซู่เสี่ยวเสี่ยวพุ่งชนเข้าใส่อ้อมอกของฉินหลางด้วยความโกรธแค้นและโศกเศร้า กำปั้นเล็กๆ ทั้งสองข้างระดมทุบลงบนหน้าอกของเขาอย่างแรงราวกับห่าฝน หยาดน้ำตาสายใสไหลริน ท่ามกลางแสงไฟส่องสว่างของเขตก่อสร้างในยามค่ำคืน มันทอประกายระยิบระยับเป็นสาย
"คุณมันคนบ้า คนเลว! เพื่อนร่วมงานของฉันพูดถูกไม่มีผิด พวกคุณชายอย่างคุณ ก็แค่เห็นการปั่นหัวคนเป็นเรื่องสนุก ทำไมคุณต้องรังแกฉันด้วย! ทำไม?!"
ฉินหลางดูเหมือนจะมีรสนิยมชอบถูกกระทำอยู่บ้าง ปล่อยให้ซู่เสี่ยวเสี่ยวในอ้อมอกทุบตีตามใจชอบ นอกจากจะไม่ห้ามปรามแล้ว เขายังจงใจยืดอกรับอีกต่างหาก
ตีเลย!
ทุบเลย!
ออกแรงอีกสิ!
ยิ่งทุบตีแรงเท่าไหร่ เดี๋ยวพอรู้ความจริง ก็จะยิ่งรู้สึกผิดมากเท่านั้น
รอจนกระทั่งซู่เสี่ยวเสี่ยวในอ้อมอกเริ่มจะหมดแรง ฉินหลางถึงใช้มือข้างหนึ่งรวบข้อมือขาวผ่องของเธอเอาไว้ พร้อมกับปั้นหน้าเศร้าสร้อยและโกรธเคืองเอ่ยถามกลับ "เสี่ยวเสี่ยว เธอพูดเรื่องอะไรน่ะ? อะไรคือฉันยึดครองที่ดินของสถานสงเคราะห์?!"
ซู่เสี่ยวเสี่ยวที่โกรธจัดและออกแรงมากเกินไป บนใบหน้าจิ้มลิ้มไม่เพียงแต่มีคราบน้ำตา แต่ยังแดงระเรื่อไปหมด
เมื่อมองดูใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม ซึ่งเคยเข้ามาใกล้ชิดเธอแบบนี้ในความฝันนับครั้งไม่ถ้วน เธอก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดทรมาน!
เธอชี้ไปที่เขตก่อสร้าง "สถานสงเคราะห์ถูกรื้อจนเละเทะขนาดนี้แล้ว ความจริงก็เห็นๆ กันอยู่ ยังจะมีอะไรให้ต้องอธิบายอีก?"
"ตั้งแต่แรกที่คุณยอมให้ฉันอยู่ต่อ คุณก็วางแผนเตรียมจะยึดที่ดินของสถานสงเคราะห์เอาไว้แล้วใช่ไหม?"
ก็โทษไม่ได้ที่เธอจะคิดเตลิดไปในทางนั้น ตอนที่ทำแจกันลายครามยุคหยวนแตก ข้อเรียกร้องแรกที่ฉินหลางเสนอ ก็คือให้เธอไปเกลี้ยกล่อมผู้อำนวยการ เพื่อขายที่ดินของสถานสงเคราะห์ให้ในราคาถูก
พูดไปแล้วก็เป็นแค่นักธุรกิจหน้าเลือด!
เมื่อเห็นว่าไม่มีวิธีอื่น ก็คงทำได้เพียงใช้วิธีบังคับรื้อถอนเท่านั้น!
แล้วก็เรื่องที่ผู้อำนวยการโทรเรียกเธอมาอย่างเร่งรีบ แต่ต่อมาก็บอกว่าไม่มีอะไรแล้วก็รีบวางสายไปกะทันหันนั่นอีก
คงเป็นเพราะไม่อยากให้เธอต้องมามีเรื่องกับเถ้าแก่ใหญ่อย่างฉินหลางสินะ!
ทุกอย่างมันกระจ่างแจ้งหมดแล้ว!
ฉินหลางไม่เอ่ยปากแม้แต่คำเดียว ยอมทนรับความโกรธเกรี้ยวของซู่เสี่ยวเสี่ยวอย่างเงียบๆ ต่อให้ถูกเธอชี้หน้าด่า เขาก็ไม่ปริปากพูดอะไรเลย
จนกระทั่งซู่เสี่ยวเสี่ยวเริ่มใจเย็นลง เขาถึงค่อยๆ เอ่ยปาก ขมวดคิ้วแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แค่นหัวเราะเยาะตัวเอง "เสี่ยวเสี่ยว หรือว่าในใจเธอ ฉันมันเป็นแค่คนเห็นแก่ตัว ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อผลกำไรจากที่ดินแค่นี้ ถึงขนาดยอมหลอกลวงเธอเลยงั้นเหรอ?"
หัวใจของซู่เสี่ยวเสี่ยวกระตุกวูบ ราวกับตัวเองไปทำเรื่องเลวร้ายอะไรลงไป สัญชาตญาณทำให้เธอเริ่มใจอ่อน แต่พอหันไปมองสถานสงเคราะห์ที่ถูกรื้อถอน เธอก็แข็งใจตวาดกลับ "หรือว่ามันไม่จริงล่ะ? คุณยังจะมาแก้ตัวอยู่อีกเหรอ?"
การทะเลาะวิวาทของทั้งสองคน ดึงดูดความสนใจของคนงานในที่เกิดเหตุจำนวนมาก รวมถึงคุณยายผมสีเงินที่เพิ่งเดินออกมาจากหมู่บ้านด้วย
"เสี่ยวเสี่ยว ทำไมเธอถึงมาอยู่นี่ล่ะ?" ผู้อำนวยการเมื่อเห็นเสี่ยวเสี่ยว บนใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว พอเดินเข้าไปใกล้ เห็นบรรยากาศรอบๆ ไม่ค่อยปกติ ก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย "คุณชายฉิน เสี่ยวเสี่ยว พวกคุณเป็นอะไรกันไป? ทะเลาะกันเหรอ?"
"ผู้อำนวยการคะ ไม่ต้องกลัวนะคะ เรามีเหตุผล ต่อให้พูดออกไปก็ไม่ต้องกลัวเขาหรอกค่ะ!" ซู่เสี่ยวเสี่ยวดึงมือที่หยาบกร้านของผู้อำนวยการมายืนอยู่ข้างๆ กัดริมฝีปากด้วยท่าทางเด็ดเดี่ยวเป็นพิเศษ
ภายในดวงตาคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ ราวกับสายตาในวันที่เธอออกมายืนขวางหน้าฉินหลางจนถูกไช่หย่งตบไปหนึ่งฉาด ไม่มีผิดเพี้ยน!
เธอไม่กลัวหรอก!
เพราะในใจไม่ได้รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ และรู้สึกว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกต้องแล้ว!
"กลัวอะไรกัน? เสี่ยวเสี่ยว เธอพูดเหลวไหลอะไรน่ะ? ทำไมถึงทำเหมือนคุณชายฉินเป็นคนเลวซะขนาดนั้นล่ะ?" ผู้อำนวยการหัวเราะเจื่อนๆ
ซู่เสี่ยวเสี่ยวมีสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย ชี้ไปที่สถานสงเคราะห์ที่ถูกรื้อถอน "เขาไม่ใช่คนเลวหรือไงคะ? ถึงขั้นบังคับรื้อสถานสงเคราะห์แบบนี้แล้ว"
ผู้อำนวยการกลอกตาบนทันที "เสี่ยวเสี่ยว เธอเอาอีกแล้ว พูดจาเหลวไหลอะไรเนี่ย? อะไรคือบังคับรื้อถอน? สถานสงเคราะห์ของเราเก่าแก่ทรุดโทรม ขาดการซ่อมแซมมานานจนกลายเป็นอาคารอันตรายไปแล้ว การรื้อถอนมันก็เป็นเรื่องสมควรแล้วไม่ใช่เหรอ"
"อีกอย่าง คุณชายฉินซื้ออพาร์ตเมนต์ในหมู่บ้านแสงตะวันไว้ทั้งตึก เพื่อทำเป็นสถานสงเคราะห์แห่งใหม่แล้วนะ พื้นที่ใหญ่กว่าเดิมตั้งสี่ห้าเท่า! ต่อไปเด็กทุกคนก็จะได้มีห้องนอนส่วนตัวของตัวเองแล้ว"
พูดพลาง ผู้อำนวยการก็ยื่นโฉนดที่ดินที่ฉินหลางทิ้งไว้ให้ในอ้อมอกส่งคืนไป ยิ้มอย่างอ่อนโยน "คุณชายฉินคะ การที่คุณชายยื่นมือเข้ามาช่วย ถือเป็นบุญวาสนาของสถานสงเคราะห์เด็กของเรา โฉนดที่ดินฉบับนี้รับไว้ไม่ได้จริงๆ ค่ะ มันล้ำค่าเกินไป ตั้งห้าสิบล้านเชียวนะ ต่อให้รื้อสถานสงเคราะห์ของเราทิ้งไปสักสิบแห่งก็ยังได้เงินไม่ถึงขนาดนี้เลย"
"ทำธุรกิจที่ไหน เขาจะยอมขาดทุนขนาดนี้กันคะ?"