- หน้าแรก
- ชีวิตมหาเศรษฐีอย่างผมเนี่ยเป็นตัวร้ายตัวจริงนะจะบอกให้
- บทที่ 23 เรื่องการเสแสร้ง ฉินหลางเอาจริงนะ
บทที่ 23 เรื่องการเสแสร้ง ฉินหลางเอาจริงนะ
บทที่ 23 เรื่องการเสแสร้ง ฉินหลางเอาจริงนะ
หลังจากรับประทานอาหารเช้าที่ตระกูลไป๋เสร็จ ฉินหลางก็ก้าวขึ้นไปนั่งเบาะหลังของรถมายบัค ท่ามกลางเสียงเชิญชวนจอมปลอมที่ว่า 'หลานรัก ว่างๆ ก็มาเที่ยวอีกนะ'
ขณะที่ขับรถออกไป จวินซื่อก็เอ่ยขึ้นด้วยความทึ่ง "คุณชาย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมไม่นับถือใครแล้ว ขอคารวะคุณชายคนเดียวเลย!"
"ตระกูลไป๋ถึงจะยังไงก็เป็นตระกูลเศรษฐีของเมืองเทียนไห่ โดยเฉพาะไป๋เสี่ยวฉุนคนนั้น สมัยหนุ่มๆ สร้างตัวมาจากสองมือเปล่า จนตอนนี้มีทรัพย์สินเป็นหมื่นล้าน"
"คิดไม่ถึงเลยว่าคุณชายมาเยือนแค่ครั้งเดียว ก็สามารถพิชิตใจไป๋เสี่ยวฉุนคนนั้นได้ซะแล้ว"
"พิชิตใจงั้นเหรอ?" ฉินหลางแค่นหัวเราะ "กับสาวงามหยาดเยิ้มอย่างไป๋หยูอวี้ถึงจะเรียกว่าพิชิตใจ ส่วนตาแก่ไป๋เสี่ยวฉุนอย่างมากก็แค่ทำให้ยอมจำนนเท่านั้นแหละ"
"อีกอย่าง นายคิดว่าไป๋เสี่ยวฉุนอยากจะผูกมิตรกับฉันจริงๆ งั้นเหรอ? อย่าดูแค่ท่าทางกระตือรือร้นนั่นสิ ในใจเขาคงอยากให้ฉันไสหัวไปไกลๆ ซะมากกว่า"
"ไป๋เสี่ยวฉุน? ชื่อนี้ไม่เหมาะหรอก ฉันว่าเขาควรจะเปลี่ยนชื่อเป็น เฮยต้าอู (ดำสกปรก) ถึงจะถูก!"
พรืด!
จวินซื่ออดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมา ถึงแม้ไป๋เสี่ยวฉุนจะประจบประแจงและเกรงใจมากแค่ไหน แต่การแสดงออกของคุณชายก็มีชั้นเชิงสุดๆ ต่อหน้าไป๋เสี่ยวฉุนก็ทำตัวนอบน้อมเคารพราวกับเป็นผู้น้อย
ผลปรากฏว่าพอพ้นประตูออกมาปุ๊บ ก็เปลี่ยนชื่อไป๋เสี่ยวฉุนเป็นเฮยต้าอูทันที!
แสบสันจริงๆ!
ยังไงซะช่วงเวลานี้เขาก็มองออกแล้วว่า คุณชายเปลี่ยนไปเป็นคนละคน กลายเป็นคนที่ยิ้มแย้มให้ แต่ในใจอาจจะกำลังด่าโคตรเหง้าอีกฝ่ายอยู่ก็ได้
จิ้งจอกเฒ่าชัดๆ!
จวินซื่อกระแอมไอก่อนจะปรับสีหน้าให้จริงจัง "คุณชาย คนของกองร้อยทหารรับจ้างหมาป่าโลหิตที่คุณชายให้ไปสืบ เดินทางมาถึงเมืองเทียนไห่แล้ว แถมทางฝั่งคุณซู่ก็ดูมีความผิดปกติเหมือนกัน"
"น่าจะติดต่อกับเย่เฟิงคนนั้นได้แล้ว แต่เพราะเห็นแก่สถานะของคุณซู่ พวกเราก็เลยไม่สะดวกที่จะไปแอบดูประวัติการแชทของเธอ"
กองร้อยทหารรับจ้างหมาป่าโลหิต คือองค์กรที่บุตรแห่งโชคชะตาคนนั้นก่อตั้งขึ้นในต่างประเทศ อิทธิพลอาจจะไม่ได้ใหญ่โตมหาศาลนัก แต่ในดินแดนแอฟริกาที่วุ่นวาย ก็สามารถมีที่ยืนเป็นของตัวเองได้อย่างแน่นอน
และเย่เฟิงในฐานะผู้ก่อตั้งกองร้อยทหารรับจ้าง ก็ยิ่งมีชื่อเสียงอันโหดเหี้ยมเลื่องลือ กุมอำนาจชี้เป็นชี้ตายผู้คน
แน่นอนว่านั่นมันแค่ในต่างประเทศ พอกลับมาที่จีน เป็นเสือก็ต้องหมอบ เป็นมังกรก็ต้องขดตัว!
กองร้อยทหารรับจ้างเหรอ?
เอเคสี่สิบเจ็ดเหรอ?
ลองรู้จักบริการขีปนาวุธตงเฟิงส่งด่วนถึงที่ภายในวันเดียวหน่อยไหมล่ะ?
เมื่อใดที่เข้ามาในจีน สมาชิกกองร้อยทหารรับจ้างหมาป่าโลหิตที่ปราศจากอาวุธปืน พละกำลังก็ต้องลดลงไปอย่างน้อยเก้าส่วน เต็มที่ก็มีแค่สมรรถภาพทางกายระดับทหารรบพิเศษเท่านั้น ไม่มีทางสร้างคลื่นลมอะไรได้หรอก
เพียงแต่ว่า!
นี่ยังเหลือเวลาอีกตั้งกว่าครึ่งเดือนกว่าบุตรแห่งโชคชะตาจะกลับมา สมาชิกของกองร้อยทหารรับจ้างหมาป่าโลหิตไม่ควรจะมาปรากฏตัวที่เมืองเทียนไห่ในเวลานี้สิ หรือว่าการที่เขาเปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่อง จะทำให้การกลับมาของเย่เฟิงต้องร่นเวลาเร็วขึ้น?
"กลับไปก่อน แล้วก็ทางฝั่งไช่หย่ง ให้นาย..." ฉินหลางสั่งการเรื่องที่ต้องไปจัดการต่อไปอย่างเป็นระเบียบและรอบคอบ
เมื่อไม่กี่วันก่อน ไช่หย่งที่เพิ่งถูกเขาซ้อมไปชุดใหญ่ พยายามใช้ทุกเส้นทางเพื่อส่งคำขอโทษมาถึงเขา แถมยังรับปากว่ายินดีจะทำทุกอย่างเพื่อเป็นการไถ่โทษ
ประจวบเหมาะกับที่เขากำลังต้องการใช้คนของบริษัทอสังหาริมทรัพย์พอดี มีของฟรีให้ใช้ ทำไมจะไม่ใช้ล่ะ?
ไม่สิ!
ระดับฉินหลาง จะเรียกว่าใช้ฟรีๆ ได้ยังไง?
ต้องเรียกว่าให้โอกาสไช่หย่งได้ไถ่โทษต่างหาก!
"คนยังไม่พออยู่ดีแฮะ!" ฉินหลางเอนหลังพิงเบาะ สูดลมหายใจเข้าลึก มองออกไปนอกหน้าต่าง
ขนาดเย่เฟิงยังมีองค์กรอย่างกองร้อยทหารรับจ้างหมาป่าโลหิต แต่ข้างกายเขากลับมีแค่บอดี้การ์ดไม่กี่สิบคนอย่างจวินซื่อเท่านั้น
จำนวนคน จำเป็นต้องขยายเพิ่มอีก!
...
ตกกลางคืน แสงดาวส่องสกาว
ซู่เสี่ยวเสี่ยวสวมชุดเดรสกระโปรงยาวสีดำที่เน้นสัดส่วนช่วงเอวสูง ขับเน้นให้เห็นถึงรูปร่างอันอรชรอ้อนแอ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เธอเดินไปตามถนนที่ทอดไปยังสถานสงเคราะห์เด็กเอกพร ภายในใจเต็มไปด้วยความคิดอันว้าวุ่น
เสี่ยวเฟิงกลับมาแล้ว แถมทุกตัวอักษรที่เขาส่งมา ยังแฝงไปด้วยความหมายที่ไม่เหมือนเดิม ราวกับเป็นไปตามที่คุณชายคาดเดาไว้ไม่มีผิด
แถมยังส่งคนมาขอพบเธออีกด้วย
จะไปเจอดีไหม?
ใจหนึ่งก็คือน้องชายที่เธอคอยปกป้องมาตั้งแต่เด็ก ส่วนอีกใจหนึ่งก็คือคุณชายที่มักจะเข้ามาปรากฏตัวอยู่ในความฝันของเธอทุกค่ำคืน
ไม่ว่าจะเป็นฝั่งไหน เธอก็ตัดใจทิ้งไม่ลง
แม้ว่าถ้อยคำของเสี่ยวเฟิงจะแฝงความหมายนั้นไว้อย่างชัดเจน แต่บางทีเธออาจจะคิดมากไปเองก็ได้นะ?
อย่างน้อยที่สุด!
รอให้ได้เจอกันจริงๆ คราวหน้า เธอค่อยอธิบายให้เสี่ยวเฟิงฟังอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าเธอเห็นเขาเป็นแค่น้องชายมาตลอดก็พอ
เมื่อคิดตกแล้ว บนใบหน้าของซู่เสี่ยวเสี่ยวก็ค่อยๆ ปรากฏรอยยิ้มออกมา เธอบ่นปนหัวเราะ "เสี่ยวเฟิงคนนี้ พอได้ดิบได้ดีแล้ว ความกล้าก็เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อก่อนยังเรียกฉันว่าพี่ซู่ เดี๋ยวนี้ลามปามกล้าเรียกฉันว่าเสี่ยวเสี่ยวเฉยๆ ซะแล้ว"
"ไม่รู้เหมือนกันว่าผู้อำนวยการเรียกฉันไปหาตอนดึกๆ ดื่นๆ ทำไม น้ำเสียงถึงได้ดูตื่นเต้นขนาดนั้น?"
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ซู่เสี่ยวเสี่ยวเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น จนมาถึงสถานสงเคราะห์เด็กเอกพรแบบเก่าที่ทั้งทรุดโทรมและผุพังในความทรงจำ
เมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า ซู่เสี่ยวเสี่ยวถึงกับอึ้งกิมกี่
ทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพัง สถานสงเคราะห์เด็กที่เดิมทีก็คับแคบอยู่แล้ว แม้แต่กำแพงที่ล้อมรอบอยู่ด้านนอกก็หายไปจนหมดสิ้น ขนาดพื้นที่หดหายไปกว่าครึ่ง
ป้ายสถานสงเคราะห์เด็กเอกพรแสงตะวันที่เคยตั้งตระหง่านอยู่หน้าประตู ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสถานสงเคราะห์ ถูกทำลายจนหักออกเป็นสองท่อนด้วยกำลังป่าเถื่อน และถูกทิ้งขว้างไว้บนพื้นอย่างไม่ไยดี!
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
สถานสงเคราะห์เด็กถูกบังคับรื้อถอนงั้นเหรอ?
"พวกคุณเป็นใคร?! กำลังทำอะไรอยู่ มีสิทธิ์อะไรมารื้อสถานสงเคราะห์เด็กเอกพรแสงตะวัน?! พวกคุณทำแบบนี้มันผิดกฎหมายนะ!"
ซู่เสี่ยวเสี่ยววิ่งเข้าไปหา ดึงเสื้อผู้รับเหมาที่กำลังชี้นิ้วสั่งการรื้อถอน พร้อมตะโกนถามเสียงดังลั่น
เธอรู้มาตั้งนานแล้วว่ามีบริษัทอสังหาริมทรัพย์หมายตาที่ดินของสถานสงเคราะห์เด็กเอกพรแสงตะวัน เพียงแต่เรื่องค่าชดเชยการรื้อถอนยังตกลงกันไม่ได้ เงินที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยินดีจ่ายให้ แค่สร้างสถานสงเคราะห์แห่งใหม่ได้ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ
ถ้ารื้อถอนไปแล้ว เด็กๆ ก็จะไม่มีสถานที่พักพิงอีกต่อไป!
"แล้วเธอเป็นใคร! มาทำอะไรที่นี่? ไม่เห็นหรือไงว่ากำลังรื้อถอนอยู่น่ะ?" ผู้รับเหมาขมวดคิ้วแน่น "อย่ามาโวยวายใส่ฉัน ฉันก็แค่คนรับจ้างทำงาน ถ้าแน่จริงก็ไปหาเถ้าแก่ฉินโน่น เถ้าแก่ฉินเป็นคนสั่งให้รื้อ"
เถ้าแก่ฉิน?
"เถ้าแก่ฉินคนไหน?" ซู่เสี่ยวเสี่ยวถามกลับอย่างไม่ยอมแพ้
ในสถานสงเคราะห์เด็กเอกพรแสงตะวัน มีวัยเด็กของเธอ และยังมีความฝันของเธออยู่ที่นี่!
เธออยากตอบแทนผู้อำนวยการ อยากจะตั้งใจทำงานหาเงินให้ได้เยอะๆ แล้วนำมาบริจาคให้ผู้อำนวยการ เพื่อให้เขาสามารถสร้างบ้านที่อบอุ่นให้กับเด็กกำพร้าที่ไร้บ้านได้มากขึ้น
แต่ตอนนี้ เมื่อมองดูซากปรักหักพังตรงหน้า ซู่เสี่ยวเสี่ยวรู้สึกราวกับว่าความฝันของตนเองถูกทำลายป่นปี้ไปในชั่วพริบตา!
ผู้รับเหมากลอกตาบนอย่างอารมณ์เสีย "ก็เถ้าแก่ฉินหลางแห่งบริษัทการลงทุนต้าฉินเทียนเซี่ยไง! อย่ามาเกะกะแถวนี้ได้ไหม? ถอยไปไกลๆ เลย!"
ซู่เสี่ยวเสี่ยวที่ถูกผลักจนเซถลาถอยหลังไปหลายก้าว ดวงตาคู่สวยเบิกโพลงด้วยความเหม่อลอย
ภายในหัว ภาพของคุณชายผู้มีรอยยิ้มอบอุ่นและสุภาพ ค่อยๆ ซ้อนทับกับภาพของเถ้าแก่หน้าเลือดที่ใช้กำลังสั่งให้คนงานรื้อถอนสถานสงเคราะห์อย่างป่าเถื่อน
"คุณชาย?"
"ทำไมถึงเป็นคุณชายได้ล่ะ?!"
"เป็นไปไม่ได้!!!"
ซู่เสี่ยวเสี่ยวทรุดตัวลงนั่งยองๆ บนพื้นด้วยความรู้สึกที่แทบจะพังทลาย หยาดน้ำตาที่เอ่อล้นอยู่ในเบ้าตาไม่อาจกลั้นเอาไว้ได้อีกต่อไป มันไหลรินอาบสองแก้ม หยดน้ำตาเม็ดโตตกลงบนพื้นที่เต็มไปด้วยฝุ่นละอองของเขตก่อสร้าง เปลี่ยนฝุ่นดินบนพื้นให้กลายเป็นรอยด่างเปียกชื้นเป็นวงกว้าง