เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 คุณชายเปลี่ยนไปแล้ว

บทที่ 4 คุณชายเปลี่ยนไปแล้ว

บทที่ 4 คุณชายเปลี่ยนไปแล้ว


"ไม่ค่ะ ฉันจะไม่ทำพลาดแบบนั้นอีกแล้ว" ซู่เสี่ยวเสี่ยวรีบส่ายหน้าปฏิเสธ

ตอนนี้เธอไร้ที่พึ่งอย่างแท้จริง ทั้งยังเป็นฝ่ายผิดและไม่มีหนทางใดไปชดใช้ความเสียหายได้เลย

หากคุณชายฉินแจ้งตำรวจขึ้นมาจริงๆ เธอต้องติดคุกแน่นอน!

ฉินหลางหรี่ตาลง รุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากออกมาอย่างใจเย็น "ฝีมือทำอาหารของแม่ครัวในคฤหาสน์ก็ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ ตอนนี้กำลังขาดพี่เลี้ยงทำงานเต็มเวลาอยู่พอดี เอาแบบนี้แล้วกัน เธออยู่ทดลองงานไปก่อนสักพัก ถ้าทำงานได้ก็อยู่ต่อ ถ้าไม่ได้เรื่องค่อยว่ากันอีกที"

"ทำได้ค่ะ ทำได้ ฉันทำงานได้แน่นอนค่ะ!"

ซู่เสี่ยวเสี่ยวพยักหน้ารัวเร็ว "ฉันทำงานเก่งมากนะคะ!"

"ติ๊ง! เนื้อเรื่องเกิดการเปลี่ยนแปลง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับแต้มวายร้าย +1000"

แต้มวายร้ายเข้าบัญชีแล้ว!

มุมปากของฉินหลางยกขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำให้ใบหน้าที่ดูอบอุ่นเป็นมิตรเมื่อครู่ แฝงไปด้วยความร้ายกาจขึ้นมาทันที "จะทำงานได้หรือไม่ได้ มันต้องลองทำดูก่อนถึงจะรู้ เงินเดือนเอาเป็นเดือนละหนึ่งหมื่นแล้วกัน พร้อมที่พักและอาหาร"

"เดือนละหนึ่งหมื่น?!" ซู่เสี่ยวเสี่ยวตกใจจนสะดุ้งสุดตัว

ฉินหลางเลิกคิ้วถาม "น้อยไปเหรอ?"

"ไม่น้อยค่ะ ไม่น้อยเลย มันมากเกินไป มากเกินไปจริงๆ ค่ะ!" ซู่เสี่ยวเสี่ยวส่ายหน้าด้วยความซื่อบริสุทธิ์

ตอนที่เธอเป็นพนักงานทำความสะอาด ทำงานเหนื่อยสายตัวแทบขาดทั้งเดือน ก็ได้เงินแค่ห้าพันเท่านั้น แถมยังไม่มีข้าวมื้อฟรีหรือที่พักให้อีกต่างหาก!

ข้อเสนอในตอนนี้ มันไม่ต่างอะไรกับโชคลาภก้อนโตที่หล่นทับเลยชัดๆ!

"ติ๊ง! นางเอกซู่เสี่ยวเสี่ยวเกิดอารมณ์แปรปรวน ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับแต้มวายร้าย +200"

ฉินหลางถูกสีหน้าตื่นเต้นดีใจสุดขีดของซู่เสี่ยวเสี่ยวทำให้รู้สึกตลกขึ้นมา ในเนื้อเรื่องเดิม ซู่เสี่ยวเสี่ยวเป็นเด็กสาวที่จิตใจซื่อตรงและดีงามจนถึงขีดสุด เมื่อได้มาเห็นกับตาตัวเองในตอนนี้ ก็สมคำร่ำลือจริงๆ

ซื่อบริสุทธิ์จนถึงขั้นสุด ไม่คิดว่าเงินเดือนน้อยไปก็แล้วไปเถอะ ยังมีหน้ามาบอกตรงๆ อีกว่าให้เยอะเกินไป

นายทุนหน้าเลือดถ้าไม่ขูดรีดเอาเปรียบเด็กสาวซื่อๆ แบบนี้ แล้วจะให้ไปขูดรีดใครล่ะ?

เงินเดือนหนึ่งหมื่นถือว่าเยอะไหม?

สำหรับซู่เสี่ยวเสี่ยวนั้น แน่นอนว่าเยอะมาก!

แต่ทว่า เงื่อนไขคือต้องนำไปชดใช้ค่าแจกันลายครามยุคหยวนมูลค่าแปดล้านใบนั้น ต่อให้คำนวณแบบเต็มที่โดยไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นใดเลย ซู่เสี่ยวเสี่ยวในวัยยี่สิบต้นๆ ก็ยังต้องก้มหน้าก้มตาทำงานไปอีกเกือบเจ็ดสิบปี กว่าจะใช้หนี้ได้หมดสิ้น

ถูกหลอกขายไปแล้วแท้ๆ แต่ในใจของซู่เสี่ยวเสี่ยวกลับเต็มไปด้วยความปลาบปลื้มยินดี คิดว่าตัวเองได้เจอกับเจ้านายใจดีที่คอยเมตตาเธอ!

ภายในใจเปี่ยมล้นไปด้วยความซาบซึ้งและสำนึกในบุญคุณเป็นที่สุด!

การเปลี่ยนแปลงต้องค่อยเป็นค่อยไปทีละนิด เมื่อจัดการเรื่องของซู่เสี่ยวเสี่ยวเรียบร้อยแล้ว ฉินหลางก็เดินกลับขึ้นไปที่ห้องนอน

เขากดโทรศัพท์กลับหาเบอร์ของมู่หยูเยียนที่เพิ่งวางสายไปก่อนหน้านี้ เมื่อปลายสายกดรับ เขาก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ "มีอะไร?"

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่มู่หยูเยียนเป็นฝ่ายโทรหาเขา ช่างน่าประหลาดใจจริงๆ

มู่หยูเยียนเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง "พรุ่งนี้มาที่บ้านฉันหน่อย"

"ไม่ว่าง"

พูดจบ ฉินหลางก็ตัดสายทิ้งทันที

อยู่ดีๆ ก็มาเอาใจ ถ้าไม่มีเล่ห์กระเทียมดอง ก็ต้องคิดไม่ซื่อแน่นอน

เขาไม่ได้คิดว่าตัวเองจะมีเสน่ห์ล้นเหลือถึงขนาดทำให้มุมมองที่มู่หยูเยียนมีต่อเขาเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ภายในระยะเวลาแค่วันเดียว

"ติ๊ง! นางเอกมู่หยูเยียนเกิดอารมณ์แปรปรวนอย่างรุนแรง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับแต้มวายร้าย +500"

ไม่นานนัก โทรศัพท์ก็โทรกลับมาอีกครั้ง ต่อให้มู่หยูเยียนจะเป็นคนที่เก็บอารมณ์ได้ดีแค่ไหน แต่ในเวลานี้เธอก็เริ่มจะทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน

ครั้งที่สองแล้วนะ!

การถูกตัดสายใส่ครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นสิ่งที่เธอไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่าจะเกิดขึ้นจากคนอย่างฉินหลาง!

ผู้ชายก็เฮงซวยเหมือนกันหมด เปลี่ยนใจเร็วยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือเสียอีก!

"แม่ฉันมา ท่านเจาะจงเรียกให้คุณมาร่วมโต๊ะกินข้าวด้วยกัน อย่างน้อยตอนนี้พวกเราก็ยังเป็นคู่รักตามสัญญากันอยู่ ตามข้อตกลงแล้ว คุณสมควรจะต้องมานะ" มู่หยูเยียนพยายามข่มอารมณ์โกรธของตัวเองอย่างสุดความสามารถ น้ำเสียงเวลาพูดจึงฟังดูแข็งทื่อเป็นอย่างมาก

"เวลาไหน?"

"พรุ่งนี้ตอนเที่ยง"

"ได้"

คุยกันได้ไม่กี่คำ สายก็ถูกตัดไปอีกครั้ง

"ติ๊ง! นางเอกมู่หยูเยียนเกิดอารมณ์แปรปรวนอย่างรุนแรง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับแต้มวายร้าย +600"

จุ๊ๆๆ!

เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ ฉินหลางก็เดาะลิ้นด้วยความชอบใจ ปฏิเสธก็ได้แต้มวายร้าย ตอบตกลงก็ได้แต้มวายร้ายอีก!

มู่หยูเยียนนี่มันขุมทรัพย์เคลื่อนที่ชัดๆ!

สามารถผลิตแต้มวายร้ายให้เขาได้เป็นกอบเป็นกำจริงๆ!

เขาโยนโทรศัพท์ทิ้งไว้ข้างกาย ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียงหนานุ่ม บิดขี้เกียจอย่างสบายตัว ภายในหัวเริ่มคิดคำนึงถึงแผนการขั้นต่อไป ก่อนจะเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว

หกโมงเช้า ฉินหลางที่ติดนิสัยตื่นเช้าลืมตาขึ้นมาอย่างตรงเวลา หลังจากแต่งตัวเรียบร้อยแล้วเดินลงมาข้างล่าง ก็พบว่าบนโต๊ะอาหารมีมื้อเช้าวางเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งซาลาเปา น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ และโจ๊กข้าวฟ่าง จัดเตรียมไว้อย่างครบครัน

เก้าอี้ข้างๆ กันนั้น ซู่เสี่ยวเสี่ยวที่ยังสวมชุดพนักงานทำความสะอาดสีฟ้าขาวยังคงนอนฟุบอยู่บนโต๊ะ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอนุ่มนวล บ่งบอกว่าเธอกำลังหลับสนิท

เขากวาดสายตามองไปรอบๆ คฤหาสน์หลังใหญ่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ บริเวณที่ยังไม่เคยมีใครเข้าไปใช้งานย่อมมีฝุ่นละอองจับอยู่บ้าง ทว่าเพียงแค่ชั่วข้ามคืนเดียว ทุกอย่างกลับสะอาดสะอ้านไร้ฝุ่นเกาะแม้แต่น้อย

ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็นผลงานของซู่เสี่ยวเสี่ยวที่ยอมเหน็ดเหนื่อยทำงานมาตลอดทั้งคืน

คฤหาสน์สามชั้นที่มีพื้นที่เกือบเจ็ดร้อยตารางเมตร ถูกทำความสะอาดจนออกมาเป็นสภาพนี้ได้ แสดงให้เห็นเลยว่าซู่เสี่ยวเสี่ยวให้ความสำคัญกับงานนี้มากจริงๆ เธอไม่อยากถูกไล่ออก หรือพูดให้ถูกก็คือเธอกลัวการถูกส่งเข้าคุกนั่นเอง

"อะแฮ่ม~"

ฉินหลางที่นั่งซดโจ๊กอยู่ตรงหัวโต๊ะเผลอสำลักเบาๆ เสียงที่เกิดขึ้นทำให้ซู่เสี่ยวเสี่ยวที่นอนหลับลึกอยู่สะดุ้งตื่นขึ้นมา

เธอขยี้ตางัวเงียด้วยความมึนงง บนใบหน้าจิ้มลิ้มยังมีรอยแดงจางๆ จากการนอนทับหลังมือตัวเอง เมื่อเห็นฉินหลางนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ เธอก็ตกใจจนตาสว่างทันที เอ่ยถามอย่างตะกุกตะกัก "คุณชายฉิน คือ... คือว่ามื้อเช้าที่ฉันทำไม่ถูกปากเหรอคะ? ฉันทำเป็นแต่อาหารเช้าแบบบ้านๆ พวกนี้ ถ้าคุณไม่คุ้นชิน ฉันไปหัดทำเพิ่มได้นะคะ ฉันเรียนรู้เร็วมาก ต้องทำงานนี้ได้ดีแน่นอนค่ะ"

ฉินหลางกัดซาลาเปาไปหนึ่งคำแล้วส่ายหน้า "ไม่ต้องหรอก รสชาติไม่เลวเลย มื้อเช้ามันก็ควรจะกินอะไรที่ย่อยง่ายๆ แบบนี้แหละ เสื้อผ้าที่ฉันถอดทิ้งไว้ในห้องน้ำ ห้ามใช้เครื่องซักผ้านะ"

ซู่เสี่ยวเสี่ยวพยักหน้ารับอย่างจริงจัง เธอค่อยๆ เลื่อนเก้าอี้เก็บอย่างระมัดระวังเพราะกลัวว่าจะเกิดเสียงดังแสบแก้วหู จากนั้นก็เดินมึนๆ งงๆ มุ่งหน้าไปยังห้องน้ำบนชั้นสอง

ผ่านไปครู่หนึ่ง ขณะที่กำลังนั่งกินมื้อเช้าอยู่ ฉินหลางก็เอ่ยเรียกจวินซื่อให้เข้ามาหา พร้อมชี้ไปที่เก้าอี้ว่างข้างๆ "นั่งสิ กินอะไรหน่อยไหม?"

จวินซื่อนั่งลงแล้วหัวเราะแห้งๆ พร้อมส่ายหน้า "คุณชายครับ ผมกินเรียบร้อยแล้วครับ"

เมื่อฉินหลางคีบซาลาเปาชิ้นสุดท้ายเข้าปากจนหมด เขาก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนัก "เดี๋ยวไปสั่งคนข้างล่างให้ช่วยกันจัดห้องนอนให้ซู่เสี่ยวเสี่ยวห้องหนึ่ง เอาไว้เป็นห้องพักของพี่เลี้ยง เธอจะได้มีที่นอนพักผ่อน"

จวินซื่อมองดูซู่เสี่ยวเสี่ยวที่กำลังเดินวนเวียนทำงานอยู่บนชั้นสอง ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบา "คุณชายครับ นี่คุณชายคิดจะเก็บเด็กคนนี้ไว้ใช้งานจริงๆ เหรอครับ?"

ฉินหลางที่กำลังยกถ้วยโจ๊กข้าวฟ่างขึ้นซดเหลือบตามอง "ทำไมล่ะ ไม่ได้เหรอ?"

จวินซื่อเผยสีหน้ายิ้มเจื่อน "ไม่ใช่ว่าไม่ได้หรอกครับ แต่ว่ามื้อเช้าพวกนี้ มันดูจะเรียบง่ายเกินไปหน่อยหรือเปล่าครับ?"

เขามองดูอาหารเช้าแสนธรรมดาบนโต๊ะ เมื่อเทียบกับฝีมือของแม่ครัวคนเดิมในคฤหาสน์แล้ว มันแตกต่างกันราวกับฟ้ากับเหว!

ถ้าซู่เสี่ยวเสี่ยวเป็นสาวงามระดับแถวหน้าก็ว่าไปอย่าง เขาคงไม่เสียมารยาทถามคำถามที่ไม่เข้าเรื่องแบบนี้ออกมาแน่

แต่ประเด็นก็คือ ซู่เสี่ยวเสี่ยวดูแต่งตัวเชยๆ ท่าทางเหมือนคนบ้านนอกที่เพิ่งเข้ากรุง ราวกับสาวชาวนาอย่างไรอย่างนั้น แล้วตกลงคุณชายไปถูกใจอะไรในตัวเธอกันแน่?

เขาเริ่มรู้สึกแล้วว่า คุณชายไม่เพียงแต่จะหล่อเหลาขึ้น บุคลิกดูสุภาพนุ่มนวลขึ้นเท่านั้น แต่แม้กระทั่งความคิดอ่านภายในใจ ก็ยังลึกล้ำจนผู้คนคาดเดาทางไม่ถูกอีกด้วย

จบบทที่ บทที่ 4 คุณชายเปลี่ยนไปแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว