เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 ซู่เสี่ยวเสี่ยวผู้ดูเชยและซื่อบื้อ

บทที่ 3 ซู่เสี่ยวเสี่ยวผู้ดูเชยและซื่อบื้อ

บทที่ 3 ซู่เสี่ยวเสี่ยวผู้ดูเชยและซื่อบื้อ


หลังจากกลับมาถึงคฤหาสน์อันหรูหรา ฉินหลางก็ไม่ได้รู้สึกไม่คุ้นชินแต่อย่างใด

ก่อนที่จะข้ามมิติมา เขาก็เป็นเศรษฐีหนุ่มที่มีทรัพย์สินมหาศาลอยู่แล้ว ทั้งยังเป็นคนที่เริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวจนมีเงินระดับร้อยล้านด้วยสองมือของตัวเอง

ทุนนิยมไม่มีถูกหรือผิด แต่กระบวนการสะสมทุนนั้น มันคือการหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อกองสุมขึ้นมา

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ฉินหลางรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่คนดีอะไรนัก

เขานอนเอนกายอยู่บนโซฟาสไตล์ยุโรปอย่างสบายอารมณ์ ในมือแกว่งแก้วไวน์เบาๆ โดยมีเด็กสาวร่างบอบบางคนหนึ่งยืนก้มหน้า บิดชายเสื้อตัวเองไปมาอยู่เบื้องหน้า

จวินซื่อที่ยืนทำหน้าเข้มอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้น "คุณชายครับ พนักงานทำความสะอาดคนนี้ทำงานไม่ระวัง ไปทำแจกันลายครามยุคหยวนที่คุณชายสะสมไว้แตกครับ"

เมื่อได้ยินน้ำเสียงเกรี้ยวกราดของจวินซื่อ ซู่เสี่ยวเสี่ยวก็หวาดกลัวจนใช้นิ้วมือสลับบีบกันไปมาจนปลายนิ้วซีดขาว

ต่อให้ยากจนแค่ไหน เธอก็รู้ดีว่าคำว่า 'แจกันลายคราม' พอมีคำว่า 'ยุคหยวน' มาขยายอยู่ข้างหน้า มันจะมีมูลค่ามหาศาลมากเพียงใด

และของสะสมโบราณอันล้ำค่าชิ้นนั้น เมื่อครู่นี้ก็เพิ่งถูกเธอทำแตกไปกับมือ!

ฉินหลางเงยหน้าขึ้นมองเด็กสาวตรงหน้า แล้วพิจารณาดูเธออย่างละเอียดครู่หนึ่ง

ส่วนสูงหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตรนิดๆ รูปร่างผอมบางจนชุดพนักงานทำความสะอาดสีฟ้าขาวที่สวมอยู่ดูหลวมโคร่งไปเลย

และเด็กสาวที่ดูเชยสุดๆ คนนี้ ก็คือนางเอกคนสำคัญอีกคนหนึ่งในหนังสือ... ซู่เสี่ยวเสี่ยว!

อย่าเห็นว่าซู่เสี่ยวเสี่ยวในตอนนี้ เป็นแค่เด็กสาวบ้านนอกที่สวมชุดพนักงานทำความสะอาดท่าทางเชยๆ

เพราะในเนื้อเรื่องเดิม ซู่เสี่ยวเสี่ยวมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมาก เธอเป็นเพื่อนรักในวัยเด็กที่เติบโตมาในสถานสงเคราะห์เด็กเอกพรเดียวกันกับเย่เฟิง และมีตำแหน่งที่สำคัญอย่างขาดไม่ได้ในใจของเย่เฟิง

อีกทั้งยังเป็นเพราะเหตุการณ์ทำแจกันแตกในครั้งนี้ เจ้าของร่างเดิมจึงได้บีบคั้นรังแกซู่เสี่ยวเสี่ยว รวมถึงจ้องจะฮุบที่ดินของสถานสงเคราะห์เด็กเอกพรที่อยู่เบื้องหลังเธอ จนผูกความแค้นระดับไม่ตายไม่เลิกรากับทั้งซู่เสี่ยวเสี่ยวและสถานสงเคราะห์

เรื่องนี้เองที่ทำให้ต้องปะทะกับเย่เฟิงในเวลาต่อมา และถูกตบหน้าอย่างบ้าคลั่ง เปิดทางให้เย่เฟิงได้โชว์บทบาทวีรบุรุษช่วยสาวงาม!

แต่นั่นมันก็เป็นเรื่องในอดีตไปแล้ว!

ฉินหลางจิบไวน์แดงเบาๆ แล้วเอ่ยขึ้นอย่างสบายใจ "ซู่เสี่ยวเสี่ยว?"

"คุณชายฉิน ฉันรู้ผิดแล้วค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เงินค่าแจกันลายครามที่แตกไป ฉันจะหามาคืนให้นะคะ ได้โปรดให้เวลาฉันหน่อย" ซู่เสี่ยวเสี่ยวกระวนกระวายจนพูดจาติดขัดและรัวเร็ว

เธอรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นมอง 'คุณชายเดรัจฉาน' ผู้ดุร้ายในปากของเพื่อนร่วมงาน แต่กลับรู้สึกเพียงสายลมเย็นสบายพัดผ่านเข้ามาในใจ ช่วยปัดเป่าความหวาดกลัวออกไปได้มากมาย

หล่อเหลาเหลือเกิน! แววตาก็ช่างอ่อนโยน!

สง่างามดั่งหยกชั้นเลิศ คุณชายผู้หล่อเหลาไร้ที่ติในใต้หล้า!

คุณชายผู้สง่างามและสุภาพเช่นนี้ ทำไมในปากของเพื่อนร่วมงานถึงกลายเป็น 'คุณชายเดรัจฉาน' ที่ไร้เหตุผล ชอบโมโหร้าย แถมยังซ้อมคนไปได้ล่ะ?

หรือว่าเธอจะถูกคนอื่นหลอกเอาเสียแล้ว?

ฉินหลางพอใจกับปฏิกิริยาของซู่เสี่ยวเสี่ยวมาก เขาใช้นิ้วกระดิกเรียกเธอ รอจนเด็กสาวเดินเข้ามาใกล้ ก็ใช้มือข้างหนึ่งดึงเธอให้นั่งลงบนโซฟา ส่วนมืออีกข้างก็เอื้อมไปบีบปลายคางมนงามของซู่เสี่ยวเสี่ยวเอาไว้

เครื่องหน้าจิ้มลิ้มงดงาม อ่อนหวานนุ่มนวลราวกับคุณหนูตระกูลผู้ดี ดวงตากลมโตสุกใสเป็นประกายระยับ คิ้วเรียวดั่งใบหลิวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย จมูกเชิดรั้นงดงาม สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดหลังมือที่บีบคางเธออยู่ ริมฝีปากอิ่มไม่ได้แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางสมัยใหม่ใดๆ แต่กลับเจือไปด้วยสีชมพูระเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติ

ต้องยอมรับเลยว่า หากตัดเรื่องรูปร่างที่ผอมบางออกไป หน้าตาของซู่เสี่ยวเสี่ยวสามารถให้คะแนนได้ถึงเก้าสิบห้าคะแนนขึ้นไปอย่างแน่นอน!

"คุณชายฉิน... คุณ... คุณคิดจะทำอะไรคะ?" ซู่เสี่ยวเสี่ยวแก้มแดงก่ำ สายตากลอกล่อกแล่กมองไปทางอื่น เอ่ยถามอย่างตะกุกตะกักด้วยความประหม่า

จวินซื่อที่ยืนอยู่ข้างๆ ลอบคิดในใจ วันนี้คุณชายกินยาผิดซองมาหรือเปล่าเนี่ย?

ทำไมถึงอยากจะกินแม้กระทั่งสาวบ้านนอกเชยๆ แบบนี้?

แต่ในเมื่อเป็นบอดี้การ์ดที่อยู่ข้างกายเจ้าของร่างเดิมมาได้นานขนาดนี้ ย่อมต้องมีทักษะการเอาตัวรอดเป็นของตัวเอง เขาจึงรีบหันหลังเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปทันที

เป็นการแสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่า: ผมไม่เห็นอะไรทั้งนั้นครับ

"ทำอะไรน่ะเหรอ?" ฉินหลางถูกถามจนหลุดหัวเราะ "เธอก็แค่พนักงานทำความสะอาดคนหนึ่ง คิดว่าฉันอยากจะทำอะไรเธอล่ะ?"

"ทำแจกันลายครามของฉันแตก แล้วยังกล้าพูดว่าจะชดใช้ให้อีก? เธอเอาอะไรมาชดใช้? แจกันใบนั้นฉันประมูลมาจากงานประมูลตั้งแปดล้าน คิดจะอาศัยเงินเดือนพนักงานทำความสะอาดมาใช้หนี้ เธอต้องผ่อนกี่ปี? สิบปี หรือว่าหนึ่งร้อยปี?"

"ฉัน... ฉันไม่รู้ค่ะ..." ซู่เสี่ยวเสี่ยวถูกตัวเลขแปดล้านทำให้ตกใจจนสติหลุดไปแล้ว

เงินมหาศาลขนาดนั้น ต่อให้เธอไม่กินไม่ใช้เลยทั้งชีวิต ก็ไม่มีทางเก็บออมได้ครบแน่นอน!

สาวน้อยผู้ถูกรังแก นึกถึงความผิดพลาดที่ตัวเองก่อขึ้น ดวงตาก็รื้นไปด้วยหยดน้ำตาใสแจ๋วที่กลิ้งกลอกไปมา เธอสะอื้นไห้พร้อมเอ่ยอ้อนวอน "คุณชายฉิน ฉัน... ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะชดใช้ให้คุณยังไงดีค่ะ"

"จากประวัติที่ทางบริษัทจัดหาคนส่งมาให้ เธอโตมาในสถานสงเคราะห์เด็กเอกพรแสงตะวัน เป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีมาก ถ้าเธอนำเรื่องนี้ไปเกลี้ยกล่อมผู้อำนวยการสถานสงเคราะห์ ยอมขายที่ดินตรงนั้นให้ฉันในราคาถูก เรื่องแจกันลายคราม เราก็ถือว่าเจ๊ากันไปได้"

ซู่เสี่ยวเสี่ยวส่ายหน้าทันที "ไม่ได้ค่ะ! เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!"

เธอเคยได้ยินมานานแล้วว่ามีบริษัทต้องการมากว้านซื้อที่ดินของสถานสงเคราะห์ นึกไม่ถึงเลยว่าแม้แต่ฉินหลางก็ยังอยากจะได้ส่วนแบ่งตรงนี้ด้วย!

เธอไม่ใช่เด็กๆ อีกต่อไปแล้ว เมื่อเจอสถานการณ์แบบนี้ ก็เริ่มสงสัยขึ้นมาว่า การที่ตัวเองทำแจกันแตกมันเป็นแผนสมคบคิดอะไรหรือเปล่า เพื่อบีบคั้นให้เธอไปเกลี้ยกล่อมผู้อำนวยการให้ยอมขายที่ดินสถานสงเคราะห์ทิ้ง!

"ในเมื่อไม่ได้ งั้นก็คงต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ทำของสะสมของฉันเสียหาย ประเมินค่าความเสียหายตามมูลค่าแล้ว อย่างน้อยๆ ก็ต้องหลายล้าน มีเงินเธอก็เอามาใช้หนี้ ไม่มีเงินเธอก็เข้าไปนอนในคุกแล้วกัน"

ฉินหลางดึงมือกลับมา นั่งไขว่ห้างพิงโซฟาด้วยสีหน้าไม่แยแส เขาสบตาลงเล็กน้อยจนมองไม่ออกถึงอารมณ์ความรู้สึกใดๆ

เวลาที่เย่เฟิงจะกลับมา เหลืออีกไม่มากแล้ว

เขาไม่มีเวลาว่างพอจะมานั่งเสียเวลากับซู่เสี่ยวเสี่ยว และต่อให้จะทำดีกับเธอนานเป็นเดือน ก็คงสู้ความผูกพันวัยเด็กที่สะสมมานานหลายปีไม่ได้

หากต้องการใช้ประโยชน์จากซู่เสี่ยวเสี่ยวเพื่อเล่นงานเย่เฟิง ก็จำเป็นจะต้องเข้าไปยึดครองพื้นที่ในใจของเธอให้ได้มากกว่านี้!

จำเป็นจะต้องทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาสองคน ลึกซึ้งตราตรึงถึงกระดูกดำมากยิ่งขึ้นไปอีก!

"ยังจะนั่งอยู่ตรงนี้ทำไมอีก? เธอจะเดินไปมอบตัวที่สถานีตำรวจเอง หรือจะให้ฉันโทรแจ้งตำรวจให้มารวบตัวเธอไป?" ฉินหลางเค้นถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ซู่เสี่ยวเสี่ยวเริ่มลนลาน ได้ยินมาว่าพวกนักโทษหญิงในคุกน่ะทำได้ทุกอย่าง แถมยังโหดเหี้ยมกันสุดๆ ถ้าเกิดเธอถูกจับขังเข้าไปในนั้น จะต้องถูกคนรังแกเอาทุกวันแน่ๆ

ตุบ!

หลังจากลังเลอยู่ครู่ใหญ่ ซู่เสี่ยวเสี่ยวก็ยอมทิ้งศักดิ์ศรีครั้งสุดท้าย คุกเข่าลงตรงหน้าฉินหลาง ก้มหน้าลงด้วยท่าทางหวาดกลัวตัวสั่นเทา "คุณชายฉิน ได้โปรดให้โอกาสฉันอีกสักครั้งเถอะนะคะ ฉันทำงานรับใช้คุณได้ ขอแค่เป็นเรื่องไม่ผิดกฎหมาย ฉันยอมทำไห้คุณได้ทุกอย่างเลยค่ะ ไม่ว่าจะทำความสะอาด ซักผ้า ทำอาหาร ฉันทำได้ดีทั้งหมดเลยนะคะ"

ฉินหลางเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย "ทำความสะอาดงั้นเหรอ? ทำความสะอาดแบบที่ทำแจกันลายครามยุคหยวนแตกวันละใบแบบนั้นน่ะนะ?"

จบบทที่ บทที่ 3 ซู่เสี่ยวเสี่ยวผู้ดูเชยและซื่อบื้อ

คัดลอกลิงก์แล้ว