- หน้าแรก
- เมื่อความยุติธรรมในโคโนฮะต้องแลกด้วยเลือดและลาวา
- ตอนที่ 59 น้องชายผู้โง่เขลา
ตอนที่ 59 น้องชายผู้โง่เขลา
ตอนที่ 59 น้องชายผู้โง่เขลา
ตอนที่ 59 น้องชายผู้โง่เขลา จงมีชีวิตรอดไปอีกหนึ่งปีสุดท้ายเถอะ
ยามเย็น
อุจิฮะ อิทาจิออกจากอาคารโฮคาเงะเพื่อเตรียมกลับบ้าน คำเตือนของท่านโฮคาเงะแวบเข้ามาในความคิดของเขา “อิทาจิ วันนี้อย่ากลับไปอย่างเปิดเผยเลยนะ ทางที่ดีอย่าให้ใครเห็นนาย โดยเฉพาะอย่าให้คนในตระกูลอุจิฮะเห็นนาย”
อุจิฮะ อิทาจิรู้ถึงความกังวลของท่านโฮคาเงะ และเขาก็รู้สึกสะท้อนใจเล็กน้อย
เขาสัมผัสได้ถึงความมุ่งร้ายที่ไม่มีที่สิ้นสุดที่ปกคลุมตัวเขาอยู่
แต่อย่างน้อย ท่านโฮคาเงะก็ยังเชื่อใจเขา
อุจิฮะ อิทาจิทำตามคำแนะนำของซารุโทบิ ฮิรุเซ็น เขารอจนกระทั่งความมืดมิดปกคลุมอย่างสมบูรณ์ก่อนจะกลับไปยังตระกูลอุจิฮะ
และกลับมาถึงหน้าบ้านของเขาอย่างเงียบเชียบ
ทว่า ในช่วงเวลาที่เขากำลังจะก้าวเข้าประตู เขากลับลังเล
“ซาสึเกะ…”
อุจิฮะ อิทาจิพึมพำ
หากคนทั้งหมู่บ้านกำลังพูดถึง “ความชั่วร้ายแห่งอนาคต” ของเขา ซาสึเกะก็คงได้ยินเรื่องนี้แล้วใช่ไหม?
ซาสึเกะในตอนนี้จะมองเขาด้วยสายตาแบบไหน?
ยังคงเกาะติดเขาเหมือนเดิม?
หรือจะโกรธเกรี้ยวและตั้งคำถามกับเขา?
หรือจะเหินห่างจากเขา?
…
อิทาจิที่คิดไม่ตกก็เลิกครุ่นคิด เขาเดินเข้าไปในบ้าน คนแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือแม่ของเขา
“…อิทาจิ” อุจิฮะ มิโคโตะฝืนยิ้มอย่างอ่อนโยนเล็กน้อย สายตาที่มองลูกชายคนโตเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย เธอพูดเสียงเบา “อาหารเย็นคืนนี้พร้อมแล้ว”
อุจิฮะ อิทาจิเดินเข้าไปในบ้านอย่างเงียบงัน จนกระทั่งเห็นอุจิฮะ ฟุงาคุและอุจิฮะ ซาสึเกะนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร
เขาสังเกตเห็นทันทีว่าดวงตาของซาสึเกะแดงก่ำเล็กน้อย
อุจิฮะ อิทาจิรู้สึกเจ็บปวดในใจทันที
“กินฉันวเถอะ” ฟุงาคุทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เขาไม่มีอารมณ์ที่จะพูดว่า “ผมขอเริ่มก่อนนะครับ” ด้วยซ้ำ เขาไม่ได้มองอิทาจิเลยแม้แต่น้อยเมื่ออิทาจิเดินเข้ามา
แต่ซาสึเกะกลับกินอะไรไม่ลงเลย
เขามองอิทาจิอย่างเลื่อนลอย น้ำเสียงมีความหวังและอ้อนวอนเล็กน้อย “พี่ชาย นั่นมันไม่จริง…ใช่ไหมครับ? เรื่องแบบนั้นมันเป็นไปไม่ได้…ใช่ไหมครับ?”
อุจิฮะ อิทาจิถอนหายใจในใจ เมื่อเห็นซาสึเกะทำท่าเหมือนจะร้องไห้ สายตาของอุจิฮะ อิทาจิจากที่ลังเลและเจ็บปวดก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นแน่วแน่และเด็ดเดี่ยว
“เป็นเรื่องจริง”
เขาพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “หากมีใครต้องการทำลายความสงบสุขของโคโนฮะ เรื่องแบบนั้นก็จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน”
อุจิฮะ มิโคโตะหยุดชะงัก
ตะเกียบของฟุงาคุหยุดนิ่ง
ซาสึเกะยืนนิ่งอยู่กับที่
“ทำไม…พวกเรา…พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันไม่ใช่เหรอครับ! ท่านพ่อ ท่านแม่…พวกเขาไม่ใช่คนเลว พวกเขาคือครอบครัว…” ซาสึเกะกำชายเสื้อแน่น น้ำเสียงสั่นเครือและสะอื้นไห้ตั้งคำถาม ทำลายความเงียบรอบใหม่
อุจิฮะ อิทาจิจ้องมองน้องชายของเขา เขาก็ตระหนักได้ว่าด้วยสภาพจิตใจที่อ่อนแอและพึ่งพาตนเองมากเกินไปของซาสึเกะเช่นนี้ ในอนาคตเขาจะไม่สามารถเติบโตเป็นนินจาที่ยอดเยี่ยมได้
ในเมื่อตัวเขาในอนาคตเลือกที่จะสังหารคนในตระกูลอุจิฮะทั้งหมด แต่กลับไว้ชีวิตซาสึเกะเพียงคนเดียว
นั่นหมายความว่า ตัวเขาในอนาคตต้องการให้ซาสึเกะสืบทอดเจตนารมณ์ในการปกป้องโคโนฮะของเขา
แต่ความสามารถของซาสึเกะในตอนนี้กลับดูอ่อนแอและขี้ขลาดเกินไปในสายตาของอุจิฮะ อิทาจิ
อุจิฮะ อิทาจิสังหารความอ่อนโยนในใจของเขา น้ำเสียงของเขาเย็นชาและพูดทีละคำ “ซาสึเกะ นายไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของฉัน”
ซาสึเกะเบิกตากว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความสับสน
“ในใจฉันไม่มีแนวคิดเรื่องครอบครัว ฉันมีสิ่งที่ต้องทำ ไม่ว่าใครจะขัดขวางฉัน สุดท้ายฉันก็จะฆ่าเขา” อุจิฮะ อิทาจิที่เพิ่งนั่งลงก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
เขาหันหลังเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง และกล่าวเสริมในท้ายที่สุดว่า “เมื่อถึงเวลานั้น นายก็ไม่มีข้อยกเว้นเช่นกันนะ ซาสึเกะ เพราะอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปตามเจตจำนงของฉัน ฉันจะไม่เหมือนที่อุจิฮะ อาคาอินุพูดว่า ‘ทิ้งนายไว้คนเดียว’”
“ซาสึเกะ นายอ่อนแอเกินไป นายเป็นแค่ลูกไล่ที่คอยตามติดฉันอยู่ตลอดเวลา ความสามารถที่น่าสมเพชของนายไม่มีทางที่จะหยุดฉันได้เลย”
“น้องชายผู้โง่เขลาเอ๋ย จงใช้ชีวิตที่เหลืออีกหนึ่งปีสุดท้ายนี้ด้วยความหวาดกลัวและไม่สบายใจเถอะ”
“หนึ่งปีให้หลัง ฉันจะรวมนายกับคนอื่นๆ…”
—เพียะ!!!
อุจิฮะ อิทาจิยังพูดสองคำสุดท้ายไม่จบ เพราะอุจิฮะ มิโคโตะได้ตบหน้าเขาอย่างเด็ดขาด
แรงตบนี้เบามาก เบากว่าแรงตบของอิซึมิมาก
“อิทาจิ ถอนคำพูดทั้งหมดของนาย…แล้วขอโทษซาสึเกะซะ”
อุจิฮะ มิโคโตะพูดด้วยน้ำเสียงกัดฟันและน้ำตาคลอเบ้า สายตาของเธอพร่ามัว ลูกในไส้ของเธอในตอนนี้กลับทำให้เธอรู้สึกแปลกหน้าอย่างยิ่ง
อุจิฮะ อิทาจิสูดหายใจเข้าลึกๆ เขาไม่ได้ขอโทษ แต่พูดช้าๆ ว่า “ท่านพ่อรู้ว่าทำไมผมถึงเลือกแบบนั้น ท่านแม่ ตอนนี้ท่านอาจจะยังไม่เข้าใจผม แต่เมื่อถึงเวลานั้น…ท่านจะต้องเข้าใจผมอย่างแน่นอน”
ซาสึเกะมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างเหม่อลอย
จนกระทั่งเห็นแผ่นหลังของพี่ชายหายลับไปในความมืดมิดภายนอก ภายใต้แรงกระแทกของอารมณ์ด้านลบที่นับไม่ถ้วน หัวเล็กๆ ของซาสึเกะก็รู้สึกวิงเวียนทันที
ก่อนที่สติจะเลือนลาง เขาก็ได้ยินเสียงแม่เรียกชื่อเขาด้วยความตกใจเล็กน้อย
จากนั้นเขาก็หมดสติไป
…
ในเวลาเดียวกัน
ฐานทัพหน่วยราก
ดันโซได้รับข่าวร้ายจากนินจาหน่วยรากคนหนึ่งว่า ลูกน้องที่เขาส่งออกไปเพื่อชี้นำความคิดเห็นเชิงลบต่ออุจิฮะ อิทาจิในวันนี้ ไม่มีใครกลับมาเลยแม้แต่คนเดียว!
ต้องรู้ไว้ว่าเขาได้ส่งนินจาหน่วยลับออกไปแปดคน ซึ่งมีฝีมืออย่างน้อยก็ระดับจูนินชั้นยอด และไม่ขาดแคลนโจนินพิเศษด้วยซ้ำ
และภารกิจที่มอบหมายให้พวกเขาก็ไม่ได้อันตรายอะไรเลย
ผลลัพธ์คือ พวกเขาทั้งหมดหายตัวไปอย่างเงียบเชียบเช่นนี้หรือ?
ดันโซขมวดคิ้วแน่นด้วยสีหน้ามืดครึ้ม
ความรู้สึกยินดีที่ได้สาดโคลนใส่ตระกูลอุจิฮะอย่างลับๆ ได้หายไปหมดสิ้นในตอนนี้ เขากัดฟันสั่งลูกน้องว่า “ยังไม่รีบไปตรวจสอบอีก? ไปพาพวกมันทั้งหมดกลับมาให้ฉัน!”
“ครับ ท่านดันโซ!”
“เดี๋ยว!” ในขณะนั้น ดันโซเรียกให้ลูกน้องหยุด เพราะเขานึกถึงความเป็นไปได้หนึ่ง
สิ่งนี้ทำให้สีหน้าของเขาดูมืดครึ้มยิ่งขึ้น
เส้นเลือดที่หน้าผากของดันโซกระตุกเล็กน้อย เขาพูดทีละคำผ่านไรฟันว่า “ตรงไปที่ตระกูลยามานากะเพื่อตรวจสอบ!”
นินจาหน่วยรากตกใจ “ตระกูลยามานากะ…”
ดันโซกัดฟันพูดอย่างดุร้าย “ฉันคิดว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเด็กอุจิฮะตัวน้อยที่ชั่วร้ายโดยกำเนิดคนนั้นอย่างแน่นอน! ในเมื่อเด็กคนนั้นมีพลังในการมองเห็นอดีตและ ‘ความชั่วร้ายแห่งอนาคต’ ลูกน้องของฉันก็คงไม่มีที่ให้หลบซ่อนในสายตาของเขา ไม่ว่าการปลอมตัวจะแนบเนียนแค่ไหน เขาก็สามารถมองทะลุได้ในพริบตา”
ดันโซสงสัยอย่างมากว่านินจาหน่วยรากทั้งแปดคนที่หายตัวไปนั้น ได้กลายเป็นศพแปดศพแล้ว!
ตามธรรมเนียมการฆ่าของเด็กอุจิฮะที่ชั่วร้ายคนนั้น
คนที่เขาฆ่าจะต้องถูกส่งมอบให้กับตระกูลยามานากะ
เพราะอุจิฮะ อาคาอินุส่วนใหญ่ไม่เคยทำตามขั้นตอนการสอบสวน เขาจะประหารชีวิตคนชั่วในสายตาของเขาทันที
และหน่วยตำรวจต้องการหาหลักฐานอาชญากรรมของผู้ตาย ก็ทำได้เพียงพึ่งพาวิชาลับของตระกูลยามานากะเท่านั้น
…
ดันโซเดาถูก
ภายในฐานที่มั่นของตระกูลยามานากะ ยามานากะ อิโนะอิจิปวดหัวกับการมองศพแปดศพที่คลุมด้วยผ้าขาวที่นอนอยู่บนพื้น
“เฮ้อ…”
เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกว่าคืนนี้เขาจะต้องถูกบังคับให้รู้ความลับมากมายที่เขาไม่อยากรู้
ยามานากะ อิโนะอิจิก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
นับตั้งแต่ที่อุจิฮะ อาคาอินุเริ่มดำเนินการ “ความยุติธรรมสัมบูรณ์” ในโคโนฮะ ตระกูลยามานากะกลับกลายเป็นตระกูลนินจาที่มีความสัมพันธ์ดีที่สุดกับตระกูลอุจิฮะ
แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นเพียงการติดต่อทางธุรกิจ และปกติก็แค่ทักทายกัน
แต่ก็ยังดีกว่าความสัมพันธ์ของตระกูลนินจาอื่นๆ กับอุจิฮะมาก
(จบตอน)