เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 342 อานุภาพจอมมารผู้เผด็จการ

บทที่ 342 อานุภาพจอมมารผู้เผด็จการ

บทที่ 342 อานุภาพจอมมารผู้เผด็จการ


บทที่ 342 อานุภาพจอมมารผู้เผด็จการ

“ข้าคือตาเฒ่าผู้ยิ่งใหญ่ที่บ้านเจ้าอย่างไรเล่า มารดาเจ้าไม่เคยบอกกล่าวเจ้ามาก่อนหรือ?” มุมปากของเวยเจิ้งแสยะออก เผยให้เห็นฟันขาวสะอาดเต็มปาก

“อ๊าอ๊าอ๊า... มารดาเถอะ ตกลงเจ้ามีหัวนอนปลายเท้าอย่างไร ถึงได้บังอาจเอ่ยคำวาจาเช่นนี้กับข้า?”

จอมมารฟ้าเดิมทีไม่มีดวงจิต ทว่ากลับถูกโกรธจนดวงจิตและวิญญาณหลุดลอยออกมา ปลิวว่อนสับสนอยู่ท่ามกลางสายลม

“เช่นนั้นเจ้าก็บอกข้ามาสิ หากจอมมารฟ้าต้องผ่านทัณฑ์มารในใจ จะเกิดธาตุไฟเข้าแทรกจนกลายเป็นมารหรือไม่นะ?” เวยเจิ้งยิ้มคราหนึ่ง เอ่ยถามอย่างไม่ยอมลดละ

“ข้าไม่เคยผ่านทัณฑ์มารในใจ เจ้าถามคำถามข้ออื่นเถอะ”

จอมมารฟ้ารู้สึกเจ็บแปลบที่ทรวงอก ลมปราณสายหนึ่งติดค้างอยู่ที่ทรวงอกขึ้นก็ไม่ขึ้นลงก็ไม่ลง

เจ้าจงรอข้าเถอะ ไม่ช้าก็เร็วข้าจะต้องตามหาตัวเจ้าพบ จัดการทุบตีให้ตาย ฉีกกระชากให้แหลก แม้กระทั่งจิตวิญญาณก็ต้องทุบให้กลายเป็นขนมเปี๊ยะภรรยาเลยเชียว!

ในเมื่อเจ้าไม่รู้ เช่นนั้นข้าถามคำถามข้ออื่นแล้วกัน

เวยเจิ้งแสดงออกว่ามีความเข้าใจ แล้วกล่าวว่า “หากจอมมารฟ้ากลายเป็นมารขึ้นมา จะเกิดดวงจิตสลายหายไปหรือไม่นะ?”

คุณพระช่วย... มารดาเจ้าเถอะ!

จอมมารฟ้าพ่นโลหิตมารออกมาคำหนึ่ง โกรธแค้นจนทั่วร่างสั่นเทาพั่บๆ

จอมมารฟ้าไม่มีแม้กระทั่งทัณฑ์มารในใจ จะไปมีการกลายเป็นมารมาจากที่ใดกัน? ผีถึงจะไปรู้ว่าจอมมารฟ้ากลายเป็นมารแล้วจะเกิดดวงจิตสลายหายไปหรือไม่เล่า!

“จอมมารฟ้าไม่มีดวงจิตและวิญญาณ”

เขาเบิกดวงตากลมโตทั้งคู่ เหลียวมองไปทั่วทุกทิศทาง ตามหาร่องรอยของเจ้าหมอนสมองกลับรายนี้ไปทั่วทุกหนทุกแห่ง น่าเสียดายที่กลับไม่พบเจอสิ่งใดเลยสักอย่าง

“ไฉนเจ้าจึงไม่รู้อะไรเลยสักสิ่งกันเล่า? เสียแรงที่เป็นถึงจอมมารฟ้า ขายหน้าขายตาหรือไม่นะ” เวยเจิ้งแสดงออกว่าไม่พึงพอใจอย่างยิ่ง

“จอมมารฟ้าแล้วอย่างไรล่ะ? จอมมารฟ้าไปก่อความเดือดร้อนให้เจ้าหรืออย่างไรกัน?” จอมมารฟ้าอยากจะอาเจียน แม้กระทั่งอาหารค้างคืนก็แทบจะอาเจียนออกมาหมดแล้ว

เจ้าหมอนสมองกลับมาจากแห่งหนใดกัน? ไฉนจึงทำให้เขามีความรู้สึกสะอิดสะเอียนขนาดนี้?

จุดสำคัญก็คือเขาได้สำแดงวิชาสืบเสาะหาต้นกำเนิดดวงจิตแล้ว ทว่ากลับถูกพลังพิเศษสายหนึ่งสกัดกั้นไว้ ไม่อาจสืบเสาะไปจนถึงที่สุดได้เลยโดยสิ้นเชิง

อีกฝ่ายมีอาวุธนิติเวทพิเศษ สามารถสกัดกั้นวิชามารของเขาได้

มิน่าเล่าถึงได้โอหังอวดดีขนาดนี้ ถึงขั้นกล้าวิ่งโร่มาหาเรื่องสร้างความเดือดร้อนให้แก่จอมมารฟ้า ทว่าเจ้าก็ประเมินเปิ่นจอมมารต่ำเกินไปแล้ว

จอมมารฟ้าแผดร้องคำรามคราหนึ่ง ทั่วร่างพลันเกิดระลอกคลื่นสีดำกระเพื่อมซัดสาดออกมาสายแล้วสายเล่าอย่างต่อเนื่อง แผ่ขยายออกไปยังโดยรอบอย่างรวดเร็ว

“คุณพระช่วย เรื่องบ้าบอสิ่งใดกัน?” เวยเจิ้งก็ตะลึงงันไปเช่นกัน ใบหน้าถอดสีด้วยความตื่นตระหนกตกใจ

ระลอกคลื่นสีดำเหล่านี้กลับแผ่ซ่านทะลุส่งผ่านมาจากคัมภีร์ภาพเผาเซียน นึกไม่ถึงห้วงมิติและระยะทาง ส่งตรงเข้ามาภายในศาลาพักผ่อนโดยตรง

นี่คือวิชามารขั้นสูงสุด มีเพียงจอมมารฟ้าเท่านั้นที่สามารถสำแดงได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่สถานที่แห่งหนใด ก็ยากที่จะสกัดกั้นรับมือได้

เหลือเชื่อยิ่งนัก คฤหาสน์คือสิ่งที่ระบบแปรเปลี่ยนขึ้นมา ทว่าก็ยังคงสกัดกั้นระลอกคลื่นสีดำที่ส่งผ่านมาไม่ได้ ย่อมเห็นได้ว่าวิชามารประเภทนี้มีความน่ากลัวขนาดไหน

“ฮ่าฮ่าฮ่า... มนุษย์หน้าโง่ นี่คืออานุภาพจอมมารผู้เผด็จการ ไม่ว่าเจ้าจะอยู่ที่สถานที่แห่งหนใด ข้าก็สามารถทำให้เจ้าเกิดความตื่นตระหนกตกใจ หวาดกลัว คุกเข่าลงกับพื้นกราบกรานขอชีวิตได้อย่างง่ายดาย สรรพสิ่งนี้ไม่ใช่ชาญวิชาโจมตี ทว่าวิชาเทวะวิเศษกำเนิดแต่ครรภ์ประเภทจิตวิญญาณต่างหากเล่า”

“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นมนุษย์หรือเซียน ตอนนี้จงคุกเข่าลงกราบกรานขอชีวิตต่อเปิ่นหวังเสียเถอะ!”

“อานุภาพจอมมารผู้เผด็จการหรือ? มันจะเผด็จการขนาดไหนกันเชียว?”

บนใบหน้าของเวยเจิ้งเผยสีหน้าท่าทางราวกับเหยียบถูกมูลสุนัขเต็มใบหน้า สิ่งของบ้าบอเหล่านี้คือสิ่งใดกันหมด?

วิชามารที่มาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยประเภทนี้ มันมีความร้ายกาจขนาดนั้นจริงๆ หรือ ขนาดเซียนก็ยังต้องได้รับแรงกดดันไร้ขอบเขตในชั่วพริบตา ตกใจกลัวจนต้องคุกเข่าลงกับพื้นกราบกรานขอชีวิตเชียวหรือ?

ฟังดูแล้วกลับเหมือนกับว่ามีท่าทางยอดเยี่ยมกระเทียมดองมากทีเดียว ที่แท้จอมมารฟ้าก็ยังสามารถเล่นแบบนี้ได้ด้วยหรือ?

คิดถึงตรงนี้ ในใจของเวยเจิ้งก็อดไม่ได้ที่จะถอดสีด้วยความตื่นตระหนกตกใจ หรือว่าตอนนี้จะถึงตาของข้าที่ต้องประสบเคราะห์กรรม ต้องคุกเข่าลงกับพื้นกราบกรานขอชีวิตแล้วหรืออย่างไรกัน?

รู้อย่างนี้ไปแชตพูดคุยกับจักรพรรดิปีศาจอีกาโลหิตเสียยังดีกว่า อย่างน้อยจักรพรรดิปีศาจอีกาโลหิตก็ปลอดภัยกว่าจอมมารฟ้าตั้งเยอะ

เมื่อสิ้นเสียงของจอมมารฟ้า เหนือผืนฟ้าของคฤหาสน์ก็ปรากฏกลุ่มเมฆสีดำทมิฬขนาดใหญ่ยักษ์ขึ้นมาแถบหนึ่ง แรงกดดันที่ไม่มีรูปร่างราวกับกระแสคลื่นอันบ้าคลั่ง สาดเทลงมาจากผืนฟ้ากว้าง

เวยเจิ้งสีหน้าเคร่งขรึมจนถึงขีดสุด ทั่วร่างเย็นเยือกไปแถบหนึ่ง

อานุภาพจอมมารผู้เผด็จการสมกับเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ ราวกับมีตัวตนที่เป็นรูปธรรมอย่างไรอย่างนั้น บดขยี้จนความว่างเปล่าเกิดสายฟ้าสีดำระเบิดประทุออกมาสายแล้วสายเล่าอย่างต่อเนื่อง

ภาพเหตุการณ์ลักษณะนี้ หากเปลี่ยนเป็นใครคนอื่นย่อมต้องตื่นตระหนกตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ ใบหน้าเปี่ยมล้นไปด้วยความสิ้นหวังอย่างแน่นอน

ทว่ากลับเหนือความคาดหมายเหนือความคาดคิด ยามที่อานุภาพจอมมารผู้เผด็จการสายนี้เข้าปกคลุมลงบนร่างกายของเวยเจิ้ง เวยเจิ้งกลับไม่มีความรู้สึกอันใดเลยสักสิ่งเดียว

ในชั่วเวลานั้น เวยเจิ้งตะลึงงันไปแล้ว อานุภาพจอมมารผู้เผด็จการที่ไม่มีความรู้สึกกดดันอันใดเลยสักนิดหรือ?

เรื่องบ้าบอสิ่งใดกันหมดเนี่ย?

หรือว่าแม้กระทั่งอานุภาพจอมมารผู้เผด็จการก็ยังจัดเป็นเพียงภาพมีมประชดประชันเท่านั้นหรืออย่างไรกัน?

อีกทั้งยามที่อานุภาพจอมมารผู้เผด็จการบดขยี้ลงมา ความว่างเปล่าก็ล้วนพังทลายดิ่งลงไปโดยตรง ปริแตกเกิดสายฟ้าสีดำอันงดงามตระการตาออกมาด้วย

ทว่าผลลัพธ์ล่ะ? นึกไม่ถึงว่าจะเสร็จสิ้นเรื่องราวลงเพียงเท่านี้หรือ? ทว่าตัวข้ากลับไม่มีความรู้สึกอันใดเลยสักสิ่งเดียวจริงๆ นะ

“หึหึหึ... มนุษย์หน้าโง่ ก็บอกไปแล้วว่านี่ไม่ใช่ชาญวิชา ทว่าวิชาเทวะวิเศษกำเนิดแต่ครรภ์ประเภทจิตวิญญาณต่างหากเล่า”

“สิ่งมีชีวิตย่อมไม่อาจแตะต้อง ยามใดที่ถูกวิชาเทวะวิเศษกำเนิดแต่ครรภ์เข้าปกคลุม ย่อมจะแปรเปลี่ยนเป็นเมล็ดพันธุ์มารหลอมรวมเข้าสู่ภายในร่างกาย ความปรารถนาส่วนตัวและอารมณ์ด้านลบของเจ้าก็จะค่อยๆ ถูกกระตุ้นหนุนนำออกมา ในท้ายที่สุดก็จะระเบิดปะทุครั้งใหญ่ เกิดธาตุไฟเข้าแทรกจนกลายเป็นมาร”

“เมื่อครู่นี้เจ้ายิ่งกล่าววาจาอย่างชัดเจนว่านี่คืออานุภาพจอมมารผู้เผด็จการ มีอานุภาพเพียงเท่านี้เองหรือ?”

เวยเจิ้งหัวร่อเยาะหยัน พลังของอานุภาพจอมมารผู้เผด็จการแปรเปลี่ยนเป็นเมล็ดพันธุ์มาร ล้วนเป็นการเอ่ยคำเหลวไหลเลอะเทอะทั้งสิ้นใช่หรือไม่?

ตัวข้าเห็นได้อย่างชัดเจนว่าไม่ได้รับความรู้สึกกดดันเลยแม้แต่น้อย ลำพังเพียงเท่านี้กลับหาญกล้าขนานนามว่าอานุภาพจอมมารผู้เผด็จการ ไร้ยางอายเกินไปแล้วกระมัง

“พลังมารของอานุภาพจอมมารผู้เผด็จการแปรเปลี่ยนเป็นเมล็ดพันธุ์มาร หลอมรวมเข้าสู่ภายในร่างกายของเจ้าแล้ว”

“ข้าจะตามหากลิ่นอายพลังที่แผ่ซ่านออกมาจากเมล็ดพันธุ์มาร ไม่ช้าก็ย่อมตามหาตำแหน่งที่ตั้งรูปกายอันแท้จริงของเจ้าพบอย่างรวดเร็ว”

จอมมารฟ้าส่งเสียงหัวเราะฮ่าฮ่าออกมาจากฝั่งนั้น ใบหน้าเปี่ยมล้นไปด้วยสีหน้าท่าทางดุร้าย แผดร้องคำรามวา “มนุษย์หน้าโง่ เจ้าเตรียมตัวตายเถอะ!”

“วิ้งวิ้งวิ้ง...!”

ทันใดนั้น ท่ามกลางผืนฟ้ากว้างก็มีแสงทิพย์หงเหมิงสายหนึ่ง ราวกับแม่น้ำสวรรค์พังทลายไหลบ่าอย่างไรอย่างนั้น ร่วงหล่นลงมาจากกึ่งกลางอากาศ

แสงทิพย์หลอมรวมเข้าสู่ภายในคฤหาสน์อย่างรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง ส่วนอีกแขนงหนึ่ง เข้าปกคลุมเวยเจิ้งไว้ที่ด้านในโดยตรง แทรกซึมเข้าสู่ภายในร่างกายอย่างรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง

จบบทที่ บทที่ 342 อานุภาพจอมมารผู้เผด็จการ

คัดลอกลิงก์แล้ว