- หน้าแรก
- ท่านปรมาจารย์เลิกแกล้งเป็นคนธรรมดาได้แล้ว
- บทที่ 341 สมน้ำหน้าแล้วที่เจ้าเป็นหมาโสด
บทที่ 341 สมน้ำหน้าแล้วที่เจ้าเป็นหมาโสด
บทที่ 341 สมน้ำหน้าแล้วที่เจ้าเป็นหมาโสด
บทที่ 341 สมน้ำหน้าแล้วที่เจ้าเป็นหมาโสด
ช่างกล้าวาจาใหญ่โตยิ่งนัก บุคคลผู้นี้มีหัวนอนปลายเท้าอย่างไร ถึงได้บังอาจคุยโวโอ้อวดอย่างไร้ยางอายขนาดนี้!
หรือว่าเขายังสามารถเป็นเซียนบนสรวงสวรรค์ได้อีกอย่างนั้นหรือ?
เสวี่ยหวงทรงพระพิโรธอย่างรุนแรง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยือกวา “ต่อให้เป็นเจ้าสำนักของสำนักเซียนทั้งแปด ก็ยังต้องไว้หน้าให้เจิ้นอยู่บ้าง ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องที่พวกเจ้ากล่าวมา บุคคลผู้นี้เร้นกายอยู่ตามป่าเขา ดำรงชีวิตด้วยการทำนา ไม่ใช่คนของสำนักเซียนทั้งแปดเลยสักนิด เปิ่นหวังไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะกล้าขัดพระราชโองการ”
“เสด็จพ่อ ยามที่พวกเราเดินทางไปถึง หุนหยวนเซียนจุนและไท่ว่ยเซียนจุนกำลังถากถางพลิกดินดินแดนรกร้างให้แก่กงจื่อเวยอยู่เลยพะยะค่ะ”
เซี่ยซิงเฉาหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ทำได้เพียงเอ่ยความจริงออกมา
“ยังมีราชาหนูบินทะยาน ปีศาจค้างคาวระดับยอดปีศาจตนนั้นก็ถูกกงจื่อเวยจับตัวไปพลิกดินเป็นกรรมกรแรงงานทาสด้วยเพคะ”
“หากข้าจำไม่ผิด ยังมีจักรพรรดิปีศาจเก้าหางผู้ทระนงอีกตนหนึ่ง ถูกกงจื่อเวยจับตัวไปไว้ภายในคฤหาสน์เห็นเป็นสัตว์เลี้ยงแล้วเพคะ”
เซี่ยปิงลู่นำเรื่องราวที่พานพบเห็นและยินมาในการเดินทางครั้งนี้เอ่ยออกมา เสวี่ยหวงตกใจกลัวจนทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ในฉับพลัน ตะลึงงันไปอย่างสิ้นเชิงโดยสมบูรณ์แล้ว
หุนหยวนเซียนจุน, ไท่ว่ยเซียนจุน, ราชาหนูบินทะยาน พวกเขาคนไหนบ้างไม่ใช่ผู้แข็งแกร่งที่มีชื่อเสียงโด่งดังของดินแดนจงโจวกันเล่า!
นึกไม่ถึงว่าจะถูกบุคคลผู้นี้จับตัวไปเป็นกรรมกรแรงงานทาส ถากถาง พลิกดินทั้งหมดเลยหรือ?
สรรพสิ่งนี้ช่างน่าเหลือเชื่อขนาดไหนกัน!
เรื่องราวลักษณะนี้ ต่อให้เป็นเสวี่ยหวงแห่งราชวงศ์จงโจว ก็ยังไม่กล้าแม้แต่จะคิดฝันด้วยซ้ำ
เพราะหากนำไปวางไว้ภายในโลกแห่งการบำเพ็ญเซียน ต่อให้เป็นเสวี่ยหวงแห่งราชวงศ์จงโจว ฐานะตำแหน่งหน้าที่ก็ไม่ได้สูงส่งไปกว่าหุนหยวนเซียนจุนเท่าใดนัก
ทว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือ นึกไม่ถึงว่ากระทั่งจักรพรรดิปีศาจก็ยังถูกจับไปเป็นสัตว์เลี้ยงอย่างนั้นหรือ?
มารดาเถอะ... เสวี่ยหวงรู้สึกว่าตัวเองจวนเจียนจะบ้าแล้ว
นั่นคือจักรพรรดิปีศาจเก้าหางเชียวนะ!
จักรพรรดิปีศาจคือสิ่งใดกัน? นั่นคือยอดฝีมือระดับตำนานที่สมชื่อสมคำร่ำลือเลยใช่หรือไม่เล่า!
ยอดฝีมือระดับตำนาน นึกไม่ถึงว่าจะมีคุณสมบัติเพียงแค่เป็นสัตว์เลี้ยงเท่านั้นหรือ?
โถ่ มารดาเอ๋ย สรรพสิ่งนี้ช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว
มองดูตามทีแบบนี้ เช่นนั้นราชวงศ์จงโจวในสายตาของกงจื่อเวย จะจัดเป็นลูกกลมๆ อะไรกันเล่า?
เสวี่ยหวงสองขาอ่อนแรงทรุดนั่งอ่อนแรงอยู่บนเก้าอี้ แม้จะเป็นถึงประมุขของประเทศ ก็อดไม่ได้ที่จะสีหน้าแปรเปลี่ยนไปในฉับพลัน ในใจตื่นตะลึงงันอย่างยิ่งยวด
ลำพังเพียงเอ่ยปากก็สามารถชักนำให้พันธมิตรของสำนักเซียนทั้งแปดมาถากถางพลิกดินให้ สะบัดมือคว้าคราหนึ่งก็เป็นยอดปีศาจมาพลิกดินให้แก่เขา
ลำพังเพียงเอ่ยปากก็นำเอาพืชผลทางการเกษตรสองชนิดออกมา แก้ไขปัญหาที่ยากจะแก้ไขมาหลายปีของราชวงศ์จงโจว สติปัญญาขั้นนี้ย่อมไม่ใช่หนทางวิธีการของปุถุชนคนธรรมดาอย่างแน่นอน
“ตกลงกงจื่อเวยเป็นบุคคลระดับไหนกันแน่?”
เสวี่ยหวงสูดอากาศเข้าลึกๆ คำหนึ่ง สงบใจลงมา แล้วเอ่ยปากถาม
“กราบทูลเสด็จพ่อ ตามที่หุนหยวนเซียนจุนกล่าวมา กงจื่อเวยอาจจะอยู่เหนือระดับเซียนพะยะค่ะ”
อยู่เหนือระดับเซียน!
เสวี่ยหวงทั่วร่างสั่นสะท้านคราหนึ่ง ใบหน้าเปี่ยมด้วยความตื่นตะลึงงัน ตื่นเต้นจนทั่วร่างกำลังสั่นเทาพั่บๆ ขึ้นมา
อยู่เหนือระดับเซียน นั่นก็คือคนสวรรค์!
เกรงว่าคงมีเพียงคนสวรรค์เท่านั้น ถึงจะมีหนทางวิธีการและสติปัญญาขั้นนี้ สะบัดมือก็สามารถแก้ไขปัญหาที่ยากจะแก้ไขมาหลายปีของราชวงศ์จงโจวได้แล้ว
บุคคลระดับนี้ พลิกฝ่ามือเป็นเมฆาคว่ำฝ่ามือเป็นพิรุณ ยามพระพักตร์ทรงพระพิโรธคราหนึ่ง ฟ้าดินพลิกผัน ทรงอานุภาพทำลายล้างฟ้าดินได้เลยทีเดียว
มิน่าเล่าแม้กระทั่งจักรพรรดิปีศาจเก้าหางยังถูกเขาจับไปเป็นสัตว์เลี้ยงเลย
บุคคลประเภทนี้ย่อมล่วงเกินไม่ได้เด็ดขาด มิฉะนั้นสะบัดมือก็สามารถผลักดันราชวงศ์จงโจวทั้งหมดดิ่งลงสู่หุบเหวอันลึกล้ำไร้ขอบเขตได้ในพริบตา
“เสด็จพ่อ ข้าวเปลือกพันธุ์ที่ได้รับมาจากฝั่งกงจื่อเวย ข้าส่งคนไปเพาะปลูกขนานใหญ่แล้วพะยะค่ะ”
“ภายในเวลาไม่กี่เดือน ย่อมสามารถแก้ไขปัญหาปากท้องได้ หลังจากผ่านไปสิบปี ราชวงศ์จงโจวจะต้อนรับช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์ที่ประเทศมั่งคั่งราษฎรแข็งแกร่งพะยะค่ะ”
เซี่ยซิงเฉาตื่นเต้นอย่างยิ่ง เอ่ยคำคาดการณ์ของตัวเองออกมาอย่างต่อเนื่อง
“เจ้าทำได้ดีมาก สรรพสิ่งนี้คงเป็นเจตจำนงของยอดคน และยังเป็นโชควาสนาของราชวงศ์จงโจวด้วย จำต้องคิดค้นทุกวิถีทางเพื่อผูกมิตรสัมพันธ์ที่ดีกับยอดคนเอาไว้ให้ได้”
“เสด็จพ่อ ยามที่ได้สัมผัสกับกงจื่อเวยเป็นครั้งที่สอง ข้าส่งมอบสมุนไพรจิตวิญญาณชั้นเลิศที่จัดเก็บสะสมมาหลายปีไปให้แล้วพะยะค่ะ”
“ดีมาก จัดการเรื่องราวเด็ดเดี่ยว สมกับเป็นสายเลือดของราชวงศ์จงโจวของเรา จะต้องเป็นเพราะความจริงใจของเจ้าที่ทำให้ยอดคนตื้นตันใจอย่างแน่นอน เขาจึงยินดีที่จะชี้แนะแนวทางให้แก่พวกเราครั้งแล้วครั้งเล่า ในเมื่อเจิ้นได้รับรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของยอดคน ย่อมต้องเดินทางไปเข้าพบเยี่ยมเยียนสักเที่ยวอยู่แล้ว”
“เสด็จพ่อ ท่านก็คิดจะไปเข้าพบเยี่ยมเยียนกงจื่อเวยด้วยหรือพะยะค่ะ?” เซี่ยปิงลู่อดไม่ได้ที่จะเผยสีหน้าท่าทางอัศจรรย์ใจออกมา
“ราชวงศ์จงโจวยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ยังค้างคาใจยากจะแก้ไขที่ต้องขอคำชี้แนะจากกงจื่อเวย หากได้รับคำชี้แนะจากกงจื่อเวย การผงาดขึ้นของราชวงศ์ย่อมอยู่แค่เอื้อมแล้ว”
ยามที่เสวี่ยหวงเอ่ยประโยคนี้ออกมา แววตาความรู้สึกภายในดวงตา ก็ยิ่งมายยิ่งแกร่งกล้าเด็ดเดี่ยวมากขึ้นแล้ว
จากนั้น เขาออกราชโองการศักดิ์สิทธิ์สืบเนื่องกันหลายฉบับ ส่งคำสั่งไปยังขุนนางทั่วใต้หล้า เพิ่มกำลังในการผลักดันการเพาะปลูกข้าว ข้าวน้ำ ห้ามมีความละเลยในหน้าที่การงานเด็ดขาด มิฉะนั้นจะถูกประหารชีวิตสถานเดียว
ในเวลาเดียวกันกับที่ราชโองการศักดิ์สิทธิ์ถูกส่งออกไป แสงทิพย์หงเหมิงพิเศษสายหนึ่งก็ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า มุ่งตรงไปยังคฤหาสน์ที่เวยเจิ้งพำนักอยู่ทันที
……
ภายในคฤหาสน์ เวยเจิ้งมองดูจอมมารฟ้าที่ยืนเหม่อลอยอยู่ตรงนั้น
เวยเจิ้งไม่พึงพอใจ แล้วกล่าวว่า “ข้าบอกว่าเจ้าให้ปฏิกิริยาตอบกลับสักหน่อยไม่ได้หรืออย่างไรกัน?”
“หน้าตาก็ดั้งเดิมก็น่าเกลียดอยู่แล้ว ยังจะไม่พูดจาอีก!”
“สมน้ำหน้าแล้วที่เจ้าเป็นหมาโสดจนถึงตอนนี้ หากเจ้าไม่ทำตัวอุดอู้อยู่แต่ในบ้านขนาดนี้ ก็คงไม่ถึงขั้นต้องใช้ชีวิตอยู่กับแม่นางทั้งห้าจนถึงตอนนี้หรอกกระมัง”
“สิ่งใดคือหหมาโสด? พูดจาเรื่องราวอันใดกัน? ข้าคือจอมมารฟ้านะ เป็นไปได้อย่างไรที่จอมมารฟ้าจะแต่งงานกันเล่า?”
มีความจำเป็นด้วยหรือ? การเป็นโสดมันมีสิ่งใดไม่ดี อยากจะดีกับใครก็ดีกับคนนั้นสิ!
จอมมารฟ้าก็ไม่พึงพอใจอย่างยิ่งเช่นกัน ภายใต้เร้นลับแห่งมหาเต๋า นึกไม่ถึงว่าจะยังมีคนเหลวไหลเลอะเทอะขนาดนี้ มาถกเถียงปัญหาเรื่องหมาโสดกับจอมมารฟ้าตนหนึ่งได้อย่างนั้นหรือ?
“ถามคำถามเจ้าสักข้อสิ หากจอมมารฟ้าต้องผ่านทัณฑ์มารในใจ จะเกิดธาตุไฟเข้าแทรกจนกลายเป็นมารหรือไม่นะ?”
น้ำเสียงของเวยเจิ้งส่งผ่านมา ชั่วเวลานั้นต่อให้เป็นจอมมารฟ้าก็ยังอดไม่ได้ที่จะอยากอาเจียนออกมาจริงๆ มารดาเถอะนี่มันคือคำถามบ้าบอสิ่งใดกัน?
เจ้าเคยเห็นจอมมารฟ้าผ่านทัณฑ์มารในใจด้วยหรือ? ต่อให้เป็นมารดาของเขาก็ยังไม่เคยพานพบเจอมาก่อนเลย
เจ้าไม่สามารถถามคำถามที่ปรกติธรรมดาหน่อยได้หรืออย่างไรกัน? คำถามที่ปรกติธรรมดามันสร้างความลำบากใจให้ขนาดนั้นเลยหรืออย่างไรฮะ?
จอมมารฟ้าแข็งทื่อไปในสถานที่จริงทันที เจ้าหมอนนี่จะต้องเป็นราชาสมองกลับอย่างแน่นอน!
“ตกลงเจ้าเป็นใครกันแน่? ไฉนจึงถามคำถามลักษณะนี้กับข้า?”
ใบหน้าของจอมมารฟ้ามีสีหน้าท่าทางราวกับคนท้องผูกเต็มใบหน้า อย่าให้ข้าตามหาเจ้าพบเชียวล่ะ มิฉะนั้นจะจัดการทุบตีเจ้าให้ตายเลย!
。