- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอสโลว์ไลฟ์ในรายการเอาชีวิตรอด
- บทที่ 108 กินหม้อไฟกันสักมื้อไหม?
บทที่ 108 กินหม้อไฟกันสักมื้อไหม?
บทที่ 108 กินหม้อไฟกันสักมื้อไหม?
"ฉู่เฟิง ดื่มน้ำสิคะ" อวิ๋นซินวิ่งเข้ามาโดยที่มือข้างหนึ่งถือกระบอกไม้ไผ่ บนไหล่แบกกิ่งไม้ที่มีใบไม้อยู่เต็มไปหมด
ร่างกายเล็กบอบบางของเด็กสาวโอนเอนไปมาเพราะน้ำหนักของกิ่งไม้ที่กดทับ ราวกับจะสะดุดล้มลงเสียให้ได้
"เธอทำอะไรเนี่ย?" ฉู่เฟิงรีบก้าวเข้าไปรับกิ่งไม้มา
"เอาไว้ให้คุณบังแดดไงคะ" อวิ๋นซินพูดพลางหอบหายใจ
"บังแดด?"
ฉู่เฟิงมองดูกิ่งไม้ จากนั้นก็เข้าใจในทันที จึงพูดเสียงนุ่มว่า "ไปเถอะ พวกเรากลับไปพักที่เพิงไม้กันก่อน อีกสักสิบกว่านาทีค่อยออกมา"
"เตาเผาทำเสร็จแล้วเหรอคะ?" อวิ๋นซินถามด้วยความประหลาดใจ
"ยังหรอก ปล่อยให้โคลนตากแดดสักหน่อย ไม่อย่างนั้นถ้าฐานรากนิ่มเกินไปมันจะถล่มลงมา" ฉู่เฟิงอธิบาย
นี่เป็นหลักการเดียวกับการสร้างตึก ก่อนอื่นต้องวางรากฐานให้ดีก่อน และความสูงของเตาเผานี้ก็ไม่ใช่น้อยๆ
"อย่างนี้นี่เอง งั้นพวกเราไปทำเครื่องปั้นดินเผากันต่อเถอะค่ะ" อวิ๋นซินพยักหน้า ก้าวเดินไปยังเพิงไม้
"ต่อไปเธอจะทำอะไรล่ะ?" ฉู่เฟิงถามด้วยความอยากรู้
เด็กสาวทำถ้วยดินเผาสองใบ ชามดินเผาสองใบ จานดินเผาหนึ่งใบ และกาน้ำชาไปแล้ว
"ทำเตาถ่านค่ะ จะได้ใส่ถ่านเข้าไปย่างปลา ทำหม้อไฟได้" อวิ๋นซินพูดเสียงเบา
ทำเตาถ่านสักอัน จะได้เอามาทำหม้อไฟซุปปลา เอาผักป่ามาจุ่มกินน่าจะอร่อยกว่า ยังไงซะถ้าต้มรวมกันหมดทั้งหม้อ กินเยอะๆ เข้าก็คงจะเลี่ยนเหมือนกัน
"หม้อไฟ?" ฉู่เฟิงชะงัก ขมวดคิ้วครุ่นคิด ควรจะกินหม้อไฟสักมื้อดีไหมนะ?
ขอเพียงล่ากวางได้ ก็สามารถทำหม้อไฟเนื้อกวางแสนอร่อยได้แล้ว แค่คิดก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่วิเศษมาก
"ใช่ค่ะ พวกเรามีผักป่าเยอะแยะ เอามาทำหม้อไฟน่าจะอร่อยน่าดู" อวิ๋นซินเลียริมฝีปาก
"เอ่อ... ก็ไม่เลวเลย" มุมปากของฉู่เฟิงกระตุก ภาพหม้อไฟเนื้อกวางปลิวหายไปกับสายลม
ทั้งสองคนเข้าไปในเพิงไม้และเริ่มทำเครื่องปั้นดินเผากันอีกครั้ง
ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา
ฉู่เฟิงทำจานดินเผาเสร็จหนึ่งใบ เขาประเมินเวลาคร่าวๆ แล้วก็เตรียมตัวออกไปสร้างเตาเผาให้เสร็จ
"เอากิ่งไม้นั่นไปด้วยสิคะ" อวิ๋นซินเตือน
"ได้เลย" ฉู่เฟิงเดินออกจากเพิงไม้ หลังจากวางจานดินเผาเสร็จ ก็เดินมาที่หน้าเตาเผา แล้วหยิบกิ่งไม้ที่เด็กสาวนำมาขึ้นมา
เขามองดูใบไม้ที่บางตาบนกิ่งไม้ ถอนหายใจแล้วพูดว่า "หวังว่าจะช่วยบังแดดได้นะ"
ฉึก...
ฉู่เฟิงปักกิ่งไม้ลงไปตรงหน้าเตาเผา ใบไม้ช่วยบดบังแสงแดดได้พอดี ทำให้ร่างที่นั่งยองๆ ของเขาไม่ต้องถูกแสงแดดแผดเผาจนผิวไหม้
เขาเริ่มสร้างเตาเผาตามวิธีปั้นดินเป็นเส้นแล้ววางซ้อนกัน นำโคลนมาวางซ้อนทับขึ้นไปเป็นวงๆ
หลังจากใช้เวลาไปครึ่งชั่วโมง เตาเผาสูงหนึ่งเมตรและกว้างสี่สิบเซนติเมตรก็สร้างเสร็จ ดูเผินๆ คล้ายกับปล่องไฟไม่มีผิด
"ฉู่เฟิง นี่คือเตาเผาเหรอคะ?" จู่ๆ เสียงของอวิ๋นซินก็ดังขึ้น
"หืม?"
ฉู่เฟิงหันกลับไป มองเด็กสาวที่มายืนอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จึงเอ่ยเย้าแหย่ว่า "จอมยุทธหญิง มาเยือนตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?"
สำหรับความขี้เล่นของเขา เด็กสาวเริ่มมีภูมิต้านทานขึ้นมาบ้างแล้ว
"คุณมัวแต่จดจ่อเกินไปน่ะสิคะ ฉันมายืนอยู่ตรงนี้ตั้งพักหนึ่งแล้ว" อวิ๋นซินทำปากยื่นอย่างแง่งอน
"เอ่อ..." ฉู่เฟิงพูดไม่ออก คนที่กำลังตั้งใจมักจะปิดกั้นทุกสิ่งรอบตัวโดยสัญชาตญาณ
"ฉู่เฟิง เผาเครื่องปั้นดินเผาได้หรือยังคะ?" อวิ๋นซินซักถาม
"ให้แดดเผาเตาเผานี้ให้แห้งอีกสักหน่อยก่อน ไม่อย่างนั้นถ้าใส่เครื่องปั้นดินเผาเข้าไป มันจะชื้นเอาน่ะ" ฉู่เฟิงพูดเสียงนุ่ม
"ก็ได้ค่ะ" อวิ๋นซินถอนหายใจ ต้องเลื่อนเวลาออกไปอีกแล้ว
"ไม่ต้องรีบร้อนหรอก วันนี้รับรองว่าได้เผาเครื่องปั้นดินเผาออกมาแน่นอน" ฉู่เฟิงปลอบโยน
เขาดึงกิ่งไม้ออก เพื่อให้แสงแดดส่องถึงเตาเผา ด้วยความร้อนในตอนนี้ เพียงหนึ่งชั่วโมงก็พอที่จะทำให้ความชื้นในโคลนระเหยออกไปได้หมด
"ฉู่เฟิง ดินเหนียวไม่พอแล้วค่ะ" อวิ๋นซินบอกเสียงอ่อย
"หืม? เธอใช้หมดแล้วเหรอ?" ฉู่เฟิงถามด้วยความประหลาดใจ
อวิ๋นซินพยักหน้าเล็กน้อย พูดเสียงเบาว่า "ฉันเอาดินเหนียวที่เหลือไปทำอ่างล้างหน้ามาค่ะ"
"ใหญ่แค่ไหน? ใหญ่กว่าเจ้านี่หรือเปล่า?" ฉู่เฟิงชี้ไปที่เตาเผาแล้วถาม
"ไม่ค่ะ ประมาณสองฝ่ามือของฉันต่อกัน" อวิ๋นซินรีบส่ายหน้า ยื่นฝ่ามือขาวเนียนออกมา กางนิ้วโป้งกับนิ้วกลางออกเพื่อกะขนาดให้ดู
"น่าจะกว้างประมาณสามสิบเซนติเมตร" ฉู่เฟิงพูดเสียงเบา บางครั้งฝ่ามือก็เป็นเครื่องมือวัดขนาดที่ดีเยี่ยม นิ้วโป้งกับนิ้วกลางของเขากางออกจะได้ความกว้างประมาณยี่สิบเซนติเมตร
ส่วนนิ้วโป้งกับนิ้วกลางของเด็กสาวตอนกางออก จะสั้นกว่าของเขาอยู่ช่วงหนึ่ง
"น่าจะใส่เข้าไปได้ใช่ไหมคะ?" อวิ๋นซินถามเสียงอ่อย กลัวว่าตัวเองจะผลาญดินเหนียวไปโดยเปล่าประโยชน์
"ไม่มีปัญหา" ฉู่เฟิงพยักหน้าอย่างมั่นใจ
เขาก้าวเดินไปที่เพิงไม้ พลางพูดว่า "เดี๋ยวฉันไปขนดินเหนียวกลับมาเพิ่ม เธออยากจะทำอะไรก็ทำได้เลย"
"ฉันไปช่วยด้วยค่ะ" อวิ๋นซินยกมือขึ้นบอก
"ตกลง งั้นเธอก็ไปพร้อมกันเลย" ฉู่เฟิงไม่ปฏิเสธ
เขากลับไปที่เพิงไม้ สะพายถังไม้ พกพลั่วทหารแล้วก็ออกเดินทาง
ทั้งสองคนใช้เวลาสองสามนาทีก็มาถึงจุดขุดดินเหนียว และใช้เวลาอีกครึ่งชั่วโมงขุดดินเหนียวจนพอจึงกลับมาที่ค่ายพัก
นั่งในตำแหน่งเดิม ทั้งสองเริ่มนวดดินเหนียวกันอีกครั้ง พร้อมกับคัดแยกก้อนหินและสิ่งเจือปนที่อยู่ข้างในออกมา
"ตอนนี้ไม่รู้ว่ากี่โมงแล้วนะคะ" อวิ๋นซินพึมพำ วางดินเหนียวในมือลง แล้วหยิบกระบอกไม้ไผ่ที่อยู่ข้างๆ มาดื่มน้ำ
"กี่โมง?"
คำพูดของเด็กสาวทำให้ฉู่เฟิงปิ๊งไอเดียขึ้นมา เขาพูดเสียงเบาว่า "ทำนาฬิกาแดดออกมาสักอันดีกว่า แบบนั้นก็ไม่ต้องคอยวาดรูปนาฬิกาแดดบนพื้นแล้ว"
"ให้ฉันเป็นคนทำเหรอคะ?" อวิ๋นซินชี้ตัวเองแล้วถาม
"อืม ตอนนี้ฉันจะเอาแผ่นดินเหนียวสี่แผ่นนี้ออกไปตากแดดก่อน" ฉู่เฟิงพยักหน้าตอบ
เขาใช้ดินเหนียวปั้นแผ่นดินเหนียวขึ้นมาสี่แผ่น เพื่อเอาไว้ปิดทับด้านบนของเตาเผา ป้องกันไม่ให้ความร้อนเล็ดลอดออกไป
"ได้เลยค่ะ มอบหน้าที่นี้ให้ฉันได้เลย" อวิ๋นซินรับคำด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ฉู่เฟิงถือแผ่นดินเหนียวเดินออกจากเพิงไม้ หาพื้นที่เหมาะๆ แล้วนำมันไปตากแดด
เขามองดูดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า คำนวณทิศทางในใจ "ตอนนี้น่าจะประมาณบ่ายสองบ่ายสามแล้วล่ะมั้ง"
"เวลาไม่เช้าแล้ว ลองเผาเครื่องปั้นดินเผาดูเลยดีกว่า" ฉู่เฟิงไม่อยากรออีกต่อไป ไม่อย่างนั้นมันจะค่ำมืดเสียก่อน
เขาตรวจสอบโอ่งน้ำใบเล็ก พบว่ามันแห้งสนิทหมดแล้ว จึงอุ้มโอ่งน้ำใบเล็กมาที่หน้าเตาเผา เอื้อมมือไปสัมผัสเตาเผาดู ก็พบว่ามันแห้งสนิทแล้วเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าแสงแดดนั้นแผดเผารุนแรงเพียงใด
"วางคว่ำลง น่าจะทำให้เผาเข้าไปถึงข้างในได้พอดี"
ฉู่เฟิงครุ่นคิดเล็กน้อย หันขวับไปมองที่เพิงไม้ แล้วพูดเสียงเบาว่า "ใส่เครื่องปั้นดินเผาชิ้นเล็กๆ เข้าไปเพิ่มอีกหน่อยดีกว่า ไม่อย่างนั้นใครบางคนคงจะผิดหวังอีก"
เขาวางโอ่งน้ำใบเล็กลง นำถ้วยดินเผาสองใบของเด็กสาวมาวางไว้ที่ก้นเตาเผา จากนั้นก็นำโอ่งน้ำใบเล็กคว่ำลงไป