- หน้าแรก
- บ่าวอัจฉริยะ ข้าจะไปสอบจอหงวนแทนนายน้อยเอง
- ตอนที่ 179 เขาเป็นอันดับหนึ่งไม่ได้!
ตอนที่ 179 เขาเป็นอันดับหนึ่งไม่ได้!
ตอนที่ 179 เขาเป็นอันดับหนึ่งไม่ได้!
ตอนที่ 179 เขาเป็นอันดับหนึ่งไม่ได้!
ค่ำคืนก่อนประกาศรายชื่อ เย่หมิงคัดลอก "คัมภีร์พันอักษร" เสร็จสิ้นและจับคู่พินอินให้แก่ตัวอักษรแต่ละตัว ก็เข้านอนอย่างเต็มอิ่ม
ทว่าคนจำนวนมากกลับนอนไม่หลับเพื่อการประกาศรายชื่อในวันพรุ่งนี้
ตะเกียงน้ำมันของที่ว่าการอำเภอยังคงสว่างไสว
ปลัดอำเภอเมืองจิ้นหนาน และยังมีอาจารย์ผู้ควบคุมดูแลของสำนักศึกษาอำเภอเป็นต้น ต่างขมวดคิ้วอย่างขมขื่น
พวกเขามองดูอันดับหนึ่งที่นายอำเภอวงกลมเลือกออกมา โน้มน้าวใจนายอำเภอหวังเซิงอย่างหวังดี
"ใต้เท้า อันดับหนึ่งนี้ จะเป็นเย่หมิงไม่ได้จริงๆ ขอรับ!"
คนที่อยู่หัวแถวก็คือฝูกว๋อจิ้น ปลัดอำเภอที่ให้รักษาการกิจการก่อนในยามที่นายอำเภอไช่คนก่อนหน้าถูกกำจัดไป
"ใต้เท้า ท่านเพิ่งมาถึงย่อมไม่กระจ่างแจ้งในประวัติชีวิตของเย่หมิง"
หวังเซิงมีความไม่นับถืออยู่บ้าง เขาเตรียมตัวไว้ตั้งนานแล้วว่าการมาถึงสถานที่ใหม่ ตนเองจะได้รับอุปสรรค
ย่อมเป็นเพราะเขาเพิ่งมาถึง และกองกำลังขุนนางในท้องถิ่นล้วนคงที่แล้ว เขาคือผู้มาเยือนจากภายนอก ยามทำข้อตกลงบางอย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีสถานการณ์ "คำสั่งไม่ดำเนิน ข้อห้ามไม่หยุด"
เพียงแต่นึกไม่ถึงว่าเรื่องราวจะมาถึงรวดเร็วเช่นนี้
โครงการแรกหลังจากเขามาถึง ก็คือการสอบระดับอำเภอ เขาเลือกอันดับหนึ่งก็ได้รับการคัดค้านจากคนเหล่านี้
"เจ้าทราบได้อย่างไรว่าข้าไม่ทราบ เรื่องเย่หมิงนี้ข้าเคยได้ยินมา อายุไม่มาก ความสามารถดีมาก อาจารย์ของเขาคือหวังเหรินซิน" กล่าวถึงตรงนี้เขาหยุดไปเล็กน้อย สายตามีความสงสัยมองไปยังคนเหล่านี้ แล้วกล่าวต่อว่า
"อาจารย์ปู่ของเขาคือขุนนางผู้ดูแลสถาบันกว๋อจื่อเจียนใต้เท้าเย่ อันใดกัน? พวกท่านกลัวคนกล่าววาจานินทาหรือ? สิ่งที่ดีก็คือดี ข้าไม่ได้เห็นแก่หน้าของใต้เท้าผู้ดูแลหรอกนะ"
ปลัดอำเภอกว๋อคิ้วขมวดจนสามารถหนีบแมลงวันได้ ในใจคิดว่านายอำเภอของตนเองผู้นี้ช่างบุ่มบ่ามจริงๆ
"ใต้เท้าหวังขอรับ ท่านทราบว่าเย่หมิงผู้นี้อายุยังน้อย ทว่าท่านทราบอย่างละเอียดหรือไม่ขอรับ?"
หวังเซิงเรื่องนี้ยังไม่กระจ่างแจ้งเป็นพิเศษจริงๆ เขาเคยมองเย่หมิงจากที่ห่างไกล เด็กคนนั้นรูปร่างหน้าตาหมดจด ยืนหยัดดั่งต้นสนเขียว
"12?"
ปลัดอำเภอกว๋อทอดถอนใจคำหนึ่ง นึกถึงเรื่องที่เย่หมิงผู้นี้ส่วนสูงเพิ่มขึ้นในปีนี้ กลับเติบโตขึ้นไม่น้อย
"เขาเพิ่งจะอายุไม่ถึง 10 ปี!"
สายตาของหวังเซิงมีความไตร่ตรองเล็กน้อย อันดับหนึ่งอายุ 10 ปีดูเหมือนจะเล็กไปหน่อย ทว่าเพียงไตร่ตรองครู่หนึ่ง เขาก็กล่าวด้วยสายตาแน่วแน่ว่า
"10 ปีแล้วอย่างไร? องค์เหนือหัวยังทรงลดระดับตัวบุคคลเพื่อส่งเสริมบุคลากรโดยไม่ยึดติดรูปแบบ เหตุใดเมื่อมาถึงใต้เท้ากว๋อ กลับสร้างกฎเกณฑ์จำกัดอายุขึ้นมา?"
ปลัดอำเภอกว๋อได้ยิน เม็ดเหงื่อบนหน้าผากก็ไหลออกมาแล้ว เขาพยายามส่งสายตาให้อาจารย์ผู้ควบคุมดูแลอาวุโสด้านข้างอย่างสุดชีวิต
พวกเขาล้าล้วนอาศัยความอ่อนน้อมและโชคดี ถึงประสบความสำเร็จไม่ได้รับความกระทบกระเทือนจากคดีของนายอำเภอไช่ตรงนั้น
ทว่าเห็นชะตากรรมของเพื่อนร่วมอาชีพบางคน ในใจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีความโศกเศร้า
พวกเขาย่อมไม่มีความคิดที่จะเป็นศัตรูกับนายอำเภอคนใหม่ เพียงแต่คิดว่าห้ามให้นายอำเภอคนใหม่สร้างเรื่องราวอันใดขึ้นมาอีกเด็ดขาด แล้วมาสร้างความกระทบกระเทือนให้แก่พวกเขา!
ในใจคาดหวังให้นายอำเภอคนใหม่เป็นคนที่มั่นคง ผลลัพธ์คือคนเขาเพิ่งมาถึง เลือกอันดับหนึ่ง สหายเอ๋ย เลือกไปถึงเย่หมิงโดยตรง นี่คือรังเกียจว่าเมืองจิ้นหนานสงบเกินไปหรืออย่างไร?
อาจารย์ผู้ควบคุมดูแลอาวุโสได้รับสายตาของปลัดอำเภอกว๋อ เพื่อให้ตนเองสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างราบรื่นจนถึงวันเกษียณอายุ เขาจึงเอ่ยปากช่วยเสริมอย่างฝืนใจว่า
"ใต้เท้าหมื่นอำเภอขอรับ! นี่ไม่ใช่เรื่องของอายุจริงๆ เย่หมิงผู้นี้ แม้ว่ามีชื่อเสียงว่าเป็นเด็กอัจฉริยะ แต่เรื่องนี้ก็ทำให้ทุกคนได้รับรู้ว่า เขาเพิ่งเริ่มเรียนหนังสือมาจนถึงยามนี้ได้เพียงหนึ่งปีเต็มเท่านั้นขอรับ!"
"เรื่องนี้ หากเขาได้รับอันดับหนึ่ง เช่นนั้นจะทำให้คนอื่นยอมรับได้อย่างไร ต้องรู้สึกว่าเป็นใต้เท้า เป็นใต้เท้าเพื่อประจบเอาใจใต้เท้าผู้ดูแลสถาบันสวี่คนนั้น... สุดท้ายกล่าวว่าการสอบคัดเลือกไม่ยุติธรรม ไปจนถึงเรื่องทุจริตอันใด จะยุ่งยากเอาได้ขอรับ!"
หวังเซิงฟังแล้วตกตะลึง ดวงตาเบิกโพลง พู่กันที่ถืออยู่ในมือร่วงหล่นลงบนโต๊ะ เขาจ้องมองอาจารย์ผู้ควบคุมดูแลผู้นั้น กล่าวอย่างเหลือเชื่อว่า
"เจ้ากล่าวอันใดนะ? เย่หมิงคนนั้น เขา เขาเริ่มเรียนหนังสือเพียงหนึ่งปี?!"
วันประกาศรายชื่อ
เย่หมิงตื่นนอนแต่เช้าตรู่ เมื่อวานนี้พี่รองวาดภาพนอนดึก ไม่ได้ตื่นแต่เช้า ดังนี้แป้งทอดจึงเป็นมารดาเย่ทำ
เย่หมิงพยายามกลืนแป้งทอดที่ชุ่มไปด้วยน้ำมันคำหนึ่ง รู้สึกว่าระดับความยากในการกลืนมีระดับพอกันกับแป้งทอดที่แจกในเหมืองแร่
ฝีมือการทำอาหารของมารดา ยังคงน่าประทับใจเช่นเดิม
เขาใช้กระดาษไขห่อแป้งทอดไว้ เตรียมไว้เผื่อเวลาหิวจัด ก็จะสามารถกินลงไปได้
เย่หมิงมองบิดาเย่ที่มีใบหน้าราบรื่น มีเพียงลำคอที่พยายามเชิดขึ้นแสดงถึงความยากลำบากในการกลืน
และมารดาเย่ที่มีรอยยิ้มเต็มใบหน้า หยิบแป้งทอดให้ทุกคนไม่หยุด ก่อนจะจากไปเขายังคงกล่าวคำหนึ่งว่า
"วันนี้ประกาศรายชื่อ ท่านพ่อท่านแม่จะไปดูด้วยกันหรือไม่?"
บิดาเย่ดื่มน้ำชาคำใหญ่ถึงกลืนแป้งทอดลงไปได้ เขามีความฉงนใจเล็กน้อยมองไปยังเย่หมิง ตอนที่ 179 เขาเป็นอันดับหนึ่งไม่ได้! (2/2)
"วันนี้เจ้าตื่นเช้าเพียงนี้ ก็เพื่อจะไปดูรายชื่อหรือ?"
ทว่าในไม่ช้าเขาก็นึกถึงเรื่องที่นายน้อยสวีและนายน้อยเสิ่นล้วนเข้าร่วมการทดสอบ บุตรชายตนเองเป็นเด็กรับใช้หนังสือ ย่อมต้องอยู่เป็นเพื่อนคุณชายทั้งสองดูรายชื่อ
"ข้าและแม่ของเจ้าไม่ไปแล้ว วันนี้หลงจู๊ทางฝั่งเมืองหลวงมา จะมาเจรจาการค้ากับพวกเรา"
กล่าวจบ เขาก็ตลบหลังกล่าวกับมารดาเย่อย่างนุ่มนวลว่า
"เสื้อผ้าชุดใหม่ที่เจ้าทำชุดนั้น อย่าเอาแต่เก็บไว้ วันนี้ก็สวมใส่เถิด งดงาม!"
ใบหน้าอันหยาบกร้านของมารดาเย่เผยความเอียงอายสายหนึ่ง
"เช่นนั้นท่านก็สวมใส่เสื้อคลุมตัวใหม่สีขาวดั่งแสงจันทร์ชุดนั้น ดูมีสง่าราศี!"
ทั้งสองสบตาและยิ้มให้กันอีกครั้ง
เย่หมิงยิ้มและทอดถอนใจคำหนึ่ง
บิดามารดาของตนเองนับตั้งแต่ฟื้นฟูสถานะประชากรดี ความสัมพันธ์ในยามที่อยู่ด้วยกันก็มากขึ้น ความรู้สึกก็ดีขึ้นเรื่อยๆ
เดิมทีการมีบิดามารดาที่รักใคร่กันย่อมเป็นเรื่องดี เพียงแต่ตนเองที่มักถูกละเลยมีความรู้สึกน้อยใจอย่างอธิบายไม่ถูก
แม้ว่าตัวเขาเองก็ไม่จำเป็นต้องมีคนอยู่เป็นเพื่อน ทว่าท่านพ่อไม่ได้กล่าวอยู่ตลอดหรือว่าอยากเห็นเขาได้รับตำแหน่งบนป้ายทองคำ? วันนี้น่าจะมีชื่ออยู่บนรายชื่อ ท่านพ่อกลับไม่ไปดูแล้ว
ทว่านี่เป็นเพียงการสอบระดับอำเภอครั้งแรก บิดามารดาต้องคิดว่า ยามนี้ทำงานให้มากขึ้น รอตอนสอบระดับมณฑลค่อยไปเป็นเพื่อนตนเองกระมัง
หาข้อแก้แก้ตัวให้บิดามารดาเสร็จสิ้น เย่หมิงถือแป้งทอดน้ำมันก็เกินออกจากประตูบ้านไป
ระหว่างทางพบเจอท่านป้าหวัง ยังได้ทักทายกัน
"วันนี้ประกาศรายชื่อ น้องหมิงไปเรียนหนังสือหรือ?"
เย่หมิงยิ้มตอบกลับ
"วันนี้พักผ่อน จะไปดูประกาศรายชื่อขอรับ"
ท่านป้าหวังมีความประหลาดใจเล็กน้อย
"นี่เจ้าเข้าร่วมการสอบระดับอำเภอด้วยหรือ? เหตุใดจึงไม่ได้ยินพ่อแม่ของเจ้ากล่าวถึงเลยเล่า"
เย่หมิงพยักหน้าอย่างอ่อนน้อม
"ผู้น้อยเพียงทดลองดู ถือเสียว่าเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ขอรับ"
ท่านป้าหวังก็พยักหน้าเช่นกัน
"เจ้าอายุยังน้อย ทดลองดูให้มากก็ดี"
ปากกล่าวเช่นนี้ ในใจยังคงเสียดายเงินเงินที่จ่ายเป็นค่าสมัคร คิดว่าคนตระกูลเย่ก็รักใคร่บุตรชายคนนี้จริงๆ รู้ทั้งรู้ว่าสอบไม่ผ่าน ยังไปหาคนเสียเงินสมัครสอบ
ท่านน้าหลี่ที่อยู่ด้านข้างไม่ทราบว่าโผล่มาจากที่ใด มองดูแผ่นหลังของเย่หมิง กล่าวอย่างอิจฉาตาร้อนอยู่บ้างว่า
"เหอะ เพิ่งเรียนหนังสือมาได้เพียงปีเดียว ก็คิดจะไปสอบเป็นถงเซิง นึกว่าตนเองเป็นเด็กอัจฉริยะจริงๆ หรือ"
ท่านป้าหวังตีท่านน้าหลี่ทีหนึ่ง
"กล่าวอันใดกัน น้องหมิงเดิมทีก็มีความสามารถโดดเด่น ลืมราชโองการวันนั้นแล้วหรือ? เขาเป็นคนที่มีแม้กระทั่งคำชื่นชมขององค์จักรพรรดิเชียวนะ"
ท่านน้าหลี่ใบหน้าแดงก่ำ ยิ่งไม่ยอมจำนนกล่าวว่า
"นั่นเป็นเพียงการกล่าวว่าเขาวาดภาพได้ดี ไม่ใช่วิชาความรู้ดี การสอบจ้วงยวนนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะสอบวาดภาพกระมัง?
ก็แค่เด็กน้อยคนหนึ่ง คนในบ้านของข้า บุตรชายของลูกพี่ลูกน้องในหมู่บ้านเดียวกันคนนั้น ถึงจะเก่งกาจจริงๆ เด็กน้อยของตระกูลเย่คนนี้ ก็แค่ไปให้ครบจำนวนเท่านั้น"
นางยิ่งกล่าวก็ยิ่งตื่นเต้น
"พวกเจ้าดูเถิด เรื่องใหญ่โตอย่างการไปดูรายชื่อ ตระกูลเย่กลับไม่มีใครไปเป็นเพื่อนเลยหรือ? ก็คือรู้ว่าไม่ผ่าน กลัวอับอายขายหน้าไม่ใช่หรืออย่างไร?"
ท่านป้าหวังแม้ว่าจะทราบว่าเป็นเช่นนี้ ทว่าฟังท่านน้าหลี่กล่าววาจาก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ
"รีบจัดการให้เสร็จ วันนี้คนดูรายชื่อมีมาก แย่งชิงตำแหน่งที่ดี จะได้หาเงินได้มากขึ้น"
ท่านป้าหวังเป็นคนขายแป้งทอด ท่านน้าหลี่เป็นคนขายเต้าฮวย มักจะขายด้วยกันสองคน ถือเป็นการผสมผสานระหว่างของแห้งและของน้ำ
ยามปกติคือไปที่ถนน ครั้งนี้เตรียมตัวจะไปที่หน้าประตูที่ว่าการอำเภอโดยตรง คนมีมาก!
ท่านน้าหลี่รีบจัดระเบียบ กล่าวว่า
"วางใจเถิด รอเมื่อไปถึง ข้าหาหลานชายคนโตของข้าพบ หากเขาได้รับอันดับหนึ่ง กล่าววาจาให้พวกเราสุ่มสี่สุ่มห้าไม่กี่คำ พวกเรายังจะกังวลเรื่องขายไม่ได้หรือ? วันนี้เจ้าโชคดีติดตามข้า ถือเป็นความได้เปรียบที่เจ้าได้รับอานิสงส์แล้วล่ะ"