เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 กินเนื้อ

บทที่ 20 กินเนื้อ

บทที่ 20 กินเนื้อ


เจียงเฟิงส่งเสียงเรียก จากนั้นเขากับเซี่ยจือเยวียนก็แบ่งกันยืนประกบซ้ายขวา จับขาหมาป่ากันคนละข้าง

"ฮึบ!"

ทั้งสองคนออกแรงพร้อมกัน ซากหมาป่ายักษ์น้ำหนักกว่าสามร้อยจินถูกพวกเขาสองคนยกขึ้นมาด้วยพละกำลัง แล้ววางลงบนรถลากอย่างมั่นคง

ตามด้วยหมูป่าขนเม่นน้ำหนักกว่าหกร้อยจินตัวนั้น ก็ถูกทั้งสองคนช่วยกันยกขึ้นไปเช่นกัน

รถลากถูกกดทับจนยุบตัวลงเล็กน้อย โครงรถส่งเสียง "เอี๊ยดอ๊าด" เบาๆ แต่ก็ยังคงทนรับน้ำหนักนับพันจินนี้เอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

จากนั้น ทุกคนก็เอากระบอกไผ่ที่บรรจุน้ำเต็มเปี่ยมไปวางไว้บนรถอีกจำนวนหนึ่ง บนตัวของพวกเขาก็แขวนกระบอกไผ่ใส่น้ำเอาไว้ไม่น้อยเช่นกัน

ทุกอย่างเตรียมพร้อมเสร็จสรรพ

"ออกเดินทาง กลับบ้าน!" เจียงเฟิงออกคำสั่ง

การเดินทางกลับเริ่มต้นขึ้น

เซี่ยจือเยวียนถือขวานตัดไม้ อาสาเดินนำอยู่หน้าสุด ทำตัวราวกับเป็นทัพหน้าเปิดทาง

พุ่มไม้และเถาวัลย์ที่ขวางทางอยู่ เมื่ออยู่ใต้คมขวานที่บวกค่าสถานะความแข็งแกร่งของเธอ ก็ทนการโจมตีไม่ได้แม้แต่น้อย ถูกฟันและสับจนขาดกระจุย

"เยวียนเกอ เธอนี่มันรถเกลี่ยดินเดินได้ชัดๆ เลยนะ" เจียงเฟิงที่เข็นรถอยู่ด้านหลังอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซว

"แน่นอนสิ!" เซี่ยจือเยวียนเชิดคางขึ้นอย่างภาคภูมิใจ หันกลับมาส่งรอยยิ้มเท่ๆ ให้เขา "นักรบคู่กับขวานศึก ไม่ได้มีไว้ประดับหรอกนะ!"

พอมีรถลาก แล้วยังมีเซี่ยจือเยวียนที่ถือขวานตัดไม้คอยเปิดทางอยู่ด้านหน้า ความเร็วในการเดินทางของพวกเขาจึงไม่ได้ช้าไปกว่าตอนขามาเลย

ยิ่งไปกว่านั้น เพราะสัญลักษณ์ที่ทำเอาไว้ และเส้นทางที่เคยเดินผ่านมาแล้วรอบหนึ่ง กลับทำให้เดินได้เร็วกว่าตอนช่วงสำรวจเสียอีก

เมื่อแสงอาทิตย์ยามเย็นย้อมท้องฟ้าจนกลายเป็นสีส้มแดง กระท่อมฟางที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นในสายตาของพวกเขาอีกครั้ง

"กลับมาแล้ว! พวกเขากลับมาแล้ว!"

สาวๆ ที่อยู่เฝ้าค่ายต่างส่งเสียงโห่ร้องยินดีดังสนั่น แต่ละคนพุ่งเข้ามาหาด้วยความตื่นเต้น

ทว่าเมื่อพวกเธอเห็นซากสัตว์ป่าสองตัวที่ใหญ่ราวกับภูเขาลูกย่อมๆ บนรถลาก ทุกคนก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก

"ป... พระเจ้าช่วย! น... นี่พวกคุณล่ามาได้เหรอเนี่ย?"

"ตั้งสองตัว? สัตว์ป่าตัวใหญ่ขนาดนี้เนี่ยนะ?"

"เจียงเฟิง! พวกคุณทำได้ยังไงกัน?!"

เมิ่งเยียนอวี่ เฉียวเล่อเหยา และคนอื่นๆ ล้อมรอบรถลาก ในแววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและเลื่อมใส

ถึงยังไงพวกเธอก็เป็นหญิงสาวชาวเมือง สิ่งมีชีวิตจากต่างโลกทั้งสองตัวนี้จึงสร้างแรงกระแทกทางสายตาให้กับพวกเธออย่างรุนแรง

"แค่โชคดีน่ะ ถือว่าส้มหล่นใส่พอดี" เจียงเฟิงยิ้มพร้อมกับโบกมือ มองดูใบหน้าตื่นเต้นของทุกคนแล้วก็ทำเป็นอุบอิบไว้ก่อน "ส่วนรายละเอียด คืนนี้ค่อยเล่าไปกินเนื้อย่างไปก็แล้วกัน"

กินเนื้อย่าง!

คำสามคำนี้ ทำให้ดวงตาของสาวๆ ทุกคนเป็นประกายขึ้นมาทันที

ทว่า สายตาของเซี่ยจือเยวียนกลับมองไปที่ใบหน้าของเมิ่งเยียนอวี่และสาวๆ อีกหลายคน ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย

"เอ๊ะ? หน้าพวกเธอไปโดนอะไรมาเนี่ย? ทำไมถึงเหมือนลูกแมวมอมแมมแบบนั้น ดำปื้นขาวปื้นไปหมดเลย"

พอถูกเธอถามแบบนี้ สาวๆ เหล่านั้นก็มีสีหน้ากระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที

เมิ่งเยียนอวี่ยกมือขึ้นจับใบหน้าตัวเองด้วยความเขินอายเล็กน้อย ก่อนจะอธิบายเสียงเบา

"พวกเรา... พวกเราอยากจะก่อไฟเพื่อเตรียมอาหารเย็น... ก็เลยลองใช้วิธีปั่นไม้จุดไฟดู..."

"ผลก็คือ..."

เมิ่งเยียนอวี่เขินอายจนไม่อยากจะพูดต่อแล้ว แต่ผลลัพธ์มันก็เห็นได้ชัดเจน

นั่นก็คือวุ่นวายกันมาทั้งบ่าย ไม่เห็นสะเก็ดไฟเลยสักนิด กลับกลายเป็นว่าแต่ละคนหน้าตาดำเมี่ยม มอมแมมสะบักสะบอมกันไปหมด

"แล้วเชื้อไฟชนเผ่าล่ะ?" ซูจิ่นเยี่ยถามด้วยความสงสัย

"พวกเราก็ลองแล้วเหมือนกัน" สาวอีกคนพูดอย่างหดหู่

"เชื้อไฟนั่น นอกจากจะส่องสว่างแล้วก็ให้ความอบอุ่นนิดหน่อย มันจุดฟืนไม่ติดเลย"

"พวกเราเอาหญ้าแห้งไปจ่อตั้งนานก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย เหมือนอุณหภูมิมันจะคงที่น่ะ"

ประโยคเดียว ทำให้คนที่อยู่ทางฝั่งทีมสำรวจต่างชะงักงัน

ที่แท้เชื้อไฟนั่น ก็เป็นแค่ "ตะเกียงนิรภัย" ที่เอาไว้ไล่หมอกดำ ไม่ใช่แหล่งกำเนิดไฟที่ใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆ

เจียงเฟิงเดินไปที่กองวัสดุที่พวกเธอรวบรวมไว้ มองเห็นแผ่นไม้หลายแผ่นที่ถูกปั่นจนเป็นหลุมเป็นบ่อ แล้วก็มีท่อนไม้ที่ถูกปั่นจนหัวทู่กองอยู่ข้างๆ ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

เขาหยิบอุปกรณ์ชุดหนึ่งที่ยังพอมีสภาพสมบูรณ์ขึ้นมา แล้วพูดกับทุกคนว่า

"ดูให้ดีนะ จะแสดงเทคนิคของจริงให้พวกเธอได้เห็น"

ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นและสงสัยของทุกคน เจียงเฟิงเอาเท้าเหยียบแผ่นไม้ไว้ เอาปลายไม้จิ้มลงไปในร่อง นำมือทั้งสองข้างประกบกัน แล้วเริ่มปั่นอย่างรวดเร็ว

การกระทำของเขารวดเร็วจนน่าตกใจ ฝ่ามือทั้งสองข้างปั่นจนแทบจะเห็นเป็นภาพติดตา

พละกำลังและความเร็วอันน่าสะพรึงกลัว บวกกับพลังป้องกันที่ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยสักนิด ก่อให้เกิดการเสียดสีอย่างรุนแรง

เพียงสิบกว่าวินาทีสั้นๆ ควันบางๆ ก็ลอยขึ้นมาจากร่องบนแผ่นไม้ ตามมาด้วยสะเก็ดไฟสีแดงเข้มที่สว่างวาบขึ้นท่ามกลางเศษขี้เลื่อย มันทวีความสว่างขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับแผ่ความร้อนระอุออกมา

สาวๆ รอบข้างต่างกลั้นหายใจ จ้องมองสะเก็ดไฟนั้นตาไม่กะพริบ เพราะกลัวว่าวินาทีต่อมามันจะดับไป

เจียงเฟิงค่อยๆ เทขี้เถ้าที่ติดสะเก็ดไฟลงบนหญ้าแห้งที่เป็นเชื้อเพลิง จากนั้นก็ก้มตัวลง เป่าสะเก็ดไฟนั้นเบาๆ

ฟู่—

"พรึ่บ!"

เปลวไฟสีส้มเหลืองพวยพุ่งขึ้นมาอย่างแรง!

สำเร็จแล้ว!

"ว้าวววว! ติดแล้ว! ติดจริงๆ ด้วย!"

"สุดยอดไปเลย! เจียงเฟิง!"

"หัวหน้าเผ่าเจ๋งโคตร!"

ภายในค่ายก็บังเกิดเสียงโห่ร้องยินดีที่ดังกระหึ่มกว่าเดิมในพริบตา สาวๆ ทุกคนต่างกระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้น

เปลวไฟกองเล็กๆ นั่น ในสายตาของพวกเธอ กลับดูเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าดวงอาทิตย์

มันเป็นตัวแทนของอาหารสุก เป็นตัวแทนของความอบอุ่น และยิ่งไปกว่านั้น มันคือตัวแทนของอารยธรรม!

ท่ามกลางสายตาเลื่อมใสและเร่าร้อนของเหล่าหญิงสาว กองไฟสำหรับดำรงชีวิตกองแรกที่ถือเป็นของชนเผ่าหมายเลข 11441 อย่างแท้จริง ก็ลุกโชนขึ้นมา

เมื่อรัตติกาลมาเยือน แสงไฟหน้ากระท่อมฟางก็เต้นระบำ

คนทั้งสามสิบห้าคน ได้มานั่งล้อมวงกันเป็นครั้งแรกอย่างแท้จริง

เลือดเนื้อของสัตว์ป่าเลเวล 3 ทั้งสองตัวถูกหั่นเป็นชิ้นๆ เสียบด้วยไม้ไผ่ที่เหลาปลายจนแหลม แล้วนำไปย่างไว้บนกองไฟ

แม่ครัวโจวหนานกับหลี่ซือซือกลายเป็นจุดสนใจของทุกคน โจวหนานนั้นใจกล้า เธออุ้มขาหมูป่าขนเม่นท่อนเบ้อเริ่มพลิกย่างไปมาด้วยท่าทางห้าวๆ บนใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยเขม่าดำแต่กลับยิ้มกว้างอย่างสดใส

ส่วนหลี่ซือซือกลับรับมือกับชิ้นเนื้อหมาป่าอย่างระมัดระวัง พอน้ำมันหยดลงไปในกองไฟจนเกิดเสียง "ฉ่า" เธอก็สะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ เรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากสาวๆ ที่อยู่ข้างๆ

กลิ่นหอมฟุ้งของเนื้อย่างลอยทะลวงเข้าจมูกของทุกคนอย่างอุกอาจ กระตุ้นให้ท้องไส้ร้องโครกคราก และน้ำลายสอ

เมื่อก่อนเจียงเฟิงเคยเคยกินแต่เนื้อหมูป่า ไม่เคยกินเนื้อหมาป่าเลยสักครั้ง

ทว่า สิ่งมีชีวิตในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อของหมูป่าขนเม่น หรือเนื้อของหมาป่าสีเทาเขี้ยวยักษ์ตัวนั้น หลังจากนำมาย่างแล้ว ต่างก็มีกลิ่นหอมตลบอบอวล เป็นความหอมที่แตกต่างจากอาหารบนดาวบลูสตาร์อย่างสิ้นเชิง

"หัวหน้าเผ่า ชิ้นนี้ย่างเสร็จแล้ว คุณลองชิมก่อนเลย!"

โจวหนานยื่นเนื้อหมูป่าขนเม่นเสียบไม้ที่ย่างจนน้ำมันเดือดปุดๆ หนังนอกสีเหลืองทองอร่ามมาตรงหน้าของเจียงเฟิง

เจียงเฟิงรับมา ไอความร้อนปะทะใบหน้า เขาเป่าไล่ความร้อนเบาๆ ก่อนจะกัดคำโตท่ามกลางสายตาคาดหวังของทุกคน

พอเนื้อเข้าปาก ดวงตาของเจียงเฟิงก็เบิกกว้างเป็นประกาย

ของสิ่งนี้ไม่เพียงแต่ดมแล้วหอมเท่านั้น แต่พอกินเข้าไปแล้วกลับหอมยิ่งกว่า

ไม่มีกลิ่นสาบสางอย่างที่คิดไว้ กลับกัน มันมีความอร่อยที่ยากจะบรรยายระเบิดอยู่บนปลายลิ้น เนื้อสัมผัสแน่นเด้งสู้ฟัน ฉ่ำไปด้วยน้ำเนื้อ เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดวัตถุดิบชั้นเลิศเลยทีเดียว

น่าเสียดายที่ไม่มีรสชาติของเกลือ

ถ้าหากเติมเครื่องปรุงรสสมัยใหม่พวกนั้นลงไป คงไม่รู้เลยว่าพอกัดเข้าไปคำนี้ มันจะอร่อยเหาะขนาดไหน

ที่สำคัญที่สุดก็คือ มีกระแสความร้อนขุมหนึ่งไหลลื่นผ่านลำคอลงสู่ช่องท้อง แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายอย่างรวดเร็ว กวาดเอาความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันทิ้งไปจนหมดสิ้น

นี่ไม่ใช่ความรู้สึกไปเอง แต่เป็นเพราะเนื้อพวกนี้แฝงไปด้วยพลังงานบางอย่างอยู่จริงๆ

เจียงเฟิงเปิดแผงค่าสถานะของตัวเองขึ้นมาดูแวบหนึ่ง ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร ทว่า ความรู้สึกสบายตัวขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัดหลังจากที่กินเข้าไปนั้น กลับเป็นเรื่องจริงแท้แน่นอน

"เป็นไงบ้าง อร่อยไหม" เซี่ยจือเยวียนเห็นดังนั้นก็รีบเอ่ยถาม

"อร่อยสิ เสียตรงที่ไม่มีรสชาติอะไรเลยเนี่ยแหละ"

เจียงเฟิงพูดพร้อมรอยยิ้ม เซี่ยจือเยวียนจึงกลอกตาใส่เขาไปทีหนึ่ง

"นายพูดภาษาต่างดาวอะไรเนี่ย? สมองซีกซ้ายตีกับซีกขวาหรือไง?"

เจียงเฟิงยิ้มแล้วพูดต่อ "อร่อยจริงๆ นะ มันเป็นกลิ่นหอมของเนื้อแบบบริสุทธิ์น่ะ ถ้าเธอไม่เชื่อก็ลองสักชิ้นสิ อย่าทำเหมือนฉันเป็นคนทดสอบยาพิษแบบนั้นสิ"

จบบทที่ บทที่ 20 กินเนื้อ

คัดลอกลิงก์แล้ว