เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 - หนอนตัดเส้นเอ็น!

บทที่ 20 - หนอนตัดเส้นเอ็น!

บทที่ 20 - หนอนตัดเส้นเอ็น!


บทที่ 20 - หนอนตัดเส้นเอ็น!

หวังป๋าเดินตามเถ้าแก่ลู่ลัดเลาะผ่านลานหลังร้านธัญพืชสกุลลู่ เดินผ่านเล้าไก่และคอกสุกร ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องมืดทึบห้องหนึ่ง

รอบด้านมืดมิดจนมองไม่เห็นสิ่งใด ทำให้ภายในใจของเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตึงเครียดขึ้นมา

หรือว่าเถ้าแก่ลู่จะล่วงรู้ถึงหินวิญญาณสองก้อนในตัวเขา จึงคิดจะลอบสังหารเขาอย่างนั้นหรือ

เมื่อคิดถึงจุดนี้ หวังป๋าก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนาวสั่นไปถึงแผ่นหลัง ลำคอเริ่มแห้งผาก

"แค่ก เถ้าแก่ลู่ ท่านจะพาข้าน้อยมาดูสิ่งใดกันแน่ขอรับ ไม่ใช่บอกว่าจะพามาดูของที่ใช้แทนเมล็ดหญ้าทะลวงชีพจรหรอกหรือขอรับ"

"ลูกค้าอย่าเพิ่งใจร้อน ถึงแล้ว"

เสียงของเถ้าแก่ลู่ดังมาจากเบื้องหน้า

จากนั้นโดยไม่รอให้หวังป๋าเอ่ยปาก แสงเทียนก็พลันสว่างวาบขึ้นมาจากเบื้องหน้า

"เถ้าแก่ลู่ นี่คือ..."

ยังกล่าวไม่ทันจบ หวังป๋าก็เบิกตากว้างในทันที!

ภายใต้แสงเทียน สาดส่องให้เห็นสิ่งมีชีวิตรูปร่างประหลาดที่กำลังอ้าปากกางกรงเล็บเต้นเร่าอยู่ทั่วทุกสารทิศ พวกมันบิดกายไปมา รยางค์ที่ดูคล้ายหนวดเกาะติดอยู่บนกำแพง ขื่อคา โต๊ะทำงาน...

ทั้งห้องราวกับเป็นรังของสัตว์ประหลาดอันน่าสะพรึงกลัว!

"ทะ..."

หวังป๋าอ้าปากอุทานด้วยความตกใจ

"อะไรหรือ"

เถ้าแก่ลู่รู้สึกงุนงงเล็กน้อย ก่อนจะอธิบายต่อ

"นี่คือหนอนตัดเส้นเอ็น เป็นแมลงวิญญาณระดับหนึ่งขั้นต่ำชนิดพิเศษ!"

"พวกมันชอบอาศัยอยู่ในร่างกายของสิ่งมีชีวิต คอยชอนไชตัดเส้นเอ็นทะลวงชีพจร แม้ว่าการทำเช่นนี้จะบั่นทอนอายุขัยอันแสนสั้นของพวกมันอย่างรวดเร็วก็ตาม...จึงได้ชื่อว่า 'หนอนตัดเส้นเอ็น'"

ยังกล่าวไม่ทันขาดคำ

หวังป๋าก็จ้องมองหนวดเส้นหนึ่งที่เลื้อยคดเคี้ยวลงมาจากขื่อคา หล่นแหมะลงบนศีรษะของเถ้าแก่ลู่ ก่อนจะชอนไชเข้าไปในรูหูของเขาดังกุกกัก!

ทว่าเถ้าแก่ลู่กลับทำราวกับไม่รู้สึกรู้สาอันใด เพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วเอ่ยต่อไป

"แมลงชนิดนี้หวาดกลัวแสงสว่าง ชอบอาศัยอยู่ในร่างกายมนุษย์ นก สัตว์เดรัจฉาน ปลา และแมลง...ซี๊ด...ทว่าสิ่งที่มันโปรดปรานมากที่สุดกลับเป็นสิ่งของที่มีพลังปราณอัดแน่น อย่างเช่น...หินวิญญาณ"

เถ้าแก่ลู่ล้วงหินวิญญาณออกมาจากแขนเสื้อ วางมันลงบนฝ่ามือ

วินาทีต่อมา

หวังป๋าก็ได้เห็นภาพที่น่าสยดสยองยิ่งกว่าเดิม!

ริมฝีปากของเถ้าแก่ลู่อ้าออกโดยไม่รู้ตัว สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะคล้ายหนวดสีดำสนิทชอนไชออกมาจากปากของเขา จากนั้นก็เลื้อยไปตามท่อนแขนด้วยความเร็วสูง เข้าไปโอบรัดหินวิญญาณก้อนนั้นเอาไว้

หนวดเส้นนั้นขยุกขยิกไปมาอยู่บนหินวิญญาณในมือของเถ้าแก่ลู่อย่างต่อเนื่อง

ดูเหมือนมันจะมีความสุขเป็นอย่างมาก

เถ้าแก่ลู่มองไปที่ฝ่ามือ บนใบหน้าปรากฏร่องรอยของความรังเกียจและจนปัญญา เขายื่นมือเข้าไปใกล้หวังป๋า เพื่อให้อีกฝ่ายมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมกับอธิบาย

"นี่แหละคือของวิเศษที่ข้าบอกว่าสามารถช่วยเจ้าทะลวงเส้นชีพจร เร่งความเร็วในการฝึกฝนคัมภีร์เสริมกายาได้"

"มีคนเคยใช้มันมานักต่อนักแล้ว"

"ราคาถูกแสนถูก หนึ่งร้อยตัวใช้หินวิญญาณเพียงสองก้อนเท่านั้น เพียงพอให้เจ้าใช้ฝึกฝนได้สิบกว่าวันเลยทีเดียว!"

"แน่นอนว่า...มันออกจะน่าสะอิดสะเอียนไปสักหน่อย"

หวังป๋าอึ้งงัน

"หึหึ ท่านช่างพูดจาไพเราะเสียจริง"

แค่สะอิดสะเอียนไปหน่อยอย่างนั้นหรือ

ตอนนี้เขาขนลุกชันไปทั้งตัว ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเลยด้วยซ้ำ!

แต่เขาก็ยังฝืนทำใจดีสู้เสือเอ่ยถามออกไป

"หนอนชนิดนี้ ต้องทำอย่างไรถึงจะช่วยสนับสนุนการฝึกฝนได้ขอรับ"

"ง่ายนิดเดียว เพียงปล่อยให้มันมุดเข้าไปในร่างกาย จากนั้นก็โคจรคัมภีร์เสริมกายาก็เป็นอันเสร็จสิ้น ไม่จำเป็นต้องใช้หินวิญญาณล่อมันออกมาด้วยซ้ำ โดยปกติแล้วเมื่อปล่อยหนอนหนึ่งตัวเข้าไปในร่างกาย มันก็จะกัดกินจุดฝังเข็มและเส้นชีพจรอย่างต่อเนื่อง ร่างกายของมันก็จะค่อยๆ ละลายหายไป และจะส่งผลให้เส้นชีพจรทะลวงเปิดออกโดยธรรมชาติ ทว่ามันก็มีผลข้างเคียงเล็กน้อย นั่นคือในระหว่างการฝึกฝนจะเจ็บปวดทรมานจนแทบจะทนไม่ไหว"

"แน่นอนว่า หากเทียบกับการหล่อหลอมรากปราณ เรื่องพวกนี้ก็นับว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น"

เถ้าแก่ลู่อธิบายอย่างหมดเปลือก ไร้ซึ่งความลับปิดบัง

หวังป๋าเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปาก

"สองก้อนหินวิญญาณต่อหนึ่งร้อยตัว...แพงเกินไปขอรับ"

เถ้าแก่ลู่จึงย้อนถามกลับไปทันที

"เช่นนั้นเจ้าคิดว่าราคาเท่าใดถึงจะเหมาะสมเล่า"

หวังป๋านึกถึงคำพูดของมารดาในชาติก่อนที่เคยสอนไว้ว่า เวลาต่อราคาให้ต่อครึ่งหนึ่ง แล้วรอดูว่าอีกฝ่ายจะว่าอย่างไร

เขากัดฟันแน่น

"หินวิญญาณสองก้อนต่อสองร้อยตัวขอรับ!"

"ตกลง!"

เถ้าแก่ลู่ตอบตกลงอย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว

ทำเอาหวังป๋าที่ถือหูน้ำเต้าบรรจุหนอนเดินออกจากร้านยังคงรู้สึกมึนงง

เหตุใดเขาถึงไม่ต่อรองราคาสักนิดเลยเล่า

กำไรมันเยอะถึงเพียงนี้เชียวหรือ

เขารู้สึกเหมือนตนเองได้กำไร ทว่าลึกๆ แล้วกลับรู้สึกเหมือนถูกเอาเปรียบอย่างไรพิกล

มองตามแผ่นหลังของหวังป๋าที่เดินจากไป เถ้าแก่ลู่ถึงกับรีบคลายฝ่ามือที่กำแน่นไพล่หลังจนซีดเผือด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด

"เจ็บแทบตายอยู่แล้ว!"

แต่ถึงแม้จะเจ็บปวดเจียนตาย ไม่นานเขาก็กลับมามีใบหน้ายิ้มแย้มเบิกบาน ฮัมเพลงในคออย่างอารมณ์ดี ท่าทางประหลาดเช่นนี้ทำให้ลูกจ้างในร้านอดสงสัยไม่ได้

"เถ้าแก่ ธุรกิจหินวิญญาณแค่สองก้อน เหตุใดท่านถึงดูมีความสุขนักเล่าขอรับ ตอนขายได้ยี่สิบก้อนยังไม่เห็นท่านดีใจถึงเพียงนี้เลย"

"เจ้าจะไปรู้อะไร เมื่อครู่นี้ข้าเจ็บจนแทบขาดใจ! แต่ในที่สุดก็สลัดเจ้าพวกตัวผลาญเงินพวกนี้ออกไปได้เสียที! หากไม่ใช่เพราะเจ้านั่นไม่มีหินวิญญาณ ข้าก็อยากจะเหมาขายหนอนพวกนี้ให้เขาในราคาถูกๆ ไปให้หมดเสียด้วยซ้ำ"

"พวกมันผลาญหินวิญญาณของข้าไปตั้งเท่าไรแล้ว!"

"ก็จริงนะขอรับ เช่นนั้นก็สมควรดีใจแล้ว!"

...

หวังป๋าอุ้มหูน้ำเต้าและยาปลุกกำหนัดไก่ล้ำค่าห่อหนึ่งที่ซื้อมาจากร้านสมุนไพรในราคาสามร้อยตำลึงเงิน เดินทางกลับมายังหมู่บ้าน

"ยาแค่ห่อเดียวขายแพงถึงเพียงนี้ หน้าเลือดเกินไปแล้ว!"

หวังป๋าบ่นอุบ ก่อนจะรีบหยิบยาออกมาส่วนหนึ่ง ผสมน้ำ แล้วนำไปเทใส่รางอาหารของไก่ล้ำค่าตัวผู้

ขอลองทดสอบสรรพคุณดูก่อน

เมื่อเห็นว่าไก่ล้ำค่าตัวผู้กินเข้าไปแล้ว เขาก็เฝ้ารอคอยอย่างอดทน

เป็นดังคาด ไม่นานก็เห็นไก่ล้ำค่าตัวผู้เริ่มกระสับกระส่าย เดินไปเดินมาอย่างลนลาน กระพือปีกพรึบพรับ ทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาเช้า มันกลับโก่งคอขันเสียงดังลั่นอย่างไร้สาเหตุ

หงอนบนหัวยิ่งบวมเป่งราวกับมีเลือดคั่ง

หวังป๋าดีใจจนเนื้อเต้น!

ผู้ที่เคยเลี้ยงไก่ย่อมรู้ดีว่า นี่เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าไก่ตัวผู้เริ่มมีอารมณ์พลุ่งพล่านแล้ว!

เขาเห็นไก่ล้ำค่าตัวนี้ยืดอกอย่างภาคภูมิ ดวงตาเป็นประกาย ค่อยๆ เขยิบเข้าไปใกล้ฝูงไก่ล้ำค่า

จากนั้นมันก็กระโจนขึ้นไปคร่อมไก่ล้ำค่าตัวผู้อีกตัวหนึ่ง แล้วขย่มอย่างบ้าคลั่ง!

หวังป๋า "!!!"

เจ้าบ้าเอ๊ย ผิดตัวแล้ว! นั่นมันพี่น้องของเจ้าต่างหาก!

หวังป๋ากรีดร้องอยู่ภายในใจ!

เขารีบวิ่งเข้าไปหวังจะกระชากเจ้าไก่บัดซบตัวนี้ลงมา

แต่ยังไม่ทันจะถึงตัว เขาก็เห็นมันลงมาเองอย่างสงบราวกับนักบุญผู้บรรลุธรรม

"เอ่อ..."

หวังป๋าที่เห็นฉากนี้ถึงกับปวดฟัน

จะเสร็จไวไปหรือไม่

เขายังไม่ถอดใจ จึงลองป้อนยาให้ไก่ล้ำค่าตัวผู้อีกตัว

ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้เขาแทบหงายหลัง ไก่ล้ำค่าตัวผู้ตัวนี้กวาดตามองไปรอบๆ ก่อนจะกระโจนขึ้นไปคร่อมลูกไก่ตัวผู้ตัวเล็กๆ...

"มารดามันเถอะ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่ได้ผล!"

หวังป๋าโกรธจัด เขาจับไก่ล้ำค่าตัวผู้ที่กำลังคึกคักตัวนี้โยนเข้าไปขังรวมกับฝูงแม่ไก่ล้ำค่าเสียเลย

ผลปรากฏว่า ไก่ล้ำค่าตัวผู้ตัวนี้กลับตีฝ่าวงล้อมออกมา แล้วกระโจนขึ้นไปคร่อมรองเท้าบูทของหวังป๋าที่ตากไว้ด้านข้าง ก่อนจะขย่มอย่างบ้าคลั่ง...

ท้ายที่สุดหวังป๋าก็ทนไม่ไหว จัดการถ่ายทอดอายุขัยให้มันไปนิดหน่อย เตรียมตัวจะเชือดมันทิ้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

"ดูเหมือนว่าเส้นทางนี้จะใช้ไม่ได้ผลเสียแล้ว!"

หวังป๋าที่จัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นทิ้งตัวลงนั่งบนขั้นบันไดหิน ใบหน้าเต็มไปด้วยความจนปัญญา

เขาเริ่มตระหนักถึงความยากลำบากในการขยายพันธุ์ของไก่ล้ำค่าแล้ว

ไก่ตัวผู้นั้นดื้อรั้นไม่ยอมฟังใครเลย!

มิน่าเล่าสำนักถึงได้ใจกว้างถึงเพียงนี้ นอกจากเครื่องบรรณาการแล้ว ที่เหลืออนุญาตให้จัดการเองได้ทั้งหมด

ที่แท้พวกเขาก็รู้ถึงความยากลำบากในการขยายพันธุ์ไก่ล้ำค่ามาตั้งแต่แรก จึงแสร้งทำเป็นใจกว้างเท่านั้นเอง

"การพึ่งพาตนเองเพื่อเพาะพันธุ์ขยายฝูงไก่นั้น ชั่วคราวนี้คงต้องพับเก็บไปก่อน"

หวังป๋าถอนหายใจยาว

เช่นนั้นหนทางที่จะเดินต่อไปได้ก็มีไม่มากนัก

ทำได้เพียงนำไก่จิตวิญญาณไปแลกเป็นไก่ล้ำค่า จากนั้นเมื่อทะลวงอายุขัยเสร็จสิ้น ก็ทำตามขั้นตอนเช่นนี้ซ้ำไปเรื่อยๆ

ข้อดีคือรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเพาะเลี้ยงเอง

แต่ปัญหาเดียวก็คือ เขาไม่สามารถอธิบายได้ว่าเหตุใดตนเองจึงมีไก่จิตวิญญาณมากมายถึงเพียงนี้

ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถใช้พลังเทพหยินซ่อนเร้นตนเองได้ แต่หากขายไก่จิตวิญญาณออกไปมากๆ ไม่ช้าก็เร็วย่อมต้องดึงดูดความสนใจจากทางสำนักอย่างแน่นอน

"ดังนั้น ปัญหาก็วนกลับมาที่จุดเดิม...จะฟอกขาวไก่จิตวิญญาณจำนวนมากเหล่านี้ได้อย่างไร"

อันที่จริงเขาก็อยากจะเลี้ยงสัตว์ชนิดอื่นด้วยเช่นกัน อย่างเช่นเต่า ซึ่งมีขนาดเล็ก ไม่เป็นที่สะดุดตา อีกทั้งยังมีอายุยืนยาว น่าเสียดายที่ไม่พบเห็นเต่าในตลาดเลย

การเลี้ยงไก่ในฟาร์มเลี้ยงไก่ ก็เป็นเพียงหนทางเดียวในยามนี้ที่เขาพอจะทำได้ โดยไม่เป็นที่จับตามองจนเกินไป

หวังป๋ามองไปที่หูน้ำเต้าข้างเอว

ในนั้น อาจเป็นความหวังในการฟอกขาวไก่จิตวิญญาณของเขาก็เป็นได้

หนอนตัดเส้นเอ็น!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 20 - หนอนตัดเส้นเอ็น!

คัดลอกลิงก์แล้ว