เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 - คว้าชัย

บทที่ 16 - คว้าชัย

บทที่ 16 - คว้าชัย


บทที่ 16 - คว้าชัย

สิ้นเสียง แสงแห่งเวทมนตร์ก็สว่างวาบขึ้นบนร่างของทั้งสองคนพร้อมกัน

คนที่ปลดปล่อยเวทมนตร์ออกมาก่อนคือเฉียนเทียนเยว่ คมมีดวายุสีเขียวอ่อนถูกเหวี่ยงออกจากมือของเขา พุ่งตรงไปยังถังอิน

ไม่มีการหลบหลีก ไม่มีการป้องกัน ถังอินถูกโจมตีเข้าอย่างจัง แม้แต่เวทมนตร์ที่กำลังรวบรวมอยู่ก็ถูกขัดจังหวะด้วยความตื่นตระหนก

เกราะป้องกันบนร่างของถังอินถูกกระตุ้นการทำงาน แสงสีม่วงสายหนึ่งแตกกระจาย พร้อมกับเสียงเกราะแตกดังเป๊าะ

ทั้งสองคนไม่พูดพร่ำทำเพลง เริ่มรวบรวมพลังเวทกันอีกครั้ง

ถังอินรู้ดีว่าความเร็วในการร่ายเวทของตัวเองสู้ฝั่งตรงข้ามไม่ได้ เธอคำนวณเวลาในใจ พอรวบรวมพลังเวทได้ครึ่งหนึ่งก็เริ่มเคลื่อนที่ไปรอบสนาม

เจียงหลินที่ยืนดูอยู่ข้างๆ เริ่มสวมวิญญาณนักพากย์ "ผู้เข้าแข่งขันถังอินเริ่มเดินหลบสกิลแล้วครับ! เฉียนเทียนเยว่จะโจมตีโดนเธอไหม!"

ตอนนี้คมมีดวายุสายที่สองในมือของเฉียนเทียนเยว่ก่อตัวเสร็จสมบูรณ์แล้ว พายุหมุนสีเขียวอ่อนวนเวียนอยู่บนมือของเขาโดยยังไม่ปล่อยออกไป แต่เขากลับเดินเข้าหาถังอินแทน

"ไม่ถอยหนี แต่กลับเป็นฝ่ายเดินเข้าหาถังอินงั้นหรือนี่!" เจียงหลินยิ้มทะเล้นอยู่ข้างสนาม

เฉียนเทียนเยว่กดดันพื้นที่การเดินของถังอิน และเมื่อถังอินหลบไปจนมุม เวทมนตร์ธาตุน้ำ 'หนามน้ำแข็ง' บนร่างของเธอก็ก่อตัวสำเร็จ

ระยะห่างของทั้งสองคนใกล้กันมาก ถังอินปล่อยหนามน้ำแข็งออกไปอย่างไม่ลังเล ทว่าเฉียนเทียนเยว่เพียงแค่มองดู และยังคงเดินเข้าหาถังอินต่อไป

รอจนหนามน้ำแข็งทำลายเกราะของเฉียนเทียนเยว่ไปได้หนึ่งชั้นและทำให้เขาติดสถานะลดความเร็ว เขาถึงได้เหวี่ยงคมมีดวายุในมือออกไป ในระยะประชิดขนาดนี้ การโจมตีเป้าหมายให้โดนก็แค่ใช้มือเปล่ายังได้

"เป็นแทคติกแลกเลือดที่ไร้ยางอายมาก เฉียนเทียนเยว่ไม่ใช่คนแล้ว!" เจียงหลินตะโกนอยู่ข้างล่าง

หลังจากนั้นก็ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ เฉียนเทียนเยว่ใช้คมมีดวายุหนึ่งสายปิดฉากการแข่งขันไปได้

เมื่อเฉียนเทียนเยว่ลงจากเวที เขาเดินไปหาเจียงหลิน

"ถังอินน่ารักขนาดนั้น นายนี่มันลงไม้ลงมือกับเธอได้ลงคอ นายยังเป็นคนอยู่ไหมเนี่ย!" เจียงหลินหยอกล้อ

"ลูกพี่ ผมจะยืนนิ่งๆ ให้เขาตีได้ยังไงล่ะ อีกอย่าง การแข่งขันต้องมาก่อน มิตรภาพไว้ที่สอง นี่แหละคือวิถีนินจาของผม!"

"งั้นเหรอ? นายดูหัวหน้าห้องฝั่งนั้นสิ เหมือนจะหมั่นไส้นายน่าดูเลยนะ"

"อ้าว ไม่จริงมั้ง งั้นฉันต้องไปขอโทษไหม? ฉันไม่อยากโดนผู้หญิงเกลียดนะ!" เฉียนเทียนเยว่หันขวับไปมอง ก็เห็นถังอินกำลังคุยเล่นกับนักเรียนหญิงคนอื่นอย่างมีความสุข เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่ได้เก็บเรื่องแพ้ชนะมาใส่ใจเลย

"ไอ้หมาเอ๊ย!" ตอนที่เฉียนเทียนเยว่หันกลับมาหาเรื่องเจียงหลินอีกครั้ง เจียงหลินก็ย้ายไปอยู่อีกฝั่งของสนามแล้ว

บนสนาม เป็นการต่อสู้ระหว่างหยุนหนิงจิ้งกับนักเรียนชายคนหนึ่งในห้อง

"เอ่อ คุณหนิงจิ้ง ขอฝากเนื้อฝากตั๋วด้วยครับ!" นักเรียนชายตื่นเต้นจัดจนพูดกัดลิ้นตัวเอง

ตอนนี้หยุนหนิงจิ้งที่อยู่บนสนามรวบผมยาวสลวยดุจน้ำตกเป็นหางม้าเดี่ยวอย่างทะมัดทะแมง แม้จะสวมชุดนักเรียนที่หลวมโพรก ก็ไม่อาจปิดบังเรียวขาที่ยาวกว่าอายุขัยของคนอื่นได้ สรีระที่งดงาม บวกกับใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก นี่มันพี่สาวภูเขาน้ำแข็งสุดเท่ชัดๆ!

ต่อให้คนในห้องจะรู้ว่าหยุนหนิงจิ้งไม่ใช่คนเย็นชาอะไรขนาดนั้น แต่การถูกดวงตาสีดำขลับของเธอจ้องมอง นักเรียนชายก็ยังรู้สึกกดดันอย่างหนักอยู่ดี

"ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ" หยุนหนิงจิ้งพยักหน้า พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

"การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นแล้วครับ ทั้งสองคนเริ่มรวบรวมเวทมนตร์ ใครจะเป็นฝ่ายร่ายเวทได้ก่อนและกุมความได้เปรียบไปได้? นักพากย์เฉียน คุณคิดว่ายังไงครับ?"

"ครับ นักพากย์เจียง ผมคิดว่าน่าจะเป็นผู้เข้าแข่งขันหยุนหนิงจิ้งครับ"

"โอ้? ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะครับ?"

"อย่างแรกเลยคือ คุณหยุนหนิงจิ้งหน้าตาดีมาก ทั้งที่เป็นสาวคูลเดเระภูเขาน้ำแข็ง แต่ปกติชอบทำท่าทางน่ารักๆ ทำเอาคนหลงเสน่ห์จนถอนตัวไม่ขึ้น และอีกอย่าง..."

"ไสหัวออกไปจากไลฟ์ของฉันเลย!" เจียงหลินซัดเฉียนเทียนเยว่ไปหนึ่งหมัด

ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังหยอกล้อกัน ลูกไฟขนาดใหญ่กว่าของนักเรียนคนอื่นอย่างเห็นได้ชัดก็ถูกปล่อยออกมาจากมือของหยุนหนิงจิ้ง พุ่งชนนักเรียนชายที่อยู่ตรงหน้า

ทันใดนั้นแสงสีม่วงและแสงสีฟ้าก็สว่างวาบขึ้นตามลำดับ พร้อมกับเสียงเกราะแตกดังเป๊าะสองเสียงซ้อนทับกัน

"เดี๋ยวนะ? หยุนหนิงจิ้ง เธอใช้โปรเหรอ? ทำไมลูกไฟของเธอถึงใหญ่กว่าของคนอื่นไม่พอ ยังทำลายเกราะของคนอื่นไปได้ตั้งสองชั้นอีกต่างหาก?" เจียงหลินส่งเสียงร้องราวกับตัวประกอบ

"โปรอะไรล่ะ หยุนหนิงจิ้งน่าจะฝึกฝนด้วยวิธีการทำสมาธิธาตุไฟสืบทอดของตระกูลหยุน เวทมนตร์ธาตุไฟเลยแข็งแกร่งกว่าคนอื่นมาแต่เกิด" ครูพละอธิบาย

"อ้าว? แล้วโรงเรียนเราไม่มีวิธีการทำสมาธิระดับสูงกว่านี้เหรอครับ?" มีนักเรียนถามขึ้น

"ไม่มีหรอก คนที่ไม่มีทรัพยากรและพรสวรรค์ต่อให้ฝึกวิธีทำสมาธิแบบนั้นไป ทั้งชีวิตก็ไม่มีทางก้าวไปถึงระดับกลางได้ พวกเธอตั้งใจฝึกวิธีการทำสมาธิแบบมาตรฐานไปเถอะ"

"บ้าเอ๊ย มีเงินนี่มันดีจริงๆ!" เจียงหลินพูด

"ขอโทษทีนะ คนมีเงินทำอะไรก็ไม่น่าเกลียดจริงๆ" เฉียนเทียนเยว่รับมุก

หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรต้องพูดแล้ว ระดับคนใช้โปรอย่างหยุนหนิงจิ้ง ความได้เปรียบระดับนี้จะแพ้ได้ยังไง

ลำดับต่อไปก็ตาเจียงหลินแล้ว

แขกรับเชิญพิเศษข้างสนามในการแข่งขันครั้งนี้คือ เฉียนเทียนเยว่ หยุนหนิงจิ้ง และถังอิน ส่วนเจียงหลินที่เอาแต่ชี้โบ๊ชี้เบ๊อยู่ข้างล่างมาตลอด ในที่สุดก็ถึงคราวต้องชดใช้

เจียงหลินขึ้นไปบนสนาม คู่ต่อสู้ของเขาคือเด็กเรียนประจำห้องอย่างเกาเหวิน

เกาเหวินไม่เพียงแต่หัวดีเท่านั้น แต่เขายังตั้งใจเรียนมากด้วย ติดก็แค่ยังมีนิสัยเหมือนเด็กๆ อยู่บ้าง แต่ก็พอเข้าใจได้ ทุกคนเพิ่งจะอยู่ม.4 การไม่เป็นผู้ใหญ่ถึงจะเป็นเรื่องปกติ

"ว้าว เกาเหวินสบายแล้ว เจอไอ้ขี้เก๊กนี่ ชนะใสๆ แน่นอน" เสียงตัวร้ายที่ดังมาจากข้างล่างคือเฉียนเทียนเยว่

"เฮ้อ นั่นสิ ถ้าฉันจับสลากได้เจอหมอนี่ก็คงดี!" นี่คือเสียงเออออของตัวร้ายตัวจริง

"พยายามเข้าทั้งสองคนเลยนะ!" หัวหน้าห้องถังอินตะโกนให้กำลังใจทั้งคู่

"...พยายามเข้านะ" ไม่มีใครได้ยินเสียงพูดพึมพำของหยุนหนิงจิ้ง

"เจียงหลิน คนอื่นอาจจะคิดว่านายเป็นเด็กหลังห้อง แต่ฉันมองออกตั้งนานแล้วว่านายกำลังแกล้งทำเป็นหมูกินเสือ นายกะจะสร้างชื่อเสียงให้โด่งดังในภายหลังใช่ไหมล่ะ? น่าเสียดายที่นายมาเจอฉัน ฉันจะทุ่มสุดตัว ทำให้นายกลายเป็นหมูกินอาหารสัตว์ไปเลย!"

เกาเหวินกอดอก พูดอย่างภาคภูมิใจ

หมอนี่สนิทกับครูประจำชั้นหย่งเจียนมาก สงสัยคงได้ยินหย่งเจียนพูดอะไรมาแน่ๆ

"อืมๆ เราก็แค่แข่งกันแหละ เดี๋ยวโดนตีแล้วอย่าร้องไห้ล่ะ" เจียงหลินโอ๋เขาด้วยสีหน้ากวนโอ๊ย

ความดันของเกาเหวินพุ่งปรี๊ด เขากลัวที่สุดคือการโดนคนอื่นมองว่าเป็นเด็กนี่แหละ!

"นาย... นายคอยดูเถอะ!" เกาเหวินส่งเสียงอย่างคนวุฒิภาวะต่ำ

เมื่อเห็นเกาเหวินที่โกรธจนหน้าดำหน้าแดงได้ง่ายดายขนาดนี้ เจียงหลินก็รู้สึกผิดอยู่ลึกๆ เหมือนกำลังรังแกเด็ก

น่าเสียดายที่สงครามประสาทก็เป็นส่วนหนึ่งของการเอาชนะ เขาจะไม่ปล่อยให้จุดอ่อนใดๆ ของคู่ต่อสู้หลุดรอดไปเด็ดขาด

"เอาล่ะครับ การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นแล้ว นักพากย์ถังอินคิดว่ายังไงครับ?" ถึงเฉียนเทียนเยว่จะสนิทกับหยุนหนิงจิ้งขึ้นมาหน่อย แต่เขาก็ไม่กล้าเข้าไปคุยสุ่มสี่สุ่มห้าอยู่ดี

"เอ๊ะ ฉันเหรอ? ฉันคิดว่า..." ถังอินเพิ่งเคยเป็นนักพากย์ครั้งแรก เลยยังไม่ค่อยชิน

บนตัวของทั้งสองคนในสนามสว่างวาบไปด้วยแสงสีทองและสีฟ้าตามลำดับ

'หึๆ ด้วยความเร็วในการร่ายเวทของฉันตอนนี้ เวทมนตร์ธาตุแสง บอลแสง สามารถร่ายเสร็จภายในสามวินาทีได้แล้ว นี่น่าจะเป็นความเร็วที่เร็วที่สุดในห้องแล้วล่ะ ฉันแอบฝึกฝนอย่างหนักมาตั้งนาน ก็เพื่อวันนี้แหละ!'

เกาเหวินคิดในใจอย่างเงียบๆ

ทว่าตอนนั้นเอง...

"เดี๋ยวนะ เขาคิดจะทำอะไรน่ะ" ทั้งผู้ชมข้างล่างและเกาเหวินบนเวทีต่างก็เกิดความสงสัยขึ้นมาในใจโดยสัญชาตญาณ

เจียงหลินที่อยู่ตรงหน้ากำลังก้าวเท้ายาวๆ เข้าหาเกาเหวิน แสงสีฟ้าน้ำทะเลบนร่างกะพริบวิบวับ

"หรือว่าเขาจะร่ายเวทไม่ได้ เลยเตรียมจะใช้กาย..."

คำถามของนักเรียนข้างล่างยังพูดไม่ทันจบ คำว่าต่อสู้กายภาพยังไม่ทันได้เอ่ยออกมา ก็เห็นเจียงหลินทำนิ้วเป็นรูปปืน เสียงสายฟ้าแหวกอากาศดังสนั่น แสงอัสนีสายหนึ่งยิงออกจากนิ้วชี้ของเขา พุ่งเข้าชนเกาเหวินในชั่วพริบตา

ลักษณะเด่นของเวทมนตร์ธาตุสายฟ้าคือความเร็วและความรุนแรง หากไม่หลบหลีกก่อนที่จะถูกเล็งเป้า โอกาสโดนโจมตีก็แทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์

เกาเหวินยังไม่ทันได้ตกใจ แสงอัสนีสายที่สองก็ตามมาติดๆ เกราะสองชั้นแตกละเอียด

"เป็นไปไม่ได้! เขาจะเร็วขนาดนี้ได้ยังไง?"

"เขาร่ายเวทมนตร์หนึ่งบทยังใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวินาทีเลยมั้ง? นี่... นี่มัน..."

"บ้าไปแล้วเพื่อน ฉันต้องใช้เวลาห้าถึงหกวินาทีถึงจะร่ายเวทได้หนึ่งบทนะเว้ย! แบบนี้จะสู้ยังไงไหว!"

"พวกนายรีบดูสิ!"

ไม่สนใจอาการตกตะลึงของนักเรียนข้างล่าง การต่อสู้บนเวทียังคงดำเนินต่อไป

เกาเหวินเป็นเด็กเรียน แม้ในใจจะตกตะลึง แต่การรวบรวมเวทมนตร์กลับไม่ได้หยุดชะงัก แสดงให้เห็นถึงทักษะพื้นฐานที่แน่นปึ้กของเขา

หลังจากเวทมนตร์สองบทของเจียงหลินผ่านไป เวทมนตร์ของเกาเหวินก็ก่อตัวเสร็จสิ้น และเตรียมจะปล่อยออกไป

ทว่า เงาสายหนึ่งกลับบดบังแสงอาทิตย์ ปกคลุมร่างของเกาเหวินเอาไว้

ตอนนี้เจียงหลินมายืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้ม

จากนั้นก็คือ ยกมือ กำหมัด ซัดออกไป ท่าทางลื่นไหลราวกับสายน้ำ

ใบหน้าของเกาเหวินโดนซัดไปหนึ่งหมัด แสงของโล่ป้องกันสีขาวสว่างวาบขึ้น ตามด้วยเสียงเพล้งดังขึ้น

เกราะทั้งสามชั้นแตกละเอียด เกาเหวิน พ่ายแพ้

กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นเร็วมาก นักเรียนคนอื่นตั้งตัวไม่ทัน แม้แต่เกาเหวินบนเวทีก็ยังตอบสนองไม่ทันเช่นกัน

หน้าของเกาเหวินถูกต่อยจนหันไปอีกทาง แต่เพราะมีโล่ป้องกันอยู่เลยไม่ได้รับบาดเจ็บ มือขวาที่มีแสงสีทองห่อหุ้ม เวทมนตร์ที่เตรียมพร้อมจะปล่อยก็ไม่ได้ปล่อย จะเก็บก็ไม่ได้เก็บ ยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่

"ไม่จริงน่า ล้อเล่นหรือเปล่า คอมโบชุดเดียวจบเลยเหรอ?"

"เชี่ย เกาเหวินโดนอัดจนปล่อยเวทไม่ออกเลย"

"ใช้โปรชัวร์ ต้องใช้โปรแน่ๆ ผมขอตรวจฉี่ครับครู!"

เมื่อเห็นเกาเหวินยังคงอยู่ในอาการมึนงง เจียงหลินก็ตบไหล่เขาเบาๆ "ไม่เป็นไรใช่ไหม ฉันต่อยนายเจ็บหรือเปล่า?"

"มะ... ไม่เป็นไร" เกาเหวินสลายเวทมนตร์ในมือ ค่อยๆ ได้สติกลับมา

"นะ... นายเก่งมาก! นายร่ายเวทได้เร็วขนาดนี้ได้ยังไง? ฉันฝึกมาตั้งนานยังทำไม่ได้แบบนี้เลย! สอนฉันหน่อยได้ไหม?" จู่ๆ ใบหน้าของเกาเหวินก็เต็มไปด้วยความเลื่อมใส นิสัยเด็กๆ มาเร็วไปเร็วเสมอ

"หึๆ จะไปมีวิธีอะไรล่ะ พรสวรรค์ไม่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งดั่งมีดแกะสลักให้หรอกนะ" เมื่อเห็นว่าเกาเหวินไม่เป็นอะไร เจียงหลินก็หมุนตัวเดินลงจากเวที พร้อมกับคิดในใจว่า 'แต่โปรช่วยได้'

เมื่อมองแผ่นหลังของเจียงหลิน เกาเหวินก็พึมพำกับตัวเอง "พรสวรรค์ไม่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งดั่งมีดแกะสลัก..."

"จริงสิ ฉันพยายามมากกว่าเพื่อนในห้อง ถึงร่ายเวทมนตร์ได้ภายในสามวินาที ส่วนเจียงหลินต้องพยายามมากกว่าฉันแน่ๆ เขาถึงอัดฉันจนร่ายเวทไม่ออกเลย"

ตอนนี้เกาเหวินไม่ได้ท้อแท้เพราะความพ่ายแพ้เลย กลับเป็นการปลุกความมุ่งมั่นในตัวเขาขึ้นมาเสียอีก ในชีวิตต่อจากนี้ เขามักจะเลียนแบบเจียงหลินไปเสียทุกเรื่อง และคอยแข่งขันกับเจียงหลินสารพัด แต่ทว่านั่นคือเรื่องราวหลังจากนี้

แต่ความเป็นจริงแล้ว เจียงหลินรู้สึกว่าระดับการควบคุมเวทมนตร์ขั้นหนึ่งของเขาก็พอๆ กับเกาเหวินและเจียงซู่น้องสาวนั่นแหละ เพียงแต่เวลาที่เขาควบคุมธาตุและพลังเวท เขามักจะรู้สึกว่ามันง่ายกว่าคนอื่นมาก ซึ่งเมื่อสะท้อนมายังโลกความเป็นจริง ก็คือความเร็วในการร่ายเวทของเขาเร็วกว่าคนอื่น เร็วกว่าประมาณสองเท่า

"หึๆ หากสวรรค์ไม่ให้กำเนิดเจียงหลินผู้นี้ วิถีแห่งเวทมนตร์คงมืดมิดดั่งราตรีอันยาวนานนับหมื่นปี" เจียงหลินกอดอก พูดกับพวกของเฉียนเทียนเยว่

"โหๆ หากสวรรค์ไม่ให้กำเนิดเจียงหลินผู้นี้ วิถีแห่งเวทมนตร์คงมืดมิดดั่งราตรีอันยาวนานนับหมื่นปี" เฉียนเทียนเยว่ทำหน้าบิดเบี้ยวราวกับกินมะนาวเข้าไป พร้อมกับทวนประโยคด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

"ว้าว เจียงหลิน นายเร็วมาก! สอนฉันบ้างสิ!" ถังอินส่งสายตาชื่นชมมาให้

แววตาของหยุนหนิงจิ้งก็เป็นประกายเช่นกัน แต่ในสายตาคนอื่นเธอก็ยังคงไร้ความรู้สึกเหมือนเดิม

เพราะในสายตาของคนที่ไม่รู้เรื่อง ความเร็วในการร่ายเวทของเจียงหลินข่มทุกคนในสนามเสียอยู่หมัด ไร้เทียมทานในยุคสมัย อัจฉริยะอย่างเกาเหวิน หยุนหนิงจิ้ง เฉียนเทียนเยว่ และเจียงซู่ ล้วนถูกกดจนมิด

"ถ่อมตัวหน่อยๆ ฉันก็แค่เอาเวลาที่คนอื่นดื่มกาแฟมาเรียนเวทมนตร์ก็เท่านั้นเอง" เจียงหลินคิดในใจ การมาเก๊กต่อหน้าเด็กๆ แบบนี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกภูมิใจสักเท่าไหร่ แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ ตอนนี้หน้าเขาบานจนจะฉีกถึงหูอยู่แล้ว

"ฉันก็แค่เอาเวลาดื่มกาแฟ... อั่ก!" เฉียนเทียนเยว่ประชดได้แค่ครึ่งเดียว ก็โดนเจียงหลินล็อกคอ

การแข่งขันอีกสองรอบถัดมาของเจียงหลินก็ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นแล้ว เมื่ออยู่ต่อหน้าความเร็วในการร่ายเวทที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด อย่างอื่นก็ไร้สาระทั้งนั้น

ในฐานะคู่ต่อสู้ของเจียงหลิน ถ้าไม่หนี ก็มีแต่ต้องโดนแสงอัสนีเข้าไปเต็มๆ สามสาย โดยที่ตัวเองร่ายเวทไม่ออกสักบท

หรือไม่ก็ต้องหนีเพื่อถ่วงเวลาให้ร่ายเวทได้ แล้วเจียงหลินก็เหมือนกับคนเหล็กเดินทอดน่องไปบนเวที พลางทำนิ้วเป็นรูปปืน ยิงลำแสงออกมาเป็นสายๆ ไล่อัดเพื่อนร่วมชั้นจนต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน

ในไม่ช้า การแข่งขันทั้งหมดก็จบลง

"การแข่งขันครั้งนี้ เจียงหลิน หยุนหนิงจิ้ง เฉียนเทียนเยว่ และเฮ่อเฉียง ทั้งสี่คนชนะรวดสามรอบ ครูหวังว่าทุกคนจะเรียนรู้จากพวกเขานะ สำหรับคนที่มีอันดับไม่สูงก็ไม่ต้องท้อแท้ไป วันนี้เป็นแค่การจัดอันดับเบื้องต้น วันข้างหน้ายังมีโอกาสพัฒนาขึ้นไปอีก เอาล่ะ เลิกเรียนได้"

เจียงหลินรีบคืนเครื่องกำเนิดเกราะป้องกันให้กับตัวแทนวิชาพละ จากนั้นก็วิ่งตามครูพละไป

"ครูเหวินครับ โรงเรียนเรามีวิธีการทำสมาธิแบบหยุนหนิงจิ้งให้ฝึกไหมครับ?" เจียงหลินไม่ยอมปล่อยผ่านวิธีที่จะทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น

"เจียงหลิน ถ้าทุกคนสามารถใช้วิธีการทำสมาธิแบบหยุนหนิงจิ้งได้ แล้วความแข็งแกร่งของเวทมนตร์จะมากกว่าคนอื่นเป็นเท่าตัวตั้งแต่เกิด เธอคิดว่าประเทศเราจะปิดบังวิธีการแบบนี้เอาไว้หรือไง?"

จริงด้วยสิ เพราะเวทมนตร์บนโลกใบนี้ แทบทุกคนสามารถปลุกพลังได้กันหมด นโยบายทหารทั้งแผ่นดินแบบนี้ ถ้ายังมีวิธีที่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของมนุษยชาติอย่างครอบคลุมได้ รัฐบาลก็ไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังวิธีเหล่านั้นเอาไว้เลย

"เอ่อ ครูหมายความว่าไงครับ?"

"จริงๆ แล้ววิธีการทำสมาธิแบบนั้นเป็นแค่ตัวช่วย สิ่งสำคัญคือพรสวรรค์พิเศษที่สืบทอดกันมาในตระกูลของเธอต่างหาก ที่ทำให้แก่นพลังเวทของเธอแข็งแกร่งมาตั้งแต่เกิด ถึงทำแบบนั้นได้ วิธีการทำสมาธิแบบมาตรฐานของกระทรวงศึกษาธิการก็ถือว่าดีเยี่ยมแล้ว ถ้าเป็นเมื่อยี่สิบปีก่อน ครูก็ใช้วิธีนี้แหละ หึๆ..."

"จริงด้วยแฮะ ในเมื่อทุกคนในสังคมสามารถสัมผัสกับเวทมนตร์ได้ ถ้ามีวิธีที่ทุกคนใช้ได้ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังเอาไว้" แม้เจียงหลินจะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่นี่ก็เป็นพรสวรรค์ของคนอื่น อิจฉาไปก็เท่านั้น

"เธอเองก็ไม่ต้องท้อใจไป ใช่ว่าจะไม่มีวิธีทำให้เวทมนตร์ของเธอแข็งแกร่งขึ้นนะ"

"วิธีอะไรเหรอครับ?" ตาของเจียงหลินเป็นประกาย

"ภายใต้สภาพแวดล้อมที่พิเศษสุดๆ การรวมตัวของธาตุจะก่อตัวเป็นกลุ่มก้อนพลังงานพิเศษชนิดหนึ่ง หลังจากที่จอมเวทดูดซับมันเข้าไปแล้ว จะทำให้แก่นพลังเวทมีวิวัฒนาการ และทำให้พลังเวทมนตร์แข็งแกร่งเหนือกว่าระดับเดียวกันไปมาก"

"สมบัติล้ำค่าจากสวรรค์?" เจียงหลินรู้สึกคุ้นหูเมื่อได้ยินคำพูดนี้ พ่อแม่ของเขาก็เป็นหนี้ก้อนโตเพราะของพวกนี้นี่แหละ

"เอาล่ะ เธอไม่ต้องคิดมากหรอก ของแบบนี้ปกติแล้วจะมีแต่จอมเวทระดับกลางเท่านั้นที่ต้องคิดถึงมัน แถมราคาก็ยังแพงหูฉี่ ไม่ใช่สิ่งที่ครอบครัวทั่วไปจะแบกรับไหว ครั้งนี้ผลงานของเธอทำได้ดีมาก ถ้าสามารถรักษามาตรฐานนี้ต่อไปได้ สอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ก็ไม่ใช่ปัญหาเลย"

ครูพละตบไหล่เจียงหลินและพูดให้กำลังใจ จากนั้นเขาก็กระทืบเท้าเบาๆ ทันใดนั้นร่างทั้งร่างก็กลายเป็นสายลมแรง รูปร่างสลายไป และหายวับไปจากตรงนั้น

คลื่นลมแรงพัดกระหน่ำใส่ร่างของเจียงหลินจนเสื้อผ้าปลิวสะบัดเสียงดังลั่น เขาถึงกับลืมตาไม่ขึ้น

"หืม? เก๊กซะหล่อเชียว" เจียงหลินมองครูที่ใช้เวทมนตร์จากไปอย่างสง่างามพลางพูดอย่างหมดคำจะพูด

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 16 - คว้าชัย

คัดลอกลิงก์แล้ว