- หน้าแรก
- เกิดใหม่ยุคแปดสิบ สร้างตัวด้วยงานล่าสัตว์จับปลา ยุวปัญญาหญิงเลยต้องตามจีบ
- บทที่ 61 ถือดีว่าอาวุโสกว่างั้นเหรอ? ไม้เท้าของแกฉันหักทิ้งแล้ว!
บทที่ 61 ถือดีว่าอาวุโสกว่างั้นเหรอ? ไม้เท้าของแกฉันหักทิ้งแล้ว!
บทที่ 61 ถือดีว่าอาวุโสกว่างั้นเหรอ? ไม้เท้าของแกฉันหักทิ้งแล้ว!
บทที่ 61 ถือดีว่าอาวุโสกว่างั้นเหรอ? ไม้เท้าของแกฉันหักทิ้งแล้ว!
เมื่อเห็นหลิวไอ้หลิงค้ำไม้เท้าเดินมา ในใจของจางเหล่ยก็เกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีขึ้นมาทันที
「ป้าหลิว คุณมาที่นี่มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?」 จางเจี้ยนกั๋วรีบก้าวเข้าไปต้อนรับ
「ฉันจะมาที่บ้านตระกูลจางของพวกนายไม่ได้หรือไง?」 ไม้เท้าในมือของหลิวไอ้หลิงกระแทกเข้ากับพื้นดินอย่างแรง ส่งเสียงดังสะท้อนกังวานออกมาทีหนึ่ง
เมื่อเช้าวันนี้ได้ยินหลิวอันฝูบอกว่าจ้าวเหล่าซานหลานชายของเธอถูกจับไปที่สถานีตำรวจเป็นเพราะสาเหตุมาจากจางเหล่ย เธอโกรธจนต้องนอนพักผ่อนปรับสภาพอยู่บนเตียงตั้งหนึ่งวัน ลมหายใจนี้ถึงจะยอมสงบลงได้ ตอนเย็นพอสภาพจิตใจดีขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว จึงรีบเดินทางมาที่นี่ในทันทีเพื่อต้องการคำอธิบาย!
「ป้าหลิว พวกเราก็ไม่ได้บอกว่าคุณมาไม่ได้นี่ครับ แต่ว่าคุณพูดจาอย่ามาทำเป็นเหน็บแนมแดกดันแบบนี้ได้ไหม พวกเราเหมือนจะไม่ได้ไปล่วงเกินคุณเลยนะ?」 หลี่ซิ่วเหลียนมีความรู้สึกทนดูต่อไปไม่ได้เล็กน้อยแล้ว มาถึงก็จงใจข่มขวัญกันเลย ขู่ขวัญใครกันล่ะ!
ไม่ได้มาที่บ้านตระกูลจางตั้งหลายปีแล้ว หลิวไอ้หลิงนึกไม่ถึงเลยว่าหลี่ซิ่วเหลียนจะกล้าพูดจาแบบนี้กับตัวเอง ความโกรธแค้นประดังเข้ามาจากทั่วสารทิศ 「หลี่ซิ่วเหลียน ฉันกำลังพูดอยู่กับจางเจี้ยนกั๋ว แกสอดปากเข้ามาทำไม! บ้านตระกูลจางหลังนี้ยังไม่ถึงตาแกมาเป็นคนดูแลตัดสินใจหรอกมั้ง?」
เมื่อเห็นหลิวไอ้หลิงทั้งแก่ทั้งอัปลักษณ์แถมยังมีใบหน้าที่ดุร้าย จางเสี่ยวฮาที่มีอายุน้อยที่สุดตกใจจนร้องไห้โฮออกมาดังลั่น
จางเหล่ยเห็นดังนั้น จึงรีบเข้าไปปลอบโยนว่า 「เสี่ยวฮาอย่าร้องไหนะ พี่ใหญ่ยังอยู่ตรงนี้」
「ไม่ต้องร้องไห้แล้ว หนวกหูจะตายอยู่แล้ว!」 หลิวไอ้หลิงถูกเสียงร้องไห้ของจางเสี่ยวฮาก่อกวนจนมีความรู้สึกหงุดหงิดใจอยู่บ้าง
ทว่าพฤติกรรมที่ยิ่งได้ใจของเธอนั้นกลับทำให้จางเหล่ยเกิดความโกรธขึ้นมา 「หลิวไอ้หลิง อย่ามาถือดีว่าอาวุโสกว่าอยู่แถวนี้เลย! อายุเติบโตมาขนาดนี้ยังไม่รู้จักเรียนรู้ที่จะพูดจาดีๆ มีแต่จะเลียนแบบสุนัขเห่าหวนงั้นเหรอ?」
แม้ว่าจางเหล่ยจะไม่รู้ว่าทำไมผู้เป็นพ่อถึงได้ยอมโอนอ่อนผ่อนตามให้กับหลิวไอ้หลิงขนาดนี้ แต่ตัวเองไม่มีทางยอมทนให้คนนอกมาแสดงความป่าเถื่อนถึงตรงหน้าประตูบ้านของตนเองอย่างเด็ดขาด
「ช่างเป็นเจ้าเด็กตระกูลจางที่ฝีปากกล้าดีแท้!」 หลิวไอ้หลิงไม่โกรธกลับหัวเราะออกมา 「จางเจี้ยนกั๋ว ฉันขอถามนาย เรื่องที่นายติดค้างชีวิตลูกชายฉันไว้หนึ่งชีวิตนั้น นายยังจะยอมรับอยู่ไหม?」
「ผม... ผมยอมรับครับ!」 จางเจี้ยนกั๋วพยักหน้าด้วยความจนปัญญา
「ถ้างั้นลูกชายของนายพูดจาแบบนี้ นายจะสั่งสอนจัดการไหม?」
「ผม...」 จางเจี้ยนกั๋วมีสีหน้าลำบากใจเป็นอย่างยิ่ง ตกตะลึงอยู่กับที่โดยไม่รู้ว่าควรจะจัดการกับตัวเองอย่างไรดี
「จางเจี้ยนกั๋ว นายก็นึกยอมรับแค่ทางปากเท่านั้นใช่ไหม?」 หลิวไอ้หลิงใช้ไม้เท้าฟาดไปที่ขาของจางเจี้ยนกั๋วอย่างแรงตั้งหลายที พอดีตีโดนบาดแผลของเขาที่ยังไม่หายดีอย่างสมบูรณ์ ความเจ็บปวดทำให้จางเจี้ยนกั๋วถึงกับแยกเขี้ยวร้องครางออกมา
จางเหล่ยที่อยู่ด้านข้างเห็นดังนั้นก็เกิดความโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แย่งเอาไม้เท้าของหลิวไอ้หลิงมา ใช้หัวเข่ากระแทกหักออกเป็นสองท่อนแล้วโยนเข้าไปในเตาไฟด้านข้าง
การกระทำขั้นตอนนี้ทำเอาทั้งจางเจี้ยนกั๋วและหลี่ซิ่วเหลียนต่างก็ตื่นตะลึงไปตามๆ กัน! ทั้งสองคนล้วนตกตะลึงอยู่กับที่
เมื่อเห็นไม้เท้าของตนเองเข้าไปอยู่ในเตาไฟ หหลิวไอ้หลิงก็ทิ้งก้นนั่งลงบนพื้นแล้วเริ่มแสดงอาการอาละวาด 「จ้าวเจี้ยนจวิน ลูกของแม่เอ๋ย แกจงเบิกตาบนฟากฟ้ามองดูเถอะนะ คนตระกูลจางพวกนี้กำลังรังแกแม่ของแกอยู่นะ!」
「หลิวไอ้หลิง ตอนนี้เป็นยุคทศวรรษ 80 แล้วนะ คุณยังจะมาเล่นแผนการงมงายในลัทธิศักดินาแบบนั้นอยู่อีกเหรอ?」 จางเหล่ยปัดมือ ในแววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน
หลิวไอ้หลิงไม่ได้สนใจจางเหล่ยเลยแม้แต่น้อย ทุบหน้าอกร้องไห้ตะโกนว่า 「คนตระกูลจางรังแกฉันที่เป็นยายแก่คนหนึ่ง ลูกของแม่แกรีบเบิกตามองดูเถอะนะ!」
「คุณหุบปากไปเลยนะ!」 เมื่อเห็นหลิวไอ้หลิงเอาแต่เล่นการอัญเชิญดวงวิญญาณผู้ล่วงลับไม่หยุดหย่อนในบ้านของตนเอง จางเหล่ยก็เหลืออดแล้ว
ย่อมต้องบอกเลยว่า หลิวไอ้หลิงกลับถูกเสียงตวาดอย่างรุนแรงประโยคนี้ของจางเหล่ยทำให้ตกใจสะดุ้งขึ้นมาทีหนึ่ง สงบลงได้ในทันที
หลิวไอ้หลิงดูเหมือนจะร้องไห้ด้วยความโศกเศร้าเสียใจ แต่ในความเป็นจริงน้ำตาแม้แต่หยดเดียวก็ไม่ได้ไหลออกมาเลย
เวลานี้ จางเจี้ยนกั๋วถึงจะดึงสติกลับคืนมาได้ ก้าวเข้าไปข้างหน้าต้องการจะช่วยพยุงหลิวไอ้หลิงให้ลุกขึ้นมา แต่หลิวไอ้หลิงไม่ยอมรับความหวังดีไม่พอ ยังยื่นมือไปข่วนจนเกิดรอยแผลเลือดออกสายหนึ่งบนใบหน้าของจางเจี้ยนกั๋วอีกด้วย
เรื่องนี้ทำให้หลี่ซิ่วเหลียนที่อยู่ด้านข้างรู้สึกปวดใจเป็นอย่างยิ่ง รีบก้าวเข้าไปข้างหน้าลากสามีของตนเองแยกออกมาด้านข้างทันที 「หลิวไอ้หลิงคนนี้ก็คือยายแก่เสียสติคนหนึ่ง คุณจะไปสนใจเธอทำไมกัน!」
「แกหาว่าใครเป็นยายแก่เสียสติกันนะ?」 หลิวไอ้หลิงอายุมากแล้ว แต่การได้ยินกลับยังค่อนข้างดีอยู่ รีบสวนคำถามขึ้นมาทันที
หลี่ซิ่วเหลียนเห็นดังนั้น เพิ่งจะคิดก้าวเข้าไปหาเพื่อพูดคุยหาเหตุผลสักสองสามประโยค จางเหล่ยที่อยู่ด้านข้างก็เข้ามาขวางเธอไว้ 「ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเองครับ」
จางเหล่ยเดินไปตรงหน้าของหลิวไอ้หลิง จับไปที่คอเสื้อของเธอแล้วลากออกไปนอกประตูบ้านโดยตรง จากนั้นก็พลิกมือปิดประตูใหญ่ของบ้านตนเอง
「จางเหล่ย เรื่องนี้... มันจะค่อนข้างเกินไปหน่อยไหมลูก?」 หลี่ซิ่วเหลียนเอ่ยปากถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ
การกระทำขั้นตอนนี้ของลูกชาย เธอมองดูแล้วก็รู้สึกระบายความโกรธได้ดีอยู่หรอกนะ แต่ทว่าหลิวไอ้หลิงคนนี้จะอย่างไรอายุอานามก็มากแล้ว การโยนออกไปแบบนี้ดูเหมือนจะมีความอะไรแบบนั้นอยู่บ้าง
บนใบหน้าของจางเจี้ยนกั๋วเต็มไปด้วยความวิตกกังวล อยากจะออกไปดูสถานการณ์ด้านนอก แต่กลับได้รับการขัดขวางจากจางเหล่ยไว้
「พ่อครับ ผมไม่รู้ว่าพ่อมีความโกรธแค้นอะไรต่อกันกับตระกูลจ้าว ผมรู้เพียงแค่ว่าไม่มีใครหน้าไหนสามารถมาทำร้ายคนในครอบครัวของผมได้ ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม!」
ชาติก่อนเป็นเพราะตนเอง ครอบครัวที่ดีๆ ครอบครัวหนึ่งต้องแตกสลายไป ชาตินี้ คนในครอบครัวก็คือเกล็ดระยับที่ห้ามแตะต้องของเขาจางเหล่ย!
「เหล่าจาง หรือว่าคุณเอาเรื่องราวในปีนั้นมาเล่าให้จางเหล่ยฟังหน่อยเถอะ?」 หลี่ซิ่วเหลียนกุมอุ้งมือใหญ่ที่หยาบกร้านของจางเจี้ยนกั๋วไว้
「เฮ้อ!」 จางเจี้ยนกั๋วทอดถอนใจคำหนึ่ง เริ่มต้นเล่าเรื่องราวในปีนั้นออกมา
ที่แท้ในช่วงปีก่อนนู้นจางเจี้ยนกั๋วกับจ้าวเจี้ยนจวินลูกชายของหลิวไอ้หลิงเดินทางไปสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำที่บริเวณต้นน้ำซิ่วเหอในตำบลด้วยกัน ตอนกลางคืนจำเป็นต้องมีคนอยู่เฝ้ายามบนเขื่อน มีอยู่คืนหนึ่ง เดิมทีเป็นเวรเฝ้ายามของจางเจี้ยนกั๋ว แต่ทว่าคืนนั้นประจวบเหมาะกับที่จางเหล่ยคลอดออกมาพอดี จางเจี้ยนกั๋วที่ได้รับแจ้งข่าวจึงรีบเดินทางไปที่โรงพยาบาล จึงได้ไปหาจ้าวเจี้ยนจวินที่เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันเพื่อขอสลับเวรกันเที่ยวหนึ่ง
ผลสุดท้ายในคืนนั้นช่วงครึ่งหลังของคืนเกิดฝนตกหนักกระหน่ำลงมา จ้าวเจี้ยนจวินก็หายสาบสูญไปพร้อมกับเขื่อนใหญ่ที่ยังสร้างไม่เสร็จเรียบร้อย หลังจากฝนหยุดตก ทางตำบลได้จัดตั้งคนออกตามหาอยู่หนึ่งวันหนึ่งคืน ในที่สุดก็พบศพของจ้าวเจี้ยนจวินที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำซิ่วเหอช่วงปลายน้ำ
หลังจากได้รับรู้ข่าวร้ายนี้ ภรรยาของจ้าวเจี้ยนจวินก็ทอดทิ้งจ้าวเหล่าซานลูกชายที่เพิ่งจะอายุสามขวบแล้วกระโดดน้ำฆ่าตัวตายตามสามีไป
จางจี้ยนกั๋วหลังจากรับรู้สถานการณ์ข้อนี้ในเวลาต่อมา ในใจก็มีความรู้สึกผิดเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าช่วงเวลานั้นหลิวไอ้หลิงจะมาหาเรื่องสร้างความลำบากให้กับพวกเขาที่บ้านตระกูลจางทุกวันขนาดไหน จางเจี้ยนกั๋วก็ไม่ส่งเสียงโต้ตอบเลย เพราะจางเจี้ยนกั๋วคิดอยู่ตลอดเวลาว่า ความตายของจ้าวเจี้ยนจวินนั้นเป็นเพราะสาเหตุมาจากการสลับเวรของเขาเอง!
หลังจากได้รับรู้ต้นสายปลายเหตุของเรื่องราวแล้ว จางเหล่ยก็พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า 「พ่อครับ เรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับพ่ออยู่บ้าง แต่ความตายของจ้าวเจี้ยนจวินจะนำมาโทษไว้บนหัวของพ่อทั้งหมดไม่ได้หรอกครับ!」
「คำพูดนี้หมายความว่ายังไง?」 จางเจี้ยนกั๋วถาม
จางเหล่ยคิดทบทวนดูแล้วจึงพูดข้อสงสัยของตนเองออกมา 「จากการบอกเล่าของพ่อ เต็นท์ที่ใช้สำหรับเข้าเวรตอนกลางคืนตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งไหมครับ?」
「ถูกต้อง!」 จางเจี้ยนกั๋วพยักหน้า
「ถ้างั้นผมอยากจะถาม ริมแม่น้ำกำลังเกิดฝนตกหนักกระหน่ำลงมา คนปกติทั่วไปจะจัดการอย่างไรครับ?」
จางหยางจู่ๆ ก็พูดแทรกขึ้นมาประโยคหนึ่งโดยไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า 「ก็ต้องวิ่งไปที่สูงสิครับ มิฉะนั้นถ้าน้ำท่วมขึ้นมาก็ต้องโดนจมน้ำตายแน่นอนครับ」
จางเหล่ยส่งสายตาแสดงความชื่นชมให้กับจางหยางทีหนึ่ง พูดต่อไปว่า 「ปัญหานี้แม้แต่เด็กอายุแปดขวบยังสามารถพิจารณาได้ จ้าวเจี้ยนจวินจะไม่รู้เลยเชียวเหรอครับ? ฝนตกหนักขนาดนั้นตกลงบนเต็นท์ จ้าวเจี้ยนจวินจะไม่ไม่ได้ยินเสียงเลยงั้นเหรอครับ? เขาไม่วิ่งย่อมต้องมีสาเหตุใช่ไหมล่ะครับ?」
จางเจี้ยนกั๋วตบไปที่หัวตัวเองคำหนึ่ง รีบพูดขึ้นว่า 「พ่อคิดออกแล้ว วันนั้นตอนที่สลับเวรกัน พ่อเห็นในอกเสื้อของจ้าวเจี้ยนจวินเหมือนจะซุกขวดเหล้าไว้ขวดหนึ่งน่ะ」
「จ้าวเจี้ยนจวินดื่มเหล้าจนเมามาย ดังนั้นถึงไม่ได้วิ่ง จากนั้นจึงถูกน้ำในแม่น้ำที่เอ่อล้นขึ้นมาพัดพาลงไปงั้นเหรอ?」 หลี่ซิ่วเหลียนก็ตอบสนองกลับมาเช่นกัน
「ถูกต้องครับ!」 จางเหล่ยพยักหน้า มองไปที่จางเจี้ยนกั๋วด้วยสีหน้าเคร่งขรึม 「พ่อครับ ตอนนี้พ่อยังคิดว่าความตายของจ้าวเจี้ยนจวินเป็นเพราะสาเหตุมาจากพ่ออยู่อีกไหมครับ?」 หลังจากพูดจบ ก็ขยับหลีกทางตรงตำแหน่งประตูใหญ่ให้เงียบๆ
ขณะที่หลิวไอ้หลิงกำลังทุบตีประตูใหญ่อย่างบ้าคลั่ง ร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่งอยู่นั้น ประตูใหญ่ก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง จางเจี้ยนกั๋วเดินก้าวออกมา
「หลิวไอ้หลิง วันนี้คุณมาอาละวาดล้มกลิ้งอยู่ดิ่งๆ ที่บ้านตระกูลจางของผม เห็นแก่หน้าของจ้าวเจี้ยนจวินที่ตายจากไปก่อนหน้านี้ ผมจะไม่ถือสาหาความคุณ」 จางเจี้ยนกั๋วมีสีหน้าเคร่งขรึม 「แต่หากคุณยังคงไม่ยอมเลิกรา เช่นนั้นผมคงต้องขอพูดคุยหาเหตุผลกับคุณให้ดีๆ สักหน่อยแล้ว!」
「คุณ...」
...เมื่อเห็นท่าทีของจางเจี้ยนกั๋วเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ หหลิวไอ้หลิงก็เกิดอาการขยาดขึ้นมาในทันที สุดท้ายทำได้เพียงแค่นเสียงหึคำหนึ่ง แล้วหายลับไปกับความมืดมิดของค่ำคืน