เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 เพื่อนก็ควรช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

บทที่ 25 เพื่อนก็ควรช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

บทที่ 25 เพื่อนก็ควรช่วยเหลือซึ่งกันและกัน


บทที่ 25 เพื่อนก็ควรช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

เดิมทีจางเล่ยคิดจะไปที่สหกรณ์การตลาดซื้อข้าวสารกลับไปด้วย ทว่าคำพูดคำเดียวของพนักงานขายทำเอาเขาได้แต่ยิ้มเจื่อน เพราะเวลานี้ยังคงเป็นยุคสมัยที่ต้องใช้คูปองธัญญาหาร เขาน่ะมีเงิน แต่หากไม่มีคูปองธัญญาหารก็ยังคงซื้อข้าวสารไม่ได้อยู่ดี

สำหรับเงินที่เหลือนั้น จางเล่ยได้อาศัยช่วงที่ผู้คนบนท้องถนนเบาตาบอกกล่าวกับต้าจ้วงตั้งนานแล้วว่า กลับไปค่อยแบ่งกัน การล้วงเงินมากมายขนาดนี้ออกมาท่ามกลางถนนใหญ่ มันง่ายต่อการถูกคนจับตามองหมายหัวเอาได้

มองดูเวลาไม่เช้าแล้ว จางเล่ยขับเกวียนวัวผละออกจากตัวอำเภอ

วันนี้พวกจางเล่ยสองคนขับเกวียนวัวบรรทุกหน่อไม้ฤดูหนาวเต็มคันรถไปขายที่สถานีรับซื้อ ผู้คนในตัวอำเภอจำนวนมากล้วนมองเห็น จางเล่ยกลัวว่าหากกลับไปมืดค่ำระหว่างทางจะไม่ค่อยปลอดภัย

แน่นอนว่า ปืนล่าสัตว์สองกระบอกในตะกร้าไม้ไผ่ได้ถูกบรรจุกระสุนไว้เรียบร้อยแล้ว จางเล่ยย่อมไม่ได้หวาดหวั่น เพียงแต่กลัวความยุ่งยากเท่านั้นเอง

เมื่อวานจางเล่ยเพิ่งเดินทางมาที่หมู่บ้านโบราณแห่งนี้เป็นครั้งแรกก็แลกเอาของดีกลับไปได้ ยามนี้มองดูเวลาก็ยังคงเช้าอยู่ จางเล่ยจึงอยากจะเดินทางมาดูอีกสักเที่ยว

ก็แค่หิมะที่ตกลงมาเมื่อคืนนี้ทำให้เสียเวลาไปบ้าง สิ้นเปลืองเวลาไปชั่วโมงกว่าถึงจะมาถึง

ยังไม่ทันถึงหน้าประตูหมู่บ้านโบราณ ก็มองเห็นเหลยอ้าววิ่งจากในหมู่บ้านตรงมาทางพวกจางเล่ยสองคนแล้ว

「สหายจากแดนไกล พวกเราพบกันอีกแล้ว!」 เหลยอ้าววางมือขวาไว้ที่ตำแหน่งหัวใจ พลางน้อมตัวลงเล็กน้อยเพื่อทักทายถามไถ่

พวกจางเล่ยสองคนก็เลียนแบบทำท่าทางเคารพตอบกลับ 「หัวหน้าเผ่าเหลยสวัสดี!」

「หัวหน้าเผ่าเหลย พวกเราเข้าไปคุยกันด้านในก่อนดีไหม」 จางเล่ยเห็นตรงหน้าประตูหมู่บ้านมีสายตาไม่น้อยกำลังมองมาที่พวกเขา จึงตั้งใจเผยสิ่งของในตะกร้าสะพายออกมาให้เห็น

บนใบหน้าของเหลยอ้าวฉายแววยินดี รีบนำพาพวกจางเล่ยสองคนมายังเรือนใต้ถุนสูงที่เขาอยู่อาศัย ส่วนเกวียนวัวนั้นเขาได้สั่งการให้คนในชนเผ่าลากไปป้อนหญ้าอาหารแล้ว

ในระหว่างเส้นทางที่มา จางเล่ยได้เอาปืนสองกระบอกใส่ไว้ในตะกร้าไม้ไผ่ใบหนึ่ง และใช้กิ่งไม้แห้งคลุมปิดไว้ ตะกร้าไม้ไผ่ใบนี้ถูกสะพายไว้บนตัวของเฉินต้าจ้วง

ส่วนจางเล่ยสะพายตะกร้าไม้ไผ่อีกใบ ด้านในบรรจุสิ่งของที่เป็นของขวัญนำมาให้เหลยอ้าว

「ขอบคุณหัวหน้าเผ่าเหลยที่มอบหนังเสือให้พวกเรา นี่คือความหวังดีเล็กๆ น้อยๆ ที่ฉันนำมาให้พวกคุณ」 จางเล่ยหยิบห่อเกลือและลูกกวาดรสนมเหล่านั้นออกจากตะกร้าสะพาย

หลานเม่ยรับไป บนใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดีพลางเอ่ยปากขอบคุณในความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของพวกจางเล่ยสองคน

เหลยเสี่ยวหู่ที่อยู่ด้านข้างเห็นมีลูกกวาดรสนม ก็ขยับเข้ามาด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน ลูกกวาดเม็ดที่ได้กินเมื่อวานนั้นทำเอาเขาหวนระลึกนึกถึงรสชาติอยู่ตั้งนาน

เหลยอ้าวมองมาที่ทั้งสองคนด้วยสีหน้าจริงจังอย่างยิ่งยวด จางเล่ย น้องต้าจ้วง พวกเจ้าเอาสิ่งของอุปโภคบริโภคที่ฉันเหลยอ้าวต้องการที่สุดมาส่งให้ ฉันอยากถามหน่อยว่าตัวฉันหรือจะบอกว่าหมู่บ้านแห่งนี้สามารถทำอะไรให้พวกเจ้าได้บ้าง」

เฉินต้าจ้วงไม่ได้พูดจา หันหน้ามองไปทางจางเล่ย

「หัวหน้าเผ่าเหลย พวกเราเป็นเพื่อนกัน การช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว」 จางเล่ยครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยปากว่า 「ฉันไม่ต้องการให้พวกคุณทำอะไรให้ฉันหรอก แน่นอนว่าหากคุณหรือคนในชนเผ่าของคุณมีหนังของสัตว์ป่าล่ะก็สามารถเอามาให้ฉันได้ ฉันสามารถเอาเกลือบริโภคหรือสิ่งของอุปโภคบริโภคอื่นมาแลกเปลี่ยนกับพวกคุณได้」

ตบท้ายประโยคเสริมไปคำหนึ่ง 「ขอแบบสมบูรณ์นะ!」

แม้ว่าเหลยอ้าวจะไม่ได้บอกกล่าวออกมาตลอดว่าเพราะเหตุใดพวกเขาถึงมาซ่อนตัวใช้ชีวิตอย่างสันโดษอยู่ในภูเขาใหญ่ ทว่าจางเล่ยผู้เกิดใหม่ซาบซึ้งดี

การที่จางเล่ยติดต่อปฏิสัมพันธ์กับหมู่บ้านโบราณชาวเซอแห่งนี้ และเอาสิ่งของอุปโภคบริโภคมาส่งให้เหลยอ้าวผู้เป็นหัวหน้าเผ่าอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่คิดอยากจะทำความรู้จักเป็นเพื่อนกับพวกเขาเท่านั้น ทว่ายังอยากจะทำข้อตกลงซื้อขายกับหมู่บ้านโบราณแห่งนี้ด้วย!

นี่ถึงจะเป็นจุดประสงค์ที่แท้จริงของจางเล่ย!

เหลยอ้าวมีความตื่นเต้นอยู่บ้าง เอ่ยปากตอบตกลงตามคำขอของจางเล่ยด้วยใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้ม เดินทางไปสื่อสารบอกกล่าวความตั้งใจของจางเล่ยที่ฝั่งคนในชนเผ่าเพียงคนเดียว

เหลยอ้าวในฐานะหัวหน้าเผ่านิ่งยอมให้ตัวเองเหน็ดเหนื่อยเดินตามหาคนในชนเผ่าทีละคนเพื่อสื่อสารบอกกล่าวความตั้งใจของจางเล่ย ก็ไม่ยอมให้คนในชนเผ่าคนอื่นติดต่อปฏิสัมพันธ์กับจางเล่ยมากเกินไป พูดไปแล้วสุดท้ายก็เป็นเพราะคำสองคำ

ปกครอง!

การที่เหลยอ้าวสามารถก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าเผ่าชาวเซอของหมู่บ้านแห่งนี้ได้ สายตาย่อมไม่ใช่สิ่งที่ชาวเซอทั่วไปจะสามารถนำมาเปรียบเทียบได้

เขาตระหนักรับรู้ได้อย่างชัดแจ้งว่า จากมูลค่าที่จางเล่ยค่อยๆ แสดงเผยออกมาให้เห็นนั้น การให้คนในชนเผ่าติดต่อปฏิสัมพันธ์กับจางเล่ยมากเกินไป ย่อมมีความเป็นไปได้สูงยิ่งที่จะล้มล้างการปกครองของเขา ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่เขาไม่มีวันยินยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด

ในทางตรงกันข้าม หมู่บ้านแห่งนี้มีเพียงตัวเหลยอ้าวเองคนเดียวที่คบค้าสมาคมมีสัมพันธ์อันดีกับจางเล่ย ย่อมส่งผลช่วยส่งเสริมต่อการสร้างความมั่นคงให้แก่ตำแหน่งหัวหน้าเผ่าของตัวเอง!

หลังจากจางเล่ยเดินทางมาที่นี่ในช่วงสองวันนี้ ได้เอาสิ่งของอุปโภคบริโภคมาส่งให้เหลยอ้าวตั้งหลายอย่าง ชาวเซอคนอื่นในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาตาร้อนจนทนแทบไม่ไหวตั้งนานแล้ว

จบบทที่ บทที่ 25 เพื่อนก็ควรช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว