- หน้าแรก
- เกิดใหม่ยุคแปดสิบ สร้างตัวด้วยงานล่าสัตว์จับปลา ยุวปัญญาหญิงเลยต้องตามจีบ
- บทที่ 24 เข้าภัตตาคาร! ซื้อปืนล่าสัตว์!
บทที่ 24 เข้าภัตตาคาร! ซื้อปืนล่าสัตว์!
บทที่ 24 เข้าภัตตาคาร! ซื้อปืนล่าสัตว์!
บทที่ 24 เข้าภัตตาคาร! ซื้อปืนล่าสัตว์!
「ต้าจ้วง ไป! เข้าภัตตาคารกัน! พี่เล่ยจะพาแกไปกินของดีๆ!」 จางเล่ยโบกมือใหญ่ ขับเกวียนวัวมุ่งหน้าไปยังภัตตาคารกานหนานที่มีชื่อเสียงโด่งดังในตัวอำเภอทันที
ภัตตาคารกานหนานคือภัตตาคารของรัฐเพียงแห่งเดียวในตัวอำเภอที่ใช้ชื่อสถานที่ตั้งเป็นชื่อร้าน
ภัตตาคารมีขนาดใหญ่มาก ทั้งยังรับจัดเลี้ยงโต๊ะจีนด้วย ได้ยินว่างานเลี้ยงโต๊ะจีนโต๊ะหนึ่งต้องสิ้นเปลืองเงินถึงยี่สิบห้าหยวน แม้ว่าในช่วงทศวรรษแปดสิบระดับความเป็นอยู่ของผู้คนจะยกระดับขึ้นมาจากเมื่อก่อนบ้างแล้ว ทว่าค่าใช้จ่ายของงานเลี้ยงหนึ่งโต๊ะนี้ก็เทียบเท่ากับเงินเดือนครึ่งเดือนของคนงานในเมืองเลยทีเดียว
ทว่าวันนี้จางเล่ยหาเงินก้อนโตมาได้ ย่อมไม่ได้รู้สึกปวดใจเรื่องเงิน ให้พนักงานบริการของภัตตาคารช่วยเฝ้าเกวียนวัวไว้ให้หน่อย ส่วนเขาดึงตัวเฉินต้าจ้วงหาที่นั่งริมหน้าต่างนั่งลงแล้วหยิบรายการอาหารมาสั่งกับข้าวที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะมาสองสามอย่าง
ต้นกระเทียมผัดเนื้อ ผักตั้งโอ๋ผัดเนื้อหมูเค็ม ไก่สไตล์ฉือฮว่า น้ำแกงซานเซียน
กับข้าวสามอย่างน้ำแกงหนึ่งอย่างถูกจางเล่ยจัดสรรไว้ให้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
หลังจากสวาปามอย่างหิวกระหายผ่านไป บนโต๊ะก็เหลือเพียงจานเปล่าไม่กี่ใบ
ตอนเช็กบิลคำนวณดู สิ้นเปลืองเงินไปแปดหยวน
นี่ทำเอาเฉินต้าจ้วงปวดใจจนแทบแย่ เงินแปดหยวนในบ้านของเขาเก็บออมตั้งหลายเดือนก็ไม่แน่ว่าจะเก็บได้ ทว่าอาหารมื้อเดียวนี้กลับกินจนหมดสิ้นไปแล้ว ช่างฟุ่มเฟือยเหลือเกิน
อันที่จริงกับข้าวเหล่านี้ราคาเพียงหกหยวนเท่านั้น เป็นเพราะทั้งสองคนไม่มีคูปองอาหาร จึงทำได้เพียงจ่ายเงินเพิ่มอีกสองหยวนเพื่อชดเชยค่าคูปองอาหารและคูปองกับข้าว
「ต้าจ้วง หาเงินมาได้ก็เอาไว้เสพสุข วันหน้าพวกเราจะหาเงินได้มากกว่านี้ กับข้าวอาหารมื้อในวันนี้เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเอง!」 จางเล่ยคาบไม้จิ้มฟันไว้ในปาก พลางเอ่ยปากพูดสัพเพเหระ
หลังจากพักผ่อนเรียบง่ายครู่หนึ่ง ทั้งสองคนขับเกวียนวัวมาถึงห้างสรรพสินค้า
「ต้าจ้วง แกมีอะไรจำเป็นต้องซื้อไหม ฉันจะเข้าไปเอาออกมาให้แกเอง」
「ไม่มีอะไรต้องเอาหรอก」 เฉินต้าจ้วงยังคงส่ายหัวเหมือนเช่นเคย
「เช่นนั้นแกเฝ้าเกวียนวัวอยู่ตรงนี้ ประเดี๋ยวฉันก็ออกมาแล้ว」 จางเล่ยเห็นสถานการณ์เช่นนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรมาก สะพายตะกร้าไม้ไผ่ใบหนึ่งเพื่อจะได้ใส่ของได้สะดวก แล้วเดินเข้าไปด้านในคนเดียว
เกวียนวัวคือทรัพย์สินส่วนรวมของทีมผลิต จะทำหายไม่ได้ เด็ดขาด มิเช่นนั้นจะยุ่งยากมาก
หลังจากจางเล่ยเข้าไปแล้วก็ตรงดิ่งไปยังโซนอาหารไม่หลัก ซื้อห่อเกลือหนักยี่สิบชั่ง ลูกกวาดรสนมหนักห้าชั่ง สิ่งของเหล่านี้คือสิ่งที่เขาเตรียมไว้ให้เหลยอ้าว หนังเสือผืนหนึ่งขายได้ตั้งแปดร้อยหยวน หากเขาไม่ลากสิ่งของไปให้บ้าง ก็รู้สึกขัดเขินอยู่บ้างจริงๆ
จากนั้นจางเล่ยเดินทางไปที่โซนเสื้อผ้า ซื้อถุงมือผ้าไหมพรมแบบเปิดนิ้วสองคู่ให้ตัวเองและต้าจ้วง รวมถึงหมวกเรยฟงอีกสองใบ
ช่วงสองสามวันนี้จางเล่ยและเฉินต้าจ้วงทั้งสองคนฝ่าลมฝ่าหิมะไปหาเงิน มือของทั้งสองคนต่างเกิดแผลหิมะกัดขึ้นมา เมื่อก่อนไม่มีเงิน ยามนี้มีเงินแล้วจำเป็นต้องจัดสรรสักหน่อย
หมวกเรยฟงที่โรงเรียนแจกให้จางเล่ยได้ยกให้น้องชายจางหยางไปแล้ว
สิ่งของเหล่านี้สิ้นเปลืองเงินไปรวมทั้งหมดสามสิบห้าหยวน
หน่อไม้ฤดูหนาวในป่าไผ่แห่งนั้นของจีกงหลิ่งถูกจางเล่ยขุดไปจนเกือบจะหมดแล้ว เส้นทางที่จะไปป่าไผ่ตรงยอดเขาอื่นล้วนค่อนข้างแคบ เกวียนวัวผ่านไปไม่ได้ ในขณะเดียวกันจางเล่ยก็รู้สึกว่าการขุดหน่อไม้ฤดูหนาวเงินมันมาค่อนข้างช้าไปหน่อย
ดังนั้นจางเล่ยจึงคิดคำวณจะซื้อปืนล่าสัตว์สองกระบอกให้ตัวเองและต้าจ้วงเพื่อขึ้นเขาไปล่าสัตว์ ทำใหม่อีกครั้งให้ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งเพื่อสร้างความรุ่งโรจน์อีกหน
ทว่าหลังจากค้นหาจนทั่วทั้งห้างสรรพสินค้าแล้วก็ไม่พบสถานที่ขายปืนล่าสัตว์เลย ภายหลังเดินไปสอบถามพนักงานขายถึงได้รู้ว่าการควบคุมอาวุธปืนเริ่มมีความเข้มงวดค่อนข้างมากแล้ว หากคิดจะซื้อทำได้เพียงต้องไปลงทะเบียนซื้อที่สหกรณ์การตลาดที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอกำหนดไว้เท่านั้น
หลังจากจางเล่ยออกจากห้างสรรพสินค้าแล้ว เอาหมวกเรยฟงและถุงมือคู่ใหม่ที่เพิ่งซื้อมาสวมใส่ให้ตัวเองและต้าจ้วง จากนั้นเดินมุ่งหน้าไปยังสหกรณ์การตลาดตามที่พนักงานขายบอกกล่าว
หลังจากมาถึงสหกรณ์การตลาด ไม่นานจางเล่ยก็พบโซนขายปืนล่าสัตว์โดยเฉพาะ ตรงโครงไม้ที่ชิดกำแพงมีปืนล่าสัตว์ที่มีรูปทรงแตกต่างกันวางเรียงรายอยู่ตั้งหลายกระบอก
ด้านบนส่วนใหญ่เป็นปืนล่าสัตว์ลำกล้องเดี่ยว มีลำกล้องปืนเพียงกระบอกเดียว โครงสร้างค่อนข้างเรียบง่าย มีขนาดปากลำกล้องสองรุ่นคือรุ่น 12 และ 16 จางเล่ยยังมองเห็นปืนล่าสัตว์ลำกล้องเดี่ยวตรายี่ห้อ 『กระรอก』 ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเวลานั้นวางอยู่ด้านบนด้วย ได้ยินว่าทางตอนเหนือที่มีชื่อเสียงโด่งดังก็คือปืนล่าสัตว์ลำกล้องเดี่ยวตรายี่ห้อ 『เหยี่ยว』
นอกจากปืนล่าสัตว์ลำกล้องเดี่ยวแล้ว ยังมีปืนล่าสัตว์ลำกล้องคู่ รวมถึงปืนล่าสัตว์แบบปั๊มแอคชั่นหรือเรียกว่าปืนลูกซองปั๊ม หลักการทำงานหลักๆ อาศัยการสไลด์กระโจมมือเพื่อบรรจุกระสุนและคัดปลอกกระสุนออก
หลักการคล้ายๆ กับปืนไรเฟิลในภาพยนตร์ จางเล่ยตรวจสอบสมรรถนะดู ปืนลูกซองปั๊มนี้มีรุ่นหนึ่งที่สามารถยิงต่อเนื่องได้ห้านัด ทว่าราคาก็แพงมากเช่นกัน สอบถามพนักงานขายต้องใช้เงินถึงกระบอกละสองร้อยหยวน
จางเล่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ยังคงให้ต้าจ้วงขยับเข้ามาลงทะเบียนร่วมกัน ทั้งสองคนจัดหามาคนละกระบอก ถือโอกาสซื้อลูกกระสุนมาอีกหกสิบนัด ลูกกระสุนนัดละหนึ่งเหมา ปืนรวมถึงลูกกระสุนสิ้นเปลืองเงินไปรวมทั้งหมดสี่ร้อยศูนย์หกหยวน
หากคิดจะหาเงิน เครื่องมือที่เหมาะมือจะขาดไม่ได้ เด็ดขาด! เพียงแต่เงินแปดร้อยกว่าหยวนในกระเป๋าพลันเหลือเพียงสี่ร้อยกว่าหยวนนิดหน่อยเท่านั้นเอง
เมื่อวานจางเล่ยเห็นบนกำแพงในบ้านของเหลยอ้าวชาวเซอแห่งจีกงหลิ่งมีปืนไรเฟิลแบบ 56 แขวนอยู่กระบอกหนึ่ง ทว่ายามนี้ในท้องตลาดลูกกระสุนที่เข้าชุดกันหาซื้อไม่ได้แล้ว ดังกล่าวจางเล่ยจึงคิดมาซื้อปืนล่าสัตว์ ปืนล่าสัตว์นี้อานุภาพในระยะไกลสู้ปืนไรเฟิลแบบ 56 ไม่ได้ ทว่าอานุภาพของปืนล่าสัตว์ในระยะประชิดกลับไม่ได้ด้อยกว่าเลยมีแต่จะเหนือกว่าด้วยซ้ำ
อีกทั้งปืนล่าสัตว์นี้ซื้อแล้วก็ทำเรื่องลงทะเบียนเรียบร้อย มีสถานที่ให้ตรวจสอบได้
หากถอยหลังไปหนึ่งหมื่นก้าว ต่อให้เหลยอ้าวจะยกปืนไรเฟิลแบบ 56 ให้เขาบอกหนึ่ง และเขานำมาใช้ล่าสัตว์หากถูกคนรายงานขึ้นมา ที่มาที่ไปของปืนกระบอกนี้จางเล่ยย่อมไม่มีหนทางบอกกล่าวออกมาได้