เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 ทำกับดักบ่วงรูด

บทที่ 9 ทำกับดักบ่วงรูด

บทที่ 9 ทำกับดักบ่วงรูด


บทที่ 9 ทำกับดักบ่วงรูด

เพราะจางเล่ยเห็นเนินหิมะข้างพุ่มไม้มีรอยรูปดอกเหมยอยู่เล็กน้อย จากนั้นจึงหยิบเคียวและเชือกสีขาวออกจากตะกร้าไม้ไผ่ของเฉินต้าจ้วง เริ่มต้นลงมือยุ่งง่วน

ไม่นาน กับดักบ่วงรูดแบบง่ายๆ ก็ทำเสร็จเรียบร้อย

เพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จ จางเล่ยยังโปรยมันเทศที่เขานำมาไว้ด้านบนเล็กน้อยด้วย

「จางเล่ย นึกไม่ถึงเลยว่าแกยังทำกับดักเป็นด้วย แกอยากจะจับกระต่ายป่าหรือ」 ในแววตาของเฉินต้าจ้วงฉายแววอยากรู้อยากเห็นสายหนึ่ง

แม้ว่าพวกเขาจะใช้ชีวิตอยู่ในชนบท ทว่าฝีมือการขึ้นเขาล่าสัตว์ทำกับดักบ่วงรูดนี้ใช่ว่าใครๆ ก็ทำเป็นกัน

「พวกเรามาในเขตแดนที่ไกลขนาดนี้ จะเอาแต่ขุดหน่อไม้ฤดูหนาวอย่างเดียวได้อย่างไรกัน」 จางเล่ยเก็บเคียวและเชือกสีขาวที่เหลือกลับเข้าตะกร้าไม้ไผ่ของเฉินต้าจ้วงอีกครั้ง

「ไปกันเถอะ ยังมีระยะทางอีกหน่อยกว่าจะถึงป่าไผ่ด้านหน้า」

ในความทรงจำของเขา หลายปีมานี้จีกงหลิ่งไม่มีใครมาเลย สิ่งของบนเขาสมบูรณ์พูนสุขเป็นอย่างยิ่ง กระต่ายป่าก็เป็นสัตว์ที่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วมาก

ดังนั้นก่อนมา เขาจึงคิดจะวางกับดักบ่วงรูดไว้สักหน่อย วางไว้บนเส้นทางที่กระต่ายป่ามักจะปรากฏตัว

สถานีรับซื้อในตัวอำเภอก็ต้องการหนังกระต่ายป่าที่มีลักษณะค่อนข้างดีเช่นกัน ได้ยินว่าราคายังสูงกว่าราคาหน่อไม้ฤดูหนาวเสียอีก

ทว่าหากเป็นเนื้อกระต่ายป่าถ้าคิดจะขายทำได้เพียงต้องไปที่ตลาดมืดในตัวอำเภอ ตอนนี้จางเล่ยขาดแคลนเงินที่สุด ขึ้นเขาสักเที่ยวสามารถเพิ่มผลเก็บเกี่ยวได้มากขึ้นหน่อยย่อมเป็นเรื่องดีเสมอ

ทั้งสองคนเดินมุ่งหน้าไปยังป่าไผ่ตรงกึ่งกลางเขาต่อไป ตามทางจางเล่ยยังทำกับดักบ่วงรูดอีกไม่น้อย จนกระทั่งใช้เชือกสีขาวที่นำมาจนหมด ถึงได้ยอมเลิกรา

หลังจากทั้งสองคนมาถึงป่าไผ่ตรงกึ่งกลางเขา กวาดสายตาดูเรียบง่ายรอบหนึ่ง จางเล่ยก็มองเห็นเนินหิมะเล็กๆ หลายแห่ง เขาซาบซึ้งดีว่านี่เป็นเพราะหน่อไม้ฤดูหนาวกำลังจะแทงยอด ดันหิมะที่ทับถมขึ้นมาจนเกิดเป็นเนิน

ทางฝั่งกานหนานของพวกเขานี้ ในป่าเขาสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปที่สุดก็คือไม้ไผ่เหมาจู๋ หน่อไม้ฤดูหนาวก็คือหน่ออ่อนของไม้ไผ่เหมาจู๋

หน่อไม้ฤดูหนาวที่เพิ่งขุดออกมานำมาหั่นเป็นแผ่น นำมาผัดรวมกับเนื้อหมูเค็มที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทางฝั่งพวกเขา ใส่ต้นกระเทียมและพริกแห้งลงไปสักหน่อย สิ่งนั้นเรียกว่าหอมหวนชวนกินอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ หน่อไม้ฤดูหนาวที่กินไม่หมดก็นำมาหั่นเป็นแถบยาวนึ่งจนนิ่มแล้วตากให้แห้ง ทำเป็นหน่อไม้แห้งฤดูหนาว เอาไว้ใช้ตุ๋นน้ำแกงก็สดหวานอร่อยเป็นเลิศเช่นกัน

จางเล่ยตั้งแต่ตื่นนอนมาจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้กินอะไรเลย เพื่อเติมพละกำลังสักหน่อย เขาจึงหยิบมันเทศสองหัวที่นำมาจากบ้านออกจากตะกร้าไม้ไผ่ ยื่นส่งให้เฉินต้าจ้วงหัวหนึ่ง

หลังจากทั้งสองคนกินมันเทศในมือจนหมด ถึงได้เริ่มต้นทำงาน

การขุดหน่อไม้ฤดูหนาวเป็นงานฝีมือที่ต้องใช้เทคนิค ไม่ใช่เห็นตรงไหนนูนขึ้นมา ก็เงื้อจอบสับลงไปได้เลย

หากใช้แรงดันทุรังขุดหน่อไม้ฤดูหนาว ไม่เพียงแต่สิ้นเปลืองพละกำลังอย่างมาก ทว่ายังทำให้ยอดหน่อไม้ฤดูหนาวหักขาดได้ง่าย กินเองยังพอทำเนา แต่หากนำไปขาย ลักษณะที่แย่เกินไปเช่นนี้คนอื่นจะไม่เอา

ชาติก่อนจางเล่ยขึ้นเขาขุดหน่อไม้ฤดูหนาวอยู่บ่อยครั้ง ดังกล่าวสำหรับเขาแล้วจึงไม่ได้ยากเย็นอะไร

จางเล่ยใช้จอบเขี่ยหิมะที่ทับถมรวมถึงใบไผ่แห้งกรอบบนเนินนูนไปไว้ด้านข้างก่อน มั่นใจว่าด้านล่างเนินนูนนี้คือหน่อไม้ฤดูหนาว จากนั้นใช้จอบถากดินรอบๆ เนินนูนจนสะอาด จนกระทั่งหน่อไม้ฤดูหนาวเผยออกมาให้เห็นเกินครึ่ง ถึงได้เหวี่ยงจอบลงไปอย่างแรง ขุดทีหนึ่งงัดทีหนึ่ง หน่อไม้ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่หัวหนึ่งก็ถูกเขาขุดออกมาแล้ว

เพราะนำจอบมาเพียงเล่มเดียว เฉินต้าจ้วงจึงขอเอาเคียวอีกเล่มไปขุดหน่อไม้ฤดูหนาวเอง อาศัยพละกำลังที่มากและเทคนิคที่ดี ไม่นานก็มีผลเก็บเกี่ยวตามมาอย่างรวดเร็ว

ในไม่ช้า ตะกร้าไม้ไผ่ก็ถูกเติมจนเต็มไปด้วยหน่อไม้ฤดูหนาว รอบตัวของพวกเขายังปรากฏหลุมบ่อขนาดใหญ่เล็กจำนวนมาก

ทว่าไม่ต้องเป็นห่วงว่าหลุมบ่อที่เหลือทิ้งไว้เหล่านี้จะทำให้ภูเขาถล่ม รากของไม้ไผ่เหมาจู๋แผ่ขยายหนาแน่น หลุมบ่อเหล่านี้ไม่ได้นับเป็นอะไรเลย หิมะละลายหรือฝนตกสักห่าก็เพียงพอจะถมหลุมบ่อเหล่านี้จนราบเรียบแล้ว

หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง เฉินต้าจ้วงเช็ดเหงื่อผุดซึมบนหน้าผาก กอบหิมะที่ค่อนข้างสะอาดจากด้านข้างยัดเข้าปากกินคำโตๆ

ฤดูหนาวเป็นฤดูกาลที่หมู่บ้านของพวกเขามีช่วงเวลาว่างเว้นจากการทำนา ยาวนานที่สุด แต้มค่าแรงย่อมได้รับยากลำบากยิ่งขึ้นไปอีก เพื่อรักษาการมีชีวิตรอด ฤดูหนาวปกติแล้วพวกเขากินอาหารเพียงวันละสองมื้อ ตอนเช้าจะไม่กิน เมื่อครู่แม้ว่าจางเล่ยจะให้มันเทศเขาหัวหนึ่งเพื่อประทังความหิว ทว่าหลังจากยุ่งง่วนอยู่ครู่หนึ่ง สิ่งของนิดหน่อยในท้องนั้นก็ย่อยสลายจนหมดสิ้นไปนานแล้ว

「จางเล่ย พวกเราได้เวลาลงเขาแล้วกระมัง」

「เวลายังเช้าอยู่ ไม่ต้องรีบ!」 จางเล่ยใช้ใบไม้แห้งมาพรางตะกร้าไม้ไผ่และเคียวเอาไว้หลังจากทำเครื่องหมายเรียบร้อยแล้ว ก็เดินมุ่งหน้าขึ้นเขาต่อไป

「จางเล่ย แกจะไปทำอะไรน่ะ」

「แกตามฉันมาก็พอ」

ตามที่ทั้งสองคนเดินขึ้นเขาต่อไป ทางเดินก็ยิ่งลาดชันและแคบเล็กขึ้นเรื่อยๆ

ไม่รู้ว่าเดินขึ้นไปนานเท่าไหร่ ในที่สุดจางเล่ยที่อยู่ด้านหน้าก็หยุดฝีเท้าลง

เฉินต้าจ้วงเดินไม่กี่ก้าวมาถึงข้างกายของจางเล่ย เพิ่งจะอ้าปากคิดจะถาม ก็มองเห็นบนกึ่งกลางเขาอีกด้านหนึ่ง มีหมู่บ้านอันเก่าแก่โบราณแห่งหนึ่งตั้งอยู่

「จาง...จางเล่ย! นั่นก็คือหมู่บ้านที่คอยกระชากดวงวิญญาณใช่ไหม!」 เฉินต้าจ้วงหดตัวหลบไปด้านหลังของจางเล่ย เล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก

「เฉินต้าจ้วง แกรูปร่างสูงใหญ่ราวกับวัว ตัวโตล่ำสัน แต่ใจปลาซิวจริงนะ!」 จางเล่ยรู้สึกขบขันอยู่บ้าง

「ฉันชื่อเฉินต้าจ้วง ไม่ได้ชื่อเฉินต้าต่านเสียหน่อย」

「เอาเถอะ พวกเราไปกันได้แล้ว!」

หลังจากความทรงจำในชาติก่อนได้รับการพิสูจน์แล้ว จางเล่ยอารมณ์ดีไม่น้อย เดินนำไปยังสถานที่ที่ซ่อนตะกร้าไม้ไผ่ไว้ก่อนเป็นคนแรก

「แกตอยฉันด้วยสิ」 เฉินต้าจ้วงมองไปยังหมู่บ้านนั้นด้วยความหวาดกลัวอยู่บ้าง รีบเดินตามหลังจางเล่ยไปอย่างกระชั้นชิด

กลับมาถึงป่าไผ่แห่งนั้นอีกครั้ง เฉินต้าจ้วงรับหน้าที่แบกรับตะกร้าไม้ไผ่ไว้เอง ส่วนจางเล่ยรับผิดชอบถือเคียวและจอบ

ในขั้นตอนการลงเขา จางเล่ยตรวจสอบกับดักที่วางไว้ตามทาง ทว่ากลับไม่มีร่องรอยของกระต่ายป่าเลย

ในขณะที่เขาเริ่มรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง ตรงข้างพุ่มไม้ที่อยู่ไม่ไกล กระต่ายป่าตัวหนึ่งที่ขาหลังถูกดึงแขวนขึ้นกำลังดิ้นรนไม่หยุดอยู่ในกับดักที่เขาติดตั้งไว้

จางเล่ยจับหูของกระต่ายป่าสีเทาตัวนี้ ใช้เคียวตัดเชือกสีขาวที่มัดขาหลังของมันจนขาด ลองคะเนน้ำหนักดูคร่าวๆ กระต่ายป่าตัวนี้หนักราวสี่ชั่งกว่า

ทว่านอกจากกับดักนี้ที่จับกระต่ายป่าได้แล้ว จนกระทั่งถึงตีนเขา กับดักบ่วงรูดอันอื่นล้วนไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ

ออกจากเขตแดนจีกงหลิ่ง มองดูท้องฟ้ายังเช้าอยู่ จางเล่ยและเฉินต้าจ้วงทั้งสองคนเดินมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกซึ่งเป็นทิศทางของตัวอำเภอ

สำหรับกระต่ายตัวนั้นถูกจางเล่ยทำให้ตายแล้วแขวนไว้ที่เอวด้านหลัง

จบบทที่ บทที่ 9 ทำกับดักบ่วงรูด

คัดลอกลิงก์แล้ว