เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 ทุกท่าน มาฟาร์มกันเถอะ!

บทที่ 9 ทุกท่าน มาฟาร์มกันเถอะ!

บทที่ 9 ทุกท่าน มาฟาร์มกันเถอะ!


เฉินโจวทอดสายตาลง หน้าต่างระบบก็ปรากฏขึ้น

【แก่นหยกพฤกษามรกต】

【ของวิเศษระดับ 5】

【มักเติบโตในสถานที่ที่ต้นไม้ร่มครึ้ม และเปี่ยมล้นไปด้วยพลังงานธาตุไม้】

【หากนำมารับประทาน จะสามารถหล่อเลี้ยงรากวิญญาณธาตุไม้ที่อยู่ต่ำกว่าระดับ 5 ได้ อีกทั้งยังสามารถนำมาใช้ปลดล็อกสิ่งก่อสร้างอย่างเช่น นาปราณ สวนสมุนไพร เป็นต้น】

!!!

เฉินโจวรวบรวมสมาธิ ท่อนไม้สีเขียวมรกตท่อนนี้ก็หล่นลงมาอยู่ในมือของโครงกระดูก

"ให้ตายเถอะ!"

ของวิเศษระดับ 5 เชียวหรือ??

นี่มันระดับไหนกัน??

เฉินโจวเป็นเพียงสิ่งชั่วร้ายมือใหม่ที่เพิ่งจะปลดล็อกร้านค้าระดับ 1 และบ่าวหลอนในมือก็ล้วนเป็นเพียงระดับ 1 เท่านั้น

จู่ๆ ก็โยนของวิเศษระดับ 5 มาให้เขา ลาภก้อนโตขนาดนี้เป็นเรื่องจริงหรือนี่?

เฉินโจวรู้สึกราวกับอยู่ในความฝัน

เขาอดไม่ได้ที่จะกวาดสายตามองสภาพแวดล้อมรอบด้านอยู่ครู่หนึ่งโดยสัญชาตญาณ

สถานที่ที่เปี่ยมล้นไปด้วยพลังงานธาตุไม้อย่างนั้นหรือ?

หมายถึงป่าคนตายหรือ?

เฉินโจวเผยสีหน้าสงสัย

ตำแหน่งที่เขาอยู่ในตอนนี้ถือว่าเป็นบริเวณชายป่าคนตาย

ใต้ฝ่าเท้าคือผืนดินสีแดงอมดำ หญ้าป่าขึ้นหรอมแหรมจนน่าสงสาร สายลมม้วนเอาใบไม้แห้งหมุนวน แม้จะเป็นตอนกลางวันก็ยังมองไม่เห็นแสงแดดแม้แต่น้อย

นี่เจ้าบอกข้าว่าคือสถานที่ที่ต้นไม้ร่มครึ้ม และเปี่ยมล้นไปด้วยพลังงานธาตุไม้อย่างนั้นหรือ?

เฉินโจวรู้สึกว่าสติปัญญาของตนเองกำลังถูกหยามหยัน

แต่ในเมื่อสภาพแวดล้อมไม่ได้มีปัญหาเช่นนี้ ปัญหาก็ย่อมต้องมาจากชาวบ้านเหล่านี้อย่างแน่นอน

เฉินโจวแบ่งปันการรับรู้ร่วมกับบ่าวหลอนกระดูกขาว กระดูกนิ้วอันเย็นเฉียบลูบไล้แก่นหยกพฤกษามรกต เขากวาดสายตามองชาวบ้านสิบกว่าคนที่คุกเข่าหมอบกราบอยู่เต็มพื้นไปทีละคน

เขาอยากจะเห็นนักว่าใครหน้าไหน ที่มอบความประหลาดใจครั้งใหญ่ให้เขาถึงเพียงนี้

ชาวบ้านทั้งหมดคุกเข่าหมอบกราบอยู่บนพื้น ล้วนมองเห็นฉากที่แก่นหยกมรกตลอยเข้าไปในมือของโครงกระดูก

หลังจากโครงกระดูกจ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง ก็เงยหน้ามองไปรอบๆ และในที่สุดก็เลื่อนสายตาอันว่างเปล่ามายังพวกเขา แต่ละคนต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

หลี่ต้าจู้ใจหล่นวูบ

ท่อนไม้สีเขียวท่อนนี้ เขาเป็นคนตัดมันเอง

เขาเองก็ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น เดิมทีก็ตัดต้นไม้อยู่ดีๆ จนกระทั่งวินาทีที่ต้นไม้ใหญ่ล้มลง

ท่อนไม้สีเขียวมรกตที่เปล่งประกายแวววาวท่อนนี้ก็กลิ้งออกมา ราวกับงอกออกมาจากความว่างเปล่า นอนกองอยู่คู่กับต้นไม้ใหญ่ที่ล้มลง

หลี่ต้าจู้ไม่รู้ว่าใต้เท้าเทพมารต้องการนำไม้เหล่านี้ไปทำสิ่งใด

ในตอนนั้นหลี่ต้าจู้ยังขบคิดว่า ใต้เท้าเทพมารต้องการไม้มากมายถึงเพียงนี้ ย่อมต้องนำไปก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่อย่างแน่นอน

เขาเห็นด้วยอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงออกแรงตัดต้นไม้อย่างแข็งขันเป็นพิเศษ

ทวยเทพที่ยิ่งใหญ่อย่างใต้เท้าเทพมาร แม้จะอยู่ในสถานที่รกร้างห่างไกลอย่างป่าคนตาย ก็สมควรจะมีศาลบรรพชนและศาลเจ้าอันโอ่อ่า!

ท่อนไม้สีเขียวมรกตท่อนนี้ ไม่ใช่ว่าเหมาะเจาะพอดีสำหรับการนำไปแกะสลักเป็นรูปเคารพหยกให้ใต้เท้าเทพมารหรอกหรือ?

หลี่ต้าจู้คิดเช่นนั้นในตอนนั้น

แต่หรือว่า...

จะเป็นเขาที่เก็บสิ่งของที่ไม่ควรเก็บ และทำเรื่องดีให้กลายเป็นเรื่องร้ายไปแล้ว?

เมื่อสบเข้ากับสายตาของโครงกระดูก หลี่ต้าจู้ก็หวาดหวั่นเป็นอย่างมาก เขาเป็นฝ่ายยอมรับออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก "ใต้เท้า ไม้ท่อนนี้... ข้าเป็นคนตัดมาขอรับ"

"มีปัญหาอันใดหรือเปล่าขอรับ..."

ชายฉกรรจ์ร่างกำยำสูงแปดฉื่อ ในยามนี้กลับเหมือนเด็กที่ทำความผิด คุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยท่าทางน่าสงสาร ในมือยังคงกำมีดเลาะกระดูกอันน่าเกรงขามไว้

ทว่าเขากลับพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะหดตัวให้เล็กลง

ทั้งอ่อนแอ น่าสงสาร และไร้ที่พึ่ง

"ดีๆๆ พี่ชายคนตัดฟืน เจ้าทำสำเร็จในการดึงดูดความสนใจของข้าแล้ว!"

เฉินโจวพยักหน้าด้วยความชื่นชม

เขามีความทรงจำเกี่ยวกับหลี่ต้าจู้อยู่บ้าง เป็นพวกกระตือรือร้นในการตัดต้นไม้ ในตอนเริ่มแรกก็มีชายผู้นี้เป็นหนึ่งในคนที่เป็นผู้นำตัดต้นไม้

หลี่ต้าจู้ไม่เห็นโครงกระดูกมีคำสั่งใดๆ จึงรวบรวมความกล้าสบตากับโครงกระดูก

กลิ่นอายแห่งความตายที่แฝงอยู่ในความเงียบสงัดนั้น รุนแรงเสียจนทำให้เขาแทบขาดใจ

นี่คือความน่าเกรงขามที่มาจากทวยเทพ!

แต่เมื่อเห็นว่าใต้เท้าเทพมารไม่ได้ตำหนิติเตียนเขา ทั้งยังไม่มีท่าทีว่าจะลงโทษ หนำซ้ำยังพยักหน้าอย่างต่อเนื่อง

หลี่ต้าจู้ก็ดีใจจนแทบคลั่ง

สรุปว่าเขาไม่ได้ทำผิด?

ใต้เท้าเทพมารยอมรับเขาแล้ว?

หลี่ต้าจู้บีบด้ามมีดเลาะกระดูกอันดุดันในมือแน่น แล้วรีบเล่าเรื่องราวต้นสายปลายเหตุที่ตัดต้นไม้แล้วได้ของวิเศษออกมาจนหมดเปลือกทันที

เขาเปลี่ยนท่าทีจากที่เคยหวาดหวั่นกล้าๆ กลัวๆ ก่อนหน้านี้ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและโอ้อวด

เมื่อเห็นเทพมารพยักหน้าให้เขาอย่างไม่ขาดสาย ความปีติยินดีในใจของหลี่ต้าจู้ก็ยิ่งเพิ่มพูน

การได้รับความสนใจจากทวยเทพ นับเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่เทียมฟ้า!

ไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้เกิดความภาคภูมิใจได้มากไปกว่าการได้รับการยอมรับจากทวยเทพอีกแล้ว!

ยิ่งเฉินโจวฟังก็ยิ่งรู้สึกชาหนึบ

เดิมทีเขาคิดว่าของวิเศษระดับฟ้าดินเช่นนี้ น่าจะต้องอาศัยวาสนาและจังหวะเวลาที่ประจวบเหมาะอย่างยิ่งยวดจึงจะบังเอิญได้มาครอบครองเสียอีก

แต่ฟังจากคำบอกเล่าของพี่ชายคนตัดฟืน แค่ตัดต้นไม้ธรรมดา พอตัดเสร็จมันก็ดรอปออกมาเองงั้นหรือ?

นี่เจ้ากำลังเล่นเกม Diablo อยู่หรือไง?

แค่ฟาร์มมอนสเตอร์ก็ดรอปของวิเศษได้แล้วใช่ไหม!

ใครๆ ก็บอกว่าข้างกายมังกรหลับย่อมต้องมีหงส์ดรุณ

มีน้องชายที่มีนิมิตประหลาดแต่กำเนิดคนหนึ่งยังไม่พอ นี่พี่ชายคนตัดฟืนก็ไม่ยอมน้อยหน้า เปิดโปรแกรมโกงด้วยใช่ไหม?

ถ้าไม่ได้ปิดก็แปลว่าเปิดนั่นแหละ!

แค่ตัดต้นไม้ ก็ยังดรอปของวิเศษระดับ 5 ออกมาให้เจ้าได้!

ช่างเป็นบุคคลผู้มีความสามารถจริงๆ!

เฉินโจวเก็บแก่นหยกพฤกษามรกตลงไป หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็แลกโอสถนำโลหิตและโอสถเนื้อโลหิตมาอย่างละสองเม็ด แล้วส่งไปให้สือโถวและหลี่ต้าจู้ตามลำดับ

"ตกรางวัล!"

สำหรับผู้มีความสามารถ และผู้ที่สร้างผลงานอันโดดเด่น เฉินโจวจะต้องตบรางวัลให้อย่างงาม!

นี่ล้วนเป็นวัวม้าชั้นเยี่ยมที่จะคอยฟาร์มวัตถุดิบและผลิตสิ่งของให้ตนเองในวันข้างหน้า จำเป็นต้องฟูมฟักอย่างจริงจัง!

โอสถที่มีกลิ่นเหม็นฉุนแสบจมูกร่วงหล่นลงในมือของทั้งสอง

ทันใดนั้นก็ดึงดูดความอิจฉาริษยาจากชาวบ้านคนอื่นๆ

ไม่มีผู้ใดรังเกียจกลิ่นเหม็นชวนคลื่นไส้นั้นมาตั้งนานแล้ว ทว่าทุกคนกลับจ้องมองด้วยความอยากได้

ชายหน้าดำที่อยู่ข้างๆ หลี่ต้าจู้ยิ่งขยับเข้าไปใกล้เขา สายตาจับจ้องโอสถในมือของหลี่ต้าจู้ พลางสูดดมกลิ่นหอมของโอสถเข้าปอดลึกๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคลิบเคลิ้ม

หลี่ต้าจู้หน้าดำทะมึน รีบยัดโอสถเข้าปาก ถลึงตาใส่ชายหน้าดำราวกับระวังโจรด้วยความโมโห

สือโถวยิ่งมีแววตาเป็นประกาย แววตาแห่งศรัทธาและความเคารพบูชาอันบริสุทธิ์ของเด็กหนุ่ม ไม่ได้ถูกปิดบังเอาไว้แม้แต่น้อย

หลังจากที่ทั้งสองกลืนโอสถลงไป

พลังงานเลือดเนื้อของสือโถวเพิ่มขึ้นเป็น 8 ส่วนกว่าๆ ในขณะที่หลี่ต้าจู้เพิ่งจะเฉียดใกล้ 2 ส่วน

อัตราการเพิ่มขึ้นมีผลลัพธ์เพียงครึ่งหนึ่งของการกลืนโอสถในครั้งแรก

คาดว่าอย่างมากก็คงใช้ได้อีกเพียงครั้งเดียว หากกลืนในครั้งต่อไป ก็คงจะไม่มีผลลัพธ์ใดๆ อีกแล้ว

ชายหน้าดำมองท่าทางของหลี่ต้าจู้ที่หันหลังให้เขาแล้วกลืนโอสถรวดเดียวลงท้อง ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเสียดาย

นี่คือโอสถยาวิเศษที่ทวยเทพประทานให้ ทุกคนล้วนได้เห็นความอัศจรรย์ของมันมาแล้ว คิดว่าต่อให้เป็นยาวิเศษที่สามารถชุบชีวิตคนตายและสร้างเนื้อติดกระดูกได้ในตำนาน ก็คงไม่ต่างไปจากนี้

เรื่องที่สือโถวได้รับรางวัลนั้นทุกคนต่างเข้าใจได้ เขาเป็นเด็กที่ทวยเทพโปรดปราน เป็นคนแรกที่มอบวิญญาณให้แก่ใต้เท้าเทพมาร

ดูได้จากนิมิตประหลาดที่ปรากฏขึ้นหลังจากสือโถวกลืนโอสถในครั้งแรก ก็สามารถมองออกได้แล้วว่าเขาได้รับความโปรดปรานมากเพียงใด

นั่นจะต้องเป็นพลังเทวะที่เทพมารประทานให้อย่างแน่นอน!

ทุกคนมีเพียงความอิจฉาเขาเท่านั้น

แต่หลี่ต้าจู้ เจ้าคนน่ารังเกียจผู้นี้อาศัยสิ่งใดกัน?

เพียงเพราะเขาเป็นคนตัดฟืน แล้วตัดต้นไม้เก่งกว่าอย่างนั้นหรือ?

ชาวบ้านต่างพากันคิดด้วยความไม่พอใจ ข้าก็ทำได้!

ไม่เห็นจะยากก็แค่ตัดต้นไม้ ตอนนี้ร่างกายของทุกคนแข็งแรงดีแล้ว ราวกับมีเรี่ยวแรงใช้ไม่มีวันหมด แค่ตัดต้นไม้ไม่ใช่หรือ ข้าจะตัดให้ดู!

แต่ละคนจะตัดสัก 100 ต้น!

ไม่ จะตัด 10,000 ต้น!

ไม่เชื่อหรอกว่าจะตัดต้นไม้ในป่าคนตายให้เตียนโล่งไม่ได้!

นอกจากนี้ก็ยังมีคนหัวไว ที่เพิ่งจะได้เห็นภาพที่หมัดโครงกระดูกทุบหินก้อนใหญ่มาหมาดๆ

พวกเขาลอบคาดเดาอยู่ในใจว่า หินก็น่าจะเป็นสิ่งที่ใต้เท้าเทพมารต้องการเช่นเดียวกัน

คนที่มาแก่งแย่งกันตัดต้นไม้มีมากเกินไป และยังถูกหลี่ต้าจู้ที่น่ารังเกียจชิงตัดหน้าไปก่อนแล้ว มิสู้ไปทุบหินสักหน่อย บุกเบิกเส้นทางแข่งขันใหม่ดีกว่า

ไม่แน่ว่าเส้นทางใหม่นี้อาจจะได้รับความโปรดปรานจากใต้เท้าเทพมารก็เป็นได้?

เฉินโจวไม่ได้ห้ามปรามในเรื่องนี้ ทั้งยังยินดีที่จะได้เห็นความสำเร็จอีกด้วย

ไม่ว่าจะเป็นหินหรือไม้ เขาก็ล้วนต้องการทั้งสิ้น

ทุกท่าน มาฟาร์มกันเถอะ!

จบบทที่ บทที่ 9 ทุกท่าน มาฟาร์มกันเถอะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว