- หน้าแรก
- ปั่นค่าความชอบรับรางวัลคริติคอล ใครบอกว่าพวกเธอจีบยากกันล่ะ
- บทที่ 18 สามเหลี่ยมมีความมั่นคง
บทที่ 18 สามเหลี่ยมมีความมั่นคง
บทที่ 18 สามเหลี่ยมมีความมั่นคง
บทที่ 18 สามเหลี่ยมมีความมั่นคง
หลังจากเขากล่าวจบ ทุกคนต่างกวักมือเรียกเจ้าหน้าที่เพื่อลงเดิมพัน
ไม่น่าแปลกใจ ยอดเดิมพันทั้งหมดถูกทุ่มไปที่ฝั่งเฉินก่งตั้นชนะ เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าหลี่อี้มีชื่อเสียงเลื่องลือจริงๆ
มิฉะนั้นคงไม่มีใครแทงฝั่งเขาชนะ เปรียบเหมือนรูปสามเหลี่ยมที่มีความมั่นคง หลี่อี้ในสายตาของทุกคนก็เป็นเช่นนั้น
แพ้สถานเดียว!
เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ พวกทายาทรุ่นสองรอบกายเฉินก่งตั้นย่อมไม่พลาดโอกาสที่จะเอ่ยปากเหน็บแนม
"หลี่อี้ ทำไมแกกับพวกไม่แทงฝั่งฉันชนะล่ะ? อย่างน้อยจะได้เจ็บตัวน้อยลงหน่อย"
"นั่นดิ แกจะลากพวกพี่น้องไปตายด้วยไม่ได้นะ อย่างน้อยก็ควรให้คนรอบข้างมีโอกาสเลือกเองจริงไหม?"
"อย่าพูดแบบนั้นสิ เผลอๆ พวกเขาอาจจะแอบให้คนอื่นช่วยลงเดิมพันเงียบๆ ไปแล้วก็ได้ ฮ่าๆๆๆๆ"
เมื่อได้ยินคำเยาะเย้ยของพวกเฉินก่งตั้น ยู่เวยเจี๋ยและกลุ่มเพื่อนย่อมไม่ยอมก้มหัวให้
"เชี่ยเอ๊ย ไอ้เฉินไข่หมามันเอาขี้หมาให้พวกแกกินหรือไง? ปากหมาฉิบหาย"
"ฮ่าๆๆๆ จริงด้วย ต้องใช่แน่ๆ มิน่าล่ะพอนั่งลงปุ๊บฉันก็ได้กลิ่นขี้หมาโชยมาเลย ที่แท้ก็กลิ่นลมหายใจพวกแกนี่เอง"
ใบหน้าของเฉินก่งตั้นมืดมนลงทันควันเมื่อได้ยิน "เออ เดี๋ยวตอนแพ้คงได้ร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่"
หวังเส้าจวินเฝ้าดูสถานการณ์ทั้งหมดด้วยสีหน้าขบขัน จากนั้นเขาจึงโบกมือเรียกเจ้าหน้าที่ที่อยู่ไม่ไกล
เมื่อสังเกตเห็นเขา เจ้าหน้าที่คนนั้นก็รีบวิ่งเหยาะๆ เข้ามาพร้อมรอยยิ้ม
"สวัสดีครับนายน้อย มีอะไรให้ผมรับใช้ไหมครับ?"
"ที่นี่จำกัดวงเงินเดิมพันไหม? อีกอย่าง ฉันต้องการแทงฝั่งหลี่อี้ชนะ"
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของเจ้าหน้าที่ยังคงนิ่งสนิท ทว่าในใจกลับเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
เขาคิดว่าตัวเองหูฝาดไป แทงฝั่งคุณชายหลี่ชนะเนี่ยนะ?
หมอนี่มีเงินล้นกระเป๋าจนไม่มีที่ใช้หรือไง?
ทว่านี่ไม่ใช่กงการอะไรของเขา การจะเดิมพันฝั่งไหนย่อมเป็นสิทธิ์ของลูกค้า เขาจึงไม่กล้าเอ่ยปากมากความ
"เอ่อ เรียนตามตรง เบื้องบนมีคำสั่งลงมาครับ หากแทงฝั่งคุณชายเฉินจะมีการจำกัดวงเงินจริง แต่ว่า..."
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เขาอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองหลี่อี้พลางอึกอักไม่กล้าพูดต่อ
หลี่อี้เห็นดังนั้นเหมือนจะตระหนักบางอย่างได้ ใบหน้าเขาหม่นลงแต่ก็ยังเอ่ยว่า "ไม่เป็นไร พูดมาเถอะ"
เจ้าหน้าที่จึงเอ่ยเสียงเบาต่อว่า "หากแทงฝั่งคุณชายหลี่ชนะ จะไม่มีการจำกัดวงเงินครับ"
เมื่อได้ยิน หลี่อี้ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรมากนัก ไม่มีจำกัดวงเงินสิดี เดี๋ยวพวกมันจะได้ร้องไห้ไม่ออกแน่
ส่วนหวังเส้าจวินยกยิ้มมุมปาก เขาหยิบแบล็คการ์ดออกมาแล้วยื่นส่งให้
เจ้าหน้าที่รีบประคองรับด้วยสองมือพลางรอฟังคำสั่งต่อไป
ทว่าสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ หวังเส้าจวินเปรยออกมาเรียบๆ ว่า "ในนี้มีเงินอยู่ 3.5 พันล้านกว่า เอาเลขกลมๆ ละกัน แทงฝั่งหลี่อี้ชนะ 3.5 พันล้าน"
ซี๊ด~
เจ้าหน้าที่สูดหายใจเฮือก สมองอื้ออึงไปหมด
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ เขาหูฝาดไปใช่ไหม?
3.5 พันล้าน? คงไม่ใช่ 350 ล้านหรอกนะ?
ไม่สิ พับผ่าเหอะ ลำพังแค่ 350 ล้านมันก็น่ากลัวฉิบหายแล้วนะนั่น
เมื่อได้ยินตัวเลขนี้ มือของเขาสั่นเทาจนแบล็คการ์ดร่วงหล่นลงพื้น หลังดึงสติกลับมาได้เขารีบก้มลงเก็บทันที "ขออภัยครับ เมื่อกี้คุณบอกว่า 3.5 พันล้านใช่ไหมครับ?"
ไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่เท่านั้น แม้แต่พวกหลี่อี้เองก็พากันตกตะลึงตาค้าง
ดูเอาเถอะ นี่แหละทายาทคนรวยระดับซูเปอร์ของแท้! คำว่า 3.5 พันล้านหลุดออกจากปากเขาฟังดูเหมือนเงินแค่ 35 หยวนเท่านั้น
โดยเฉพาะสมุนอีกสามคนข้างกาย ในที่สุดตอนนี้พวกเขาก็กระจ่างแจ้งแล้วว่าทำไมหลี่อี้ถึงต้องเรียกอีกฝ่ายว่าพี่จวิน
คนที่สามารถควักเงิน 3.5 พันล้านออกมาได้ง่ายๆ ขนาดนี้ มันอยู่คนละชั้นกับพวกเขาโดยสิ้นเชิง
ภูมิหลังของเขาคงเหนือล้ำเกินกว่าที่พวกเขาจะจินตนาการได้ไปไกลแล้ว
ทว่าพวกเฉินก่งตั้นกลับไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งทีเกิดขึ้นทางฝั่งนี้เลย พวกมันกำลังง่วนอยู่กับการหารือว่าจะไปฉลองชัยชนะกันที่ไหนดี
หวังเส้าจวินมองสีหน้าของเจ้าหน้าที่พลางพยักหน้าบางๆ "ใช่ มีแต่เกินไม่มีขาด ทำไมล่ะ? ไหนนายบอกเองว่าไม่มีจำกัดวงเงินไม่ใช่เหรอ?"
เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ยินคำยืนยันว่าเป็นยอด 3.5 พันล้านจริง ก็ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ช่างเถอะ เขาเป็นแค่ลูกจ้าง จะไปคิดอะไรมากมายทำไมกัน?
"ไม่มีจำกัดวงเงินครับ แต่มูลค่ามันมหาศาลเกินไป ผมจำเป็นต้องขอคำปรึกษาจากผู้บังคับบัญชาก่อน กรุณารอสักครู่นะครับ"
พูดจบ เขาก็ยื่นบัตรธนาคารคืนให้ จากนั้นหมุนตัววิ่งเหยาะๆ จากไปทันที
"พี่จวิน เล่นใหญ่ขนาดนี้จะไม่เกิดเรื่องเอาเหรอครับ?"
หลี่อี้ยื่นหน้าเข้ามาเอ่ยเตือนอย่างระมัดระวัง
เขาตื่นเต้นจากใจจริง นี่มันเงินตั้ง 3.5 พันล้าน ลำพังพ่อของเขาก็ไม่มีปัญญาหาเงินสดจำนวนมากขนาดนี้มาประเคนได้ในเวลาอันสั้นหรอก
แต่พอมองในมุมนี้ สิ่งที่เขาเคยเห็นมาคงเป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งในคลังทรัพย์สินของอีกฝ่ายเท่านั้น
เขาเริ่มทวีความอยากรู้อยากเห็นในภูมิหลังของหวังเส้าจวินมากขึ้นเรื่อยๆ ใครกันที่จะสามารถสะบัดเงินสดหลายพันล้านได้ง่ายดายปานนี้ ทั้งที่อีกฝ่ายเป็นแค่คนหนุ่มอายุยี่สิบต้นๆ เท่านั้นเอง?
หวังเส้าจวินไม่ได้เอ่ยปาก เขาเพียงส่งสายตาปลอบให้มั่นใจกลับไป
หลี่อี้เห็นดังนั้นก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรอีก
ก่อนมา เขายังแอบกังวลว่าเงินยี่สิบล้านของตัวเองจะสูญเปล่า ทว่าตอนนี้ ดูท่าชัยชนะคงนอนมาใสๆ แล้ว
ในเวลาเดียวกัน ภายในห้องทำงานของบาร์ ผู้จัดการถึงกับดีดตัวลุกจากเก้าอี้ทันทีที่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่
"เมื่อกี้แกพูดว่าอะไรนะ? มีคนทุ่มเงิน 3.5 พันล้านแทงฝั่งหลี่อี้ชนะ? แกแอบกึ๊บเหล้าตอนเวลางานแล้วมาล้อฉันเล่นใช่ไหมฮะ?"
"ผู้จัดการเจียง เรื่องคอขาดบาดตายขนาดนี้ผมจะไปกล้าโกหกได้ยังไงครับ? เรื่องจริงครับ! แถมชายคนนั้นดูเหมือนจะมาพร้อมกับคุณชายหลี่ด้วย"
เขาแทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ สถานการณ์มันบ้าบออะไรกันเนี่ย? แต่เขาก็เข้าใจดี ปกติยอดเดิมพันอย่างมากที่สุดก็แค่สิบยี่สิบล้าน ทว่ารอบนี้มันมากกว่าเดิมตั้งหลายสิบเท่า เป็นใครก็คงยากจะทำใจเชื่อได้ลง
ผู้จัดการเจียงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสั่งการ "รอเดี๋ยว ฉันขอต่อสายรายงานก่อน หากฉันยังไม่ส่งสัญญาณกลับไป ก็ให้เลื่อนการแข่งขันออกไปสักสองสามนาที"
เขาโบกมือไล่ให้อีกฝ่ายออกไปรอข้างนอก
จากนั้นจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดต่อสายตรงหาเบอร์หนึ่งทันที
ห้านาทีต่อมา เจ้าหน้าที่คนเดิมก็ถูกเรียกตัวกลับเข้ามาข้างในอีกครั้ง
"กลับไปทำหน้าที่ซะ ในเมื่อพวกเราประกาศว่าไม่มีจำกัดวงเงิน มันก็ต้องไม่มี ยอด 3.5 พันล้านพวกเรารับเดิมพัน แต่อย่าลืมพาคนไปตรวจสอบวงเงินในบัตรให้แน่ชัดด้วยล่ะ"
"รับทราบครับผู้จัดการเจียง ผมจะไปเดี๋ยวนี้ครับ"
อีกด้านหนึ่ง หลี่อี้นั่งรอแล้วรอเล่า การแข่งขันใกล้จะเปิดฉากอยู่แล้วทว่ากลับยังไม่มีใครโผล่หัวมาสักคน
เขาอดไม่ได้ที่จะบ่นอุบ "พวกมันคงไม่กล้ารับเดิมพันใช่ไหมเนี่ย?"
ยู่เวยเจี๋ยเอ่ยแย้งขึ้นมา "พี่อี้ พี่คิดผิดแล้วล่ะ มันต้องตรงกันข้ามต่างหาก หากพวกมันคิดจะไม่รับเดิมพัน คงไม่เสียเวลาหายหัวไปนานขนาดนี้หรอก"
"ผมพนันได้เลยว่าผู้จัดการเจียงต้องกำลังรายงานขออนุมัติจากเบื้องบนอยู่แน่ๆ เพราะยังไงเงิน 3.5 พันล้านมันก็ไม่ใช่ก้อนเล็กๆ"
ทันใดนั้น คนที่ถูกเอ่ยถึงก็ก้าวเท้าเข้ามาพอดิบพอดี
"คุณชายครับ ไม่มีปัญหาครับ ยอดเดิมพัน 3.5 พันล้านทางพวกเรารับเล่นครับ ทว่ามีข้อเรียกร้องเล็กๆ น้อยๆ ข้อหนึ่ง คือจำเป็นต้องขอตรวจสอบวงเงินในบัตร ไม่ทราบว่าคุณชายจะ..."
เมื่อได้ยิน หวังเส้าจวินก็สะบัดมือโยนแบล็คการ์ดในมือให้เจ้าหน้าที่ทันที
ไม่ถึงสามนาที เจ้าหน้าที่ก็เดินยิ้มกริ่มส่งแบล็คการ์ดคืนให้พลางเอ่ยว่า "เรียบร้อยครับ ยอดเงินไม่มีปัญหา"
"การแข่งกำลังจะเริ่มแล้ว! เร็วเข้าๆ พวกเรายังไม่ได้ลงเดิมพันเลย!"
"ใช่ พวกเราด้วย! ฉันขอลงเดิมพันสี่ล้านแทงฝั่งพี่อี้ชนะ!"
"ฉันลงห้าล้าน"
"ฉันลงสิบสองล้าน"
ส่วนหลี่อี้สะบัดมืออย่างป๋า จัดการทุ่มเงินค่าขนมทั้งหมดที่มีลงไป: ยี่สิบห้าล้านเต็มๆ