เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 อิทธิพลหลิวไล่โถว

บทที่ 5 อิทธิพลหลิวไล่โถว

บทที่ 5 อิทธิพลหลิวไล่โถว


บทที่ 5  

"พี่ชาย นายเล่นมุกนี้แรงไปหน่อยไหมเนี่ย!"

หลี่อังคิดว่าจางหยวนคงแค่เล่นมุกขำๆ เท่านั้น แค่ถ้าจางหยวนมีหุ้นติ่งเซิ่งสัก 1% จริงๆ ตระกูลของหลี่อังก็อาจจะได้กินส่วนแบ่งจากตลาดวัสดุก่อสร้างไปไม่น้อย

ใครๆ ก็รู้ว่าตระกูลเจียงสามารถเติบโตขึ้นมาได้ก็เพราะพวกเขาไปร่วมมือกับใครบางคนที่มีหุ้นของติ่งเซิ่ง จนได้กลายมาเป็นใหญ่ในวันนี้

ถ้าจางหยวนมีหุ้นของกลุ่มติ่งเซิ่งจริงๆ ตระกูลหลี่ก็อาจจะได้เข้าวงการนี้เช่นกัน...แต่เสียดายที่มันคงเป็นไปไม่ได้

"นายไม่เชื่อเหรอ?"

จางหยวนเลิกคิ้วขึ้นนิดหน่อย

แน่นอนสิ ใครจะไปเชื่อล่ะ! แค่มีรถคันนี้ก็ถือว่ารวยมากแล้ว สำหรับคนอายุเท่านี้ หลี่อังคิดว่าจางหยวนคงเป็นลูกคุณหนูเศรษฐีบ้านรวยแน่ๆ อย่างน้อยก็ต้องเป็นทายาทรุ่นที่สอง

แม้ว่าเขาจะรวย แต่หลี่อังก็ไม่เชื่อว่าจางหยวนจะมีหุ้นถึง 20% ของกลุ่มติ่งเซิ่งจริงๆ

ถึงอย่างนั้น หลี่อังก็ไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ เพราะคนอย่างจางหยวนไม่ใช่คนธรรมดา เป็นบุคคลระดับใหญ่โตที่มีอำนาจและบารมีมากกว่าเขาหลายเท่า

"เชื่อสิๆ แน่นอนว่าฉันเชื่อพี่จางอยู่แล้ว!" หลี่อังตอบแบบปัดๆ ไป แต่จู่ๆ โทรศัพท์ของจางหยวนก็ดังขึ้น

เมื่อจางหยวนมองหน้าจอโทรศัพท์ เขาก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

บนหน้าจอมีข้อความขึ้นว่า “ศูนย์แลกเปลี่ยนหุ้นเมืองซู”

จางหยวนหัวเราะเบาๆ พลางสะกิดหลี่อังที่อยู่ข้างๆ แล้วพูดขึ้นว่า "นายไม่เชื่อว่าฉันมีหุ้นติ่งเซิ่งใช่ไหม? ลองฟังนี่ดูสิ"

พูดจบ จางหยวนก็รับสาย ทันใดนั้นก็มีเสียงระบบคอมพิวเตอร์ดังขึ้น ก่อนที่เสียงนุ่มนวลสุภาพจะพูดออกมา

"สวัสดีครับ ผมคือผู้จัดการหวังจากศูนย์แลกเปลี่ยนหุ้นเมืองซู วันนี้คุณได้มอบหมายให้บุคคลอื่นทำการโอนหุ้น 20% ของกลุ่มบริษัทติ่งเซิ่ง กรุณาติดต่อกลับมาเมื่อคุณสะดวกที่จะมารับเอกสารการโอนหุ้นที่เหลือครับ"

เสียงปลายสายสุภาพมาก เพราะหุ้นของกลุ่มติ่งเซิ่งนั้นเป็นที่รู้จักในเมืองซูไม่มีใครไม่รู้จัก

จางหยวนยิ้มบางๆ ก่อนตอบกลับไป "ครับ เดี๋ยวผมไปถึง"

หลังจากพูดจบ จางหยวนก็วางสายแล้วหันมาหลี่อังอีกครั้ง พลางสะกิดเขาแล้วพูดขึ้นอย่างยิ้มๆ ว่า

"เป็นยังไงล่ะ? เชื่อหรือยังว่าฉันมีหุ้น?"

หลี่อังยืนนิ่ง อึ้งไปทันที ตั้งแต่ตอนที่เขาได้ยินว่าจางหยวนต้องไปเซ็นสัญญาเรื่องหุ้นที่ศูนย์แลกเปลี่ยน เขาก็แทบจะพูดไม่ออก

เขามองจางหยวนด้วยความตกตะลึงเต็มตา

ที่แท้สิ่งที่จางหยวนพูดมันเป็นเรื่องจริงงั้นเหรอ?!

โทรศัพท์มันโกหกไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งเบอร์นี้มาจากศูนย์แลกเปลี่ยนหุ้นอย่างเป็นทางการ ไม่มีอะไรให้สงสัยเลย

ทันใดนั้น หลี่อังจอดรถไว้ข้างทาง แล้วประสานมือเข้าหากัน ก่อนจะพูดออกมาด้วยท่าทางนอบน้อมและสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเคารพ

"ได้โปรดช่วยผมด้วยครับท่านพี่!!"

ขณะที่หลี่อังกำลังพูดอยู่นั้น เขาก็ยื่นมือไปจับตรงเอวของจางหยวน ดูท่าทางเหมือนว่า ถ้าจางหยวนไม่ตอบตกลง เขาก็คงไม่ยอมปล่อยง่ายๆ

ท่าทางนั้นทำให้จางหยวนรู้สึกอึดอัดไม่น้อย

"ปล่อย! ปล่อยเดี๋ยวนี้!" จางหยวนดึงสายเข็มขัดเอวของตัวเองอย่างแรง แล้วเปิดประตูรถอย่างรวดเร็วกระโดดลงจากรถทันที

ปัง! จางหยวนชนเข้ากับใครบางคนที่เดินอยู่ข้างถนนอย่างจัง

"ไอ้เวร! เดินไม่ดูตาม้าตาเรือหรือไงวะ! ไอ้สัด! เดินแบบนี้ระวังโดนกระทืบ!"

เสียงตะคอกมาจากชายหนุ่มที่ย้อมผมสีเหลือง หน้าตาแสดงความโกรธจัด เขาเดินลอยชายอยู่บนถนนอย่างไม่แคร์โลก

ข้างหลังชายหนุ่มคนนั้น มีชายวัยกลางคนสวมเสื้อหนังเดินตามอยู่ ถึงแม้จะเป็นฤดูร้อน แต่เขากลับใส่เสื้อขนสัตว์อย่างหนา

ชายวัยกลางคนปรับแว่นตาเบาๆ มองดูชายหนุ่มผมเหลืองด้วยสายตารังเกียจ ก่อนจะผลักชายหนุ่มออกไปอย่างแรง

"ก็บอกแล้วไง พวกเราอยู่ในธุรกิจก่อสร้าง อย่าทำตัวไร้มารยาทได้ไหม? จะพูดจะจาอะไรก็ระวังปากกันหน่อย เรียนรู้จากนายของพวกแกบ้างสิ! หัดพูดดีๆ หน่อยเป็นไหมวะ?!"

ชายวัยกลางคนปรับแว่นอีกครั้งก่อนจะหันมาทางจางหยวน แต่ทันทีที่เขามองเห็นจางหยวน ชายวัยกลางคนก็หยุดนิ่งไปทันที

เขาล้วงเอารูปถ่ายจากกระเป๋าหนังที่ถืออยู่ พลิกดูรูปแล้วหันมามองหน้าจางหยวนอีกครั้ง

"แกคือจางหยวนใช่ไหม?"

จางหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย มองชายวัยกลางคนที่สวมเสื้อขนสัตว์ในฤดูร้อนอย่างงงๆ ก่อนจะเกาศีรษะ

"นี่คุณไม่ร้อนหรือไงที่ใส่เสื้อขนสัตว์นฤดูร้อนแบบนี้?"

คำถามที่ไม่คาดคิดทำเอาชายวัยกลางคนถึงกับอึ้ง

'ไอ้เวรนี่! ฉันถามว่าแกชื่อจางหยวนใช่ไหม แต่แกกลับถามว่าฉันร้อนไหมที่ใส่เสื้อขนสัตว์ในฤดูร้อนเนี่ยนะ?! ร้อนบ้านแกสิ!'

สีหน้าของชายวัยกลางคนบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด เขาชี้ไปที่จางหยวนอย่างเคืองแค้น

"ดีเลย! ไอ้เด็กเวร! ฉันกำลังจะไปตามหาแกอยู่แล้ว แต่ดูสิ! แกกลับวิ่งมาหาฉันถึงที่ซะเอง!"

ชายวัยกลางคนสะบัดมืออย่างไม่พอใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

"พวกแกกระทืบมันให้ฉัน!"

พูดจบเขาก็หยิบบุหรี่ออกจากกระเป๋าเตรียมจะจุดสูบ แต่ทันใดนั้นเสียงตะโกนกราดเกรี้ยวจากด้านหลังดังขึ้น

"ฉันอยากรู้ว่าใครมันจะกล้าลงมือ! แกนี่กล้าหาญนักนะ หลิวไล่โถว! คิดจะลงมือกับเพื่อนของหลี่อังอย่างงั้นเหรอ?!"

หลี่อังรีบกระโดดลงจากรถ เขาสังเกตเห็นสถานการณ์แปลกๆ มาตั้งแต่บนรถแล้ว เห็นว่าจางหยวนกำลังถูกล้อมและพวกที่ล้อมก็ดูจะมาอย่างเอาเรื่อง

เมื่อเห็นภาพนี้ หลี่อังจะปล่อยให้พี่น้องที่เพิ่งรู้จักของเขาต้องรับมือคนเดียวได้ยังไง?!

เขาเดินลงจากรถด้วยความโกรธ ชี้นิ้วไปที่หลิวไล่โถวตรงหน้า

"อย่าคิดว่านี่เป็นยุคเก่า! ตอนนี้มันเป็นยุคของกฎหมายแล้ว!"

หลิวไล่โถวที่ได้ยินเสียงนี้ก็รู้สึกไม่ค่อยดีอยู่แล้ว พอเห็นว่าคนที่พูดคือหลี่อัง ใบหน้าของเขายิ่งเปลี่ยนสี

ถึงแม้ตระกูลหลี่จะไม่รุ่งเรืองเหมือนในอดีต แต่ในวงการวัสดุก่อสร้าง พวกเขาก็ยังคงมีเครือข่ายและคนรู้จักมากมาย

หลิวไล่โถวแม้จะทำธุรกิจไปได้ดี แต่เขาก็รู้ตัวดีว่า ในสายตาของผู้ที่ควบคุมทรัพยากรวัสดุก่อสร้างนั้น เขาก็เป็นเพียงคนที่หาเช้ากินค่ำเท่านั้น

ครั้งนี้แม้ว่าเจียงยวิ๋นจะโทรมาหาเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ในความเป็นจริงเขายังต้องพึ่งพาตระกูลเจียงเพื่อทำมาหากินอยู่

แต่หลี่อังพูดมาอย่างเด็ดขาดขนาดนี้ ถ้าเขาทำให้ตระกูลหลี่ไม่พอใจขึ้นมา… หลิวไล่โถวไม่กล้าคิดถึงผลลัพธ์เลย!

"คุณหลี่ ได้โปรดอย่าทำให้เรื่องยุ่งยากไปกว่านี้เลยครับ! เรื่องนี้มันเป็นคำสั่งจากคุณหนูเจียงเอง! ผมรับงานจากตระกูลเจียงมาดูแลเรื่องของบริษัทติ่งเซิ่ง ผมจะไม่ทำหน้าที่ได้ยังไงล่ะครับ!"

หลิวไล่โถวพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างจนปัญญา

จบบทที่ บทที่ 5 อิทธิพลหลิวไล่โถว

คัดลอกลิงก์แล้ว