เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 451 รั้งอยู่โยง

บทที่ 451 รั้งอยู่โยง

บทที่ 451 รั้งอยู่โยง


"มีคนฆ่าหมูที่ไหนกัน?"

"ไม่ต้องยุ่งน่า!"

ตู้สือถลึงตาใส่สหายตัวน้อยอย่างหงุดหงิด ก่อนจะดึงตัวเขาหันหลังเดินจากไป

ส่วนภายในห้อง ซีเอ๋อร์กำลังขี่อยู่บนหลังของถังอวี่ นางฟาดฝ่ามือลงบนศีรษะของเขา ทุบกำปั้นลงบนแผ่นหลัง รู้สึกว่ายังไม่หายแค้น จึงใช้บั้นท้ายกระแทกทับลงบนตัวถังอวี่อย่างแรงอีกหลายที

"จะ... จะขาดใจตายแล้ว!"

ถังอวี่ร้องครวญครางอย่างน่าสงสาร "ตีข้าให้ตายแล้วเจ้าจะได้ประโยชน์อันใดเล่า"

ซีเอ๋อร์แค่นเสียงฮึดฮัด "อย่างน้อยก็ทำให้ข้าไม่ต้องทั้งรักทั้งแค้น ทั้งห่วงใยทั้งโมโหแบบนี้"

ถังอวี่กล่าว "ซีเอ๋อร์คนดีของข้า หลังจากข้ากับอาจารย์อาบำเพ็ญเพียรคู่เสร็จสิ้น เรื่องแรกที่ทำก็คือมาช่วยเจ้านะ"

ไม่พูดถึงเรื่องนี้ยังดี พอพูดขึ้นมาซีเอ๋อร์ก็ยิ่งโกรธ นางทุบถังอวี่ไปอย่างแรงสองที พร้อมกับตะโกนเสียงดัง "เจ้ายังจะพูดอีก! ข้าสาบานไว้ว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ! ข้าอุตส่าห์แฝงตัวเป็นไส้ศึกอย่างดิบดี! สุดท้ายกลับถูกจับได้..."

"ถูกจับได้ก็แล้วไปเถอะ แต่ดันต้องให้จู้เยว่ซีศัตรูคู่อาฆาตคนนั้นมาช่วยข้า ช่างน่าขายหน้าชะมัด"

"แล้วก็เจ้าด้วย ไอ้คนเถื่อนเหม็นโฉ่ เจ้าสัญญากับข้าว่าจะช่วยสั่งสอนจู้เยว่ซีอย่างหนัก นี่หรือคือวิธีสั่งสอนของเจ้า? ใช้กระบองปรนนิบัตินางงั้นหรือ?"

"เช่นนั้นเจ้าสั่งสอนนางจนพังไปแล้วหรือยังเล่า?"

ถังอวี่พึมพำ "ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก พลังต่อสู้ของอาจารย์อาแข็งแกร่งมาก ทั้งอายุ ความปรารถนา และพื้นฐานตบะ ล้วนทำให้นางอยู่ในสภาวะที่มีพลังรบพุ่งถึงขีดสุด"

"เพียะ!"

ซีเอ๋อร์ฟาดฝ่ามือลงไปพลางตวาด "ข้าถามเรื่องนี้หรือ! ใครใช้ให้เจ้าพูดแบบนี้กัน!"

ถังอวี่รีบเอ่ย "ซีเอ๋อร์คนดี เจ้าบอกมาเถอะ จะให้ข้าทำอย่างไรเจ้าจึงจะยอมยกโทษให้ข้า"

ซีเอ๋อร์หรี่ตาลงเล็กน้อย ครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะกัดฟันพูด "เจ้าต้องยอมให้ข้าสั่งสอนนางสักครั้ง และเจ้าก็ต้องชดเชยให้ข้าด้วย"

"ได้ๆๆ"

ถังอวี่กล่าว "จะสั่งสอนอย่างไร? และจะชดเชยอย่างไร?"

ซีเอ๋อร์แสยะยิ้มอำมหิต "จะสั่งสอนนางอย่างไรนั่นเป็นเรื่องของข้า ขอเพียงถึงเวลาเจ้าห้ามสงสารนาง และห้ามตำหนิข้าก็พอ"

แม่หนูคนนี้ต้องกำลังคิดเรื่องไม่ดีอยู่แน่!

ต้องดักคอไว้ก่อนเสียแล้ว!

ถังอวี่กระซิบเสียงเบา "ตกลง ข้าอนุญาตให้เจ้าสั่งสอนนางได้ แต่... ต้องไม่ดึงจี้เหยาเข้ามาเกี่ยวนะ"

ซีเอ๋อร์เดือดปุดๆ ขึ้นมาทันที "เจ้ายังมีกะจิตกะใจไปคิดถึงคนอื่นอีก! เจ้ายังมียางอายอยู่หรือไม่!"

ถังอวี่กล่าวอย่างจนใจ "ซีเอ๋อร์คนดี เจ้าดูสภาพของจี้เหยาในตอนนี้สิ น่าสงสารหรือไม่เล่า?"

"นางก็เหมือนกับเจ้า ตอนเด็กๆ ต้องทนทุกข์ทรมาน และเติบโตมาพร้อมกับอาการสูญเสียความทรงจำไปเป็นพักๆ..."

ซีเอ๋อร์โบกมืออย่างรำคาญ "น่ารำคาญชะมัด ใครบ้างจะไม่รู้เรื่องพวกนี้ น่าสงสารก็น่าสงสารไปสิ มีอะไรวิเศษวิโสกัน"

"หากเจ้าอยากสงสารคนน่าสงสาร เจ้าก็ควรจะสงสารข้าให้มากๆ สิ ข้าน่าสงสารจะตายไป"

ถังอวี่ฉวยโอกาสพลิกตัว รั้งนางเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน ก่อนที่ซีเอ๋อร์จะทันตั้งตัว เขาก็หอมแก้มของนางไปฟอดหนึ่ง "แน่นอนว่าข้าต้องสงสารเจ้าอยู่แล้ว พอรู้ว่าเจ้าอยู่ในค่ายของซูจวิ้น ข้าก็ทิ้งเรื่องสำคัญทุกอย่าง แล้วบุกมาที่นี่ทันทีเลยนะ"

"เจ้า!"

ซีเอ๋อร์มองใบหน้าของเขาที่อยู่ใกล้แค่คืบ สัมผัสได้ถึงลมหายใจของเขา ชั่วขณะนั้นใบหน้าของนางก็พลันแดงระเรื่อขึ้นมา

นางพูดเสียงเบา "เจ้าก็เอาแต่ปลอบโยนข้า อย่าคิดนะว่าข้าจะยกโทษให้เจ้าทันที เรายังไม่ได้คุยเรื่องสิ่งชดเชยเลยนะ"

ถังอวี่ยิ้มกล่าว "การชดเชยแบบไหนข้าก็รับได้ทั้งนั้น ขอเพียงซีเอ๋อร์พอใจก็พอ"

ซีเอ๋อร์เอ่ยเสียงแผ่ว "ข้าต้องการให้เจ้าพิชิตท่านอาจารย์ให้ได้"

"ไม่มีปัญ... หา? อะไรนะ?"

ถังอวี่มองซีเอ๋อร์ด้วยความตกตะลึง เบิกตากว้างพลางถาม "เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"

ซีเอ๋อร์ทำปากยื่น "ห้ามทำหน้าแบบนี้นะ ข้าพูดจริงจัง"

"แท้จริงแล้วท่านอาจารย์น่าสงสารมาก ข้าสงสารนาง ข้าหวังให้นางใช้ชีวิตในช่วงครึ่งหลังของชีวิตอย่างมีความสุขและเบิกบานใจ"

"ข้าต้องการให้เจ้าพิชิตท่านอาจารย์ เหมือนกับที่พิชิตจู้เยว่ซีนั่นแหละ เช่นนี้ข้ากับท่านอาจารย์ก็จะได้ไม่ต้องแยกจากกันไปตลอดชีวิต"

พูดถึงตรงนี้ ซีเอ๋อร์ก็ถอนหายใจ "เจ้าไม่รู้หรอก พอข้าคิดว่าต่อไปข้าต้องไปอยู่กับเจ้า ส่วนท่านอาจารย์ต้องอยู่ที่ภูเขาปู้เสียนคนเดียวอย่างโดดเดี่ยว ข้าก็ปวดใจยิ่งนัก"

"เจ้าจะทำหน้าแบบนั้นทำไมเล่า ท่านอาจารย์ดีมากเลยนะ ถึงแม้นางจะดูแข็งกร้าว แต่นางต้องการความห่วงใยจากผู้อื่นมาก"

"ตั้งแต่เล็กจนโต ไม่เคยมีใครใส่ใจนางอย่างแท้จริงเลย มีเพียงข้าที่บางครั้งก็คิดถึงนาง แต่ข้าก็ยังซุกซนนัก ทำให้นางต้องกังวลใจเสียมากกว่า"

ถังอวี่มีสีหน้าจริงจังขึ้นมา เขากล่าวเสียงขรึม "ภารกิจนี้ สำหรับข้าแล้วถือว่ามีความท้าทายอย่างมาก"

ซีเอ๋อร์กัดฟันพูด "หากเจ้าพิชิตท่านอาจารย์ไม่ได้ ต่อไปข้าก็จะอยู่ที่ภูเขาปู้เสียนเป็นเพื่อนนาง และดูแลนางไปจนแก่เฒ่า"

"เจ้า... เจ้าก็รอเฝ้าห้องหอเปล่าเปลี่ยวไปคนเดียวเถอะ!"

ในเวลานี้ถังอวี่ไม่กล้าเล่นลิ้นแม้แต่น้อย หากขืนพูดออกไปว่ายังมีคุณหนูหวังอยู่อีก... รับรองว่าซีเอ๋อร์ระเบิดอารมณ์แน่

เขารีบกอดซีเอ๋อร์เอาไว้ "ไม่ได้ๆ! ข้าขาดเจ้าไม่ได้หรอกนะ! ไม่อนุญาตให้เจ้าไป!"

ซีเอ๋อร์หัวเราะอย่างพึงพอใจและแค่นเสียงเบาๆ "อย่างนี้ค่อยยังชั่วหน่อย หากพิชิตท่านอาจารย์ได้แล้ว เวลาว่างข้าก็ยังได้แนบชิดกับท่านอาจารย์ด้วย"

ถังอวี่เบิกตากว้าง "เจ้า... เจ้ามีบุรุษเป็นของตัวเองแล้ว ยังจะไปคลุกคลีกับนางอีกหรือ?"

ซีเอ๋อร์กล่าว "ก็ถ้ากินเนื้อปลาเนื้อสัตว์ชิ้นโตทุกวันมันก็รับไม่ไหวหรอกนะ บางครั้งก็ต้องสลับมากินอาหารเจบ้างสิ"

"ถ้าพูดถึงความรู้สึกแล้วล่ะก็ การถูกท่านอาจารย์กอดนั้นสบายกว่าถูกเจ้ากอดตั้งเยอะ ร่างกายของนางนุ่มนิ่มจะตายไป"

พูดถึงตรงนี้ ซีเอ๋อร์ก็กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ นางเตะถังอวี่ไปทีหนึ่ง แล้วพูดว่า "ลุกขึ้นๆ เขียนจดหมายถึงท่านอาจารย์เถอะ นางอยู่ที่ภูเขาปู้เสียนคนเดียวคงจะเบื่อแย่ หากได้รับจดหมายสักฉบับจะต้องดีใจแน่ๆ"

ภายใต้การบีบบังคับของซีเอ๋อร์ ถังอวี่ก็ยอมเขียนจดหมายฉบับหนึ่งจริงๆ ทว่าเนื้อหาในจดหมายนั้น ซีเอ๋อร์ไม่ได้เห็นเลย

"รอข้าไปถึงอำเภอเฉียวแล้ว ข้าจะส่งจดหมายออกไป ที่นั่นมีสาขาย่อยของเสินเชวี่ยอยู่"

ซีเอ๋อร์ฉีกยิ้มกว้าง "ยังต้องพึ่งเสินเชวี่ยพังๆ ของเจ้าอีกหรือ ที่โส่วชุนก็มีสาขาย่อยของวังสุขาวดีของพวกเราอยู่แล้ว สามารถส่งสารด้วยม้าเร็ว ส่งตรงถึงภูเขาปู้เสียนได้เลย"

ถังอวี่กล่าว "แต่เจ้าต้องรั้งอยู่ที่นี่ และคอยส่งข่าวกรองให้ข้าผ่านทางสาขาย่อยของวังสุขาวดี"

"ส่วนอาจารย์อาจะไปอำเภอเฉียวเป็นเพื่อนข้า ข้าจำต้องไปพบไต้เยวียน"

สีหน้าของซีเอ๋อร์เปลี่ยนไปทันที นางกัดฟันพูด "ดีเลย เช่นนั้นเจ้าก็ส่งข้ากลับไปที่มู่หรงเซียนเปยเลยสิ จะทิ้งข้าไว้ที่นี่ทำไมกัน"

ถังอวี่กล่าวอย่างจริงจัง "ที่นี่สำคัญมาก มันเป็นจุดที่สามารถพลิกสถานการณ์ทั้งหมดได้ และอาจเป็นทางถอยสำหรับสงครามครั้งนี้ของเราด้วย หากมอบหมายให้ผู้อื่น ข้าก็ไม่วางใจ"

"อีกอย่าง ทางฝั่งของไต้เยวียนนั้นอันตรายเกินไป ข้างกายเขามียอดฝีมืออยู่ผู้หนึ่ง มีเพียงอาจารย์อาเท่านั้นที่จะสะกดอีกฝ่ายไว้ได้"

ซีเอ๋อร์แค่นหัวเราะเย็นชา "อันตราย? เหอะ ช่างน่าขันสิ้นดี ทางนั้นมีใครกันถึงได้อันตรายนักหนา! คนอย่างข้าซีเอ๋อร์ยังจะต้องกลัวยอดฝีมือที่ว่านั่นอีกหรือ!"

ถังอวี่กล่าว "ศิลาศิขรแห่งไท่ซาน ซุนสือ"

ซีเอ๋อร์พูดขึ้นมาทันควัน "ข้าคือทางถอยของเจ้าเอง! ข้าจะดูแลที่นี่ให้ดีที่สุด!"

จะว่าไป ชื่อเสียงอันน่าเกรงขามของไอ้สารเลวซุนสือนี่ก็ใช้ได้ผลดีทีเดียว ถึงขั้นรักษาอาการปากแข็งของซีเอ๋อร์ให้หายขาดได้เลย

ถังอวี่มองไปรอบๆ ก่อนจะทอดถอนใจแผ่วเบา "ซีเอ๋อร์ ข้ามักจะมีความรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีอยู่เสมอ ข้าคิดว่าศึกครั้งนี้อาจจะไม่ง่ายดายถึงเพียงนั้น"

"ถึงตอนนั้น หากตู้สือยังคิดไม่ออกว่าควรทำเช่นไร ข้าอาจจะต้องมาคอยชี้แนะด้วยตัวเอง"

"ทางฝั่งนี้คงต้องพึ่งเจ้าช่วยคุมสถานการณ์เอาไว้แล้ว"

ซีเอ๋อร์ปรายตามองเขา ก่อนจะเอ่ยถามอย่างจริงจัง "มันสำคัญมากจริงๆ ใช่ไหม ไม่ใช่เพราะตั้งใจจะทิ้งข้าไว้ใช่หรือไม่?"

ถังอวี่มีสีหน้าเคร่งขรึม "สำคัญมากจริงๆ และอาจส่งผลกระทบต่อรูปการณ์รบทั้งหมดในช่วงท้ายของสงครามได้"

ซีเอ๋อร์กล่าว "ไม่ได้หลอกข้าใช่ไหม?"

ถังอวี่เอ่ยอย่างจนใจ "ข้าไม่กล้าหลอกเจ้าหรอก กลัวเจ้าจะเสียใจ"

ซีเอ๋อร์เอียงคอมองเขาเล็กน้อย ก่อนจะพูดเสียงแผ่ว "เช่นนั้นก็ได้ ข้า... ข้าทำงานที่ค่ายของซูจวิ้นไม่สำเร็จ หากข้าสามารถช่วยผลักดันเป้าหมายของเจ้าที่นี่ให้สำเร็จได้ จะถือว่าข้ามีประโยชน์หรือไม่?"

ถังอวี่อดไม่ได้ที่จะสวมกอดนางพลางกระซิบเสียงอ่อนโยน "สำหรับข้า เจ้าคือที่หนึ่งเสมอ ข้าไม่สนหรอกว่าเจ้าจะมีประโยชน์หรือไม่ แต่ข้าหวังให้เจ้าทำบางสิ่งให้สำเร็จได้ เช่นนั้นเจ้าก็จะมีความสุข"

ซีเอ๋อร์ทำปากยื่น "เอาแต่พูดจาหวานหู... แต่ข้าก็พอใจมาก!"

"ไปเถอะ... ให้จู้เยว่ซีไปเป็นเพื่อนเจ้าที่อำเภอเฉียวเถอะ ซุนสือ... ข้าสู้เขาไม่ได้หรอก ทั่วทั้งใต้หล้า คนที่สามารถเอาชนะเขาได้มีเพียงท่านอาจารย์กับจู้เยว่ซีเท่านั้น แม้แต่หวังป้านหยางก็ทำได้อย่างมากแค่เสมอ"

นี่คือความน่าเกรงขามของยอดฝีมือสายหล่อหลอมกายาอันดับหนึ่งในใต้หล้าสินะ

ถังอวี่ประคองใบหน้าของซีเอ๋อร์ขึ้นมา แล้วประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากของนางเบาๆ "ข้าจะรอฟังข่าวดีจากเจ้า และเจ้าก็จงรอข้ากลับมา"

เมื่อมองแผ่นหลังของถังอวี่ที่เดินจากไป ซีเอ๋อร์ก็อดไม่ได้ที่จะเดินตามไปสองสามก้าว พร้อมกับตะโกนไล่หลัง "อย่าเป็นอะไรไปนะ ท่านวีรบุรุษ"

ถังอวี่ไม่ได้หันกลับมา แต่น้ำเสียงของเขาดังก้องไปทั่วบริเวณ "วีรบุรุษผู้นี้จะไม่ทำให้เจ้าต้องผิดหวัง"

ซีเอ๋อร์หัวเราะออกมา ในใจพลางคิดว่า ช่วยถังอวี่จัดการเรื่องราวที่นี่ให้เรียบร้อย ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถออกตามหาจี้เหยาได้ด้วย

รอให้เขากลับมา หากพบว่าจี้เหยาก็อยู่ที่นี่ด้วย เขาจะต้องดีใจจนเนื้อเต้นเป็นแน่

เขาจะต้องคิดว่าข้าเก่งกาจมากแน่ๆ!

ราวกับรู้สึกว่าตนเองทำงานสำเร็จลุล่วงไปแล้ว ซีเอ๋อร์ก็เริ่มดื่มด่ำกับความสุขจากการถูกชื่นชมล่วงหน้าเสียแล้ว

จบบทที่ บทที่ 451 รั้งอยู่โยง

คัดลอกลิงก์แล้ว