- หน้าแรก
- ภรรยาข้าคือจอมมารหญิงอันดับหนึ่งแห่งราชวงศ์จิ้นตะวันออก
- บทที่ 401 บันดาลโทสะ
บทที่ 401 บันดาลโทสะ
บทที่ 401 บันดาลโทสะ
"เหลือเพียงยี่สิบลี้แล้ว"
ภายในกระโจมค่าย เสียงของเฉียนเฟิ่งสั่นเครือ "หากยังไม่ถอยทัพอีก กองทัพสองหมื่นนายของสือซุ่ยจะบุกมาถึงแล้ว กว่างหลิงโหว ท่านคงไม่ได้ต้องการให้พวกเราไปสู้ถวายหัวกับเขาจริงๆ หรอกใช่หรือไม่?"
เถาข่านหัวเราะเบาๆ "แม่ทัพเฉียนโปรดใจเย็นลงก่อน กว่างหลิงโหวคงไม่ทำเรื่องสิ้นสติปัญญาเช่นนั้นหรอก ใช่หรือไม่?"
เซี่ยชิวถงขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงเคร่งขรึมจริงจัง "ดูเหมือนห่างกันยี่สิบลี้ ทว่าสายลับของทั้งสองฝ่ายได้ปะทะกันแล้ว"
"พวกเราส่งสายลับทหารม้าสองร้อยนายแทรกซึมเข้าไปในแดนศัตรูอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายตรงข้ามเองก็มีวิธีรับมือ คอยไล่ล่าและแทรกซึมกลับมาตลอด ต่างฝ่ายต่างปรารถนาที่จะกุมข้อมูลของอีกฝ่ายให้ได้มากกว่าเดิม หรือไม่ก็ขัดขวางไม่ให้อีกฝ่ายล่วงรู้ข้อมูลของตน"
"ท่านทั้งสองไม่ต้องกังวล ข้าย่อมไม่ให้พวกท่านนำทัพใหญ่ไปบุกตะลุยแน่ อย่างไรเสียพวกท่านก็ไม่ใช่คนที่จะยอมเสียเปรียบอยู่แล้ว"
"ตอนนี้พวกเราต้องรอ รอให้ฝูสยงลงมือกับสือซุ่ย"
"หากฝูสยงลงมือแล้ว พวกเราก็ต้องหาจังหวะที่เหมาะสม ยกทัพบดขยี้เข้าไปเพื่อทำลายขวัญกำลังใจของกองทัพสือซุ่ยให้สิ้นซาก"
เฉียนเฟิ่งชะงักไป เขามองเซี่ยชิวถงพลางพึมพำ "หมายความว่า... ยังต้องสู้อยู่งั้นหรือ?"
สีหน้าของเซี่ยชิวถงเย็นเยียบลงทันที นางกล่าวเสียงต่ำ "เฉียนเฟิ่ง ท่านกลัวความสูญเสีย ข้าเข้าใจท่านดี"
"แต่ไม่ว่าอย่างไรท่านก็ลืมไม่ได้ว่า ตอนนี้ท่านคือขุนนางแห่งราชวงศ์จิ้น สือซุ่ยคือองค์รัชทายาทของแคว้นศัตรู นี่เกี่ยวพันไปถึงการกำจัดสือหู่ หากในเวลาเช่นนี้ท่านยังไม่ยอมลงมือ ท่านก็คือกบฏอย่างแท้จริง"
"ข้าจะไม่ให้พวกท่านไปเสี่ยงชีวิตทิ้งเปล่า ทว่าเมื่อมีโอกาสและเป็นสิ่งที่พอจะทำได้ ท่านก็ต้องทำ"
"นี่คือจังหวะอันดีที่จะพิสูจน์จุดยืนของท่าน"
เถาข่านยิ้มกล่าว "เพื่อฝ่าบาทและราชวงศ์จิ้น พวกเราย่อมยินดีทำทุกสิ่ง แต่ทำแล้วจะได้ผลประโยชน์อันใดเล่า? นี่มิใช่ว่ากำลังช่วยฝูสยงชิงใต้หล้าหรอกหรือ?"
เซี่ยชิวถงกล่าวเสียงขรึม "ฝูสยงก็จะช่วยพวกเราตีฮั่นจงจวิ้นเช่นกัน"
เถาข่านกล่าว "นั่นก็ไม่แน่ เมื่อพวกเขามีกำลังกล้าแข็งแล้ว เป็นไปได้มากว่าจะถีบหัวส่งพวกเรา"
เซี่ยชิวถงกล่าว "พวกเราย่อมมีความมั่นใจที่จะบีบให้เขาลงมือได้"
พูดถึงตรงนี้นางชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ "ต่อให้ละทิ้งเรื่องฮั่นจงจวิ้นไปก่อน การกำจัดสือซุ่ย สือหู่ และกวาดล้างราชสำนักแคว้นจ้าว ก็เป็นสิ่งที่พวกเราสมควรทำอยู่แล้ว"
"หลายปีมานี้ ดินแดนภาคเหนือของพวกเราถูกแคว้นจ้าวรุกรานมาโดยตลอด ถึงเวลาที่ต้องล้างแค้นแล้ว"
สีหน้าของเถาข่านเคร่งเครียดขึ้นมาเช่นกัน น้ำเสียงจริงจัง "เช่นนั้นพวกเราก็จะลงมือก็ต่อเมื่อสือซุ่ยใกล้จะพ่ายแพ้เท่านั้น เพื่อรับประกันว่าพวกเราจะไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ"
เซี่ยชิวถงหรี่ตา หัวเราะเบาๆ "ท่านคิดว่าเรื่องแค่นี้พวกเราจะนึกไม่ถึงงั้นหรือ บอกตามตรงเลยนะ ถังอวี่กำลังอยู่ระหว่างทางไปเมืองลั่วหยางแล้ว"
……
"หุบเขา นี่คือหุบเขา แต่ลักษณะภูมิประเทศก็ไม่ถึงกับแคบชันปิดตายนัก"
หวังเหมิ่งชี้ไปที่แผนที่พร้อมกล่าวว่า "สองฝั่งซ้ายขวาเป็นป่าเขา ตรงกลางคือเส้นทางสัญจร หน้าผาสูงชัน หากคนคิดจะปีนขึ้นไปย่อมไม่ง่ายดาย"
"ทันทีที่สือซุ่ยปะทะกับกองทัพจิ้น ก็ยากที่จะหันหลังกลับได้ทัน พวกเราสามารถบุกทะลวงจากด้านหลังและบดขยี้พวกเขาให้ย่อยยับได้ในคราเดียว"
"แต่ความเห็นของข้าคือ ทันทีที่กองทัพจิ้นกับสือซุ่ยเริ่มปะทะกัน พวกเราอย่าเพิ่งลงมือ ถ่วงเวลาเอาไว้ก่อน ปล่อยให้สือซุ่ยกับกองทัพจิ้นสู้กันไป รอจนทั้งสองฝ่ายสูญเสียกำลังไปมากพอสมควรแล้ว พวกเราค่อยลงมือ"
"หากสามารถตัดกำลังแคว้นจิ้นได้อย่างมหาศาล และบีบให้พวกเขาต้องถอนตัวจากการแย่งชิงหลังจากนี้ ย่อมเป็นผลดีต่อพวกเราอย่างเห็นได้ชัด"
ฝูสยงแค่นเสียงเย็น "หากสามารถทำให้พวกเขาทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บล้มตายทั้งคู่ แล้วพวกเราก็กวาดล้างรวบยอดในคราเดียว นั่นจึงจะดียิ่งกว่า"
หวังเหมิ่งส่ายหน้าอย่างจนใจ "หากพิจารณาจากการแสดงออกของทัพจิ้นในตอนนี้ พวกเขาคงไม่โง่เขลาปานนั้น การที่พวกเราพยายามถ่วงเวลาและตัดกำลังพวกเขาได้ ก็นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดีเกินความคาดหมายแล้ว"
สิ้นคำพูด ทหารด้านนอกกระโจมก็เข้ามารายงาน "ท่านแม่ทัพ มีคนสองคนมาขอเข้าพบ ขอรับ พวกเขาอ้างว่าเป็นสหายของท่านหวัง บอกว่าแซ่ถัง"
ทั้งสามคนในกระโจมถึงกับชะงักงัน
ฝูสยงผุดลุกขึ้นพรวด เบิกตากว้าง "ถังอวี่ผู้นี้บ้าไปแล้วหรือ ถึงกล้าบุกเข้ามาในค่ายของข้าเพียงลำพัง จับตัวเขาสิ รีบจับตัวเขาเอาไว้"
หวังเหมิ่งอ้าปากค้าง รีบหันไปมองฝูเจียน
ฝูเจียนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง "ท่านพ่อ สองกองทัพทำศึกยังไม่ฟันคอทูต นับประสาอะไรกับที่ตอนนี้พวกเราเป็นพันธมิตรกัน หากทำเช่นนี้ วันข้างหน้าจะได้รับความไว้วางใจจากผู้คนได้อย่างไร?"
ฝูสยงกล่าว "ต้องจับตัวไว้ก่อนจึงจะกุมความได้เปรียบ ยามนี้จะลังเลไม่ได้ ใครก็ห้ามเกลี้ยกล่อม จับตัวเขาไว้!"
ครู่ต่อมา เนี่ยชิ่งกับถังอวี่ก็ถูกมัดตัวแน่นหนาและถูกคุมตัวเข้ามาในกระโจม
ทว่าทั้งสองคนดูเหมือนจะไม่ได้ตื่นตระหนกเลย ชายวัยกลางคนหน้าตาอัปลักษณ์หนวดเครารุงรังดูราวกับกำลังสัปหงก ในขณะที่ถังอวี่ยังคงมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า
ฝูสยงหรี่ตา กล่าวช้าๆ "ถังอวี่หนอถังอวี่ ใครให้ความกล้าแก่เจ้า ถึงได้กล้าบุกเข้ามาในค่ายของข้าเพียงลำพังกัน?"
"พวกเจ้าคนหนุ่มคิดจริงๆ หรือว่าโลกใบนี้มีเหตุผลและกฎเกณฑ์? ตอนนี้ข้าสามารถฆ่าเจ้าได้ทุกเมื่อ แผนการใดๆ ของเจ้าจะมีประโยชน์อะไร?"
ถังอวี่กล่าวเบาๆ "ชีวิตข้ามีค่ามากนักหรือ? มีค่ามากกว่าการบรรลุความเป็นใหญ่แห่งแผ่นดินอีกหรือ?"
ฝูสยงขมวดคิ้ว
ถังอวี่กล่าว "ท่านอย่าลืมสิว่า ท่านยังไม่ได้จัดระเบียบทหารที่ยอมจำนนเลย"
"ตอนนี้หากท่านฆ่าข้า ฮูเหยียนเยี่ยนจะคิดเช่นไร? เขาจะยังไว้ใจท่านอีกหรือ?"
สีหน้าของฝูสยงแปรเปลี่ยนไป ก่อนจะแสยะยิ้มหัวเราะ "เขาไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าเจ้า..."
ถังอวี่พูดแทรก "ก่อนจะมา ข้าไปพบเขามาแล้ว"
ฝูสยงนิ่งเงียบไปทันที
ถังอวี่กล่าวต่อ "อีกอย่าง หวังเหมิ่งก็ยังอยู่ที่นี่ ข้ากับเขาก็พอมีไมตรีต่อกันอยู่บ้าง อย่างน้อยข้าก็ปล่อยเขามาด้วยความจริงใจ"
"หากฆ่าข้า เขาจะมองท่านเช่นไร? เขาจะยังยอมศิโรราบต่อท่านอีกหรือ?"
"การฆ่าข้า ท่านไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆ เลย กลับกัน ท่านจะสูญเสียทุกสิ่งที่ท่านครอบครองอยู่ในเวลานี้"
ฝูเจียนกล่าวเสียงหนักแน่นทันที "ไม่ต้องพูดแล้ว เด็กๆ แก้มัดให้ถังจวิ้นกงเดี๋ยวนี้"
"ไม่จำเป็น"
จู่ๆ เนี่ยชิ่งก็หัวเราะออกมา พลังลมปราณระเบิดออก กระชากเชือกที่มัดอยู่จนขาดสะบั้น
ขณะเดียวกันเขาก็ตวัดมืออย่างสบายๆ คลายมัดให้ถังอวี่
ทั้งสองคนราวกับกำลังเล่นกล ยืนอย่างผ่อนคลายอยู่ภายในกระโจม
ถังอวี่ปัดฝุ่นบนเสื้อผ้า กล่าวเบาๆ "อันที่จริงการจะฆ่าข้าไม่ใช่เรื่องง่ายนัก หากพวกท่านเกิดจิตสังหารขึ้นมาจริงๆ คนที่จะต้องตายก่อนก็คือพวกท่านอย่างแน่นอน"
"เอาล่ะ ไม่พูดไร้สาระแล้ว ที่ข้ามาที่นี่ก็เพื่อเร่งเร้าให้พวกท่านลงมือบุก เลิกเล่นลูกไม้ถ่วงเวลาได้แล้ว"
"หากพวกท่านไม่ลงมือ กองทัพจิ้นก็จะไม่ลงมือ และพวกเราก็จะไม่ยอมปล่อยให้พวกท่านถ่วงเวลาแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ"
ฝูสยงกล่าวเสียงขรึม "จะบุกหรือไม่บุก นั่นเป็นเรื่องของพวกเรา ยังไม่ถึงตาให้คนนอกอย่างเจ้ามาวุ่นวายหรอก"
ถังอวี่หรี่ตามองเขา น้ำเสียงแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ "ดูท่าข้าคงจะให้เกียรติพวกท่านมากเกินไป จนพวกท่านจำได้เพียงว่าตอนนี้ข้าคือกว่างฮั่นจวิ้นกง เป็นเพียงผู้วางแผนการ แต่กลับลืมไปแล้วว่า... ข้าก็เคยเป็นแม่ทัพ เป็นผู้ปลงพระชนม์กษัตริย์เช่นกัน"
เขาชี้หน้าฝูสยง เน้นย้ำทีละคำ "การที่ท่านมีวาสนาจะได้สถาปนาราชวงศ์และตั้งตนเป็นใหญ่ในวันนี้ เป็นเพราะข้ามอบให้ ข้ามอบให้ท่านได้ ข้าก็มอบให้คนอื่นได้เช่นกัน"
"ท่านเชื่อหรือไม่ว่าเพียงข้าเอ่ยปากไม่กี่ประโยค ฮูเหยียนเยี่ยนก็จะเรียกรวมเหล่าทหารหาญสามหมื่นนายแยกตัวออกไป เพื่อเข้าร่วมการแย่งชิงใต้หล้าในทันที?"
"ท่านเชื่อหรือไม่ว่าข้าสามารถให้กองทัพจิ้นล่าถอยไปเดี๋ยวนี้ ไม่สนใจเรื่องวุ่นวายของท่านอีก แล้วเอาแผนการลับของท่านไปแฉให้สือหู่รู้?"
"ถึงเวลานั้น ใต้หล้านี้กว้างใหญ่เพียงใด ก็ไม่มีที่ให้ฝูสยงอย่างท่านได้ยืนหยัด"
ฝูสยงปัดมือของเขาออกอย่างแรง ตวาดด้วยความโกรธเกรี้ยว "เจ้ายังไม่แน่ว่าจะเดินออกจากค่ายทหารของข้าไปได้เลยด้วยซ้ำ ยังกล้ามาวางอำนาจต่อหน้าข้า... อ๊าก! อ๊าก!"
เขายังพูดไม่ทันจบ มือขวาก็ถูกฟันขาดสะบั้นด้วยกระบี่เดียวในพริบตา
เลือดสดๆ สาดกระเซ็นราวน้ำพุ เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นไม่ขาดสาย
ทหารองครักษ์ด้านนอกพุ่งพรวดเข้ามาในทันที
เนี่ยชิ่งถือกระบี่ที่ส่องประกายวาววับ พาดไว้บนคอของฝูสยง เอ่ยเบาๆ "ร้ายกาจนัก สุนัขบ้านนอกที่มาจากดินแดนห่างไกลความเจริญอย่างข้า ถึงกับมีโอกาสเอาชีวิตแลกชีวิตกับแม่ทัพหลงเซียง ช่างเป็นเกียรติจริงๆ"
ถังอวี่ยืนอยู่กับที่ กล่าวอย่างสงบ "ฝูสยง หากไม่อยากหัวหลุดจากบ่า ก็สั่งให้คนของเจ้าออกไป"
ฝูสยงเจ็บปวดจนใบหน้าบิดเบี้ยว อ้าปากค้างจนเอื้อนเอ่ยสิ่งใดไม่ออก
"ไสหัวออกไปให้หมด!"
ฝูเจียนยืนขึ้น กระชากฉีกเสื้อผ้าออก นำมาพันข้อมือที่ขาดของฝูสยงเพื่อห้ามเลือดอย่างเร่งด่วน
หากยังปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไป คงรักษาชีวิตเอาไว้ไม่ได้แน่
สีหน้าของฝูสยงซีดเผือด พึมพำว่า "ฆ่า! ฆ่าพวกมัน! สู้ตายกับพวกมัน!"
หวังเหมิ่งทนไม่ไหว ตะโกนลั่น "ท่านแม่ทัพ! ยอมรับความจริงเถิด! เดิมทีพวกเรามีสถานการณ์ที่ได้เปรียบมาก! สถานที่ใดที่พอจะควบคุมได้เราก็ไปควบคุม! ผลประโยชน์ใดที่พอจะกอบโกยได้เราก็ไปกอบโกย! นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะมาทำตัวดื้อดึงเอาชนะกันนะ!"
ถังอวี่มองไปทางฝูเจียน น้ำเสียงอ่อนโยนลง "เขาคือขุนนางผู้กุมอำนาจทางทหารไว้ในมือ และกำลังจะเป็นผู้ก่อตั้งแคว้นและเป็นจักรพรรดิ ทว่าเขากลับมองสถานการณ์ไม่ออกอยู่เสมอ มักจะหลงคิดว่าตนเองมีฐานะสูงส่ง เอ่ยคำพูดที่เกิดจากความถือดี และทำเรื่องที่ดูไร้เดียงสา"
"อย่างที่ข้าเคยพูดไปก่อนหน้านี้ เขาแก่แล้ว เขาไม่มีทั้งท่วงท่าและวิสัยทัศน์ของจักรพรรดิแม้แต่น้อย"
"แต่เจ้ามี ถึงแม้เจ้าจะอายุน้อย ทว่าก็มีความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่ ภายในใจของเจ้ามีอุดมการณ์และความปรารถนาต่อโลกใบนี้ที่สูงส่งกว่า"
"ตอนนี้พ่อของเจ้าได้รับบาดเจ็บสาหัส ถึงเวลาที่เจ้าต้องก้าวออกมาตัดสินใจแล้ว"
ฝูเจียนหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวช้าๆ "ข้าไปส่งเจ้าได้หรือไม่? อาการบาดเจ็บของท่านพ่อทนไม่ไหวแล้ว จำเป็นต้องใส่ยาเดี๋ยวนี้"
ถังอวี่ส่ายหน้า "เขาขาดสติไปแล้ว เพื่อล้างแค้น เขาอาจจะทอดทิ้งเจ้าเลยก็เป็นได้ เจ้าอาจจะไม่สามารถส่งข้าออกไปได้อย่างปลอดภัย พาเขาไปพร้อมกันเถอะ"
ฝูเจียนตะโกนลั่นทันที "เด็กๆ แบกท่านพ่อของข้าขึ้นมา และตามข้าไปส่งถังจวิ้นกงออกนอกค่าย"
เขาไม่มีความลังเล ไม่มีความโกรธ ไม่มีความเคียดแค้น เพียงแต่นำทางถังอวี่ก้าวเดินฉับๆ ออกไปด้านนอก
จนกระทั่งส่งถังอวี่ถึงสถานที่ปลอดภัย มองดูทั้งสองคนขึ้นขี่ม้า ฝูเจียนจึงกล่าวเสียงต่ำ "ถังอวี่ พวกเราจะเริ่มเปิดฉากโจมตี ในทันทีที่ข้ากลับถึงค่าย"
"ขอให้เจ้าหาจังหวะให้ดีและร่วมมือกัน รีบสังหารสือซุ่ยให้เร็วที่สุด และจัดการเรื่องราวทั้งหมดให้เรียบร้อย"
คำพูดของเขาสงบเยือกเย็นมาก ถึงขั้นแฝงความทอดถอนใจอยู่บ้าง "เจ้าพูดไม่ผิด ท่านพ่อของข้าแก่แล้วจริงๆ เมื่อตัดสินใจเรื่องใดไปแล้วก็ควรรีบลงมือทำ เขาถ่วงเวลามานานเกินไป เพียงเพื่อผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ จนลืมหลักการที่ว่ายิ่งช้าก็ยิ่งเกิดเรื่องแทรกซ้อน"
ถังอวี่ปรายตามองเขา ก่อนจะเอ่ย "รอฟังข่าวดีจากเจ้า"