ตอนที่ 32
ตอนที่ 32
ตอนที่ 32
“………”
ถ้าไม่ติดว่าไมต์ ไกแสดงสีหน้าออกมาจริงใจสุด ๆ คาเซฮายะคงอยากจะลุกไปชกหมอนี่สักสองหมัด
พูดชมกันทั้งที แต่ทำไมฟังแล้วมันไม่มีความรู้สึกยินดีเลยสักนิด?
ก็มีแค่นายคนเดียวนี่แหละ ไก…
“ในภารกิจครั้งก่อน เขาจัดการจูนินจากหมอกซ่อนสองคนเลยนะ” คาคาชิพูดขึ้นมาจากด้านข้างด้วยน้ำเสียงเรื่อย ๆ
ได้ยินแบบนั้น แววตาของไกก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที แถมยังสะท้อนแสงจากฟันขาวเป็นประกายราวกับหลอดไฟร้อยวัตต์
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความชื่นชมแบบล้นทะลัก
“รุ่นพี่คาเซฮายะ คุณทำได้ยังไงกันครับ!?”
การเบี่ยงเบนเป้าความสนใจครั้งนี้ถือว่าทำได้เยี่ยม
คาเซฮายะโบกมือ “ไม่เว่อร์ขนาดนั้นหรอก คนหนึ่งไปกินปิ้งย่าง อีกคนกลายเป็นปิ้งย่างไปเองแล้ว ไม่ได้เก่งเว่อร์อย่างที่คาคาชิบอกหรอก”
พูดจบเขาก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง “ไก ฉันจะบอกเคล็ดลับที่เร็วที่สุดในการเป็นนินจาให้”
“อะไรเหรอครับ!?” ไกรีบตั้งใจฟังทันที
“ไปท้าเขาสู้ วันละครั้ง หรือวันละหลาย ๆ ครั้งก็ได้ ถึงจะแพ้ก็อย่าท้อ นายคือนักสู้ผู้มุมานะที่สามารถเอาชนะอัจฉริยะได้!” เขาชี้ไปที่คาคาชิ ซึ่งกำลังทำหน้าเหวอ
หึ เล่นเกมนี้กับฉันเหรอ คาคาชิ นายยังอ่อนนัก… คาเซฮายะรู้สึกภูมิใจไม่น้อย
“นักสู้ผู้มุมานะ…” ไกพึมพำกับตัวเอง
แล้วก็ลุกพรวดขึ้นทันที “คาคาชิ!!”
“………”
คาคาชิรู้สึกขมขื่นในใจ แต่ไม่รู้จะไประบายกับใคร
สมองของเขาหมุนเร็วจี๋ ก่อนจะถามออกไปว่า “ไก วันนี้นายไม่มีเรียนเหรอ?”
“โอ้ ตอนบ่ายมีฝึกกลางแจ้งน่ะ”
โดยปกติแล้ว ตอนฝึกกลางแจ้ง ไกจะฝึกเองตามลำพังอยู่แล้ว ครูที่โรงเรียนก็ปล่อยตามสบาย เพราะรู้อยู่แล้วว่าพละกำลังของไกนั้นเกินเด็กทั่วไป การฝึกกลางแจ้งสำหรับเขาก็แทบไม่ต่างจากเล่น
แต่พอถูกคาคาชิดึงความสนใจไปแบบนั้น ไกก็ไม่ได้ตามตื๊ออีก
ทำให้คาคาชิแอบโล่งใจอย่างแรง
รอดตัวไป…
“ไก การฝึกฝนไม่ใช่สิ่งที่จะสำเร็จได้ในวันสองวัน ความพยายามแน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ต้องรู้จักผ่อนพักบ้าง ไม่อย่างนั้นร่างกายจะรับไม่ไหว” คาเซฮายะ ผู้เป็นสายสโลว์ไลฟ์ พูดขึ้นมาด้วยความรู้สึกแปลก ๆ เมื่อเห็นไกผู้มุมานะ
นายขยันขนาดนี้ แล้วพวกเราสายสบายจะเอาหน้าไปไว้ไหนกันล่ะเนี่ย…
“อืม ๆ” ไกพยักหน้ารัว เพราะพ่อของเขา ไมต์ ได ก็เคยสอนเขาแบบนี้เหมือนกัน ดังนั้นไกจึงมีเวลาพักผ่อนอย่างเพียงพอทุกวัน แถมไมต์ ไดยังเตรียมยาสมุนไพรไว้ช่วยฟื้นฟูร่างกายเขาด้วย
ไม่อย่างนั้น ถ้าฝึกแบบพวกเขา ไม่มีใครรอดแน่นอน
“นอกจากการฝึกฝนแบบหนัก ๆ ที่ทำเป็นประจำแล้ว ยังควรให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วย เพราะความสำเร็จหรือความล้มเหลวมักจะอยู่ในรายละเอียดพวกนั้นแหละ”
“อืม ๆ” ไกตอบรับอย่างตั้งใจเหมือนนักเรียนผู้ถ่อมตน
“การทำความสะอาดก็เป็นทางเลือกที่ดี มันจะทำให้นายสังเกตเห็นรายละเอียดในทุกซอกทุกมุม แม้แต่ฝุ่นละอองเล็ก ๆ ก็ไม่รอด เหมือนกับการมองหาช่องโหว่ชั่วพริบตาของศัตรูนั่นแหละ”
“อืม ๆ”
“ฉันสามารถให้โอกาสนายฝึกแบบนี้ได้นะ”
“จริงเหรอครับ!?”
“ไก นายต้องมั่นใจหน่อย อย่าพูดว่า ‘จริงเหรอ’ เลย นายสมควรได้รับโอกาสแบบนี้อย่างเต็มที่อยู่แล้ว!”
“ครับผม!!”
“ช่วยฉันทำความสะอาดห้องเก็บศพหน่อยนะ ที่ที่เก็บศพเหล่านี้เปรียบเสมือนที่พักชั่วคราวของผู้ล่วงลับ ผู้ที่จากไปสมควรได้รับความเคารพ และฉันหวังว่านายจะเคารพพวกเขาเช่นเดียวกับที่ฉันทำ”
“เคารพผู้ล่วงลับ! ฝึกฝนตัวเอง!”
คาเซฮายะมองดูไกที่หยิบไม้กวาดขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องเก็บศพและเริ่มกวาดทุกซอกทุกมุมด้วยความพิถีพิถัน
“………”
คาคาชิไม่รู้ว่าวันนี้ตัวเองเบิกตากว้างมากี่รอบแล้ว
แบบนี้ก็ได้เหรอ?
แค่เริ่มต้นด้วยปาก แล้วคำอธิบายทั้งหมดก็ใช้การแต่งเติมล้วน ๆ?
ประเด็นคือ—ยังมีคนเชื่ออีกต่างหาก!
คนหนึ่งกล้าพูด อีกคนกล้าเชื่อ… สมแล้วที่เป็นพวกนายสองคน
บทที่ 19 ไมต์ ไก ผู้พิถีพิถัน (ขอคอลเลกชันและคำแนะนำด้วยครับ)
“ดอกไม้หนึ่งดอกบาน… ดอกหนึ่งโรย… พ่อครับ พ่อร้องเพลง ‘กระต่ายขาว’ ได้มั้ย? ได้สิ… สายน้ำอันยิ่งใหญ่ไหลไปทางตะวันออก… ดาวบนฟ้าชี้ไปที่กลุ่มดาวจระเข้…”
คาเซฮายะฮัมเพลงเบา ๆ ดูอารมณ์ดีทีเดียว
ถึงแม้บ่ายอันแสนสงบจะถูกรบกวนไปบ้าง แต่มันก็ถือว่าสวยงามดี—เพราะตั้งแต่นี้ไป ห้องเก็บศพมีแรงงานฟรีช่วยทำงานแล้ว
ในเวลาเดียวกัน คาคาชิก็ตัดสินใจว่า ถ้าไกมาไล่ท้าสู้เขาอีก เขาจะหนีไปที่ห้องเก็บศพทันที
ยังไงก็มีวิธีสลัดหมอนั่นพ้นตัว
ระหว่างที่ไกกำลังอินกับการทำความสะอาดจนหลุดไม่ออก คาคาชิก็ฉวยโอกาสเผ่นแนบไปก่อน
ตั้งแต่มาอยู่โลกนินจาและกลายเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลศพ คาเซฮายะก็พบว่าตัวเองกลายเป็นคนรักความสะอาดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
โดยเฉพาะเรื่องความสะอาดของห้องเก็บศพและศพของผู้ล่วงลับ เขาจู้จี้ขนาดที่ตัวเองยังแปลกใจ
ดังนั้นการทำความสะอาดห้องเก็บศพวันละอย่างน้อยห้ารอบ ก็ถือว่าเป็นงานของเขา
แต่ตอนนี้ดีเลย—งานพวกนั้นส่งต่อให้ไกทำได้แล้ว คาเซฮายะจะได้ขี้เกียจได้เต็มที่กว่าเดิม
“รุ่นพี่คาเซฮายะ! ผมทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วครับ!” ไกถือไม้กวาดไว้ในมือ สีหน้าเปี่ยมด้วยความตื่นเต้น
คาเซฮายะตบไหล่เขาเบา ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ดีมากเลย ไก แบบนี้แหละถึงจะเรียกว่ามีไฟ! วัยรุ่นไม่ควรปล่อยให้เวลาเสียเปล่า ถ้าเมื่อไหร่ที่นายรู้สึกเหนื่อยจากการฝึก ก็แวะมาหาฉันได้นะ เราจะได้สลับกันทำงานกับพักผ่อน ส่งเสริมและช่วยเหลือกัน เพื่อที่จะได้เป็นนินจาที่ดียิ่งขึ้นไปอีก!”
ดูยังกับรุ่นพี่ผู้แสนอบอุ่นกำลังให้คำแนะนำแก่รุ่นน้องอย่างเป็นกันเอง…