เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 - ปล้นงั้นหรือ? ความริษยาของซูตงไหล

บทที่ 26 - ปล้นงั้นหรือ? ความริษยาของซูตงไหล

บทที่ 26 - ปล้นงั้นหรือ? ความริษยาของซูตงไหล


บทที่ 26 - ปล้นงั้นหรือ? ความริษยาของซูตงไหล

"เดี๋ยวนะ เย่เฟิงงั้นหรือ!"

"ศิษย์สายนอกของสำนักเมฆามังกร..."

เมื่อได้ยินชื่อนี้ ลู่ชิงซิ่วก็ขมวดคิ้วมุ่น

ผู้ชายที่นางแกล้งทำตัวเป็นสาวรินสุราเข้าไปหยั่งเชิงเมื่อครู่นี้ ก็คือเย่เฟิงจากสำนักเมฆามังกรไม่ใช่หรือ

หรือว่าจะเป็นเขาจริงๆ

ลู่ชิงซิ่วครุ่นคิดในใจ

แท้จริงแล้วการที่ลู่ชิงซิ่วไปเปิดหอร้อยบุปผาในเมืองนครโบราณ ก็เพื่อใช้เป็นฉากบังหน้าเท่านั้น ในฐานะผู้อาวุโสของสำนักใหญ่ฝ่ายธรรมะอย่างสำนักร้อยบุปผา หอร้อยบุปผาที่นางสร้างขึ้นก็คือเครือข่ายข่าวกรอง ที่มีไว้เพื่อรวบรวมข้อมูลและสืบหาพวกมารร้ายที่แฝงตัวอยู่ต่างหาก!

เมื่อวานนี้ลู่ชิงซิ่วไม่มีอะไรทำ จึงแวะไปที่หอร้อยบุปผา แล้วปลอมตัวเป็นสาวรินสุรา และนั่นก็ทำให้นางได้พบกับเย่เฟิงพอดี!

สำหรับเย่เฟิงแล้ว ลู่ชิงซิ่วมีความรู้สึกแปลกๆ บางอย่างเกิดขึ้นกับเขา!

ด้วยสายตาอันเฉียบแหลมของปรมาจารย์ร้อยบุปผา นางกลับมองตัวตนที่แท้จริงของเขาไม่ออก!

เรื่องนี้ทำให้ลู่ชิงซิ่วจดจำชายหนุ่มคนนี้ไว้ในใจแล้ว

แต่นางนึกไม่ถึงเลยว่าเย่เฟิงจะมามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเฝิงเมี่ยวเมี่ยวศิษย์รักของนาง

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ สีหน้าของลู่ชิงซิ่วก็ดูหม่นหมองลงเล็กน้อย

"ท่านอาจารย์ ท่านฟังอยู่หรือเปล่าเจ้าคะ" หลิวเสี่ยวฮวาเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ

นางไม่เคยเห็นสีหน้าแบบนี้ของอาจารย์มาก่อนเลย

เสียงเรียกของศิษย์ดึงสติลู่ชิงซิ่วกลับมา นางรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปรมาจารย์ร้อยบุปผาผู้สูงส่งอีกครั้ง!

"เมี่ยวเมี่ยว เรื่องที่ศิษย์พี่หลิวพูดมาเป็นความจริงหรือเปล่า" ลู่ชิงซิ่วเอ่ยถาม

เฝิงเมี่ยวเมี่ยวรีบก้าวออกมาคุกเข่าลงเพื่ออธิบาย "ท่านอาจารย์โปรดให้ความเป็นธรรมด้วย ข้ากับศิษย์น้องเย่เฟิงมีความคุ้นเคยกันระดับหนึ่งก็จริง... แต่พวกเราไม่ได้มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวเลยนะเจ้าคะ..."

เฝิงเมี่ยวเมี่ยวเล่าเหตุการณ์ที่นางได้พบกับเย่เฟิงให้ฟังอย่างละเอียด น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความจริงใจและหนักแน่น

เมื่อได้ฟังคำอธิบายของเฝิงเมี่ยวเมี่ยว ลู่ชิงซิ่วกลับรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก...

"แย่แล้ว ทำไมข้าถึงมีความรู้สึกแบบนี้ได้"

ลู่ชิงซิ่วรู้สึกแปลกใจตัวเอง

ดูเหมือนว่าเย่เฟิงที่นางเพิ่งจะได้พบหน้าเพียงครั้งเดียว จะเข้ามามีพื้นที่ในใจของนางเสียแล้ว!

ในฐานะผู้ฝึกตนขั้นก่อแก่นทองคำ ลู่ชิงซิ่วรู้ดีว่าวิถีแห่งเต๋าจะสั่นคลอนไม่ได้เด็ดขาด

หากผู้ฝึกตนปล่อยให้วิถีแห่งเต๋าสั่นคลอน ระดับพลังก็จะถดถอยลงอย่างฮวบฮาบ!

"เจ้าหนุ่มเย่เฟิงนั่นต้องมีความลับอะไรซ่อนอยู่แน่ ข้าจะต้องดึงเขามาอยู่ใกล้ๆ ตัวเพื่อสืบให้รู้เรื่อง!" ลู่ชิงซิ่วตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

"ถ้าเป็นอย่างที่เจ้าพูด เย่เฟิงก็มีบุญคุณต่อเจ้างั้นสิ" ลู่ชิงซิ่วกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

เฝิงเมี่ยวเมี่ยวพยักหน้ารับ

"ท่านอาจารย์กล่าวถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ หากไม่ได้เย่เฟิงช่วยต้านทานหมีห้ากรงเล็บเอาไว้ ข้าคงเอาชีวิตไปทิ้งที่ป่าทมิฬแล้ว!"

"ดี! ในเมื่อเขามีบุญคุณต่อเจ้า ก็เท่ากับมีบุญคุณต่อสำนักร้อยบุปผาของเราด้วย ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เราจะปล่อยให้เขาต้องลำบากไม่ได้ อีกหนึ่งเดือนข้างหน้าจะมีการคัดเลือกศิษย์สายในของสำนักเรา งั้นก็ให้เขามาร่วมทดสอบเพื่อเข้าเป็นศิษย์ของข้าก็แล้วกัน!"

ลู่ชิงซิ่วกล่าวเสียงเรียบ

คำพูดประโยคนี้ ทำให้ทุกคนในที่นั้นตกตะลึงจนอ้าปากค้าง...

"อะไรนะ"

"ท่านอาจารย์จะรับศิษย์ผู้ชายงั้นหรือ!"

นี่มันเรื่องเหลือเชื่อชัดๆ!

ต้องรู้ก่อนนะว่าสำนักร้อยบุปผามีศิษย์ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง และตั้งแต่ที่ลู่ชิงซิ่วปรมาจารย์ร้อยบุปผาก้าวเข้าสู่ขั้นก่อแก่นทองคำ ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา นางรับศิษย์ทั้งหมดสิบห้าคน แต่มีศิษย์ผู้ชายเพียงคนเดียวเท่านั้น!

และคนคนนั้นก็คืออัจฉริยะของสำนัก ซูตงไหล...

แถมตอนนั้นซูตงไหลต้องอ้อนวอนครั้งแล้วครั้งเล่า และยังมีผู้อาวุโสขั้นก่อแก่นทองคำหลายคนช่วยพูดให้ ลู่ชิงซิ่วถึงได้ยอมรับเขาเป็นศิษย์!

และในตอนที่ปฏิเสธซูตงไหล ลู่ชิงซิ่วก็พูดอย่างชัดเจนว่า ในฐานะผู้ฝึกตนหญิง การรับศิษย์ผู้ชายมันไม่ค่อยสะดวกนัก!

หากไม่ใช่เพราะซูตงไหลตื๊อไม่เลิก และยังมีปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักร้อยบุปผาออกโรงรับประกันด้วยตัวเอง ลู่ชิงซิ่วก็คงไม่ยอมฝืนใจรับเขาหรอก!

แต่ตอนนี้ลู่ชิงซิ่วกลับเอ่ยปากว่าจะรับศิษย์ผู้ชายด้วยตัวเอง เรื่องนี้ทำเอาทุกคนถึงกับช็อกไปตามๆ กัน

หลิวเสี่ยวฮวาหน้าเสียทันที!

นี่มันผิดไปจากที่นางคิดไว้ไกลเลยนะ...

"ท่านอาจารย์ ไอ้เย่เฟิงนั่นนิสัยไม่ดีเลยนะเจ้าคะ ท่าน..."

ยังไม่ทันที่หลิวเสี่ยวฮวาจะพูดจบ สายตาของลู่ชิงซิ่วก็ตวัดมองมาด้วยความเย็นเยียบ

"หุบปาก เจ้าไม่ได้รับอนุญาตจากข้า แต่กลับสั่งให้ศิษย์น้องเข้าไปในป่าทมิฬเพียงลำพัง ข้าเห็นแก่ที่เจ้าเพิ่งทำผิดเป็นครั้งแรก จึงละเว้นโทษให้ นี่ก็ถือว่าปรานีมากแล้ว เจ้ายังมีหน้ามาพูดอะไรอีก"

แววตาอันเย็นชาของลู่ชิงซิ่วทำเอาหลิวเสี่ยวฮวาขนลุกซ่านไปทั้งตัว

นางตกใจจนต้องคุกเข่าลงกับพื้น ไม่กล้าแม้แต่จะปริปากพูดอะไรออกมาอีก!

แต่ในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความเคียดแค้นอย่างถึงที่สุด

"เอาล่ะ เมี่ยวเมี่ยว เจ้าจงไปหาเย่เฟิงด้วยตัวเอง แล้วถามเขาว่ายินดีจะมาเข้าร่วมการทดสอบของสำนักเราหรือไม่ บอกเขาไปเลยว่าถ้าเขาไม่มา ข้าจะไปทวงตัวเขาจากสำนักเมฆามังกรด้วยตัวเอง!"

"ศิษย์น้อมรับคำสั่งเจ้าค่ะ!"

ในใจของเฝิงเมี่ยวเมี่ยวเต็มไปด้วยความยินดี!

สำนักใหญ่ๆ ฝ่ายธรรมะในเมืองนครโบราณล้วนเป็นพันธมิตรกัน ด้วยฐานะที่สูงส่งของอาจารย์นาง หากจะขอตัวศิษย์สายนอกสักคนจากสำนักเมฆามังกร ผู้อาวุโสของสำนักเมฆามังกรก็คงต้องยอมไว้หน้าอยู่แล้ว

ดังนั้นเรื่องนี้จึงถือว่าแน่นอนแล้ว!

ขอแค่เย่เฟิงผ่านการทดสอบของสำนักร้อยบุปผา เขาก็จะได้เป็นศิษย์ของปรมาจารย์ร้อยบุปผา และกลายเป็นศิษย์น้องของนางอย่างเป็นทางการ!

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หัวใจของเฝิงเมี่ยวเมี่ยวก็เต้นรัวด้วยความตื่นเต้น นางแทบอยากจะพุ่งตัวออกไปจากสำนัก เพื่อนำข่าวดีนี้ไปบอกเย่เฟิงเดี๋ยวนี้เลย

ในขณะเดียวกัน หลิวเสี่ยวฮวาก็ตวัดสายตามองเฝิงเมี่ยวเมี่ยวด้วยความโกรธแค้น ก่อนจะเดินออกจากถ้ำไป

หลิวเสี่ยวฮวาไม่ได้กลับไปสำนึกผิดในห้องของตัวเอง แต่นางตัดสินใจไปหาซูตงไหลแทน!

ในฐานะศิษย์พี่ใหญ่ หลิวเสี่ยวฮวาเป็นคนที่มีพรสวรรค์สูง และมีความสามารถในการสังเกตผู้คนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

นางมองความในใจของซูตงไหลออกตั้งนานแล้ว!

การที่หมอนั่นทุ่มเทความพยายามอย่างหนักเพื่อจะได้เป็นศิษย์ของลู่ชิงซิ่ว ก็เพราะเขาแอบหลงรักปรมาจารย์ร้อยบุปผาลู่ชิงซิ่วนั่นเอง!

เรื่องนี้คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่คนขี้เจือกอย่างหลิวเสี่ยวฮวาไม่มีทางพลาดเรื่องซุบซิบแบบนี้หรอก

เพียงแต่ซูตงไหลเป็นถึงศิษย์น้องที่มีระดับพลังสูงถึงขั้นสร้างรากฐานระดับห้า ซึ่งเหนือกว่าหลิวเสี่ยวฮวาไปมาก

แถมหมอนี่ก็ทำตัวหยิ่งยโส นอกจากลู่ชิงซิ่วแล้ว เขาไม่เห็นหัวใครทั้งนั้น

เรื่องนี้ทำให้หลิวเสี่ยวฮวาแอบเกรงกลัวเขาอยู่ไม่น้อย!

แต่หลิวเสี่ยวฮวาก็คิดแผนออกแล้ว นางจะใช้ซูตงไหลเป็นเครื่องมือในการแก้แค้นให้ตัวเอง!

คิดได้ดังนั้น หลิวเสี่ยวฮวาก็มุ่งหน้าไปยังสถานที่บำเพ็ญเพียรของซูตงไหล

สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่เงียบสงบและร่มรื่นมาก

ชายหนุ่มรูปงามราวกับปีศาจจำแลงกำลังนั่งดีดพิณอยู่ที่นี่

เขาสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ ดูสง่างามราวกับเซียน

หลิวเสี่ยวฮวาร่อนลงยืนข้างๆ ซูตงไหล

"ศิษย์น้องช่างสุนทรีย์เสียจริงนะ!" หลิวเสี่ยวฮวาเอ่ยทักทาย

ซูตงไหลไม่แม้แต่จะปรายตามอง เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ศิษย์พี่หลิว มีธุระอะไรหรือ"

"หนอย..."

เมื่อโดนซูตงไหลเมินใส่ หลิวเสี่ยวฮวาก็รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก

นางอุตส่าห์เป็นถึงศิษย์พี่ใหญ่ของสำนัก แต่ซูตงไหลกลับไม่เคยเห็นนางอยู่ในสายตาเลย

"ไอ้ผู้ชายตาถั่ว ขอให้แกกับไอ้เย่เฟิงสู้กันจนตายตกตามกันไปแล้วโดนไล่ออกจากสำนักไปทั้งคู่เลยเถอะ นั่นแหละคือการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวของข้า!"

หลิวเสี่ยวฮวาสาปแช่งอยู่ในใจ

แต่นางก็ยังคงปั้นหน้ายิ้มแย้ม

"ศิษย์น้องซู ข้ามาแสดงความยินดีกับเจ้าน่ะสิ หลังจากรอมาหลายปี ในที่สุดเจ้าก็จะมีเพื่อนแล้วนะ!" หลิวเสี่ยวฮวากล่าว

ซูตงไหลถึงกับหยุดชะงักมือจากการดีดพิณ เขาเงยหน้าขึ้นมองหลิวเสี่ยวฮวา ดวงตาอันมีเสน่ห์ของเขามีประกายความประหลาดใจพาดผ่าน

"ศิษย์พี่หลิว หมายความว่าอย่างไร"

หลิวเสี่ยวฮวาจึงเริ่มอธิบาย "วันนี้ท่านอาจารย์เรียกพวกเราไปประชุม แล้วท่านก็เอ่ยปากเองเลยว่าจะรับศิษย์ผู้ชายเพิ่มอีกคน คนคนนี้เดิมทีเป็นศิษย์สายนอกของสำนักเมฆามังกร เพิ่งจะฟลุคเลื่อนขั้นเป็นผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานมาหมาดๆ แล้วท่านอาจารย์ก็สั่งให้ศิษย์น้องเฝิงไปชวนเขามาเข้าร่วมการทดสอบของสำนักเราด้วยตัวเองเลยนะ!"

"หืม"

มือของซูตงไหลหยุดชะงัก ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาฉายแววตกตะลึงและหวาดหวั่น

แม้เขาจะพยายามเก็บซ่อนความรู้สึก แต่ก็ไม่สามารถปิดบังความปั่นป่วนในใจได้

"ท่านพูดจริงหรือ"

ซูตงไหลถามด้วยความตื่นเต้น ถึงขั้นลุกพรวดขึ้นจากที่นั่ง

แววตาของเขาแทบจะลุกเป็นไฟ!

ปรมาจารย์ร้อยบุปผาไม่ชอบรับศิษย์ผู้ชาย เรื่องนี้เป็นที่รู้กันดีในสำนัก

นับประสาอะไรกับการที่จะเอ่ยปากรับศิษย์ผู้ชายด้วยตัวเอง แถมยังจะไปทวงตัวจากสำนักเมฆามังกรอีก

นี่เป็นสิ่งที่ซูตงไหลรับไม่ได้เด็ดขาด!

เมื่อเห็นท่าทีร้อนรนของซูตงไหล หลิวเสี่ยวฮวาก็รีบใส่ไฟเพิ่มทันที

"ศิษย์น้องซู ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่พอคิดว่าสำนักเรากำลังจะมีศิษย์น้องผู้ชายเพิ่มมาอีกคน ข้าก็อดดีใจแทนเจ้าไม่ได้ที่เจ้าจะได้มีเพื่อนสักที!"

ซูตงไหลไม่อยากจะเสวนากับหลิวเสี่ยวฮวาอีกต่อไป เขาสะบัดแขนเสื้อ แล้วร่างของเขาก็หายวับไปในพริบตา!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 26 - ปล้นงั้นหรือ? ความริษยาของซูตงไหล

คัดลอกลิงก์แล้ว