- หน้าแรก
- ระบบปล้นวาสนา ขอโทษทีศิษย์น้องไอเทมชิ้นนี้ศิษย์พี่ขอ
- บทที่ 25 - หอร้อยบุปผา
บทที่ 25 - หอร้อยบุปผา
บทที่ 25 - หอร้อยบุปผา
บทที่ 25 - หอร้อยบุปผา
ความจริงแล้วเย่เฟิงไม่ได้คิดจะมาเที่ยวหอสุราเลย
แต่การที่ฉู่อิงสยงก้าวเข้าไปในหอร้อยบุปผา มันทำให้เย่เฟิงฉุกคิดได้ว่าป๋ายเมี่ยวอวิ๋นก็อาจจะอยู่ที่นี่ด้วย! เรื่องนี้กระตุ้นความสนใจของเย่เฟิงได้ไม่น้อย
และแล้วเขาก็เดินตามเข้าไปในหอร้อยบุปผา!
ทันทีที่ก้าวพ้นประตู กลิ่นแป้งร่ำน้ำอบก็ลอยมาเตะจมูกจนเย่เฟิงถึงกับผงะ
เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเมืองที่เป็นศูนย์กลางของผู้ฝึกตนอย่างนครโบราณ จะมีสถานที่เริงรมย์แบบนี้ตั้งอยู่ด้วย
"คุณชาย มาร่ำสุราหรือเจ้าคะ เชิญตามข้าน้อยขึ้นไปชั้นบนเลยเจ้าค่ะ!"
สาวงามแต่งตัวฉูดฉาดหลายคนเดินเข้ามากระโดดเกาะแขนเย่เฟิง แล้วกึ่งลากกึ่งจูงเขาเข้าไปในห้องส่วนตัวของหอร้อยบุปผา!
เย่เฟิงถึงกับมึนงงทำอะไรไม่ถูก!
เขาพยายามชะเง้อมองหาฉู่อิงสยง แต่กลับพบว่าชายคนนั้นหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว
สีหน้าของเย่เฟิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย
และในพริบตานั้นเอง พวกนางโลมก็ลากเขาเข้ามาในห้องจนได้
"คุณชายโปรดรอสักครู่ เดี๋ยวจะมีแม่นางคนสวยมาคอยปรนนิบัติรินสุราให้ท่านนะเจ้าคะ!"
พูดจบ พวกนางก็ถอยร่นออกไปจากห้อง
เย่เฟิงกวาดสายตามองไปรอบๆ และสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายประหลาดๆ ที่แผ่ซ่านอยู่บางเบา
"หืม"
เย่เฟิงลองปล่อยพลังปราณสายเล็กๆ ออกไปสัมผัสดู
แต่พลังปราณของเขากลับกระดอนกลับมา!
"นี่มัน... ม่านพลังปราณงั้นหรือ"
สีหน้าของเย่เฟิงเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที
เขาเคยได้ยินเรื่องม่านพลังปราณมาบ้าง
มันคือวิชาการสร้างเขตแดนรูปแบบหนึ่ง
ผู้ที่จะสร้างเขตแดนแบบนี้ได้อย่างน้อยต้องเป็นผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานระดับปลายขึ้นไป
ถึงตอนนี้เย่เฟิงก็ตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่ห้องสำหรับร่ำสุรา แต่มันคือกับดักชัดๆ!
"หรือว่าความลับเรื่องระบบของข้าจะแตกลงแล้ว แต่ระบบก็ไม่ได้แจ้งเตือนว่าจะมีอันตรายอะไรในเร็วๆ นี้นี่นา"
เย่เฟิงครุ่นคิดในใจ
พอคิดได้ดังนั้น เย่เฟิงก็ค่อยเบาใจลงหน่อย
ช่างเถอะ ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วก็ต้องว่ากันไปตามน้ำ!
ตราบใดที่ระบบยังไม่แจ้งเตือนโชคชะตาเร็วๆ นี้ว่ามีอันตราย เย่เฟิงก็ถือว่าตัวเองยังปลอดภัยอยู่!
เขามั่นใจในจุดนี้มาก!
พอคิดตก เย่เฟิงก็เริ่มผ่อนคลายและทำตัวตามสบาย
และแล้วประตูห้องก็ถูกเปิดออก
สาวงามหยาดเยิ้มคนหนึ่งเดินถือขวดสุราเข้ามาในห้อง!
นางงดงามเย้ายวนใจเป็นอย่างมาก แถมชุดที่สวมใส่ก็เปิดเผยเรือนร่างแบบวับๆ แวมๆ
ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าที่งดงามราวกับนางจิ้งจอก หรือสัดส่วนที่โค้งเว้าได้รูป ล้วนทำให้ผู้พบเห็นต้องตะลึงงัน!
แต่เย่เฟิงไม่ได้ถูกความงามนั้นครอบงำจนหน้ามืดตามัว
สิ่งแรกที่เย่เฟิงทำคือตรวจสอบหน้าต่างสถานะของหญิงสาวคนนี้!
ชื่อ: ลู่ชิงซิ่ว
สถานะ: ผู้อาวุโสแห่งสำนักร้อยบุปผา เจ้าของฉายาปรมาจารย์ร้อยบุปผา
ระดับพลัง: ขั้นก่อแก่นทองคำระดับ 2
ค่าโชคชะตา: 2500
ดวงชะตากำเนิด: [อัจฉริยะด้านการบำเพ็ญเพียร (ระดับ 6) เสน่ห์เย้ายวนแต่กำเนิด (ระดับ 7) อัจฉริยะด้านการหลอมอาวุธ (ระดับ 3) งดงามล่มเมือง (ระดับ 6)]
โชคชะตาเร็วๆ นี้: ไม่มี!
เมื่อได้เห็นข้อมูลของหญิงสาวคนนี้ เย่เฟิงก็ตกตะลึงจนตาค้าง!
สาวงามตรงหน้าเขาคือเฒ่าประหลาดขั้นก่อแก่นทองคำเชียวหรือ!
แม้เย่เฟิงจะเคยได้ยินมาว่าผู้ฝึกตนขั้นก่อแก่นทองคำสามารถคงความอ่อนเยาว์ไว้ได้ตลอดกาล แต่พอได้มาเห็นกับตา เขาก็อดทึ่งไม่ได้ว่าทำไมนางถึงได้งดงามปานนี้!
แถมยัง...
เป็นถึงปรมาจารย์ร้อยบุปผา!
นั่นมันอาจารย์ของเฝิงเมี่ยวเมี่ยวไม่ใช่หรือ
พอคิดถึงตรงนี้ เย่เฟิงก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมตัวเองถึงถูกปรมาจารย์ร้อยบุปผาหมายหัวเอาได้
"หรือนางจะคิดว่าข้ากับเฝิงเมี่ยวเมี่ยวมีซัมติงกันจริงๆ"
หัวใจของเย่เฟิงเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง
ตอนที่เผชิญหน้ากับหลิวเสี่ยวฮวาเย่เฟิงก็ว่าตื่นเต้นแล้ว แต่แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากปรมาจารย์ร้อยบุปผาตรงหน้านี้ มันเทียบกันไม่ได้เลยสักนิด!
"ต้องใจเย็นไว้ ห้ามให้นางจับพิรุธได้เด็ดขาด!"
เย่เฟิงบอกตัวเองในใจ
จากนั้นเขาก็แกล้งทำตัวสบายๆ ซึ่งแน่นอนว่านี่คือการแสดงล้วนๆ
เพราะในใจของเขานั้นกำลังตื่นตระหนกสุดขีด
หญิงสาววางขวดสุราลงตรงหน้าเย่เฟิง ก่อนจะขยับตัวเข้ามาแนบชิด
กลิ่นหอมกรุ่นจากกายของนางทำเอาเย่เฟิงแทบจะเคลิบเคลิ้ม!
"คุณชายผู้มาเยือนหอร้อยบุปผาล้วนถือเป็นแขกคนสำคัญ ข้าน้อยจะขอรินสุราให้คุณชายสักจอกนะเจ้าคะ!" ลู่ชิงซิ่วเอ่ยเสียงหวาน!
นางพูดพลางใช้แขนเกาะเกี่ยวเย่เฟิงไว้ เผยให้เห็นท่าทีที่สนิทสนมเกินควร ผิวกายของนางแทบจะแนบชิดติดกับตัวเขาอยู่แล้ว!
สายตาของลู่ชิงซิ่วยังแฝงไปด้วยมนต์สะกดบางอย่าง
แม้แต่จิตใจของเย่เฟิงยังแอบสั่นคลอน แต่เขาก็พยายามดึงสติกลับมาอย่างสุดความสามารถ เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะโป๊ะแตกไม่ได้เด็ดขาด!
ขืนปล่อยให้ความลับแตก มีหวังได้ตายศพไม่สวยแน่!
ในวินาทีนั้น เย่เฟิงก็สวมวิญญาณนักเที่ยวขี้เมา เอื้อมมือไปโอบไหล่ลู่ชิงซิ่วไว้เสียเลย!
"ถ้างั้นเจ้าก็มาดื่มเป็นเพื่อนข้าสักจอกสิ!"
เย่เฟิงกำลังเล่นละครฉากใหญ่ และเขาก็แสดงได้สมบทบาทสุดๆ
ยังไงซะทักษะการแสดงของเขาก็ผ่านการขัดเกลามานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ในเรื่องการแสดงละครตบตาคน เขาถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าเลยทีเดียว
การแสดงอันเนียนกริบของเย่เฟิง ทำให้ลู่ชิงซิ่วถึงกับประหลาดใจ
แน่นอนว่าความประหลาดใจนั้นวาบขึ้นมาเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น
ลู่ชิงซิ่วผลักเย่เฟิงออกเบาๆ แล้วยิ้มพลางถามว่า "ท่านคือศิษย์ของสำนักเมฆามังกรใช่ไหม"
คำถามของลู่ชิงซิ่วทำเอาหัวใจของเย่เฟิงกระตุกวูบ
แต่เขาก็ยังคงตอบกลับไปอย่างใจเย็น "ใช่แล้ว ข้าคือเย่เฟิงจากสำนักเมฆามังกร!"
"หึ ถือว่าเจ้าดวงดีไปนะ!"
ลู่ชิงซิ่ววางจอกสุราลง แล้วลุกขึ้นเดินจากไปหน้าตาเฉย!
"เดี๋ยวสิแม่นาง จะรีบไปไหนล่ะ!"
เย่เฟิงแกล้งทำหน้าเสียดาย ทั้งที่ความจริงแล้วในใจของเขากำลังตื่นตระหนกสุดขีด
และแล้วลู่ชิงซิ่วก็เดินออกจากห้องไป
ทันทีที่ก้าวพ้นประตู บุคลิกของยอดสตรีผู้ฝึกตนก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน
ใบหน้าของลู่ชิงซิ่วพลันเปลี่ยนเป็นเย็นชาเย่อหยิ่ง!
"หมอนี่เป็นแค่ศิษย์สำนักเมฆามังกร ไม่ต้องสืบเรื่องของมันแล้วล่ะ! คอยจับตาดูที่นี่ต่อไป!" นางสั่งการ
สาวงามคนอื่นๆ ที่ยืนรออยู่ต่างก็ประสานมือรับคำสั่ง!
"น้อมรับคำสั่งท่านอาจารย์!"
ส่วนลู่ชิงซิ่วเพียงแค่แค่นเสียงเย็นชาในลำคอ ก่อนที่ร่างของนางจะเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอยในพริบตา
นี่แหละคือพลังอำนาจของผู้ฝึกตนขั้นก่อแก่นทองคำ...
หลังจากลู่ชิงซิ่วจากไป เย่เฟิงก็สัมผัสได้ว่าม่านพลังปราณในห้องได้สลายไปแล้ว เขาจึงรีบเผ่นออกจากหอร้อยบุปผาทันที
การจะตามหาฉู่อิงสยงในสถานที่แบบนี้มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
และเย่เฟิงก็จะไม่ยอมทำเรื่องโง่ๆ แบบนั้นแน่
ฉู่อิงสยงคงหนีไปถึงไหนต่อไหนแล้ว และต่อให้มันยังอยู่ ป๋ายเมี่ยวอวิ๋นก็คงไม่กล้าลงมือในหอร้อยบุปผาหรอก ขนาดเย่เฟิงยังสัมผัสถึงม่านพลังปราณของที่นี่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับป๋ายเมี่ยวอวิ๋นล่ะ
เย่เฟิงจะไม่มัวเสียเวลาอยู่ที่นี่อีกต่อไป!
เขาจึงรีบจ้ำอ้าวออกจากหอร้อยบุปผาไปอย่างรวดเร็ว
"สวรรค์ช่วย เมืองนครโบราณนี่มันอันตรายจริงๆ!"
เย่เฟิงส่ายหน้าอย่างระอา
แต่ในจังหวะนั้นเอง เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยแว่วมาจากที่ไกลๆ
"ฉู่อิงสยงนี่นา!"
เย่เฟิงรีบพุ่งตามไปทันที
ในเมื่อสืบเบาะแสมาได้ขนาดนี้แล้ว เย่เฟิงย่อมไม่มีทางล้มเลิกความตั้งใจกลางคันเด็ดขาด เขาตัดสินใจแล้วว่าจะต้องตามสืบเรื่องนี้ให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย!
ในขณะเดียวกัน ลู่ชิงซิ่วก็เดินทางกลับถึงสำนักแล้ว โดยมีหลิวเสี่ยวฮวาและศิษย์คนอื่นๆ ออกมาคอยต้อนรับ
ลู่ชิงซิ่วในชุดคลุมยาวร่อนลงสู่พื้นด้วยท่วงท่าที่สง่างามราวกับเทพธิดา
"คารวะท่านอาจารย์!"
หลิวเสี่ยวฮวาและศิษย์คนอื่นๆ ประสานมือทำความเคารพ
ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรออกมา!
ชื่อเสียงอันเลื่องลือของปรมาจารย์ร้อยบุปผา เป็นสิ่งที่ไม่มีใครในสำนักร้อยบุปผากล้าลบหลู่ล่วงเกิน แม้แต่ศิษย์ขั้นสร้างรากฐานเหล่านี้ก็ยังแทบจะไม่กล้าหายใจแรงเมื่ออยู่ต่อหน้านาง
"ตอนที่ข้าไม่อยู่ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในสำนักบ้างไหม"
ลู่ชิงซิ่วเอ่ยถามหลิวเสี่ยวฮวาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
หลิวเสี่ยวฮวาคือคนที่ลู่ชิงซิ่วแต่งตั้งให้เป็นศิษย์ฝ่ายคุมกฎ นางมีอำนาจดูแลจัดการศิษย์ทุกคนในสำนัก ดังนั้นเมื่อลู่ชิงซิ่วกลับมา จึงต้องถามไถ่เรื่องราวจากนางก่อน!
หลิวเสี่ยวฮวาลอบยิ้มกริ่มในใจ!
นี่คือโอกาสทองที่นางจะได้ใส่ไฟเฝิงเมี่ยวเมี่ยวแล้ว!
"เรียนท่านอาจารย์ ภายในสำนักไม่มีเรื่องใหญ่โตอะไรหรอกเจ้าค่ะ จะมีก็แต่ศิษย์น้องเฝิง... ข้าไม่รู้ว่าจะพูดดีไหม..."
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของลู่ชิงซิ่วก็เย็นชาขึ้นมาทันที
"มีอะไรก็ว่ามา!"
หลิวเสี่ยวฮวาจึงเริ่มแต่งเรื่องใส่ร้ายเฝิงเมี่ยวเมี่ยวกับเย่เฟิงเป็นฉากๆ ก่อนจะเล่าออกมาด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
เรื่องนี้ทำเอาเฝิงเมี่ยวเมี่ยวถึงกับนั่งไม่ติด!
สิ่งที่หลิวเสี่ยวฮวาพูดมาเป็นการทำลายชื่อเสียงของนางชัดๆ แต่ด้วยความที่กฎของลู่ชิงซิ่วนั้นเข้มงวดมาก หากอาจารย์ไม่อนุญาต เฝิงเมี่ยวเมี่ยวก็ไม่กล้าพูดแทรกขึ้นมา!
[จบแล้ว]