- หน้าแรก
- ระบบปล้นวาสนา ขอโทษทีศิษย์น้องไอเทมชิ้นนี้ศิษย์พี่ขอ
- บทที่ 3 - มุ่งหน้านครโบราณ
บทที่ 3 - มุ่งหน้านครโบราณ
บทที่ 3 - มุ่งหน้านครโบราณ
บทที่ 3 - มุ่งหน้านครโบราณ
เย่เฟิงรู้ดีว่าเฝิงอวิ๋นมีออร่าตัวเอกคุ้มครองและมีโชควาสนาเปี่ยมล้น หากเขาลงมือตอนนี้จะต้องถูกโต้กลับจนตายแน่ๆ!
ถึงแม้เฝิงอวิ๋นจะสู้เขาไม่ได้ แต่ก็ต้องมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นมาขัดขวางอย่างแน่นอน!
คิดได้ดังนั้น เย่เฟิงจึงหันไปจ้องมองที่หน้าต่างสถานะของเฝิงอวิ๋นต่อ
[โชคชะตาเร็วๆ นี้: หลังจากเฝิงอวิ๋นถูกศิษย์พี่ทำร้ายจนบาดเจ็บ เขาได้ลงเขาไปซื้อยารักษาแผล ที่นอกเมืองนครโบราณเขาได้พบกับยายเฒ่าคนหนึ่ง เฝิงอวิ๋นซื้อสมุนไพรจากยายเฒ่ามาต้นหนึ่งซึ่งก็คือสมุนไพรวิเศษ เห็ดหลินจือวายุ เมื่อเฝิงอวิ๋นกินเข้าไปก็สามารถทะลวงพลังไปถึงขั้นรวบรวมลมปราณระดับหก สามวันต่อมาเขาบุกเข้าไปในห้องของเย่เฟิงกลางดึกและลงมือสังหารศิษย์พี่ผู้นี้!]
เมื่ออ่านจบ เย่เฟิงก็ถึงบางอ้อทันที
ที่แท้เฝิงอวิ๋นก็บังเอิญไปเจอของดีแบบนี้นี่เอง ถึงได้เลื่อนระดับไปถึงขั้นรวบรวมลมปราณระดับหกได้ภายในสามวัน
เห็ดหลินจือวายุ เป็นหนึ่งในสมุนไพรวิเศษในตำนาน สามารถกินสดๆ หรือนำไปสกัดเป็นยาก็ได้ ของสิ่งนี้หาประเมินค่ามิได้ในท้องตลาด ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นก่อแก่นทองคำก็ยังต้องต่อสู้แย่งชิงเห็ดหลินจือวายุชนิดนี้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย!
ว่ากันว่าหากได้กินเห็ดหลินจือวายุเพียงดอกเดียว ก็สามารถทำให้ผู้ฝึกตนระดับเริ่มต้นของขั้นรวบรวมลมปราณก้าวกระโดดไปสู่จุดสูงสุดของขั้นรวบรวมลมปราณได้เลยทันที!
สรรพคุณของมันเทียบเท่ากับยาวิเศษอย่างยาสร้างรากฐานเลยทีเดียว!
"ไอ้เฝิงอวิ๋นมันโชคหล่นทับอะไรขนาดนั้น แค่ออกไปซื้อยารักษาแผลก็ยังได้ของล้ำค่าแบบนี้มาครอบครอง สมกับเป็นบุตรแห่งสวรรค์จริงๆ!"
เย่เฟิงลอบบ่นในใจ
"เดี๋ยวก่อน..."
จู่ๆ เขาก็รู้สึกถึงความผิดปกติ
ตามหลักแล้วการกินเห็ดหลินจือวายุเข้าไป น่าจะเพียงพอที่จะทำให้ระดับพลังของเฝิงอวิ๋นพุ่งทะยานไปถึงขั้นรวบรวมลมปราณระดับเก้าขั้นสูงสุดเลยด้วยซ้ำ
แต่ในช่องโชคชะตาเร็วๆ นี้กลับบอกว่าเฝิงอวิ๋นเลื่อนไปแค่ระดับหก ซึ่งมันผิดปกติมากๆ
"ดูเหมือนว่าหมอนี่จะยังมีความลับอื่นซ่อนอยู่อีก!"
เย่เฟิงคิดในใจ
ในขณะเดียวกัน เมื่อเฝิงอวิ๋นเห็นเย่เฟิงยืนเหม่อลอยอยู่ สีหน้าของเขาก็ยิ่งเย็นชาลงกว่าเดิม
"เย่เฟิง สรุปว่าเจ้าต้องการอะไรกันแน่ เจ้าไม่ได้ยินที่ข้าพูดหรือไง"
เย่เฟิงได้สติกลับมาพร้อมกับเสียงตวาดอย่างเกรี้ยวกราดของเฝิงอวิ๋น แต่ในหัวของเขากลับมีแผนการบางอย่างผุดขึ้นมาแล้ว
สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือถ่วงเวลาเฝิงอวิ๋นเอาไว้ แล้วเขาจะเป็นคนไปชิงเห็ดหลินจือวายุมาเอง
คิดได้ดังนั้น เย่เฟิงจึงยิ้มเยาะและพูดว่า "ศิษย์น้องเฝิงเอ๋ย ตอนแรกข้าตั้งใจจะมาเยี่ยมเจ้าเฉยๆ แต่ในเมื่อเจ้าไม่เคารพศิษย์พี่แบบนี้ งั้นข้าก็จะมาแจ้งเรื่องหนึ่งให้เจ้าทราบก็แล้วกัน!"
"เรื่องอะไร"
เย่เฟิงหัวเราะ "ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่ได้ยินมาว่าท่านลุงของศิษย์พี่หมาที่เป็นผู้ดูแลกำลังตามหาเจ้าอยู่ เขาเลยวานให้ข้ามาบอก เจ้าจะไปหรือไม่ไปก็ตามใจเจ้านะ!"
พูดจบ เย่เฟิงก็หันหลังเดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก
หมอนี่เพิ่งจะเข้ามาใหม่แถมยังอยากจะตั้งหลักให้ได้เร็วๆ ย่อมไม่มีความกล้าพอที่จะไปล่วงเกินท่านผู้ดูแลอย่างแน่นอน เขาจะต้องรีบไปหาท่านผู้ดูแลเพื่อสอบถามเรื่องราวอย่างลุกลี้ลุกลนเป็นแน่
และนี่แหละคือการเปิดโอกาสให้เย่เฟิงมีเวลาลงเขาไปชิงสมุนไพรมาครอบครอง
แผนการสำเร็จลุล่วง!
เฝิงอวิ๋นหน้าซีดเผือดด้วยความโกรธเมื่อเห็นเย่เฟิงเดินทอดน่องจากไปอย่างสบายใจ แต่เขาก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เย่เฟิงพูดนั้นเป็นความจริงหรือไม่
หากท่านผู้ดูแลต้องการพบเขาจริงๆ เขาก็จำเป็นต้องไปพบ!
ตัวเองเป็นเพียงผู้อาศัยใบบุญเขา ในฐานะศิษย์สายนอกที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ท่านผู้ดูแลคือบุคคลที่ไม่สมควรไปล่วงเกินเป็นอย่างยิ่ง
"มังกรตกน้ำตื้นยังถูกกุ้งฝอยรังแกจริงๆ!"
"เย่เฟิง!"
"เจ้าต้องตาย!"
เฝิงอวิ๋นกำหมัดแน่น จิตสังหารพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
เย่เฟิงไม่สนใจเลยสักนิดว่าเฝิงอวิ๋นจะคิดอย่างไร สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดในตอนนี้คือการแย่งชิงเห็ดหลินจือวายุมาให้ได้
ส่วนเรื่องอื่นค่อยไปคิดหาทางแก้เอาดาบหน้าก็แล้วกัน!
เมื่อเดินพ้นมุมตึก เย่เฟิงก็เริ่มเร่งความเร็วและวิ่งพุ่งพรวดลงเขาไปอย่างรวดเร็ว
สำนักเมฆามังกรไม่ได้เข้มงวดกับศิษย์สายนอกมากนัก อีกทั้งศิษย์สายนอกส่วนใหญ่ก็มักจะไปมาหาสู่กับผู้คนในเมืองอยู่เสมอ ท่านผู้ดูแลสำนักเองก็มักจะส่งศิษย์สายนอกลงไปซื้อของในเมืองเป็นประจำ ดังนั้นเย่เฟิงจึงคุ้นเคยกับเส้นทางเป็นอย่างดี
เขาวิ่งตะบึงมาตลอดทางจนมาถึงนอกเมืองนครโบราณ
เย่เฟิงหยุดหอบหายใจ ระดับพลังขั้นรวบรวมลมปราณระดับสี่นั้นแทบไม่ต่างอะไรกับยอดฝีมือธรรมดาทั่วไป การวิ่งหักโหมแบบนี้ทำให้เขาสูญเสียพลังปราณไปไม่น้อยเลยทีเดียว!
เขาเงยหน้าขึ้นมอง เมืองนครโบราณอันยิ่งใหญ่ตระการตาก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้า!
เมืองขนาดใหญ่นี้มีรัศมีกว้างไกลถึงสิบหลี้ ล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองสูงตระหง่าน บนกำแพงเมืองมีธงทิวโบกสะบัดไปมาอย่างสง่างาม
เมืองนครโบราณแห่งนี้คือเมืองแห่งการฝึกตน มีผู้ฝึกตนอาศัยอยู่มากมาย แต่เจ้าเมืองนครโบราณนั้นเป็นพวกเอาจริงเอาจัง เขาตั้งกฎเหล็กไว้อย่างชัดเจนว่า อนุญาตให้ผู้ฝึกตนทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันภายในเมืองได้ แต่ห้ามต่อสู้กันโดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะถูกลงโทษอย่างหนัก!
เย่เฟิงเก็บหน้าต่างระบบลงและเดินเข้าไปในเมืองนครโบราณ
ที่นี่อาจจะมียอดฝีมือระดับสูงซ่อนตัวอยู่ เย่เฟิงคิดว่าด้วยระดับพลังของเขาในตอนนี้ ควรจะระมัดระวังตัวและไม่ทำอะไรให้เป็นที่สะดุดตาจะดีที่สุด!
เมื่อเดินเข้ามาในเมือง ภาพความเจริญรุ่งเรืองก็ปรากฏแก่สายตา
การวางผังเมืองของที่นี่ถือว่าพิถีพิถันมาก ดูเหมือนจะถูกออกแบบตามหลักแผนผังแปดทิศ ทุกทิศทางเชื่อมต่อกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย!
สองข้างทางมีผู้ฝึกตนที่แต่งตัวแปลกๆ เดินผ่านไปมามากมาย
เย่เฟิงถึงกับเห็นผู้ฝึกตนที่อยู่ในขั้นสร้างรากฐานระดับปลายเดินผ่านไปมาตั้งหลายคน
"โอ้โห!"
สำหรับเขาในตอนนี้ คนพวกนี้ก็ถือว่าเป็นเทพเซียนผู้ยิ่งใหญ่แล้ว!
ทางที่ดีอย่าไปยุ่งกับพวกเขาเลยจะดีกว่า
เย่เฟิงรีบเดินลัดเลาะผ่านเมืองนครโบราณอย่างรวดเร็ว เพราะเป้าหมายของเขาคือประตูเมืองทางทิศเหนือ นอกประตูเมืองทางทิศเหนือนั้นมีตลาดเล็กๆ ตั้งอยู่!
ตลาดเล็กๆ แห่งนี้เต็มไปด้วยผู้ฝึกตนอิสระระดับล่าง พวกเขาคือผู้ฝึกตนที่มีพลังต่ำเตี้ยเรี่ยดินและไร้พรสวรรค์ อายุเกินเกณฑ์แล้วแต่ก็ยังไม่สามารถบรรลุขั้นรวบรวมลมปราณระดับสี่ได้เสียที แม้แต่คุณสมบัติที่จะเป็นศิษย์สายนอกของสำนักเล็กๆ ก็ยังไม่มี จึงทำได้เพียงฝึกฝนด้วยตัวเองและใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก
ผู้ฝึกตนอิสระเหล่านี้ย่อมมีความต้องการในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าเช่นกัน แต่พวกเขาไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเปิดตลาดซื้อขายอย่างเป็นทางการภายในเมืองนครโบราณได้ เพื่อความปลอดภัยในการทำธุรกรรม พวกเขาจึงบุกเบิกพื้นที่นอกประตูเมืองทางทิศเหนือให้กลายเป็นตลาด
ที่นี่อยู่ใกล้กับเมืองนครโบราณ หากใครคิดจะปล้นฆ่าชิงทรัพย์ก็ต้องคิดทบทวนให้ดีเสียก่อน...
และแล้วเย่เฟิงก็เดินทะลุผ่านเมืองนครโบราณอันคึกคักมาจนถึงตลาดทางทิศเหนือ
ที่นี่ดูทรุดโทรมและเก่าซอมซ่ออย่างเห็นได้ชัด!
มีผู้ฝึกตนมากมายเดินขวักไขว่ไปมา แต่ละคนแต่งตัวซอมซ่อจนแทบจะดูไม่ได้เลยทีเดียว!
พวกเขาล้วนแต่อยู่ในขั้นรวบรวมลมปราณ การที่เย่เฟิงปะปนอยู่ท่ามกลางคนเหล่านี้จึงไม่เป็นที่สะดุดตาเท่าไหร่นัก
เขาเดินเข้าไปในตลาดพลางกวาดสายตามองหาไปรอบๆ จนในที่สุดก็เห็นร่างของยายเฒ่าคนหนึ่งนั่งคุดคู้หลบมุมอยู่
ยายเฒ่าคนนี้มีพลังเพียงขั้นรวบรวมลมปราณระดับสี่ สวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง นั่งยองๆ อยู่ตรงมุมตึก ตรงหน้าของนางมีสมุนไพรและยาเม็ดวางขายอยู่จำนวนหนึ่ง
และแผงลอยของนางก็เงียบเหงาไร้ผู้คน
เย่เฟิงค่อยๆ เดินเข้าไปหายายเฒ่าคนนั้นอย่างใจเย็น
"สหายนักพรต ของพวกนี้ขายยังไงหรือ" เย่เฟิงเอ่ยถามด้วยท่าทีสบายๆ
ยายเฒ่าที่กำลังนั่งสัปหงกด้วยความเบื่อหน่าย เมื่อได้ยินเสียงของเย่เฟิงนางก็เบิกตากว้างขึ้นทันที
พอนางเห็นชายหนุ่มตรงหน้าสวมชุดของสำนักเมฆามังกร ดวงตาของนางก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
"แหม สหายนักพรตน้อย ที่แท้ท่านก็เป็นยอดฝีมือจากสำนักเมฆามังกรนี่เอง ช่างเสียมารยาทจริงๆ!" ยายเฒ่ากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
คำพูดนี้ทำเอาเย่เฟิงถึงกับหน้าแดงก่ำ!
เขาเป็นยอดฝีมือที่ไหนกันล่ะ เป็นแค่ตัวประกอบจืดจางชัดๆ
แต่จะเสียหน้าไม่ได้เด็ดขาด
เย่เฟิงยืดอกขึ้นแล้วถามว่า "ขอถามสหายนักพรต ยาพวกนี้ขายเม็ดละเท่าไหร่"
สิ่งที่เย่เฟิงชี้ไปคือยาระดับพื้นฐาน ยาเม็ดรวบรวมลมปราณ!
ยาชนิดนี้ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรมากมาย ส่วนใหญ่ก็มีแต่ผู้ฝึกตนในระดับรวบรวมลมปราณเท่านั้นที่ใช้กัน สรรพคุณของมันก็แค่ช่วยรักษาความเสถียรของพลังปราณเท่านั้น
แต่สำหรับผู้ฝึกตนระดับล่าง มันก็ถือว่าเป็นของดีเลยทีเดียว
เมื่อได้ยินเย่เฟิงถาม ยายเฒ่าก็ตาลุกวาวและรีบตอบว่า "สหายนักพรตน้อยช่างตาแหลมคมจริงๆ ยาเม็ดรวบรวมลมปราณของข้าได้มาอย่างถูกต้อง คุณภาพก็ยอดเยี่ยมมาก ตรงนี้มีทั้งหมดสิบเม็ด ขายเพียงเม็ดละสามหินวิญญาณสีม่วงเท่านั้น!"
ยายเฒ่าเสนอราคาออกมา
"อ้อ"
เย่เฟิงคิดในใจว่า ราคาแค่นี้เมื่อเทียบกับคุณภาพของยาเม็ดรวบรวมลมปราณแล้วก็ถือว่าไม่แพงจนเกินไปนัก
แต่เป้าหมายที่แท้จริงของเขาคือสมุนไพรต้นนั้นต่างหาก!
เห็ดหลินจือวายุ!
ของสิ่งนี้ดูเผินๆ ก็เหมือนเห็ดหลินจือธรรมดาทั่วไป ด้วยระดับพลังขั้นรวบรวมลมปราณระดับสามของเย่เฟิงในตอนนี้ ย่อมไม่มีทางดูออกอย่างแน่นอน
ดูเหมือนว่ายายเฒ่าคนนี้จะระดับพลังไม่สูงนัก นางก็เลยมองไม่ออกถึงคุณค่าที่แท้จริงของมัน
เย่เฟิงคิดแผนขึ้นมาได้แล้วจึงพูดว่า "สหายนักพรต สามสิบหินวิญญาณสีม่วงมันแพงเกินไปหน่อยนะ ลดให้ข้าสักยี่สิบเปอร์เซ็นต์ได้ไหม"
ยายเฒ่ารีบโบกมือปฏิเสธ "สหายนักพรตน้อย นี่มันราคาถูกที่สุดแล้วนะ!"
เมื่อได้ยินดังนั้น เย่เฟิงก็แสร้งทำหน้าผิดหวังแล้วโบกมือไปมา
"เอาเถอะ ถือซะว่าข้ายอมขาดทุนก็แล้วกัน แต่สมุนไพรเหี่ยวๆ สองสามต้นตรงนั้นน่ะ เจ้าจะแถมให้ข้าได้ไหมล่ะ"
[จบแล้ว]