- หน้าแรก
- ระบบปล้นวาสนา ขอโทษทีศิษย์น้องไอเทมชิ้นนี้ศิษย์พี่ขอ
- บทที่ 2 - หน้าต่างสถานะตัวละคร
บทที่ 2 - หน้าต่างสถานะตัวละคร
บทที่ 2 - หน้าต่างสถานะตัวละคร
บทที่ 2 - หน้าต่างสถานะตัวละคร
"แล้วหน้าต่างสถานะของข้าล่ะเป็นยังไงบ้าง"
เย่เฟิงคิดในใจด้วยความตื่นเต้น
ถึงแม้ว่าเขาและหมากวงจะเป็นเศษขยะเหมือนกัน แต่เย่เฟิงก็มีระบบติดตัวมาด้วย คงไม่ถึงกับแย่มากหรอกมั้ง
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เย่เฟิงจึงกดเปิดหน้าต่างสถานะของตัวเองด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
ชื่อ: เย่เฟิง
ระดับพลัง: ขั้นรวบรวมลมปราณระดับสี่
สถานะ: ศิษย์สายนอกสำนักเมฆามังกร
ค่าโชคชะตา: 0
[ดวงชะตากำเนิด: ไร้พรสวรรค์ ขยะตั้งแต่เกิด เนรคุณคน มักมากในกาม อายุสั้น]
"เอ่อ..."
เห็นดังนั้นเย่เฟิงก็แทบจะลมจับ
ดวงชะตาของเขาไม่มีคำไหนที่เป็นมงคลเลย!
ดูเหมือนจะอนาถยิ่งกว่าหมากวงเสียอีก
เย่เฟิงสูดหายใจเข้าลึกๆ ปรับอารมณ์ให้สงบลง ก่อนจะอ่านบรรทัดต่อไป
[โชคชะตาเร็วๆ นี้: เนื่องจากทำร้ายศิษย์น้องเฝิงอวิ๋นจนได้รับบาดเจ็บจึงถูกเคียดแค้น เฝิงอวิ๋นบังเอิญทะลวงจุดชีพจรระหว่างรักษาอาการบาดเจ็บ เลื่อนระดับเป็นขั้นรวบรวมลมปราณระดับหก อีกสามวันให้หลังถูกเฝิงอวิ๋นกลับมาล้างแค้นและฆ่าตาย!]
"หา!"
เมื่ออ่านข้อความบนหน้าจอจนจบ ใบหน้าของเย่เฟิงก็มืดครึ้มลงทันที
ในใจเขาร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่ง!
ดวงชะตาบัดซบขนาดนี้ก็ว่าแย่แล้ว ไอ้โชคชะตาเร็วๆ นี้มันหมายความว่ายังไง!
เฝิงอวิ๋นตอนนี้อยู่แค่ขั้นรวบรวมลมปราณระดับสาม โดนซ้อมไปแค่ทีเดียวกลับบรรลุถึงระดับหกได้เลยเนี่ยนะ!
นี่มันความเร็วในการเลื่อนระดับบ้าบออะไรกัน!
นี่มันโกงกันชัดๆ!
ตอนนี้เองที่เย่เฟิงได้สัมผัสอย่างลึกซึ้งว่า สิ่งที่เรียกว่าออร่าตัวเอกมันเป็นยังไง!
"ไม่ได้การ ข้าจะมายอมแพ้แบบนี้ไม่ได้ ข้าอุตส่าห์มีระบบติดตัวมาทั้งที จะมายอมตายโง่ๆ แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด!"
เย่เฟิงคิดในใจอย่างเด็ดเดี่ยว เขาพยายามปลุกใจตัวเองขึ้นมาใหม่
ตามที่ระบบบอก อีกสามวันเขาถึงจะถูกเฝิงอวิ๋นตบตาย นั่นหมายความว่าเขายังมีเวลาอีกสามวันในการพลิกชะตาชีวิต!
เย่เฟิงคิดว่าสิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้คือ รีบไปแย่งชิงโชคชะตาของคนอื่นเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเอง มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้เขารอดตายได้!
"เฝิงอวิ๋น งั้นก็เอาเป็นเจ้านี่แหละ! ใครใช้ให้เจ้าเกิดมาเป็นตัวเอกกันล่ะ!"
เย่เฟิงล็อกเป้าหมายแรกไปที่เฝิงอวิ๋น คนที่จะตบเขาตายในอีกสามวันข้างหน้านั่นเอง!
"ช้าไม่ได้แล้ว ออกเดินทางตอนนี้เลย!"
คิดได้ดังนั้น เย่เฟิงก็เตรียมตัวให้พร้อม เอามือไพล่หลังแล้วเดินลงเขาไป
สำนักเมฆามังกรตั้งอยู่บนยอดเขาเมฆามังกร บ้านเรือนถูกสร้างลดหลั่นกันลงมาเก้าชั้นตั้งแต่ยอดเขา เย่เฟิงในฐานะศิษย์สายนอกย่อมต้องอาศัยอยู่ชั้นล่างสุด
นั่นก็คือบริเวณกึ่งกลางของภูเขาเมฆามังกร!
และลานบ้านที่เขาอาศัยอยู่ก็ทรุดโทรมจนแทบดูไม่ได้
เมื่อเดินออกจากลานบ้าน เย่เฟิงหันกลับไปมองยอดเขา ที่นั่นมีหมอกปกคลุมและเต็มไปด้วยพลังปราณอันหนาแน่น ท่ามกลางความเลือนรางนั้น สามารถมองเห็นศาลาวิจิตรตระการตาและเสาแกะสลักรูปมังกรที่ตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม!
นั่นคือพื้นที่ของศิษย์สายในแห่งสำนักเมฆามังกร!
แต่การจะได้เข้าเป็นศิษย์สายในนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ศิษย์สายนอกจะต้องฝึกฝนให้ถึงขั้นรวบรวมลมปราณระดับเก้าขั้นสูงสุดก่อนอายุสามสิบปี เพื่อให้มีพลังพอที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐาน จึงจะได้รับเลือกให้เป็นศิษย์สายใน!
ส่วนศิษย์สายนอกคนอื่นๆ ห้ามเข้าใกล้เขตของศิษย์สายในโดยเด็ดขาดไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม
นี่คือกฎของสำนัก!
"ขั้นรวบรวมลมปราณระดับเก้าขั้นสูงสุดงั้นเหรอ ด้วยพรสวรรค์ของร่างเดิมนี้ สงสัยต้องฝึกไปจนอายุแปดสิบปีนู่นแหละ" เย่เฟิงอดบ่นไม่ได้
เขาหันหลังกลับ ไม่มองขึ้นไปบนยอดเขาอีก แต่เดินตรงไปยังกระท่อมเล็กๆ ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้แทน
ตามความทรงจำของร่างเดิม เฝิงอวิ๋นพักอยู่ที่นั่น...
ณ เวลานี้ ภายในกระท่อมเล็กๆ ริมสุดทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เฝิงอวิ๋นกำลังนั่งขัดสมาธิฝึกพลัง เขารวบรวมพลังปราณเข้าสู่จุดตันเถียน จากนั้นก็กำหนดลมหายใจเข้าออก ท่วงท่าทั้งหมดดูลื่นไหลราวกับสายน้ำ
และเบื้องหน้าของเฝิงอวิ๋น มีขวดเล็กสีเขียวใบหนึ่งลอยอยู่...
ขวดสีเขียวใบนั้นใสแจ๋วและดูไม่ออกเลยว่าทำมาจากวัสดุอะไร!
เห็นเพียงแค่ว่าระหว่างที่เฝิงอวิ๋นหายใจเข้าออก พลังปราณหลายสายที่พ่นออกมาจากปากของเขาถูกขวดใบนั้นดูดซับเข้าไปจนหมดสิ้น
ขวดสีเขียวนั้นทอแสงเรืองรองขึ้นมาหลายครั้งก่อนจะกลับสู่ความสงบนิ่งดังเดิม...
เฝิงอวิ๋นลืมตาขึ้น ในแววตาอันเด็ดเดี่ยวมีความเศร้าหมองแฝงอยู่ เขาเอื้อมมือไปคว้าขวดสีเขียวมาถือไว้ด้วยความผิดหวัง
"หลายปีมานี้ ข้าถ่ายทอดพลังปราณที่อุตส่าห์ฝึกฝนมาให้เจ้าไปตั้งมากมาย ทำไมเจ้าถึงยังเปิดไม่ออกอีก"
เฝิงอวิ๋นพึมพำกับตัวเอง
เมื่อก่อนเขาคืออัจฉริยะอันดับหนึ่งของเมืองนครโบราณที่บรรลุถึงขั้นรวบรวมลมปราณขั้นสูงสุดตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ตั้งแต่ได้ขวดสีเขียวใบนี้มา เฝิงอวิ๋นก็ถ่ายทอดพลังทั้งหมดของเขาให้กับสิ่งนี้
ไม่ใช่เพื่ออะไรอื่น แต่เพราะสิ่งนี้คือของดูต่างหน้าแม่ของเขา...สมบัติศักดิ์สิทธิ์แห่งเผ่ามาร!
ขอเพียงแค่เปิดมันออกได้ เขาก็จะสามารถดูดซับพลังของจอมมารได้ ถึงเวลานั้นการฝึกพลังของเขาก็จะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การก้าวขึ้นเป็นเทพเซียนผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป
"ดูเหมือนว่ายังต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะเปิดขวดใบนี้ได้ ข้าลงเขาไปซื้อยารักษาแผลก่อนดีกว่า!" เฝิงอวิ๋นไอออกมาเบาๆ เขาเก็บขวดสีเขียวลงไปแล้วเตรียมตัวจะออกจากบ้าน!
ในตอนนั้นเอง เย่เฟิงก็มาถึงหน้าประตูพอดี
"ศิษย์น้องเฝิงอยู่หรือไม่" เย่เฟิงเอ่ยถาม
"หืม"
เฝิงอวิ๋นที่กำลังจะลุกขึ้นยืนชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินเสียงนั้น สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
"ไอ้หมอนี่มาทำไม"
จิตสังหารของเฝิงอวิ๋นพลุ่งพล่านขึ้นมาทันที
จากอัจฉริยะที่ตกต่ำกลายเป็นเศษขยะ เขาต้องทนรับสายตาดูถูกเหยียดหยามมากมายแต่ก็ไม่เคยใส่ใจ เพราะเฝิงอวิ๋นคิดว่าทุกสิ่งที่เขาทำลงไปนั้นคุ้มค่าแล้ว
การที่เขายอมลดตัวมาเป็นเพียงศิษย์สายนอกของสำนักเมฆามังกร ก็เพื่อหาที่ซ่อนตัวและซุ่มฝึกฝน รอวันที่จะผงาดขึ้นมาอีกครั้ง!
แต่เพิ่งจะเข้าสำนักมาได้ไม่นานก็ถูกไอ้ขยะเย่เฟิงซ้อมเอาซะได้ ช่างเป็นความอัปยศอดสูเสียจริง!
"มันยังกล้าโผล่หน้ามาอีกเหรอ"
เฝิงอวิ๋นเอามือแตะเอวตัวเอง
แม้ตอนนี้ระดับพลังของเขาจะอยู่แค่ขั้นรวบรวมลมปราณระดับสาม แต่เขาก็มีอาวุธลับซ่อนอยู่ พอที่จะสู้ตายกับเย่เฟิงได้สักตั้ง!
คิดได้ดังนั้น เฝิงอวิ๋นก็แทบจะลงมือทันที แต่สุดท้ายเขาก็อดกลั้นเอาไว้
เขาเป็นคนหนักแน่นและรู้จักอดทนรอ หากไม่มีความมั่นใจเต็มร้อยว่าจะสังหารเป้าหมายได้ เขาจะไม่ยอมเอาชีวิตไปทิ้งกับเศษขยะอย่างแน่นอน
"ฝากไว้ก่อนเถอะ รอข้าฟื้นพลังเมื่อไหร่ ข้าจะฆ่าเจ้าให้ตายทิ้งซะ!"
เฝิงอวิ๋นชักมือกลับแล้วถามเสียงเย็นชา "เจ้ามีธุระอะไร"
เมื่อเย่เฟิงได้ยินน้ำเสียงของเฝิงอวิ๋นที่แฝงไปด้วยจิตสังหารอันเยือกเย็น หัวใจของเขาก็เต้นผิดจังหวะไปเหมือนกัน
แต่ถึงยังไงเขาก็อยู่ตั้งระดับสี่ พลังของเขายังเหนือกว่าเฝิงอวิ๋นในตอนนี้มาก จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปกลัวจนหัวหด
เย่เฟิงจึงเคาะประตูปังๆ แล้วพูดว่า "ศิษย์น้องเฝิงเอ๋ย ในฐานะศิษย์พี่ ข้าได้ยินมาว่าเจ้าบาดเจ็บก็เลยมาเยี่ยม เจ้าคงไม่ใจจืดใจดำปิดประตูใส่หน้าข้าหรอกนะ!"
"ห๊ะ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฝิงอวิ๋นถึงกับพูดไม่ออก
ต่อให้เขาจะมีความอดทนสูงแค่ไหน แต่เจอแบบนี้ก็ทนไม่ไหวเหมือนกัน
"เย่เฟิง เจ้าเป็นคนลงมือทำร้ายข้าแท้ๆ ตอนนี้กลับมาหาว่าข้าไร้มารยาทเนี่ยนะ เจ้ายางอายบ้างไหม!"
"เอ่อ"
เย่เฟิงถึงกับไปไม่เป็น
เขามัวแต่คิดเรื่องแย่งชิงโชคชะตาจนลืมไปสนิทว่าตัวเองนี่แหละที่เป็นคนซ้อมเฝิงอวิ๋น!
"ข้า...ข้ามาดูแผลให้เจ้าน่ะ!" เย่เฟิงตอบกลับไปด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย
"ดูแผลข้าเหรอ ไม่ใช่ว่าอยากจะมารีดไถเงินเพิ่มหรอกนะ เจ้าคิดว่าท่านผู้ดูแลไม่มีตัวตนหรือไง" เฝิงอวิ๋นแค่นเสียงเย็นชา
"แค่เจอกันหน้าหน่อยจะเป็นไรไป เจ้าเป็นลูกผู้ชายอกสามศอกแท้ๆ จะกลัวอะไรนักหนา"
"หึ ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้า ไสหัวไปซะ!"
เสียงของเฝิงอวิ๋นดังกึกก้องราวกับฟ้าร้อง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เย่เฟิงก็รู้ทันทีว่าไม้อ่อนใช้ไม่ได้ผล คงต้องใช้กำลังบุกเข้าไปแล้ว!
เขายื่นมือซ้ายออกไป รวบรวมพลังปราณไว้ที่ฝ่ามือจนปรากฏสัญลักษณ์แห่งพลังงานขึ้นมา
มันคือกลุ่มก้อนพลังงานสีม่วง
วิชาฝ่ามือตะวันฉาย วิชาต่อสู้ระดับล่างของสำนักเมฆามังกร!
"ย่าห์!"
เย่เฟิงฟาดฝ่ามือออกไป เสียงดังเพล้ง แม่กุญแจประตูถูกกระแทกจนหลุดกระเด็น
"อานุภาพไม่เลวเลยแฮะ" เย่เฟิงคิดในใจ
แล้วเขาก็เดินเข้าไปในห้อง
เฝิงอวิ๋นตกใจสุดขีด กระโดดลงจากเตียงทันทีด้วยท่าทีระแวดระวังภัย ความตึงเครียดปรากฏชัดเจนบนใบหน้า
ส่วนเย่เฟิงที่กำลังมองการเคลื่อนไหวของเฝิงอวิ๋นอยู่ก็แอบคิดในใจว่า จะถือโอกาสนี้กำจัดหมอนี่ทิ้งซะเลยดีไหม!
ตัวเขาเองอยู่ระดับสี่ ส่วนเฝิงอวิ๋นอยู่แค่ระดับสาม ถ้าลงมือตอนนี้ก็มีโอกาสชนะสูงมาก
ขณะที่เย่เฟิงกำลังคิดอกุศลอยู่นั้น หน้าต่างสถานะของเฝิงอวิ๋นก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
ชื่อ: เฝิงอวิ๋น
ระดับพลัง: ขั้นรวบรวมลมปราณระดับสาม
สถานะ: ศิษย์สายนอกสำนักเมฆามังกร
ค่าโชคชะตา: 8000!
[ดวงชะตากำเนิด: บุตรแห่งสวรรค์ (ระดับสูงสุด), ท่วงท่าแห่งเซียน (ระดับสูงสุด), ชะตาสวรรค์คุ้มครอง (ระดับเก้า), โชคดีทวีคูณ (ระดับเก้า)……]
"ว่าไงนะ!"
เย่เฟิงขยี้ตาตัวเอง ไม่อยากจะเชื่อสายตา
ค่าโชคชะตาและดวงชะตากำเนิดของเฝิงอวิ๋นมันจะโกงเกินไปแล้ว!
ค่าโชคชะตาของหมอนี่สูงจนแตะระดับตัวเลขมหาศาล แถมดวงชะตากำเนิดทุกอันก็มีแต่ของเทพๆ ทรงพลังสุดๆ ถ้าไม่ระดับเก้าก็ระดับสูงสุดทั้งนั้น!
พอกลับมาดูดวงชะตาของเย่เฟิง นอกจากจะมีแต่เรื่องซวยๆ แล้ว ระดับก็ยังไม่มีเลย เรียกได้ว่าอยู่แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น!
ความต่างนี้มันราวกับเหวที่ลึกสุดหยั่ง!
เย่เฟิงล้มเลิกความคิดที่จะฆ่าเฝิงอวิ๋นทิ้งทันที!
อีกฝ่ายเป็นถึงบุตรแห่งสวรรค์ที่มีโชคชะตาระดับแม็กซ์ ออร่าตัวเอกสว่างวาบซะขนาดนั้น จะฆ่าให้ตายมันง่ายอย่างนั้นเชียวหรือ!
[จบแล้ว]