- หน้าแรก
- อัจฉริยะลูกเขยอันดับหนึ่ง
- 59 - เจ้ากำลังหึงอยู่เหรอ?
59 - เจ้ากำลังหึงอยู่เหรอ?
59 - เจ้ากำลังหึงอยู่เหรอ?
เมื่อมองหญิงสาวผู้งดงามที่อยู่ตรงหน้า ใจของซู่อู๋โจว ก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นเล็กน้อยในค่ำคืนที่อากาศเย็นสบายนี้
"นั่งคุยกันสักหน่อยดีหรือไม่?" ซู่อู๋โจวยิ้มมองไปยัง ฉินชิงโหมวแล้วนั่งลงอย่างสบาย ๆ บนชิงช้าไม้ที่จัดวางไว้ข้าง ๆเขากำลังมองนางอย่างพิจารณา ฉินชิงโหมวแทบจะรู้สึกถึงแววตาแรงกล้านั้นได้ นางหันไปมองเขาอย่างจ้องลึก
แต่ซู่อู๋โจว กลับไม่หลบสายตาเหมือนแต่ก่อน เขายังมองนางอย่างมั่นคง แววตาใสแจ่ม ลึกซึ้งและสว่างในความมืดของยามค่ำคืน
"อืม!" ฉินชิงโหมว เอนตัวพิงด้านขวาแล้วนั่งลงบนชิงช้า ขาแนบชิดกันและแกว่งเบา ๆ อย่างสบายใจ
บ้านของตระกูล สือ หลังจากได้รับการตกแต่งมาหลายวัน ก็เปลี่ยนไปมาก ฉินชิงโหมว เคยคิดว่าด้วยความชอบของซู่อู๋โจว บ้านหลังนี้น่าจะตกแต่งอย่างโอ่อ่าหรูหรา ฟุ่มเฟือยจนแสบตา แต่กลับตรงกันข้าม บ้านหลังนี้กลับถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายและสง่างาม
แถมยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน ตัวบ้านเองก็ไม่ได้ถูกปรับเปลี่ยนหรือต่อเติมอะไรมากมาย เพียงแค่ผสมผสานสิ่งของที่ใช้ประโยชน์ได้จริงเข้าไปในโครงสร้างเดิมของบ้าน อย่างเช่นชิงช้าตัวนี้ ที่นั่งเล่นในสวนแล้วโยกเบา ๆ ชวนให้รู้สึกสบายใจ
เมื่อเปรียบเทียบกับบ้านตระกูลสือ ในอดีตตอนนี้ดูเรียบง่ายมาก แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าโล่งเกินไป กลับกัน มันให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง สดชื่น ดอกไม้ โต๊ะ เตียง ผนังสีอ่อน เก้าอี้หวายทุกอย่างดูเข้ากันอย่างลงตัว ฉินชิงโหมว ต้องยอมรับว่านางชอบแบบนี้ที่เรียบง่ายและสะอาดตา ที่สำคัญคือใช้งานได้จริงและอยู่สบายมาก
แต่สิ่งที่นางไม่เข้าใจคือ ทำไมซู่อู๋โจวถึงตกแต่งบ้านออกมาแบบนี้ได้ นางเหลือบตามองซู่อู๋โจว เห็นเขานั่งพิงอย่างสบาย ๆ บนชิงช้า ขาข้างหนึ่งงอ อีกข้างแตะพื้นเบา ๆ เพื่อให้ชิงช้าแกว่งต่อไป ท่าทางผ่อนคลายสุด ๆ ริมฝีปากยิ้มน้อย ๆ แฝงไปด้วยความมั่นใจและสงบนิ่ง ไม่วุ่นวายเหมือนแต่ก่อนเลย
"ข้าว่าการที่เจ้าเอาสามีตัวเองไปปล่อยไว้นอกห้องตลอด มันก็คงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้นานหรอกนะ" ซู่อู๋โจวกล่าวเสียงเบา
"หา!" ใบหน้าของฉินชิงโหมว ขึ้นสีแดงระเรื่อ "เจ้าคิดกับข้าแค่เรื่องแบบนั้นเหรอ?"
"เรื่องแบบไหนงั้นหรือ ข้าไม่เข้าใจเลยนะ เป็นเพราะฉัข้าอ่านหนังสือน้อยไปหรือไม่ ช่วยอธิบายหน่อยสิ?" ซู่อู๋โจว แกล้งทำหน้าสงสัย
แต่ไม่ว่าเขาจะตีหน้าซื่อแค่ไหน ฉินชิงโหมว ก็ไม่มีทางหลงกลเขาได้หรอก แต่พอคิดไปสักพัก นางก็พูดว่า "ขอโทษนะ"
ซู่อู๋โจว ที่ตอนแรกตั้งใจจะพูดแกล้งต่อก็พูดไม่ออก เมื่อเห็นแววตาใสซื่อของนางที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด คำพูดทั้งหลายเหมือนจุกอยู่ที่คอ
"เจ้าชอบข้าแค่ร่างกายใช่หรือไม่? ตอนที่ซู่อู๋โจว มองไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืน ฉินชิงโหมวก็พูดขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
ประโยคนั้นทำเอาซู่อู๋โจว ถึงกับตั้งตัวไม่ทัน แทบไม่เชื่อว่า คนอย่างฉินชิงโหมว จะพูดอะไรตรงๆขนาดนี้ออกมาได้
"ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ?" ซู่อู๋โจว ถามนางอย่างจริงจัง
"ไม่ว่าจะเป็น ชิงฉือ หรือ สือเม่ย ก็ล้วนแต่ใช้ความสวยยั่วยวนเจ้าจนเจ้าลืมตัวไม่ใช่หรือ?"
"จริง ๆ แล้ว ข้ากับพวกนางก็ไม่ได้ต่างอะไรกันเลยใช่หรือไม่" ฉินชิงโหมว จ้องมอง ซู่อู๋โจว ด้วยดวงตาใสกระจ่าง
"เจ้ากำลังหึงอยู่เหรอ? ซู่อู๋โจวจู่ ๆ ก็ยิ้มออกมา
"เปล่าสักหน่อย" ฉินชิงโหมว ส่ายหน้า "แค่รู้สึกว่าเริ่มไม่เข้าใจเเจ้ามากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก่อนแม้ข้าจะไม่สามารถยอมรับเจ้าได้ แต่ข้าเชื่อว่าเเจ้าชอบข้าจริง ๆ แต่ตอนนี้... เจ้าเปลี่ยนไปมากจนทำให้ข้าเริ่มสงสัยว่าทุกอย่างก่อนหน้านี้มันอาจเป็นเรื่องโกหก"
ซู่อู๋โจว จับมือของ ฉินชิงโหมว ขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว มือของนางยังคงเย็นเฉียบ นุ่มลื่นดุจแพรไหม ซู่อู๋โจวพูดขึ้นเบา ๆ ว่า
"ต่อให้ทุกอย่างเป็นเรื่องโกหก แต่มือที่เจ้ากำลังจับอยู่ตอนนี้มันอบอุ่นนะ มันคือของจริง
คนเราต้องสวมหน้ากากหลายใบในชีวิต หน้ากากเหล่านั้นเจ็บเมื่อสวม มันปิดบังตัวตนที่แท้จริง
แต่หากต้องดึงหน้ากากออกด้วยตัวเอง มันจะฉีกลึกจนเลือดไหล แต่ถ้ามีมืออบอุ่นสักข้างมาช่วยดึงหน้ากากนั้นออกให้...ใครจะไปสนความเจ็บนั้นล่ะ?
ผู้หญิงมักว่าผู้ชายเชื่อถือไม่ได้ แต่จริง ๆ แล้ว ผู้ชายก็แค่อยากได้ความอบอุ่นในชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น"
แม้จะฟังดูงง ๆ และไม่ใช่คำอธิบายที่ชัดเจนเท่าไหร่แต่ ฉินชิงโหมว กลับยืนนิ่ง นางลืมแม้กระทั่งที่จะชักมือกลับ
"สิ่งที่ข้าหวัง ก็คือทำให้เเจ้าไม่ต้องสวมหน้ากากไปตลอดชีวิต เจ้างดงามอยู่แล้ว ไม่ต้องแบกรับความเจ็บปวดจากการปลอมตัวเป็นใครอื่น"
ระหว่างที่พูด เขายื่นมือไปลูบแก้มของฉินชิงโหมว ความรู้สึกสัมผัสนั้นช่างเย้ายวนใจ
ความอบอุ่นจากฝ่ามือทำให้ฉินชิงโหมวได้สติ นางลุกพรวดจากชิงช้า มองซู่อู๋โจวด้วยสายตาสบกันตรง ๆ แล้วจู่ ๆ หัวใจก็เต้นแรงขึ้นเป็นครั้งแรก
บนใบหน้ายังคงมีร่องรอยของความอุ่นเมื่อครู่ หัวใจของนางเต้นแรงจนรู้สึกได้ ความรู้สึกที่อุ่นนั้น... ตอนที่หายไป มันกลับทำให้นางรู้สึกโหยหาเล็กน้อย
หรืออาจเป็นเพราะความเงียบสงบของยามค่ำคืน ทำให้ใจอ่อนไหวมากเป็นพิเศษ
ฉินชิงโหมวบอกตัวเองแบบนั้น
"เจ้ารีบเข้านอนเถอะ"
ฉินชิงโหมวไม่กล้าอยู่ต่ออีกแล้ว
ซู่อู๋โจว มองดูนางเดินจากไปอย่างลนลาน เขายิ้มน้อย ๆ ผู้หญิงที่งามสง่า สงบนิ่ง และเปล่งประกายราวเทพธิดาเช่นนี้ จะไม่ให้คนตกหลุมรักได้อย่างไร และนางยังเป็นภรรยาของเขาเสียด้วย
แม้ตอนนี้จะมีชื่อแต่ไม่มีสถานะ แต่เขาก็ไม่อยากให้นางคิดว่าทุกอย่างที่เขาทำนั้นเป็นเรื่องจอมปลอม
"คุณชาย!"
สือเม่ย เห็น ซู่อู๋โจวยังนั่งบนชิงช้า มองท้องฟ้าอยู่ นางก็เอาเสื้อคลุมขนสัตว์มาคลุมให้เขา
ซู่อู๋โจวมองผู้หญิงที่ดูสวยสง่าและมีเสน่ห์อย่างสือเม่ยก็อดยอมรับไม่ได้ว่านางเหมาะสมกับตำแหน่งของนางมาก
ช่วงไม่กี่วันมานี้ สือเม่ยจัดแต่งบ้านตามคำสั่งของซู่อู๋โจวได้เรียบร้อยทุกอย่าง
"เรื่องที่เจ้าพูดเมื่อหลายวันก่อน ว่ามีค่าควรให้ข้าใช้ ตอนนี้ได้หรือยัง?" ซู่อู๋โจว นึกถึงบางเรื่อง จึงถามนางขึ้นมา
"คุณชายจะเรียกใช้เมื่อไรก็ได้เลยเจ้าค่ะ" สือเม่ยกัดริมฝีปากนิด ๆ แล้วถามด้วยเสียงเบา "คุณชาย... อยากทำที่นี่เลยหรือเจ้าคะ?"
เมื่อเห็นมือของสือเม่ยเอื้อมไปที่สายรัดชุดของนางเอง ซู่อู๋โจวก็อดนึกถึงเรือนร่างขาวเนียนในวันนั้นไม่ได้ จนรู้สึกเลือดกำเดาจะไหล
แต่... จะทำกันที่ลานบ้านเลยเหรอ?
ซู่อู๋โจว เองก็ยังรู้สึกหวั่น ๆ แบบสุด ๆ ขนาดเขาเป็นคนยุคใหม่แท้ ๆ ยังตามไม่ทันความกล้าของนาง น่าอายจริง ๆ!
แต่พอเห็นว่าสือเม่ยกำลังจะปลดสายออก เขารีบพูดว่า
"เจ้าบอกว่าคุณค่าของเจ้าไม่ใช่แค่รูปลักษณ์สินะ ต้องใช้เวลาหลายวันจึงจะพิสูจน์ได้ ตอนนี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ใช่หรือไม่?"
จริง ๆ แล้วซู่อู๋โจว ก็ไม่ใช่พระอิฐที่จะไม่หวั่นไหวอะไรเลย ใจก็มีอยากอยู่บ้าง แต่เพิ่งจะปั่นหัวฉินชิงโหมวมา ถ้ามาทำอะไรแบบนี้ต่อก็คงไม่เหมาะ ที่สำคัญคือ ฉินชิงโหมว ก็ยังอยู่ในบ้านหลังนี้ เดินแค่ไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว
แต่ยังไงซะ... ก็ไม่ยอมให้ สือเม่ย มาดูถูกได้หรอก เดี๋ยวนางจะรู้ว่าใครแน่กว่าใคร
สือเม่ย เห็นว่า ซู่อู๋โจวไม่ได้หมายถึงแบบนั้น แม้พยายามทำใจให้สงบ แต่แก้มของนางก็แดงจัดราวกับไฟ นางพยายามควบคุมความรู้สึก แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยังสั่นเล็กน้อยว่า
"ข้าเข้าใจผิดไปเองเจ้าค่ะ..."
ท่าทางเขินอายของสือเม่ยทำเอาซู่อู๋โจวแทบหลุดขำ นึกว่าจะแพ้หมดรูป ที่แท้นางก็แค่เสือกระดาษเท่านั้นเอง
"ข้าสามารถเชื่อมต่อกับนรกอเวจีได้ คุณค่าแบบนี้... มีประโยชน์กับคุณชายหรือไม่?" สือเม่ย ตอบคำถามของเขา
ซู่อู๋โจว ลุกพรวดขึ้นทันที มองตรงไปยังสือเม่ยด้วยความตกตะลึง สั่นสะเทือนในใจอย่างแรง ไม่อยากเชื่อหูตัวเอง:
"เจ้าสามารถเชื่อมต่อกับนรกอเวจีได้จริงหรือ?"