เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 ฉันจะรักษาโรคนี้เอง

บทที่ 28 ฉันจะรักษาโรคนี้เอง

บทที่ 28 ฉันจะรักษาโรคนี้เอง


"เฉินซวนงั้นเหรอ ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน นี่แกไปเรียนวิชาแพทย์มาตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย หมอที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสมองที่มีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศเลยนะ! แล้วแกล่ะ เป็นแค่ขยะที่ถูกตระกูลเฉินของเราไล่ออกไปไม่ใช่หรือไง!"

เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเหวยเจี้ยน บรรดาแพทย์ที่อยู่ในเหตุการณ์ก็แน่ใจในตัวตนของเฉินซวนทันทีว่าเขาคือไอ้สวะแห่งตระกูลเฉินที่ชื่อเฉินซวนนี่เอง!

ดังนั้น พวกเขาจึงแสดงสีหน้าเย่อหยิ่งจองหองออกมาในทันที

แพทย์สวมแว่นตาที่เป็นหัวหน้ารู้สึกหงุดหงิดมากยิ่งขึ้นในเวลานี้

เป็นแค่ไอ้สวะที่ไม่มีความรู้เรื่องการแพทย์เลยสักนิด แต่กลับกล้าพูดจาอวดดีขนาดนี้!

แพทย์สวมแว่นตาจ้องมองเฉินซวนด้วยความดูถูกเหยียดหยามและตำหนิเขาว่า "นายท่านสามตระกูลเฉินพูดชัดเจนแล้วนะ ฉันเชื่อว่าคุณไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับผู้ป่วยที่นอนอยู่บนเตียง ดังนั้น ได้โปรดออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ และอย่ามาขัดขวางการรักษาผู้ป่วยของพวกเรา!"

"นายท่านสามตระกูลเฉินงั้นเหรอ หมายถึงเขาน่ะเหรอ เขาเป็นตัวแทนของตระกูลเฉินไม่ได้หรอก!"

ร่องรอยของการดูถูกเหยียดหยามฉายชัดในดวงตาของเฉินซวน เขาชี้ไปที่เฉินเหวยเจี้ยนซึ่งยืนอยู่ด้านข้าง และเอ่ยอย่างไม่รีบร้อน

เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าของเฉินเหวยเจี้ยนก็แดงก่ำด้วยความโกรธ ในขณะที่เขากำลังจะระเบิดอารมณ์ เฉินซวนก็หันไปพูดกับแพทย์สวมแว่นตา

"คุณบอกว่าผมกำลังขัดขวางการรักษาผู้ป่วยของพวกคุณงั้นเหรอ ก็ได้ ผมขอถามหน่อย ผู้ป่วยอยู่ที่นี่มานานแค่ไหนแล้ว และจนถึงตอนนี้ การรักษาของพวกคุณมีผลลัพธ์ยังไงบ้าง!"

เมื่อได้ยินคำถามของเฉินซวน สีหน้าของแพทย์สวมแว่นตาก็ดูย่ำแย่ลงทันที

แพทย์สวมแว่นตาพยายามผลักอกเฉินซวนแต่กลับผลักไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย เมื่อนึกถึงตอนที่เฉินซวนบิดข้อมือคนอื่นจนหลุดออกจากข้อด้วยการสะบัดมือเพียงครั้งเดียว เขาก็รีบชักมือกลับ ดันแว่นตาขึ้น และเอ่ยกับเฉินซวนด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า "อาการของผู้ป่วยซับซ้อนมาก ไม่ใช่สิ่งที่จะรักษาให้หายได้ด้วยยาเพียงแค่สองสามวัน ยิ่งไปกว่านั้น คุณเองก็ไม่ใช่หมอ และไม่มีคุณสมบัติที่จะมาตั้งคำถามกับพวกเราในเรื่องเหล่านี้ด้วย กรุณาออกไปเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นผมจะให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลโยนคุณออกไป!"

ความดูถูกเหยียดหยามเอ่อล้นในดวงตาของเฉินซวน เขาแค่นเสียงเยาะ "หึ พูดง่ายๆ ก็คือพวกคุณมันก็แค่พวกหมอเถื่อน รักษาโรคไม่หายแล้วยังจะมาทำเป็นเก่งอยู่อีก พวกคุณต่างหากที่ควรจะออกไป!"

"ไอ้หนู แกพูดว่ายังไงนะ!"

เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินซวน บรรดาแพทย์ในชุดกาวน์สีขาวก็พากันโวยวายขึ้นมาทันที

"ไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง! ฉันมาจากตระกูลที่สืบทอดวิชาแพทย์แผนโบราณมากว่า 300 ปี ชื่อเสียงของพวกเราไม่มีความหมายอะไรเลยเหรอ เมื่อเทียบกับไอ้เด็กเมื่อวานซืนอย่างแก!"

"พวกเราเป็นหมอเถื่อนงั้นเหรอ แล้วแกมาจากโรงเรียนแพทย์ที่ไหนกันล่ะ ฉันสงสัยว่าแกไม่เคยเรียนแพทย์มาเลยด้วยซ้ำ! คนที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จากโรงเรียนแพทย์ที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศทั้งนั้น และพวกเขาก็เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาของตนด้วย! ถ้าพวกเราเป็นหมอเถื่อน แล้วแกล่ะเป็นตัวอะไร!"

"ต่อให้พวกเรารักษาเขาไม่หาย ก็เป็นไปไม่ได้หรอกที่เราจะยอมให้ผู้ป่วยตกไปอยู่ในมือของแก!"

"ฉันไม่สนหรอกนะว่าแกเป็นใคร แต่แกต้องขอโทษในสิ่งที่แกเพิ่งพูดออกมา! มิฉะนั้น ฉันจะฟ้องร้องแกข้อหาทำให้ชื่อเสียงของพวกเราผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ต้องเสื่อมเสีย!"

กลุ่มแพทย์เข้ามารุมล้อมเฉินซวน พร้อมกับสาดข้อกล่าวหาใส่เขา บางคนพยายามไล่เขาออกไป และบางคนถึงขั้นวางแผนจะฟ้องร้องเขาโดยตรง

เฉินเหวยเจี้ยนที่ยืนอยู่ด้านข้าง มองดูเฉินซวนถูกบรรดาแพทย์รุมล้อมและด่าทอ รอยยิ้มอันชั่วร้ายก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาอย่างพึงพอใจ

ยังไงสวะก็คือสวะอยู่วันยังค่ำ ไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็ถูกปฏิบัติราวกับเป็นขยะเสมอ

ต้องรู้ไว้ก่อนว่า คนที่ยืนอยู่ที่นี่ล้วนเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการแพทย์ยุคปัจจุบันทั้งสิ้น!

ไปตั้งคำถามกับความเชี่ยวชาญในวิชาชีพของพวกเขา คิดว่าจะรอดตัวไปได้ง่ายๆ งั้นเหรอ

"สมน้ำหน้าแล้ว ไอ้ลูกชั่วนี่มันไม่รู้จักเจียมตัว กล้ามาทำตัวอวดดีที่นี่ เดี๋ยวพวกเราจะโทรแจ้งตำรวจให้มาจับแกไปเข้าคุกเลย!"

เฉินหัวที่ยืนกุมข้อมืออยู่ด้านหลังฝูงชน มองดูเฉินซวนถูกกล่าวหาและด่าทอ รู้สึกว่าความโกรธแค้นที่อัดอั้นอยู่ในใจค่อยๆ คลายลงไปบ้าง

เฉินซวนรู้สึกรำคาญคนพวกนี้ที่ทำตัวเหมือนแมลงวันเอามากๆ แต่ฉากเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ ไม่มากพอที่จะทำให้เขาต้องบันดาลโทสะหรอกนะ

"พูดจาไร้สาระไปตั้งมากมายมีประโยชน์อะไร ในเมื่อพวกคุณก็ยังรักษาอาการป่วยของคุณปู่ผมไม่หายอยู่ดีไม่ใช่หรือไง"

สีหน้าของเฉินซวนเรียบเฉย ประโยคที่เอื้อนเอ่ยออกมาอย่างไม่รีบร้อน ทำให้ทุกคนหุบปากฉับลงทันที ราวกับถูกยัดแมลงวันตายเข้าปาก

แพทย์สวมแว่นตากลั้นใจอยู่นาน ก่อนจะกัดฟันและเอ่ยกับเฉินซวนว่า "ฟังดูเหมือนคุณจะรักษาได้งั้นเหรอ ต่อให้คุณจะรักษาได้ คุณก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะมารักษานายท่านผู้เฒ่าเฉินหรอก! เพราะคุณไม่มีแม้แต่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้วยซ้ำ! ดังนั้น ไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพอย่างคุณ จึงไม่มีค่าพอที่จะมาตั้งคำถาม..."

"ถ้าผมรักษาเขาไม่หาย หรือทำให้เขาตาย ผมยินดีรับผิดชอบทางอาญา จะให้คนมาจับผมไป หรือแม้แต่ประหารชีวิตผมก็ได้ แล้วพวกคุณล่ะ กล้าทำแบบผมหรือเปล่า"

จู่ๆ เฉินซวนก็โพล่งประโยคนี้ขึ้นมา

แพทย์สวมแว่นตารู้สึกราวกับหน้าอกกำลังจะระเบิด คำพูดติดอยู่ที่คอหอย แต่เขากลับไม่สามารถเปล่งคำว่า "กล้า" ออกมาได้เลย!

เพราะเขาเป็นคนมีเหตุผล อาการป่วยของนายท่านผู้เฒ่าเฉินอี้ซิงยังหาสาเหตุไม่ได้เลย นับประสาอะไรกับการรักษาล่ะ!

ถ้าเขาพูดคำว่า "กล้า" ออกไป แล้วหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น

ถ้าเขารักษาคนจนตาย เขาจะต้องรับผิดชอบจริงๆ งั้นเหรอ

"ไอ้เด็กนี่มันน่ารำคาญจริงๆ นี่มันเป็นการพูดจาเล่นลิ้นชัดๆ! มีหมอคนไหนที่รักษาผู้ป่วยแล้วกล้ารับประกันร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะช่วยชีวิตคนได้บ้าง แม้แต่โรงพยาบาลด้านระบบประสาทชั้นนำในเยี่ยนจิง หมอพวกนั้นก็ยังไม่กล้ารับประกันแบบนี้เลย! แล้วฉันก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยนะว่ามีใครต้องติดคุกเพราะรักษาผู้ป่วยไม่หาย! หึ!"

แพทย์สวมแว่นตาพูดไม่ออก แต่ใครบางคนที่อยู่ด้านหลังเขาก็ยังคงพูดจาโต้แย้งเฉินซวนกลับมา

"พวกคุณไม่กล้า! แต่ผมกล้า นั่นคือเหตุผลที่ทำให้พวกคุณไม่มีคุณสมบัติที่จะอยู่ที่นี่อีกต่อไป! ถ้าพวกคุณยังมาขวางทางผมอีก ก็อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจก็แล้วกัน!"

เฉินซวนขี้เกียจจะเปลืองน้ำลายต่อไป เขาก้าวไปข้างหน้า และพลังปราณก็พลุ่งพล่านออกมาจากร่างกายของเขา

แล้วกลุ่มแพทย์ที่อ่อนแอเหล่านี้จะต้านทานได้อย่างไร พวกเขาต่างก็ตกใจและเซถอยหลังไปทีละคน

เมื่อเห็นเช่นนั้น เฉินเหวยเจี้ยนก็เตรียมจะก้าวไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณ

แต่เมื่อเขาก้าวออกไปและสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่พุ่งเข้าใส่หน้า สีหน้าของเขาก็อดไม่ได้ที่จะเคร่งเครียดลง เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบากและถอยกลับมา

"พ่อครับ..."

ดวงตาของเฉินหัวเต็มไปด้วยความสับสน เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเฉินเหวยเจี้ยนถึงไม่ยอมห้ามเฉินซวนเอาไว้

"อย่าเข้าไปใกล้เขานะ ไอ้... ไอ้ลูกชั่วนี่มันไปบำเพ็ญปราณแท้ที่ลึกล้ำมาจากไหนก็ไม่รู้ แถมยังแผ่พลังออกมาภายนอกได้ด้วย บางทีมันอาจจะบรรลุถึงขั้นผู้ฝึกยุทธ์ระดับปฐพีแล้วก็ได้!"

เฉินเหวยเจี้ยนรีบดึงตัวลูกชายเอาไว้และกระซิบเตือนด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด

"เป็นไปได้ยังไงกัน"

เมื่อได้ยินดังนั้น เฉินหัวก็เบิกตากว้างจนสุด ในขณะเดียวกัน หยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ก็ผุดพรายลงมาตามหน้าผาก ท่าทางของเขาราวกับเพิ่งเปียกฝนมาหมาดๆ เขารู้สึกอยากจะหนีไปจากที่นี่ และเท้าของเขาก็เตรียมจะก้าวออกไปแล้ว

"ก็ได้! พวกเราจะยอมให้แก ไอ้เด็กเมื่อวานซืน เป็นคนรักษาเขา แต่ถ้าอาการของนายท่านผู้เฒ่าเฉินแย่ลงหรือเขาตายไป พวกเราจะโทรแจ้งตำรวจทันที และตั้งข้อหาฆาตกรรมแกแน่!"

ในตอนนั้นเอง แพทย์สวมแว่นตาก็ระเบิดอารมณ์โกรธออกมา

เท้าของเฉินหัวชะงักงันลงทันที เขาจ้องเขม็งไปที่แผ่นหลังของเฉินซวนที่กำลังนั่งอยู่ข้างเตียง พลางครุ่นคิดด้วยความเจ็บใจ

"ต่อให้ความสามารถด้านวิชายุทธ์ของแกในตอนนี้จะเก่งกาจถึงขั้นท้าทายสวรรค์ได้ แต่แกก็ไม่มีทางรักษาอาการป่วยของคุณปู่ได้หรอก ตราบใดที่แกรักษาเขาไม่หาย พวกเราก็จะแจ้งตำรวจให้มาจับแกไป ฉันไม่เชื่อหรอกว่าแกจะกล้าต่อต้านตำรวจน่ะ!"

เมื่อคิดทบทวนได้ดังนี้ เหงื่อบนร่างกายของเฉินหัวก็ค่อยๆ แห้งเหือดไป

ห้องพักผู้ป่วยตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้าในทันที

ไม่มีใครปริปากพูดอะไร ทุกคนเอาแต่จ้องมองเฉินซวนเป็นตาเดียว

พวกเขาอยากจะเห็นนักว่าเฉินซวนมีความสามารถอะไรซ่อนอยู่ ถึงได้กล้าพูดจาโอ้อวดว่าจะช่วยชีวิตนายท่านผู้เฒ่าได้!

จบบทที่ บทที่ 28 ฉันจะรักษาโรคนี้เอง

คัดลอกลิงก์แล้ว