- หน้าแรก
- เทพอสูรบรรพกาลสะท้านมหานคร
- บทที่ 27 การมาเยี่ยมคุณปู่
บทที่ 27 การมาเยี่ยมคุณปู่
บทที่ 27 การมาเยี่ยมคุณปู่
"เพื่อนเอ๋ย ได้เวลาไปโรงเรียนแล้ว!"
รุ่งสางของวันถัดมา ขณะที่ท้องฟ้าเริ่มทอแสงสีขาวหม่นราวกับท้องปลา หงเสี่ยวหมิงก็เตรียมพร้อมที่จะปลุกเฉินซวนเพื่อไปโรงเรียน
"อะไรนะ นายมีเงินแล้วยังคิดจะไปโรงเรียนอยู่อีกเหรอ"
เฉินซวนรู้สึกขบขันเล็กน้อย ผ่านไปเพียงแค่วันเดียว สัญชาตญาณของการเป็นเด็กเรียนเก่งของหงเสี่ยวหมิงก็เผยออกมาให้เห็นเสียแล้ว
"แน่นอนสิ!"
หงเสี่ยวหมิงยืนเท้าสะเอว สีหน้าไม่เปลี่ยน ไม่มีความรู้สึกกระดากอายแม้แต่น้อย ท่าทางดูสมเหตุสมผลอย่างที่สุด
"วันนี้ฉันไม่ไปหรอก ฝากลาครูให้ด้วยล่ะ เดี๋ยวฉันต้องไปที่โรงพยาบาลเพื่อหาซื้อสมุนไพรสักหน่อย ถังเตาจำเป็นต้องใช้น่ะ" เฉินซวนเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม
"พี่น้องที่ดี! งั้นฉันไปก่อนนะ!"
นัยน์ตาของหงเสี่ยวหมิงรื้นไปด้วยน้ำตา เขาตบไหล่เฉินซวนด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนจะหันหลังและวิ่งออกไป
เขาไม่อยากรับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กให้ถังเตาอย่างแน่นอน
เมื่อเฉินซวนเต็มใจที่จะรับหน้าที่นี้ เขาย่อมต้องดีใจเป็นธรรมดา
ไม่ว่าจะเป็นเพราะสภาพร่างกาย หรือเพราะดูทีวีดึกเกินไป ถังเตาก็ยังคงหลับสนิทอยู่บนโซฟา
เฉินซวนปรายตามองถังเตาแต่ก็ไม่ได้ปลุก เขาเพียงแค่ปิดประตู เรียกแท็กซี่ และมุ่งหน้าตรงไปยังโรงพยาบาลเมืองจินเหมิน
การซื้อยาให้ถังเตาก็เป็นเรื่องหนึ่ง ทว่าในความเป็นจริง เฉินซวนมีธุระอีกอย่างที่ต้องจัดการ
เฉินซวนมาที่โรงพยาบาลแห่งนี้ก็เพื่อมาเยี่ยมคุณปู่ของเขา นายท่านผู้เฒ่าเฉินอี้ซิง
หากไม่ใช่เพราะคุณปู่ล้มป่วยกะทันหันและถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล ต่อให้เขาจะไร้ประโยชน์สักแค่ไหน เขาก็ไม่มีวันถูกขับไล่ออกจากตระกูลเฉินอย่างแน่นอน
นั่นเป็นเพราะในตระกูลเฉิน แม้ลุงของเขาจะครองตำแหน่งผู้นำตระกูลอย่างมั่นคง แต่ตราบใดที่คุณปู่เอ่ยปาก มันก็คือประกาศิตสูงสุดของทั่วทั้งตระกูลเฉิน คุณปู่ย่อมต้องปกป้องเขา
ต่อให้ลุงของเขา ผู้นำตระกูลเฉินเหวยเฉวียน จะเกลียดชังเขา เขาก็คงไม่กล้าขับไล่เขาออกจากบ้านในขณะที่คุณปู่เพิ่งจะล้มป่วยได้เพียงไม่กี่วันหรอก
สาเหตุหลักเป็นเพราะในวันนั้น เฉินหัว ลูกชายของอาสามเฉินเหวยเจี้ยน ได้เข้ามาหยามเกียรติเขา เขาจึงตอบโต้ด้วยการซัดหมัดเข้าใส่
ผลก็คือ หลังโดนไปเพียงหมัดเดียว เฉินหัวก็ลงไปนอนกองกับพื้น พร้อมกับร้องโวยวายว่าเฉินซวนพยายามจะฆ่าเขา
การแสดงละครตบตาของเฉินหัวสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วทั้งตระกูลเฉิน
แม้ว่าผู้นำตระกูลเฉินเหวยเฉวียนจะรู้ดีว่า เฉินซวนไม่ได้เป็นแม้กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ แล้วเขาจะไปมีปัญญาอัดเฉินหัวจนลุกไม่ขึ้นได้อย่างไร
ทว่า ผู้นำตระกูลเฉินเหวยเฉวียนก็ยังคงใช้ข้ออ้างที่ว่าเฉินซวนเป็นขยะด้านวิชายุทธ์และนำความเสื่อมเสียมาสู่ตระกูล เพื่อขับไล่เขาออกไป
เฉินซวนจดจำความแค้นในอดีตชาติฝังลึกไว้ในใจ
เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นการชักใยของหวังฉู่ทั้งสิ้น!
การที่คุณปู่ล้มป่วยกะทันหัน ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และตกอยู่ในอาการโคม่า ตามมาติดๆ ด้วยการที่เขาถูกขับไล่ออกจากตระกูลเฉิน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่มีทางเป็นเรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน!
เมื่อหาหมายเลขห้องพบแล้ว เฉินซวนก็ขึ้นลิฟต์ตรงไปยังชั้นนั้นทันที
เมื่อมาถึงชั้นที่เป็นห้องพักผู้ป่วยระดับวีไอพี จำนวนผู้คนก็เบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด
บริเวณหน้าห้องพักผู้ป่วยของคุณปู่ มีคนสองคนนั่งอยู่บนเก้าอี้สาธารณะใกล้ๆ
เห็นได้ชัดว่าสองคนนี้มาทำหน้าที่เฝ้ายาม
เฉินซวนเดินตรงเข้าไปหา ซึ่งนั่นย่อมดึงดูดความสนใจของพวกเขาทันที
"คุณชายเฉินซวนงั้นเหรอ"
คนหนึ่งเห็นเฉินซวนเดินเข้ามาก็แสดงอาการประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด
"หึ มันโดนไล่ออกจากตระกูลเฉินไปแล้ว สวะอย่างมันยังมีหน้ามาใช้คำว่าคุณชายอีกเหรอ อย่ามาตลกน่า!"
อีกคนปรายตามองเฉินซวนด้วยความดูถูกเหยียดหยาม และไม่ลืมที่จะเอ่ยถากถางเพื่อนของตน
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาทั้งสองคนรู้จักเฉินซวน
เมื่อเฉินซวนก้าวมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องพักผู้ป่วย ทั้งสองคนก็ลุกขึ้นยืนขวางทางเขาไว้โดยสัญชาตญาณ
"ฉันไม่อยากเปลืองน้ำลายกับพวกแก ฉันจะเข้าไปเยี่ยมคุณปู่"
สายตาของเฉินซวนยังคงสงบนิ่ง เขาไม่ใส่ใจคำพูดของพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย
"ฉันก็ไม่อยากเปลืองน้ำลายกับแกเหมือนกันว่ะไอ้หนู นายท่านสามสั่งกำชับไว้เด็ดขาดว่าคนของตระกูลเฉินทุกคนสามารถเข้าไปได้! ยกเว้นไอ้สวะอย่างแกคนเดียวเท่านั้นที่ห้ามเข้า!"
คนที่พูดจาถากถางก่อนหน้านี้มองดูเฉินซวนที่สวมใส่เสื้อผ้าธรรมดาๆ ด้วยท่าทีรังเกียจมากยิ่งขึ้น นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
"คุณชายเฉินซวน คุณ... คุณกลับไปดีกว่าครับ นายท่านสามอยู่ข้างใน ถ้าท่านเห็นคุณเข้า..."
อีกคนมองเฉินซวนด้วยความเวทนาอยู่บ้าง จึงเอ่ยปากแนะนำด้วยความหวังดี
แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ เฉินซวนก็เงื้อรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ และตบหน้าคนที่พูดจาดูถูกเขาฉาดใหญ่
เพียะ!
เสียงตบหน้าดังก้องกังวาน
วินาทีต่อมา อีกคนก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นเพื่อนของตนถูกตบกระเด็นลอยไปตามแรงตบของเฉินซวน คนที่พวกเขาตราหน้าว่าเป็นเพียงขยะ
ร่างของชายคนนั้นล้มกระแทกพื้น ใบหน้าไถลครูดไปตามพื้นไกลถึงสามสี่เมตรก่อนจะหยุดนิ่ง
"ก็เพราะเขาอยู่ข้างในไงล่ะ ฉันถึงต้องเข้าไป! หลีกไป!"
เฉินซวนเอ่ยอย่างราบเรียบ ถ้อยคำที่ไร้อารมณ์ของเขาทำให้อีกฝ่ายหดคอหนีด้วยความหวาดกลัวสุดขีด และรีบหลีกทางให้ทันที
เฉินซวนที่อยู่เบื้องหน้าให้ความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้!
ยิ่งไปกว่านั้น กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากเฉินซวนก็น่าสะพรึงกลัวจนแทบหยุดหายใจ!
คนข้างในคงจะได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจากด้านนอกแล้ว
ฟึ่บ!
วินาทีที่เฉินซวนผลักประตูและก้าวเท้าเข้าไป ใครบางคนก็พุ่งพรวดเข้าหาเขา พร้อมกับกางกรงเล็บหมายจะควักลูกตาของเขา!
เป็นกระบวนท่าที่อำมหิตยิ่งนัก!
ทว่าสีหน้าของเฉินซวนกลับไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นเล็กน้อยและล็อกข้อมือของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น
"โอ๊ย..."
เฉินซวนออกแรงบีบ บิดข้อมือของอีกฝ่ายจนหลุดออกจากข้อในทันที และในวินาทีต่อมา เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังลั่นออกมา
เมื่อเห็นคนผู้นั้นร้องครวญคราง แววตาอันสงบนิ่งของเฉินซวนก็ค่อยๆ เผยประกายความเย็นชาเยือกเย็นออกมา
ผู้ที่ลอบโจมตี!
คือตัวการสำคัญที่ทำให้เขาต้องถูกขับไล่ออกจากตระกูลเฉิน!
เฉินหัว!
"เฉินซวน แก ไอ้ลูกชั่ว แกทำอะไรน่ะ ปล่อยลูกชายฉันเดี๋ยวนี้นะ!"
เฉินหัวถูกเฉินซวนสยบลงในชั่วพริบตา ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ข้อมือทำให้เขาทรุดตัวลงคุกเข่า ขณะที่เขากำลังร้องครวญคราง เฉินเหวยเจี้ยนผู้เป็นพ่อซึ่งยืนอยู่ด้านหลังก็จดจำเฉินซวนได้แล้ว สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไปมาระหว่างความโกรธเกรี้ยวและความลังเลใจ ก่อนจะตวาดลั่น
"เฉิน เฉินซวน! โอ๊ย มือฉัน แก ไอ้สวะ... แกกล้าตีฉันเหรอ ปล่อยฉันนะ! แกตายแน่! แกตายแน่..."
เฉินหัวที่คุกเข่าอยู่บนพื้นก็จำเฉินซวนได้แล้วเช่นกัน ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาของเขาบัดนี้บิดเบี้ยวเหยเกไปหมด เขาจ้องเขม็งไปที่เฉินซวน นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง และเอ่ยคำขู่ไม่หยุดปาก
เฉินซวนสะบัดมือเหวี่ยงเฉินหัวกระเด็นไปด้านข้าง สายตาอันเย็นชาของเขาจับจ้องไปยังเฉินเหวยเจี้ยนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม
ส่วนเฉินเหวยเจี้ยน ในวินาทีที่เขาสบตากับเฉินซวน เขาก็รู้สึกได้ถึงความหนาวเหน็บที่แล่นปราดไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย!
เฉินเหวยเจี้ยนได้แต่มองเฉินซวนก้าวเดินผ่านเขาไปอย่างเหม่อลอย เขาไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว!
"คุณเป็นใคร คุณจะเข้ามาใกล้ผู้ป่วยตามอำเภอใจแบบนี้ไม่ได้นะ!"
นายแพทย์วัยกลางคนสวมแว่นตาเอ่ยตำหนิเฉินซวน
ในที่สุดเฉินเหวยเจี้ยนก็ดึงสติกลับมาได้ เขารีบเข้าไปประคองเฉินหัวลูกชายขึ้นมา พร้อมกับออกแรงผลักเบาๆ
"โอ๊ย ไอ้... ไอ้ลูกชั่วนี่ มันไปเอาความเก่งกาจแบบนี้มาจากไหนกัน"
เฉินหัวร้องครวญคราง หลังจากที่ข้อมือถูกดึงกลับเข้าที่ เขาก็กัดฟันแน่น จ้องมองแผ่นหลังของเฉินซวนเขม็ง นัยน์ตาของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความอาฆาตแค้นอันรุนแรง
"ลูก อย่าเข้าไปใกล้มันนะ พ่อสัมผัสได้ว่ากลิ่นอายของไอ้ลูกชั่วนี่มั่นคงมาก เกรงว่าระดับปราณแท้ของมันคงจะไม่ธรรมดาแน่!"
เฉินเหวยเจี้ยนเป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับเร้นลับและมีวิสัยทัศน์ที่เฉียบแหลมพอตัว ด้วยเกรงว่าลูกชายจะวู่วามจนต้องเจ็บตัวอีก เขาจึงเอ่ยเตือน
"มันไม่ได้เป็นแค่ขยะหรอกเหรอ"
เฉินหัวทั้งสงสัยและสับสน เขารู้สึกแปลกใจที่เฉินเหวยเจี้ยนไม่ยอมลงมือจัดการกับเฉินซวน
"รอดูสถานการณ์ไปก่อนเถอะ"
เฉินเหวยเจี้ยนมองเฉินซวน แววตาของเขาสั่นไหว ไม่รู้ว่ากำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่
ขณะที่เฉินซวนกำลังเดินเข้าไปใกล้เตียงผู้ป่วย แพทย์เหล่านั้นก็เข้ามาขวางทางเขาเอาไว้
"พวกเรากำลังพูดกับคุณอยู่นะ! ไม่ได้ยินหรือไง คุณจะเข้าไปใกล้ผู้ป่วยไม่ได้นะ!"
แพทย์สวมแว่นที่เพิ่งเอ่ยปากตำหนิเมื่อครู่ คราวนี้ถึงกับเอามือมาทาบหน้าอกเฉินซวนโดยตรง และพยายามจะผลักเขาออกไปในขณะที่พูด
"คนที่นอนอยู่บนเตียงคือคุณปู่ของผม ผมมาที่นี่เพื่อรักษาคุณปู่!"
เฉินซวนกวาดสายตามองแพทย์ที่อยู่รอบๆ แล้วเอ่ยอย่างราบเรียบ
คำพูดของเฉินซวนประโยคนี้ ทำให้ทุกคนในที่นั้นถึงกับตะลึงงันไปตามๆ กัน
นี่เฉินซวนมีความรู้เรื่องการแพทย์ด้วยอย่างนั้นหรือ