- หน้าแรก
- ปลุกพลังวิเศษเหนือมนุษย์ด้วยผลไม้จากเกาะลึกลับ
- บทที่ 6 - เนื้อแกไม่สด ฉันไม่ชอบ
บทที่ 6 - เนื้อแกไม่สด ฉันไม่ชอบ
บทที่ 6 - เนื้อแกไม่สด ฉันไม่ชอบ
บทที่ 6 - เนื้อแกไม่สด ฉันไม่ชอบ
หลังจากดีใจอย่างบ้าคลั่งพักหนึ่ง หลินลี่ก็เก็บซ่อนอารมณ์ตื่นเต้นของตัวเองเอาไว้ เขาลุกขึ้นจากพื้นหญ้าที่เปียกชุ่ม แล้วเดินแกมวิ่งมาที่หน้าต้นไม้เล็กๆ แสนธรรมดาที่อยู่ตรงกลางเกาะ
"ไม่คิดเลยว่าเห็นแกหน้าตาธรรมดาๆ ดูขาดสารอาหารแบบนี้ ที่แท้จะเป็นของล้ำค่า"
หลินลี่จ้องมองพิจารณาต้นไม้เล็กๆ หน้าตาขี้เหร่ที่สูงเพียงสองเมตรตรงหน้าอย่างละเอียด พลางคิดในใจ
"ตอนแรกที่ฉันมาถึงเกาะลึกลับแห่งนี้ ต้นไม้เล็กๆ ต้นนี้มันยังไม่มีผลไม้อยู่เลยนี่นา ทำไมไม่เจอกันแค่วันเดียว ถึงมีผลไม้มหัศจรรย์งอกออกมาได้ล่ะ
ในเมื่อมันสามารถงอกออกมาได้หนึ่งผล นั่นก็แปลว่ามันยังสามารถงอกผลที่สองออกมาได้อีกใช่ไหม? แล้วฉันจะต้องทำยังไงให้มันงอกผลไม้เล็กๆ ออกมาได้อีกล่ะ?"
ขณะที่หลินลี่จ้องมองต้นไม้เล็กๆ ตรงหน้าด้วยความสงสัยเต็มประดา เขาก็ยื่นมือออกไปสัมผัสลำต้นของมัน
ทันทีที่นิ้วของเขาสัมผัสกับลำต้น ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับต้นไม้เล็กๆ ต้นนี้ก็ปรากฏขึ้นในสมองของเขาราวกับเสกได้
"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ถ้าอยากให้ต้นไม้มหัศจรรย์ต้นนี้เติบโตแข็งแรงต่อไป และงอกผลไม้มหัศจรรย์แบบนั้นออกมาอีก จำต้องใช้เลือดเนื้อของสัตว์อสูรจำนวนมหาศาล!"
หลินลี่ที่ได้รับรู้วิธีเพาะปลูกต้นไม้มหัศจรรย์ เผยรอยยิ้มเบิกบานใจออกมา เขาตัดสินใจว่าพรุ่งนี้จะไปซื้อเนื้อสัตว์อสูรที่ตลาดมาทดลองดูว่าวิธีนี้จะได้ผลหรือไม่
ลูกไฟที่เขาใช้พลังวิเศษสร้างขึ้นมาเมื่อครู่นี้ เผาผลาญพลังวิญญาณในร่างกายของเขาไปจนเกือบหมดเกลี้ยง
พอหลินลี่ตัดสินใจว่าพรุ่งนี้เช้าจะไปซื้อเนื้อสัตว์อสูรที่ตลาด จู่ๆ เขาก็หน้ามืด แล้วก็ถูกดีดตัวออกจากเกาะลึกลับแห่งนี้เหมือนคราวก่อน
หลังจากที่หลินลี่หายตัวไป เกาะลึกลับก็กลับคืนสู่ความสงบ ผิวน้ำที่ราบเรียบไร้ระลอกคลื่น หมอกสีขาวโพลนที่ลอยอ้อยอิ่ง ต้นไม้มหัศจรรย์ที่ดูขาดสารอาหาร หากไม่ใช่เพราะพื้นหญ้าริมเกาะยังคงเปียกชุ่ม ทุกอย่างก็แทบจะไม่มีอะไรต่างไปจากเดิมเลย
...
"ซี้ด..."
"ปวดหัวชะมัด..."
หลินลี่ที่ปรากฏตัวขึ้นบนโซฟาราวกับเสกได้ ยกมือขวาขึ้นมาเคาะหัวตัวเอง ผ่านไปครึ่งนาทีถึงค่อยยังชั่ว
"เฮ้อ ถึงความเจ็บปวดนี้จะยังอยู่ในระดับที่ฉันพอทนได้ แต่ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องหาเรื่องใส่ตัวแบบนี้เลย วันหลังจะใช้พลังวิญญาณก็ต้องระวังหน่อย จะใช้จนหมดเกลี้ยงแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว"
เมื่ออาการปวดหัวหายไป หลินลี่ก็ลองกะเวลาที่พลังวิญญาณจะฟื้นฟูจนเต็มดูอีกครั้ง แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักไป
"นี่มัน... ทำไมความเร็วในการฟื้นฟูพลังวิญญาณของฉันถึงได้เร็วขึ้นขนาดนี้เนี่ย?
หรือว่าผลไม้มหัศจรรย์นั่นจะช่วยปรับปรุงพรสวรรค์ในการฝึกฝนของฉันได้ด้วย?"
ถ้าบอกว่าก่อนหน้านี้ตอนที่หลินลี่ใช้พลังวิญญาณจนหมด เขาต้องใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆ กว่าพลังวิญญาณจะฟื้นฟูกลับมาจนเต็มเปี่ยม แต่ตอนนี้ เวลาในการฟื้นฟูกลับลดลงไปถึงหนึ่งในสาม
เมื่อสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินในร่างกาย หลินลี่ก็เผยรอยยิ้มดีใจอย่างบ้าคลั่งออกมาอีกครั้ง คืนนี้คงเป็นคืนที่เขานอนไม่หลับอย่างแน่นอน
...
เช้าตรู่วันต่อมา ทันทีที่แสงแรกของวันสาดส่องมาจากทิศตะวันออก หลินลี่ที่นอนพลิกไปพลิกมาทั้งคืนก็รีบเลิกผ้าห่มลงจากเตียงทันที เขาแต่งตัวเสร็จก็วิ่งไปล้างหน้าแปรงฟันที่ห้องน้ำ
กระบวนการล้างหน้าแปรงฟันทั้งหมดเขาใช้เวลาไปไม่ถึงสามนาทีด้วยซ้ำ พอเสร็จสรรพ เขาก็รีบพุ่งพรวดออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังตลาด โดยที่ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลยด้วยซ้ำ
บรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเริ่มเปิดร้านกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ตอนที่หลินลี่มาถึงตลาด ก็มีคนมาเดินเลือกซื้อกับข้าวตามแผงต่างๆ ไม่น้อยแล้ว
เป้าหมายของหลินลี่ชัดเจนมาก เขาเดินผ่านแผงขายผักธรรมดาๆ มุ่งตรงไปยังร้านที่ตกแต่งอย่างหรูหราซึ่งอยู่ด้านในตลาดทันที
ร้านนี้เป็นร้านที่ขายเฉพาะเนื้อสัตว์อสูรโดยเฉพาะ ถึงแม้ราคาเนื้อสัตว์อสูรจะแพงกว่าเนื้อธรรมดาทั่วไปมาก แต่ก็ยังมีคนมาซื้อที่นี่กันเยอะพอสมควร
ตอนที่หลินลี่มาถึงหน้าร้านขายเนื้อสัตว์อสูรแห่งนี้ ก็มีคนต่อคิวซื้อเนื้อกันยาวเหยียดแล้ว
"คนเยอะจังแฮะ! รู้งี้ตื่นออกจากบ้านให้เร็วกว่านี้ก็ดี" บ่นพึมพำในลำคอแล้ว หลินลี่ก็เดินไปต่อท้ายแถว
"เถ้าแก่ เนื้อสัตว์อสูรพวกนี้ของเมื่อไหร่เนี่ย?"
"เฒ่าจาง พี่วางใจได้เลย! เนื้อสัตว์อสูรของฉันสดใหม่แน่นอน เพิ่งรับของมาเมื่อเช้านี้เอง
พ่อค้าส่งที่ส่งเนื้อสัตว์อสูรพวกนี้มาให้ฉันบอกว่า สัตว์อสูรพวกนี้ตายมาไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมง"
หลังจากต่อคิวอยู่สิบกว่านาที ในที่สุดก็ถึงคิวของหลินลี่เสียที
"พ่อหนุ่ม จะเอาเท่าไหร่ล่ะ?" เถ้าแก่ร้านขายเนื้อที่สวมผ้ากันเปื้อน ในมือถือมีดแล่เนื้อที่เป็นมันเงาวับ เห็นชายหนุ่มอย่างหลินลี่มาซื้อเนื้อตั้งแต่เช้าตรู่แบบนี้ ก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
เพราะปัจจุบันนี้ การจะเจอคนหนุ่มสาวที่ตื่นเช้ามาตลาดแบบนี้ เรียกได้ว่ายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก
"เอาสามชั่งครับ!" หลินลี่คิดในใจว่าจะลองทดสอบดูก่อน เขาจึงไม่ได้ซื้อไปเยอะนัก
"ได้เลย" เถ้าแก่ร้านพยักหน้า ลงมีดสับเนื้อสัตว์อสูรสามชั่งให้หลินลี่อย่างคล่องแคล่ว
"ติ๊ด" รับเนื้อสัตว์อสูรสามชั่งที่เถ้าแก่ส่งมาให้ หลินลี่ก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋า สแกนคิวอาร์โค้ดจ่ายเงินไปสามร้อยหยวน
สิ่งที่หลินลี่ซื้อคือเนื้อสัตว์อสูรหมูป่า ราคากิโลละร้อยหยวน ส่วนเนื้อหมูเลี้ยงธรรมดา ตอนนี้ราคาประมาณยี่สิบกว่าหยวน ต่างกันเกือบห้าเท่าเลยทีเดียว
หลังจากซื้อเนื้อสัตว์อสูรเสร็จ หลินลี่ก็รีบเดินจ้ำอ้าวออกจากตลาดทันที ตอนนี้เขาแทบจะทนรอไม่ไหว อยากจะหาที่ลับตาคนแล้วเข้าไปในเกาะลึกลับแห่งนั้นใจจะขาดอยู่แล้ว
...
ออกจากตลาด หลินลี่ข้ามถนนแล้วเดินเข้าไปในสวนสาธารณะที่อยู่ใกล้ๆ ตลาด
เนื่องจากสวนสาธารณะแห่งนี้มีพื้นที่ไม่ใหญ่นัก แถมทำเลยังค่อนข้างลับตาคน ดังนั้นตอนเช้าจึงมีคนมาออกกำลังกายที่นี่ไม่กี่คน
ตอนแรกที่เข้ามาในสวนสาธารณะ หลินลี่ตั้งใจจะหาป่าทึบๆ ที่ไม่มีคนเพื่อหลบเข้าไปในเกาะลึกลับโดยตรง
แต่พอคิดไปคิดมา เขาก็รู้สึกว่าเพลย์เซฟหน่อยดีกว่า เขาจึงเดินเข้าไปในห้องน้ำสาธารณะของสวนสาธารณะ หาห้องน้ำที่ว่างอยู่ ล็อกประตูให้เรียบร้อย จากนั้นก็รวบรวมสมาธิ แสงพลังวิญญาณสีทองอ่อนสว่างวาบขึ้นบนร่าง แล้วเขาก็หายตัวไปจากห้องน้ำ
...
เกาะอันแห้งแล้ง ต้นไม้ธรรมดาๆ ผิวน้ำที่ราบเรียบ หมอกสีขาวโพลน ทุกอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากตอนที่หลินลี่จากไปเมื่อคืนนี้เลย
หลินลี่ที่ปรากฏตัวขึ้นบนเกาะลึกลับ ล้วงเอาเนื้อสัตว์อสูรที่เพิ่งซื้อมาออกจากถุงพลาสติก แล้วนำไปวางไว้ใต้ต้นไม้มหัศจรรย์
หนึ่งนาที สองนาที ห้านาที
หลินลี่จ้องมองเนื้อสัตว์อสูรที่วางอยู่ใต้ต้นไม้เต็มๆ ห้านาที แต่ก็ไม่เห็นว่าเนื้อสัตว์อสูรที่เขาซื้อมาจะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เลย
"ทำไมไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยล่ะ? หรือว่าข้อมูลที่โผล่ขึ้นมาในหัวฉันเมื่อวานนี้มันจะผิด?"
ขณะที่หลินลี่กำลังผิดหวังสุดๆ ข้อมูลสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาในหัวของเขาอย่างกะทันหัน
'เนื้อสัตว์อสูรตรงหน้าไม่สดพอ จำเป็นต้องใช้เนื้อของสัตว์อสูรที่เพิ่งตายไม่เกินหนึ่งชั่วโมง'
"..."
หลังจากเห็นข้อมูลที่จู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาในหัว หลินลี่ก็ถึงกับชะงักงัน เขาคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าต้นไม้มหัศจรรย์ต้นนี้ จะเรื่องมากกับระดับความสดของเนื้อสัตว์อสูรด้วย นี่มันผิดคาดไปจริงๆ
...
(จบแล้ว)