เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 เพลิงเผาวัดกวนอิม (2)

บทที่ 3 เพลิงเผาวัดกวนอิม (2)

บทที่ 3 เพลิงเผาวัดกวนอิม (2)


กล่าวถึงซุนหงอคง เมื่อมาถึงเขาเฮยเฟิง ก็พบปีศาจสามตนจริง ๆ

นั่นคือ ชายร่างดำ นักพรต และบัณฑิตชุดขาว

ทั้งสามกำลังรวมตัวกันพูดคุยว่าจะจัดงานอะไรสักอย่างชื่อว่า งานชมจีวรพุทธะ ในวันมะรืน

ซุนหงอคงได้ยินแล้วโทสะพลุ่งพล่าน กระโดดลงไปทันที ฟาดกระบองครั้งเดียวสังหารบัณฑิตชุดขาว จากนั้นก็ไล่ตามชายร่างดำ

ชายร่างดำหนีกลับเข้า ถ้ำเฮยเฟิง ไปหยิบอาวุธและสวมเกราะ ก่อนออกมารับศึกกับซุนหงอคง

ทั้งสองประมือกันยกหนึ่ง แต่ยังไม่รู้แพ้รู้ชนะ

อ้าวถูที่เฝ้ามองจากกลางอากาศ ยิ่งรู้สึกว่าซุนหงอคงร้ายกาจยิ่งนัก

หากเป็นเขาลงไปสู้ เกรงว่าคงต้านได้ไม่กี่กระบวนท่าก็ต้องล่าถอย

มีเพียงเมื่ออยู่ในน้ำ และอาศัยพรสวรรค์ของเผ่ามังกรเท่านั้น จึงพอประมือได้สักพัก

ทั้งสองสู้กันอยู่ครึ่งวัน

สุดท้ายปีศาจหมีดำถอยกลับเข้าถ้ำ

ซุนหงอคงบุกเข้าประตูไม่ได้ จึงต้องกลับไปก่อน

เช้าวันถัดมา

พระถังซัมจั๋งสั่งให้ซุนหงอคงออกตามหาจีวรอีกครั้ง

คราวนี้ซุนหงอคงแปลงกายเป็นหลวงจีนจินฉือ หวังหลอกเอาจีวรกลับมา

น่าเสียดายที่ปีศาจหมีดำมองออก

ทั้งสองจึงต่อสู้กันอีกครึ่งวัน แต่ก็ยังไม่อาจตัดสินแพ้ชนะ

พอถึงวันที่สาม

พระถังซัมจั๋งก็เร่งเร้าให้ซุนหงอคงไปตามหาจีวรอีก

ซุนหงอคงจนปัญญา

เมื่อคิดว่าสถานที่นี้ชื่อวัดกวนอิม เป็นอารามที่บูชาพระโพธิสัตว์กวนอิม จึงเดินทางไปทะเลใต้เพื่อขอความช่วยเหลือ

ฝ่ายอ้าวถู เมื่อเห็นซุนหงอคงมุ่งหน้าไปทะเลใต้ ก็รู้ทันทีว่าปีศาจหมีดำกำลังจะถูกปราบแล้ว

ดังนั้น...

ถึงเวลาที่เขาต้องเริ่มแผนของตน

เขาเหาะลงจากเมฆ ใช้วิชาแปลงกาย เปลี่ยนรูปลักษณ์ของตนให้กลายเป็นพระอานนท์

เวลานี้วัดกวนอิมถูกเพลิงเผาจนพังพินาศ

แต่พระน้อยใหญ่กลับไม่กล้าหนี เพราะถูกซุนหงอคงข่มขู่ให้อยู่รับใช้พระถัง

กว่างจื้อและกว่างโหมวกำลังก่อไฟทำอาหารอยู่พอดี

อ้าวถูเคยทำหน้าที่ตีระฆังอยู่ใต้บัลลังก์พระพุทธองค์แห่งแดนตะวันตก จึงพอเข้าใจพุทธธรรมอยู่บ้าง

ยามนี้เมื่อแปลงกายเป็นพระอานนท์

ทั่วร่างจึงมีแสงพุทธล้อมรอบ ดูเหมือนของจริงไม่มีผิด

เขาร่อนลงตรงหน้ากว่างจื้อและกว่างโหมว

ทั้งสองเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา จึงไม่สามารถมองร่างจริงของอ้าวถูออกได้

พวกเขาคิดว่าเทพพุทธลงมาปรากฏกายจริง ๆ จึงรีบคุกเข่ากราบทันที

อ้าวถูกล่าวเสียงขรึม

“เราคือพระอานนท์ ผู้รับใช้ใต้บัลลังก์พระพุทธองค์ยูไลแห่งแดนตะวันตก ครั้งนี้เรามาจากงานอุลลัมพนมหาสมัย ผ่านมาถึงที่นี่ เห็นวัดวาอารามถูกเผาทำลาย พระพุทธรูปแตกหัก จึงปรากฏกายลงมาสอบถามพวกเจ้า วัดแห่งนี้ถูกเผาได้อย่างไร? แล้วพวกเจ้าซึ่งเป็นศิษย์พุทธ เหตุใดจึงต้องมาคอยรับใช้ผู้อื่นอยู่เช่นนี้?”

กว่างจื้อและกว่างโหมวได้ยินแล้ว พวกเขาตอบอย่างไม่โกหก

ทั้งสองรีบโขกศีรษะ เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้อ้าวถูฟังอย่างละเอียด

หลังฟังจบ อ้าวถูก็กล่าวว่า

“พวกเจ้าถูกหลอกแล้ว เราพิจารณาดูแล้ว พระถังกับศิษย์ผู้นั้นล้วนเป็นปีศาจ การกระทำครั้งนี้เป็นแผนของพวกมัน ตั้งใจเผาวัด เพื่อหวังชิงทรัพย์สมบัติที่วัดของพวกเจ้าสะสมมานับร้อยปี”

กว่างจื้อและกว่างโหมวตกตะลึงทันที

กว่างจื้อร้องขึ้น

“พระถังคนนั้นเป็นปีศาจอย่างนั้นหรือ!”

กว่างโหมวรีบเสริม

“พอท่านพูดเช่นนี้ เจ้าลูกศิษย์หน้าขนนั่นก็ดูเหมือนปีศาจจริง ๆ!”

ทั้งสองหันมามองอ้าวถูพร้อมกัน

“ท่านพระอริยเจ้า ในเมื่อสองคนนั้นเป็นปีศาจ พวกเราควรทำอย่างไรดีขอรับ?”

อ้าวถูกล่าว

“พวกเจ้าจงรีบไปแจ้งทางการ ให้เจ้าหน้าที่มาจับพระถังกับศิษย์ของมัน”

กว่างจื้อและกว่างโหมวลังเล

“ท่านพระอริยเจ้า ในเมื่อพวกมันเป็นปีศาจ ทางการธรรมดาเกรงว่าจะจับไม่ได้ เหตุใดท่านไม่ลงมือปราบปีศาจด้วยตนเองเล่าขอรับ?”

อ้าวถูตอบอย่างสุขุม

“ปีศาจสองตนนี้แอบอ้างชื่อพระจากราชวงศ์ถัง เราไม่สะดวกลงมือโดยตรง รอให้ทางการมาถึงก่อน หากปีศาจทั้งสองใช้เวทมนตร์และเผยร่างเดิม เมื่อนั้นเราจะลงมือปราบเอง”

กว่างจื้อและกว่างโหมวได้ยินเช่นนั้นก็วางใจ

“ศิษย์น้อมรับคำสั่งสอนของท่านพระอริยเจ้า”

ทั้งสองเตรียมลงเขาไปแจ้งความทันที

แต่อ้าวถูกล่าวขึ้นอีกครั้ง

“ช้าก่อน”

ทั้งสองรีบย้อนกลับมา

“ท่านพระอริยเจ้า ยังมีสิ่งใดสั่งการอีกหรือขอรับ?”

อ้าวถูกล่าว

“การเดินทางครั้งนี้ ห้ามเปิดเผยชื่อของเราเด็ดขาด มิฉะนั้นจะทำให้ความลับสวรรค์รั่วไหล ปีศาจทั้งสองอาจไหวตัวแล้วหลบหนีไป”

กว่างจื้อและกว่างโหมวถาม

“แล้วเมื่อพวกเราไปถึงที่ว่าการ ควรกล่าวอย่างไรขอรับ?”

อ้าวถูตอบ

“พวกเจ้าก็กล่าวไปว่า มีพระโจรสองคนเข้ามาในวัด คิดชิงทรัพย์สมบัติของวัด แล้วยังวางเพลิงเผาวัดจนเสียหาย จึงมาแจ้งความต่อทางการ”

กว่างจื้อและกว่างโหมวรีบรับคำ

“ขอรับ”

อ้าวถูกล่าวต่อ

“เหลือคนหนึ่งไว้ถ่วงปีศาจทั้งสอง”

ทั้งสองรับคำอีกครั้ง

หลังปรึกษากันแล้ว

กว่างโหมวอยู่ถ่วงพระถัง ส่วนกว่างจื้อลงเขาไปแจ้งทางการ

เมื่อแผนสำเร็จ อ้าวถูก็หันกายเหาะกลับขึ้นสู่เมฆ

บางครั้ง...

การขัดขวางคณะอัญเชิญพระไตรปิฎก ไม่จำเป็นต้องใช้พลังอันยิ่งใหญ่เสมอไป มนุษย์ธรรมดา...บางทีอาจรับมือยากกว่าปีศาจเสียอีก

อีกด้านหนึ่ง ซุนหงอคงเดินทางไปทะเลใต้ และขอความช่วยเหลือจากพระโพธิสัตว์กวนอิมได้สำเร็จ

เมื่อกลับมายังเขาเฮยเฟิง ก็ประจวบเหมาะกับช่วงที่ปีศาจหมีดำกำลังเตรียมจัดงานชมจีวรพุทธะ

นักพรตเฒ่าที่หนีไปเมื่อวันก่อนถือถาดใบหนึ่งมา

ในถาดมียาเซียนสองเม็ด

บังเอิญมาพบซุนหงอคงเข้าเต็ม ๆ ซุนหงอคงชักกระบองออกมาฟาดทันที สังหารนักพรตเฒ่าตนนั้น ที่แท้มันคือปีศาจหมาป่าสีเทา ซุนหงอคงมองถาดยาในมือ แล้วพลันเกิดความคิด เขาจึงขอร้องพระโพธิสัตว์กวนอิม ให้พระโพธิสัตว์แปลงเป็นนักพรต ส่วนตนเองแปลงเป็นเม็ดยา เพื่อเข้าไปปราบปีศาจหมีดำ พระโพธิสัตว์กวนอิมทนคำรบเร้าของซุนหงอคงไม่ไหว จึงยอมตกลง ท่านแปลงกายเป็นนักพรต เข้าไปในถ้ำเฮยเฟิง และนำยาไปถวาย

ปีศาจหมีดำไม่รู้ว่าเป็นแผน จึงกลืนยาที่ซุนหงอคงแปลงกายลงไป

ทันใดนั้น ซุนหงอคงก็เข้าไปอาละวาดในท้องมัน

ปีศาจหมีดำเจ็บปวดจนกลิ้งเกลือกไปทั่วพื้น

พระโพธิสัตว์กวนอิมเผยร่างจริง

สอบถามจนได้จีวรคืน

จากนั้นหยิบห่วงหนึ่งวงออกมา โยนใส่ศีรษะปีศาจหมีดำ

ห่วงนั้นตกลงบนหัวแล้วหยั่งรากแน่นทันที

เมื่อพระโพธิสัตว์กวนอิมเริ่มสวดคาถา ปีศาจหมีดำก็ปวดศีรษะราวหัวจะแตก กลิ้งไปกลิ้งมาอย่างทรมาน พระโพธิสัตว์กวนอิมตรัสว่า

“สัตว์บาป เจ้ายินดีเข้าสู่พุทธศาสนาหรือไม่?”

ปีศาจหมีดำไหนเลยจะกล้าปฏิเสธ

รีบกล่าวว่า

“ข้ายินดีเข้าสู่พุทธศาสนา ขอเพียงไว้ชีวิตข้า!”

เมื่อพระโพธิสัตว์กวนอิมปราบปีศาจหมีดำแล้ว ก็สั่งให้มันไปเป็นเทพพิทักษ์เขาที่เขาลั่วเจีย จากนั้นจึงเสด็จกลับทะเลใต้

หลังซุนหงอคงกราบลาพระโพธิสัตว์กวนอิม เขาก็ร่ายคาถาจุดไฟ เผาถ้ำเฮยเฟิงจนกลายเป็นโพรงเพลิงแดงฉาน กว่าซุนหงอคงจะกลับมา ก็เลยเที่ยงไปแล้ว

ดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ พระถังซัมจั๋งได้จีวรคืน จึงคารวะขอบคุณพระโพธิสัตว์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากนั้นก็สั่งให้ซุนหงอคงรีบเก็บสัมภาระ เตรียมออกเดินทาง

ซุนหงอคงกล่าว

“อาจารย์ อย่าเพิ่งรีบร้อนเลย ตอนนี้ฟ้าใกล้มืดแล้ว มิสู้พรุ่งนี้เช้าค่อยออกเดินทาง”

กว่างโหมวจดจำคำสั่งของอ้าวถูได้

จึงรีบนำพระทั้งวัดคุกเข่าลงอ้อนวอน

“ท่านซุนพูดถูกแล้วขอรับ

ประการแรก ฟ้ามืดแล้ว

ประการที่สอง พวกเรายังไม่ได้ตอบแทนพระคุณท่านเลย

ขอท่านทั้งสองพักอีกสักคืน พรุ่งนี้เช้าค่อยออกเดินทางเถิด”

พระถังซัมจั๋งได้ยินเช่นนั้น จึงยอมตกลง

จบบทที่ 3 เพลิงเผาวัดกวนอิม (2)

จบบทที่ บทที่ 3 เพลิงเผาวัดกวนอิม (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว