เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 776 ยอมจำนนหรือตาย

ตอนที่ 776 ยอมจำนนหรือตาย

ตอนที่ 776 ยอมจำนนหรือตาย


เฉิ่นเยียนเห็นสีหน้าของพวกเขาที่ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ จึงเอ่ยถามขึ้นประโยคหนึ่ง

"พวกเจ้าคิดว่าจะรอดชีวิตไปได้อีกนานแค่ไหน?"

มหาจักรพรรดิเผ่าคุน จ๋างซุนอู๋ฮุ่ยมีสีหน้ามืดครึ้มขณะกล่าว "ท่านจักรพรรดิปรโลก ท่านอย่าทำเรื่องให้มันเกินไปนัก! พวกข้าใช่ว่าจะไม่มีไพ่ตายหรอกนะ!"

สิบสามมหาจักรพรรดิล้วนมีรากฐานที่ล้ำลึกแตกต่างกันไป

ภายใต้อำนาจของมหาจักรพรรดิแต่ละองค์ อย่างน้อยย่อมต้องมีผู้ใต้บังคับบัญชาที่จงรักภักดี หรือศิษย์ยอดฝีมือของตระกูลนับหมื่นนับพันคน หากพวกเขาร่วมมือกันจริงๆ แม้จะไม่อาจเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างราบคาบ แต่อย่างน้อยก็สามารถกัดกระชากก้อนเนื้อจากร่างของอีกฝ่ายมาได้อย่างโหดเหี้ยม!

"ไพ่ตายงั้นหรือ?" สีหน้าของเฉิ่นเยียนราบเรียบ นางใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง แฝงแววตาที่ไม่แยแสอยู่หลายส่วน ทว่ากลิ่นอายอันแข็งแกร่งที่แผ่ซ่านออกมาจากรอบกาย กลับทำให้ผู้คนในเหตุการณ์ล้วนรู้สึกกดดันขึ้นมาวูบหนึ่ง "เปิ่นตี้เองก็มีไพ่ตาย เจ้าลองทายดูสิ ว่าไพ่ตายของพวกเจ้าแข็งแกร่งพอ หรือไพ่ตายของเปิ่นตี้จะแข็งแกร่งกว่ากัน?"

จ๋างซุนอู๋ฮุ่ยถึงกับสะอึก

"หงหง สังหารพวกมันเสีย"

เมื่อหงหลิงได้ยินคำสั่ง แววตาก็เต็มไปด้วยความตามใจขณะขานรับ "ได้เลย"

ในขณะที่หงหลิงเตรียมจะลงมือ เสียงของเฉิ่นเยียนก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

"ฆ่าคนนี้ก่อน"

หงหลิงมองตามทิศทางที่นางชี้ ก็เห็นชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่ง คนผู้นี้คือมหาจักรพรรดิจูเฟิ่ง อิ้งปู้เฟิ่งนั่นเอง!

สีหน้าของมหาจักรพรรดิจูเฟิ่งพลันแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง

ภายในใจปะทุความหวาดกลัวขึ้นมา

ขณะที่เขากำลังคิดจะเรียกมหาจักรพรรดิองค์อื่นให้มาช่วยรับมือหงหลิง หญิงสาวในชุดแดงก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเสียแล้ว พร้อมกับดาบเล่มโตที่ฟาดฟันลงมากลางกระหม่อม!

ในวินาทีเป็นตาย มหาจักรพรรดิจูเฟิ่งระเบิดพลังทั่วร่าง รวบรวมกำลังไว้ที่ฝ่ามือเพื่อฝืนต้านรับดาบของหงหลิง

ตูม!

แรงปะทะมหาศาลทำเอาฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ

พื้นดินสั่นสะเทือน!

กรอบ—

พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของมหาจักรพรรดิจูเฟิ่งเริ่มปริร้าว!

เมื่อหงหลิงเห็นเช่นนั้น ก็ยกเรียวขาเตะเข้าที่หน้าท้องของเขาอย่างแรง

ปัง!

เสียงสนั่นหวั่นไหว ร่างของมหาจักรพรรดิจูเฟิ่งกระเด็นลอยละลิ่วออกไป ก่อนจะตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรงจนกระอักเลือด

ขณะที่มหาจักรพรรดิจูเฟิ่งกำลังตะเกียกตะกายลุกขึ้น หงหลิงก็ยกเท้าเหยียบลงบนแผ่นหลังของเขาเสียแล้ว!

กร๊อบ!

เสียงกระดูกลั่นดังขึ้น ซี่โครงของเขาหักสะบั้นทั้งหมด!

มหาจักรพรรดิจูเฟิ่งร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

วินาทีนี้เขาได้รู้ซึ้งแล้ว ว่าช่องว่างความแข็งแกร่งระหว่างตนเองกับสตรีชุดแดงผู้นี้ห่างชั้นกันเพียงใด

เขาไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะต่อกรเลยสักนิด!

ในใจของเขาไม่ยินยอม!

เขาไม่อยากตายไปแบบนี้!

"ช่วยข้าด้วย!" มหาจักรพรรดิจูเฟิ่งเงยหน้ามองมหาจักรพรรดิองค์อื่นด้วยความยากลำบาก พร้อมตะโกนร้องขอความช่วยเหลือสุดเสียง

"ทุกท่าน สังหารนางซะ!" มหาจักรพรรดิเผ่าเต๋ารู้ดีว่าความเป็นความตายของพวกตนล้วนผูกติดกัน หากนิ่งดูดายต่อมหาจักรพรรดิจูเฟิ่ง เมื่อถึงคราวตนตกอยู่ในอันตราย ผู้อื่นก็ย่อมนิ่งดูดายเช่นเดียวกัน!

ในชั่วพริบตา มหาจักรพรรดิเผ่าเต๋า มหาจักรพรรดิเผ่าคุน มหาจักรพรรดิเซิ่งฝัว มหาจักรพรรดิอู๋ซิง และมหาจักรพรรดิไป่หลี่ ทั้งห้าก็พุ่งเข้าโจมตีหงหลิงพร้อมกัน

พวกเขาไม่ได้ปิดบังความแข็งแกร่งแต่อย่างใด ทว่าทุ่มเทพลังทั้งหมดเพื่อสังหารหงหลิง!

หงหลิงเห็นเช่นนั้นก็หัวเราะออกมา

นัยน์ตาของมหาจักรพรรดิจูเฟิ่งทอประกายความหวังขึ้นมาเล็กน้อย ทว่าวินาทีต่อมา เขากลับรู้สึกเจ็บปวดที่ลำคอ ดวงตาเบิกโพลง ยังไม่ทันได้ทิ้งคำสั่งเสียใดๆ ศีรษะก็ถูกหงหลิงฟันจนขาดสะบั้นแล้ว

มหาจักรพรรดิจูเฟิ่งตกตายไปเช่นนี้เอง!

สีหน้าของมหาจักรพรรดิทั้งห้าองค์ยิ่งดูไม่ได้ พวกเขาเค้นพลังทั้งหมดออกมาเพื่อรับมือกับหงหลิง

เพียงแต่ ความเร็วของหงหลิงนั้นรวดเร็วเกินไปแล้ว!

พลังวิญญาณภูตผีของนางยิ่งแข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัว!

ผ่านไปเพียงสองกระบวนท่า นางก็ทำเอามหาจักรพรรดิไป่หลี่และมหาจักรพรรดิเผ่าเต๋าบาดเจ็บสาหัส อีกทั้งยังเกือบจะปลิดชีพพวกเขาได้แล้ว

ในเวลาเดียวกันนั้น หนานหรงจิ้งอวิ๋นที่อยู่ตรงมุมลานก็ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ในใจของนางได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง นางมองไปยังเฉิ่นเยียนที่อยู่ไม่ไกลด้วยความรู้สึกที่ยากจะเชื่อ

ขณะนี้เฉิ่นเยียนกำลังนั่งอยู่ เบื้องหลังคือกองทัพแห่งแดนยมโลก วิญญาณภูตผีนับไม่ถ้วนต่างรายล้อมอยู่รอบกาย

นางอยู่เหนือผู้คน คอยออกคำสั่ง

ยอดฝีมือแห่งแดนบนต่างร่วงหล่นไปทีละคน

ตลอดสี่ปีเศษที่ผ่านมา หากบอกว่าในใจนางเต็มไปด้วยความเคียดแค้นที่มีต่อเฉิ่นเยียน เช่นนั้นในตอนนี้ มันก็ถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวจนหมดสิ้น

ทั่วร่างของนางสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุมได้

หนี!

ต้องรีบหนีไปจากที่นี่!

นางไม่มีทางรับมือกับอีกฝ่ายได้หรอก!

สัญชาตญาณในใจกำลังกู่ร้องเตือนนางเช่นนี้!

นางแทบจะรีดเร้นเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีในร่าง ก้าวเท้าออกไปหมายจะหลบหนีจากสถานที่แห่งนี้

ทว่าวินาทีต่อมา—

กระบี่เล่มยาวก็พุ่งทะลุร่างนางในชั่วพริบตา โลหิตสาดกระเซ็น!

ม่านตาของหนานหรงจิ้งอวิ๋นหดเกร็ง เลือดสดทะลักออกจากปากไม่หยุด นางก้มมองกระบี่เล่มยาวที่แทงทะลุหัวใจตนเองด้วยความไม่อยากจะเชื่อ...

เวลานี้เอง ภายในห้วงจิตสำนึกของนางก็มีเสียงเย็นเยียบของเฉิ่นเยียนดังแว่วมา

"ครั้งก่อนปล่อยให้เจ้าหนีรอดไปได้ แต่ครั้งนี้ จะไม่มีทางเป็นเช่นนั้นอย่างเด็ดขาด"

สิ้นคำกล่าว กระบี่เล่มยาวที่ฝังอยู่ในร่างของหนานหรงจิ้งอวิ๋นก็ถูกควบคุมด้วยพลังอันแข็งแกร่งขุมหนึ่ง ก่อนจะถูกดึงกระชากออกไปอย่างแรง

ฟิ้ว!

เสียงกระบี่แหวกอากาศแหลมเล็กบาดหู มันพุ่งทะยานด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง ราวกับดาวตกที่ย้อนกลับมาอยู่ตรงหน้าเฉิ่นเยียนอย่างรวดเร็ว

เฉิ่นเยียนค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นยืน ท่วงท่าสง่างาม ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายที่ทำให้ผู้คนหนาวสั่นจนขนลุกชัน

นางยื่นมือขวาออกไป กุมกระบี่เทวะเทียนโจวด้ามนี้เอาไว้มั่น

พร้อมกับการลุกขึ้นยืนของเฉิ่นเยียน วิญญาณภูตผีนับไม่ถ้วนก็ยิ่งกระสับกระส่าย หมายจะขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว กลิ่นอายความดุร้ายพุ่งสูงขึ้น

และตอนนี้ หนานหรงจิ้งอวิ๋นที่เพิ่งก้าวออกไปได้เพียงสองก้าว ก็ไม่อาจควบคุมร่างกายตนเองได้อีกต่อไป ร่างนั้นล้มพับลง และสิ้นลมหายใจในที่สุด

ตายตาไม่หลับ

เหล่ายอดฝีมือในเหตุการณ์ เดิมทีกำลังถูกกดดันจนต้องคุกเข่าด้วยพลังของหงหลิง ตอนนี้พอจะตะเกียกตะกายลุกขึ้น กลับเห็นเฉิ่นเยียนหยัดกายยืน ราวกับกำลังจะเปิดฉากสังหารหมู่

ภายในใจของพวกเขาพลันดิ่งวูบ

ในหัวมีเพียงสองคำเท่านั้น : จบเห่แล้ว

มหาจักรพรรดิพ่านกวน ไป๋ฝ่าจี้ก้าวเท้าเดินมาข้างหน้า ยกมือขึ้นประสานคารวะด้วยความเคารพ ก่อนจะเอ่ยโน้มน้าวด้วยความจริงใจ "ท่านจักรพรรดิปรโลก หยุดมือเถิด! เรื่องนี้พวกข้าผิดไปแล้ว พวกข้ายอมรับผิดต่อท่าน! หากยังคงดึงดันทำเช่นนี้ต่อไป ก็รังแต่จะทำให้เกิดข้อพิพาทระหว่างสองดินแดนเสียเปล่าๆ!"

มุมปากของเฉิ่นเยียนยกยิ้มเย้ยหยัน "ไม่ใช่ว่าพวกเจ้าอยากจะสั่งสอนเปิ่นตี้หรอกหรือ? เป็นอย่างไรเล่า? พอเปิ่นตี้หันกลับมาสั่งสอนพวกเจ้าบ้าง พวกเจ้าก็รู้จักอ่อนข้อให้แล้วหรือ?"

สีหน้าของไป๋ฝ่าจี้แข็งค้างไปเล็กน้อย

เฉิ่นเยียนค่อยๆ ช้อนสายตาขึ้นมอง ประตูแดนยมโลกเบื้องหลังนางปลดปล่อยไอพลังวิญญาณสีดำสนิทออกมาอย่างบ้าคลั่ง แทบจะปกคลุมทั่วมหานครสวรรค์เอาไว้ทั้งหมด

"เปิ่นตี้ให้ทางเลือกแก่พวกเจ้าสองทาง หนึ่งคือตาย สองคือยอมรับเปิ่นตี้เป็นนาย และช่วยเหลือเปิ่นตี้ให้กลายเป็นนายเหนือหัวแห่งแดนบน"

เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ผู้คนในเหตุการณ์ก็พลันตกตะลึงจนตาค้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

บางคนถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความแตกตื่น

นางบอกว่า...

จะให้พวกเขายอมรับนางเป็นนาย และยังต้องช่วยให้นางกลายเป็นนายเหนือหัวแห่งแดนบนอีกอย่างนั้นหรือ?!

ความทะเยอทะยานของนางจะมากเกินไปหน่อยแล้วกระมัง?!

คำพูดนี้ทำให้มหาจักรพรรดิเผ่าเฉียน เซียวหมิงขมวดคิ้วเข้าหากันทันที เดิมทีเขาสามารถนิ่งดูดายต่อเรื่องนี้ได้ แต่ตอนนี้ เขาไม่อาจทนดูจักรพรรดิปรโลกกลายมาเป็นนายเหนือหัวแห่งแดนบนได้อย่างเด็ดขาด!

ขณะที่เขากำลังคิดจะก้าวออกไปเผชิญหน้ากับเฉิ่นเยียนนั้นเอง เขากลับถูกเซียวเจ๋อชวนกดรั้งเอาไว้

"ท่านบรรพชน"

มหาจักรพรรดิเผ่าเฉียนหันขวับไปมอง จ้องเซียวเจ๋อชวนด้วยสายตาเย็นเยียบ

ทว่าเซียวเจ๋อชวนกลับเอ่ยออกมาอย่างไม่เกรงกลัว "นางมีความสามารถนี้ขอรับ"

หัวคิ้วของมหาจักรพรรดิเผ่าเฉียนยิ่งขมวดแน่นกว่าเดิม

"นางคือสหายของข้า"

เซียวเจ๋อชวนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ข้าสามารถตายแทนนางได้"

เมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย ในใจของมหาจักรพรรดิเผ่าเฉียนก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง เผยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะเอ่ยลอดไรฟัน "เจ้า... เจ้านี่มันกำลังบีบบังคับข้าชัดๆ!"

"ท่านบรรพชน อย่าได้ตั้งตนเป็นศัตรูกับนางเลยขอรับ"

มหาจักรพรรดิเผ่าเฉียนโกรธจนกัดฟันกรอด แต่ทว่าก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลังจากชั่งน้ำหนักถึงผลดีผลเสียแล้ว ในใจก็รู้สึกว่าทางเลือกที่ 'ไม่ตั้งตนเป็นศัตรูกับจักรพรรดิปรโลก' นั้น เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วจริงๆ

ในเวลานี้เอง ผู้รักษากฎแห่งแดนคนหนึ่งก็โผล่ออกมาจากมุมมืด และลอบโจมตีไปทางเฉิ่นเยียน

ผู้เฒ่าฉิวเห็นเช่นนั้น เพิ่งจะคิดลงมือ—

กลับเห็นว่าเฉิ่นเยียนใช้กระบี่ฟันผู้รักษากฎแห่งแดนผู้นั้นโดยตรง!

ร่างของเขาถูกฟันขาดเป็นสองท่อน!

ม่านตาของทุกคนต่างหดเกร็ง

เฉิ่นเยียนกุมกระบี่เทวะเทียนโจวในมือเอาไว้แน่น จ้องมองพวกเขาด้วยสายตาหนาวเหน็บ "ให้เวลาพวกเจ้าพิจารณาสามวินาที จะยอมจำนนหรือตาย?!"

จบบทที่ ตอนที่ 776 ยอมจำนนหรือตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว