- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 776 ยอมจำนนหรือตาย
ตอนที่ 776 ยอมจำนนหรือตาย
ตอนที่ 776 ยอมจำนนหรือตาย
เฉิ่นเยียนเห็นสีหน้าของพวกเขาที่ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ จึงเอ่ยถามขึ้นประโยคหนึ่ง
"พวกเจ้าคิดว่าจะรอดชีวิตไปได้อีกนานแค่ไหน?"
มหาจักรพรรดิเผ่าคุน จ๋างซุนอู๋ฮุ่ยมีสีหน้ามืดครึ้มขณะกล่าว "ท่านจักรพรรดิปรโลก ท่านอย่าทำเรื่องให้มันเกินไปนัก! พวกข้าใช่ว่าจะไม่มีไพ่ตายหรอกนะ!"
สิบสามมหาจักรพรรดิล้วนมีรากฐานที่ล้ำลึกแตกต่างกันไป
ภายใต้อำนาจของมหาจักรพรรดิแต่ละองค์ อย่างน้อยย่อมต้องมีผู้ใต้บังคับบัญชาที่จงรักภักดี หรือศิษย์ยอดฝีมือของตระกูลนับหมื่นนับพันคน หากพวกเขาร่วมมือกันจริงๆ แม้จะไม่อาจเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างราบคาบ แต่อย่างน้อยก็สามารถกัดกระชากก้อนเนื้อจากร่างของอีกฝ่ายมาได้อย่างโหดเหี้ยม!
"ไพ่ตายงั้นหรือ?" สีหน้าของเฉิ่นเยียนราบเรียบ นางใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง แฝงแววตาที่ไม่แยแสอยู่หลายส่วน ทว่ากลิ่นอายอันแข็งแกร่งที่แผ่ซ่านออกมาจากรอบกาย กลับทำให้ผู้คนในเหตุการณ์ล้วนรู้สึกกดดันขึ้นมาวูบหนึ่ง "เปิ่นตี้เองก็มีไพ่ตาย เจ้าลองทายดูสิ ว่าไพ่ตายของพวกเจ้าแข็งแกร่งพอ หรือไพ่ตายของเปิ่นตี้จะแข็งแกร่งกว่ากัน?"
จ๋างซุนอู๋ฮุ่ยถึงกับสะอึก
"หงหง สังหารพวกมันเสีย"
เมื่อหงหลิงได้ยินคำสั่ง แววตาก็เต็มไปด้วยความตามใจขณะขานรับ "ได้เลย"
ในขณะที่หงหลิงเตรียมจะลงมือ เสียงของเฉิ่นเยียนก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
"ฆ่าคนนี้ก่อน"
หงหลิงมองตามทิศทางที่นางชี้ ก็เห็นชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่ง คนผู้นี้คือมหาจักรพรรดิจูเฟิ่ง อิ้งปู้เฟิ่งนั่นเอง!
สีหน้าของมหาจักรพรรดิจูเฟิ่งพลันแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง
ภายในใจปะทุความหวาดกลัวขึ้นมา
ขณะที่เขากำลังคิดจะเรียกมหาจักรพรรดิองค์อื่นให้มาช่วยรับมือหงหลิง หญิงสาวในชุดแดงก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเสียแล้ว พร้อมกับดาบเล่มโตที่ฟาดฟันลงมากลางกระหม่อม!
ในวินาทีเป็นตาย มหาจักรพรรดิจูเฟิ่งระเบิดพลังทั่วร่าง รวบรวมกำลังไว้ที่ฝ่ามือเพื่อฝืนต้านรับดาบของหงหลิง
ตูม!
แรงปะทะมหาศาลทำเอาฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
พื้นดินสั่นสะเทือน!
กรอบ—
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของมหาจักรพรรดิจูเฟิ่งเริ่มปริร้าว!
เมื่อหงหลิงเห็นเช่นนั้น ก็ยกเรียวขาเตะเข้าที่หน้าท้องของเขาอย่างแรง
ปัง!
เสียงสนั่นหวั่นไหว ร่างของมหาจักรพรรดิจูเฟิ่งกระเด็นลอยละลิ่วออกไป ก่อนจะตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรงจนกระอักเลือด
ขณะที่มหาจักรพรรดิจูเฟิ่งกำลังตะเกียกตะกายลุกขึ้น หงหลิงก็ยกเท้าเหยียบลงบนแผ่นหลังของเขาเสียแล้ว!
กร๊อบ!
เสียงกระดูกลั่นดังขึ้น ซี่โครงของเขาหักสะบั้นทั้งหมด!
มหาจักรพรรดิจูเฟิ่งร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
วินาทีนี้เขาได้รู้ซึ้งแล้ว ว่าช่องว่างความแข็งแกร่งระหว่างตนเองกับสตรีชุดแดงผู้นี้ห่างชั้นกันเพียงใด
เขาไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะต่อกรเลยสักนิด!
ในใจของเขาไม่ยินยอม!
เขาไม่อยากตายไปแบบนี้!
"ช่วยข้าด้วย!" มหาจักรพรรดิจูเฟิ่งเงยหน้ามองมหาจักรพรรดิองค์อื่นด้วยความยากลำบาก พร้อมตะโกนร้องขอความช่วยเหลือสุดเสียง
"ทุกท่าน สังหารนางซะ!" มหาจักรพรรดิเผ่าเต๋ารู้ดีว่าความเป็นความตายของพวกตนล้วนผูกติดกัน หากนิ่งดูดายต่อมหาจักรพรรดิจูเฟิ่ง เมื่อถึงคราวตนตกอยู่ในอันตราย ผู้อื่นก็ย่อมนิ่งดูดายเช่นเดียวกัน!
ในชั่วพริบตา มหาจักรพรรดิเผ่าเต๋า มหาจักรพรรดิเผ่าคุน มหาจักรพรรดิเซิ่งฝัว มหาจักรพรรดิอู๋ซิง และมหาจักรพรรดิไป่หลี่ ทั้งห้าก็พุ่งเข้าโจมตีหงหลิงพร้อมกัน
พวกเขาไม่ได้ปิดบังความแข็งแกร่งแต่อย่างใด ทว่าทุ่มเทพลังทั้งหมดเพื่อสังหารหงหลิง!
หงหลิงเห็นเช่นนั้นก็หัวเราะออกมา
นัยน์ตาของมหาจักรพรรดิจูเฟิ่งทอประกายความหวังขึ้นมาเล็กน้อย ทว่าวินาทีต่อมา เขากลับรู้สึกเจ็บปวดที่ลำคอ ดวงตาเบิกโพลง ยังไม่ทันได้ทิ้งคำสั่งเสียใดๆ ศีรษะก็ถูกหงหลิงฟันจนขาดสะบั้นแล้ว
มหาจักรพรรดิจูเฟิ่งตกตายไปเช่นนี้เอง!
สีหน้าของมหาจักรพรรดิทั้งห้าองค์ยิ่งดูไม่ได้ พวกเขาเค้นพลังทั้งหมดออกมาเพื่อรับมือกับหงหลิง
เพียงแต่ ความเร็วของหงหลิงนั้นรวดเร็วเกินไปแล้ว!
พลังวิญญาณภูตผีของนางยิ่งแข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัว!
ผ่านไปเพียงสองกระบวนท่า นางก็ทำเอามหาจักรพรรดิไป่หลี่และมหาจักรพรรดิเผ่าเต๋าบาดเจ็บสาหัส อีกทั้งยังเกือบจะปลิดชีพพวกเขาได้แล้ว
ในเวลาเดียวกันนั้น หนานหรงจิ้งอวิ๋นที่อยู่ตรงมุมลานก็ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ในใจของนางได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง นางมองไปยังเฉิ่นเยียนที่อยู่ไม่ไกลด้วยความรู้สึกที่ยากจะเชื่อ
ขณะนี้เฉิ่นเยียนกำลังนั่งอยู่ เบื้องหลังคือกองทัพแห่งแดนยมโลก วิญญาณภูตผีนับไม่ถ้วนต่างรายล้อมอยู่รอบกาย
นางอยู่เหนือผู้คน คอยออกคำสั่ง
ยอดฝีมือแห่งแดนบนต่างร่วงหล่นไปทีละคน
ตลอดสี่ปีเศษที่ผ่านมา หากบอกว่าในใจนางเต็มไปด้วยความเคียดแค้นที่มีต่อเฉิ่นเยียน เช่นนั้นในตอนนี้ มันก็ถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวจนหมดสิ้น
ทั่วร่างของนางสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุมได้
หนี!
ต้องรีบหนีไปจากที่นี่!
นางไม่มีทางรับมือกับอีกฝ่ายได้หรอก!
สัญชาตญาณในใจกำลังกู่ร้องเตือนนางเช่นนี้!
นางแทบจะรีดเร้นเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีในร่าง ก้าวเท้าออกไปหมายจะหลบหนีจากสถานที่แห่งนี้
ทว่าวินาทีต่อมา—
กระบี่เล่มยาวก็พุ่งทะลุร่างนางในชั่วพริบตา โลหิตสาดกระเซ็น!
ม่านตาของหนานหรงจิ้งอวิ๋นหดเกร็ง เลือดสดทะลักออกจากปากไม่หยุด นางก้มมองกระบี่เล่มยาวที่แทงทะลุหัวใจตนเองด้วยความไม่อยากจะเชื่อ...
เวลานี้เอง ภายในห้วงจิตสำนึกของนางก็มีเสียงเย็นเยียบของเฉิ่นเยียนดังแว่วมา
"ครั้งก่อนปล่อยให้เจ้าหนีรอดไปได้ แต่ครั้งนี้ จะไม่มีทางเป็นเช่นนั้นอย่างเด็ดขาด"
สิ้นคำกล่าว กระบี่เล่มยาวที่ฝังอยู่ในร่างของหนานหรงจิ้งอวิ๋นก็ถูกควบคุมด้วยพลังอันแข็งแกร่งขุมหนึ่ง ก่อนจะถูกดึงกระชากออกไปอย่างแรง
ฟิ้ว!
เสียงกระบี่แหวกอากาศแหลมเล็กบาดหู มันพุ่งทะยานด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง ราวกับดาวตกที่ย้อนกลับมาอยู่ตรงหน้าเฉิ่นเยียนอย่างรวดเร็ว
เฉิ่นเยียนค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นยืน ท่วงท่าสง่างาม ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายที่ทำให้ผู้คนหนาวสั่นจนขนลุกชัน
นางยื่นมือขวาออกไป กุมกระบี่เทวะเทียนโจวด้ามนี้เอาไว้มั่น
พร้อมกับการลุกขึ้นยืนของเฉิ่นเยียน วิญญาณภูตผีนับไม่ถ้วนก็ยิ่งกระสับกระส่าย หมายจะขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว กลิ่นอายความดุร้ายพุ่งสูงขึ้น
และตอนนี้ หนานหรงจิ้งอวิ๋นที่เพิ่งก้าวออกไปได้เพียงสองก้าว ก็ไม่อาจควบคุมร่างกายตนเองได้อีกต่อไป ร่างนั้นล้มพับลง และสิ้นลมหายใจในที่สุด
ตายตาไม่หลับ
เหล่ายอดฝีมือในเหตุการณ์ เดิมทีกำลังถูกกดดันจนต้องคุกเข่าด้วยพลังของหงหลิง ตอนนี้พอจะตะเกียกตะกายลุกขึ้น กลับเห็นเฉิ่นเยียนหยัดกายยืน ราวกับกำลังจะเปิดฉากสังหารหมู่
ภายในใจของพวกเขาพลันดิ่งวูบ
ในหัวมีเพียงสองคำเท่านั้น : จบเห่แล้ว
มหาจักรพรรดิพ่านกวน ไป๋ฝ่าจี้ก้าวเท้าเดินมาข้างหน้า ยกมือขึ้นประสานคารวะด้วยความเคารพ ก่อนจะเอ่ยโน้มน้าวด้วยความจริงใจ "ท่านจักรพรรดิปรโลก หยุดมือเถิด! เรื่องนี้พวกข้าผิดไปแล้ว พวกข้ายอมรับผิดต่อท่าน! หากยังคงดึงดันทำเช่นนี้ต่อไป ก็รังแต่จะทำให้เกิดข้อพิพาทระหว่างสองดินแดนเสียเปล่าๆ!"
มุมปากของเฉิ่นเยียนยกยิ้มเย้ยหยัน "ไม่ใช่ว่าพวกเจ้าอยากจะสั่งสอนเปิ่นตี้หรอกหรือ? เป็นอย่างไรเล่า? พอเปิ่นตี้หันกลับมาสั่งสอนพวกเจ้าบ้าง พวกเจ้าก็รู้จักอ่อนข้อให้แล้วหรือ?"
สีหน้าของไป๋ฝ่าจี้แข็งค้างไปเล็กน้อย
เฉิ่นเยียนค่อยๆ ช้อนสายตาขึ้นมอง ประตูแดนยมโลกเบื้องหลังนางปลดปล่อยไอพลังวิญญาณสีดำสนิทออกมาอย่างบ้าคลั่ง แทบจะปกคลุมทั่วมหานครสวรรค์เอาไว้ทั้งหมด
"เปิ่นตี้ให้ทางเลือกแก่พวกเจ้าสองทาง หนึ่งคือตาย สองคือยอมรับเปิ่นตี้เป็นนาย และช่วยเหลือเปิ่นตี้ให้กลายเป็นนายเหนือหัวแห่งแดนบน"
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ผู้คนในเหตุการณ์ก็พลันตกตะลึงจนตาค้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
บางคนถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความแตกตื่น
นางบอกว่า...
จะให้พวกเขายอมรับนางเป็นนาย และยังต้องช่วยให้นางกลายเป็นนายเหนือหัวแห่งแดนบนอีกอย่างนั้นหรือ?!
ความทะเยอทะยานของนางจะมากเกินไปหน่อยแล้วกระมัง?!
คำพูดนี้ทำให้มหาจักรพรรดิเผ่าเฉียน เซียวหมิงขมวดคิ้วเข้าหากันทันที เดิมทีเขาสามารถนิ่งดูดายต่อเรื่องนี้ได้ แต่ตอนนี้ เขาไม่อาจทนดูจักรพรรดิปรโลกกลายมาเป็นนายเหนือหัวแห่งแดนบนได้อย่างเด็ดขาด!
ขณะที่เขากำลังคิดจะก้าวออกไปเผชิญหน้ากับเฉิ่นเยียนนั้นเอง เขากลับถูกเซียวเจ๋อชวนกดรั้งเอาไว้
"ท่านบรรพชน"
มหาจักรพรรดิเผ่าเฉียนหันขวับไปมอง จ้องเซียวเจ๋อชวนด้วยสายตาเย็นเยียบ
ทว่าเซียวเจ๋อชวนกลับเอ่ยออกมาอย่างไม่เกรงกลัว "นางมีความสามารถนี้ขอรับ"
หัวคิ้วของมหาจักรพรรดิเผ่าเฉียนยิ่งขมวดแน่นกว่าเดิม
"นางคือสหายของข้า"
เซียวเจ๋อชวนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ข้าสามารถตายแทนนางได้"
เมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย ในใจของมหาจักรพรรดิเผ่าเฉียนก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง เผยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะเอ่ยลอดไรฟัน "เจ้า... เจ้านี่มันกำลังบีบบังคับข้าชัดๆ!"
"ท่านบรรพชน อย่าได้ตั้งตนเป็นศัตรูกับนางเลยขอรับ"
มหาจักรพรรดิเผ่าเฉียนโกรธจนกัดฟันกรอด แต่ทว่าก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลังจากชั่งน้ำหนักถึงผลดีผลเสียแล้ว ในใจก็รู้สึกว่าทางเลือกที่ 'ไม่ตั้งตนเป็นศัตรูกับจักรพรรดิปรโลก' นั้น เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วจริงๆ
ในเวลานี้เอง ผู้รักษากฎแห่งแดนคนหนึ่งก็โผล่ออกมาจากมุมมืด และลอบโจมตีไปทางเฉิ่นเยียน
ผู้เฒ่าฉิวเห็นเช่นนั้น เพิ่งจะคิดลงมือ—
กลับเห็นว่าเฉิ่นเยียนใช้กระบี่ฟันผู้รักษากฎแห่งแดนผู้นั้นโดยตรง!
ร่างของเขาถูกฟันขาดเป็นสองท่อน!
ม่านตาของทุกคนต่างหดเกร็ง
เฉิ่นเยียนกุมกระบี่เทวะเทียนโจวในมือเอาไว้แน่น จ้องมองพวกเขาด้วยสายตาหนาวเหน็บ "ให้เวลาพวกเจ้าพิจารณาสามวินาที จะยอมจำนนหรือตาย?!"