- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 771 มีเรื่องให้ต้องพิจารณา
ตอนที่ 771 มีเรื่องให้ต้องพิจารณา
ตอนที่ 771 มีเรื่องให้ต้องพิจารณา
ใบหน้าของเซียวเจ๋อชวนซีดเผือดลงเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นร่างที่คุ้นเคยก็แทบจะเก็บอาการไว้ไม่อยู่
โชคดีที่ความสุขุมและสัญชาตญาณเก็บงำความรู้สึกที่บ่มเพาะมาหลายปี ทำให้เขาซ่อนอารมณ์ไว้ได้ในพริบตา สีหน้ากลับมาสงบนิ่งอย่างรวดเร็วราวกับผิวน้ำไร้ระลอกคลื่น
หากไม่มีใครจงใจจับสังเกตความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ บนใบหน้าเขา ย่อมไม่มีทางดูออกเลยว่าภายในใจเขากำลังมีคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำอยู่
สองมือของเขาถูกพันธนาการไว้และคุกเข่าลงข้างหนึ่ง แม้สภาพจะดูสะบักสะบอม ทว่าไม่นานเขากลับยืดหลังตรง เงยหน้ามองประธานเฉวียนซื่อที่นั่งอยู่บนตำแหน่งประธานด้านหน้าโดยไร้ซึ่งความหวาดกลัว
ส่วนผู้คุมกฎแห่งมิติที่เพิ่งเตะเซียวเจ๋อชวนไปอย่างแรง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมคุกเข่าสองข้างตามที่ต้องการก็ขมวดคิ้วมุ่น ขณะเตรียมจะง้างเท้าเตะเซียวเจ๋อชวนอีกรอบ ทันใดนั้นความหวาดกลัวไร้ที่มาก็พุ่งเข้าเกาะกุมจิตใจ
ร่างกายของเขาแข็งทื่อ ลมหายใจเริ่มถี่กระชั้น
เขาอดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามอง จึงเห็นบรรพชนเผ่าเฉียนกำลังจับจ้องมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย แผ่กลิ่นอายน่าเกรงขามแม้มิได้โกรธเกรี้ยว
วินาทีนั้นเขาพลันเสียวสันหลังวาบ ไม่กล้าขยับเขยื้อนอีกต่อไป
ไม่นาน ประธานเฉวียนซื่อก็ส่งสัญญาณให้ผู้คุมกฎแห่งมิติสองสามคนที่คุมตัวเซียวเจ๋อชวนล่าถอยออกไปนอกตำหนัก
สายตาของประธานเฉวียนซื่อทอดมองร่างของเซียวเจ๋อชวน ก่อนเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
"เซียวเจ๋อชวน หากเจ้าสารภาพความจริง ก็อาจจะได้รับการละเว้นโทษเพื่อสร้างความดีไถ่บาป"
"ขอท่านประธานโปรดอนุญาตให้ผู้น้อยอธิบายด้วยขอรับ"
เซียวเจ๋อชวนเอ่ย
ประธานเฉวียนซื่อชะงักไปเล็กน้อย ก่อนพยักหน้ารับ
"ได้"
แพขนตาของเซียวเจ๋อชวนสั่นไหวเบาๆ เขาสูดหายใจลึกแล้วกล่าว
"ก่อนหน้านี้ผู้น้อยถูกกึ่งมารตนนั้นล่อลวง จึงได้ทำเรื่องโง่เขลาลงไป หากผู้น้อยไม่ได้กลับมายังเผ่าเฉียน และมีท่านบรรพชนช่วยคลายวิชาล่อลวงให้ เกรงว่าป่านนี้ผู้น้อยคงยังปักใจเชื่อว่าตัวเองเป็นพวกเดียวกับกึ่งมารตนนั้นอยู่"
"เรื่องนี้ ผู้เฒ่าเช่นข้าเป็นพยานให้เขาได้"
บรรพชนเผ่าเฉียนเอ่ยปากขึ้นมาอย่างถูกจังหวะ
คนในที่นั้นต่างหันมองหน้ากัน เห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยเชื่อถือนัก
ทว่า มหาจักรพรรดิเผ่าคุน จ่างซุนอู๋ฮุ่ย พลันแค่นหัวเราะออกมาทันที
"พวกท่านรับส่งบทกันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเช่นนี้ ใครจะไปรู้ว่าจริงหรือเท็จ? ทางที่ดีสู้ใช้วิชาค้นวิญญาณตรวจดูเลยดีกว่า ทุกสิ่งจะได้กระจ่างชัด"
"ข้าเห็นด้วย"
มหาจักรพรรดิจูเฟิ่งพยักหน้าเห็นพ้อง
มหาจักรพรรดิไป่หลี่ ไป่หลี่ฟู่ เอ่ยสนับสนุน
"ข้าเองก็เห็นชอบด้วย วิธีนี้ช่วยประหยัดเวลาและความยุ่งยากไปได้มาก"
บรรพชนเผ่าเฉียนหัวเราะเบาๆ เขาค่อยๆ วางถ้วยชาในมือลงบนโต๊ะข้างกายอย่างไม่เร่งรีบ บังเกิดเสียงดัง 'ปัง' เบาๆ
"พวกเจ้ากำลังสงสัยว่าคำพูดของข้าเป็นเรื่องโกหกอย่างนั้นรึ?"
ทันทีที่คำพูดนี้ดังขึ้น ผู้คนจำนวนมากต่างก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันหนักหน่วง
มหาจักรพรรดิจูเฟิ่งทอดถอนใจเบาๆ
"มหาจักรพรรดิเผ่าเฉียน พวกเรามิได้กังขาในตัวท่าน เพียงแต่เซียวเจ๋อชวนเป็นคนของเผ่าเฉียน การที่ท่านออกหน้ารับประกันแทนเขา หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เกรงว่าผู้คนจะครหาได้ว่าท่านลำเอียงเข้าข้างคนของตัวเอง"
บรรพชนเผ่าเฉียนแค่นยิ้มเย็นชา
"หากผู้เฒ่าเช่นข้าไม่ช่วยเขา เขาคงถูกพวกเจ้ากลุ่มนี้รุมทึ้งจนไม่เหลือซากไปแล้ว"
สีหน้าของมหาจักรพรรดิจูเฟิ่งแข็งค้างไปเล็กน้อย
ในตอนนั้นเอง ประธานเฉวียนซื่อจึงได้เอ่ยปากขึ้นในที่สุด
"เซียวหมิง ข้อเสนอของพวกเขาก็มิใช่ว่าไร้เหตุผล มีเพียงการค้นวิญญาณเท่านั้นที่จะตรวจสอบความจริงที่เซียวเจ๋อชวนพูดได้ หากพวกเราปรักปรำเขาผิดไป พวกเราย่อมยินดีมอบสิ่งชดเชยให้แน่นอน"
เมื่อบรรพชนเผ่าเฉียนได้ยินเช่นนั้น สีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบลงทันตา
"วิชาค้นวิญญาณย่อมสร้างความบอบช้ำต่อพลังวิญญาณของเขา นี่ไม่ใช่สิ่งที่ของชดเชยใดๆ จะสามารถทดแทนได้!"
ประธานเฉวียนซื่อเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง
"เซียวหมิง พวกเราไม่อาจฟังความข้างเดียวจากท่านได้ เอาเช่นนี้แล้วกัน ขอเพียงท่านแสดงหลักฐานออกมายืนยันว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับกึ่งมารตนนั้น พวกเราก็จะยอมเชื่อเขา"
"นั่นสิ มีหลักฐานหรือไม่เล่า?"
มหาจักรพรรดิเผ่าคุน จ่างซุนอู๋ฮุ่ย เอ่ยถามพลางแสดงสีหน้าเยาะเย้ยหยันอย่างไม่คิดจะปิดบัง
บรรพชนเผ่าเฉียนหรี่ตาลงเล็กน้อย รู้สึกขบขันอย่างยิ่งจึงกล่าวว่า
"หลักฐานรึ? ตัวเขาไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันกับกึ่งมารตนนั้นเลยสักนิด แล้วจะไปเอาหลักฐานจากที่ไหนมาพิสูจน์ว่าเขาไม่รู้จักกับกึ่งมารกันเล่า?"
มหาจักรพรรดิเผ่าเต๋าลูบเคราของตนพลางพิจารณา
"ความหมายของมหาจักรพรรดิเผ่าเฉียนก็คือ ท่านไม่มีหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์ในเรื่องนี้ได้ใช่หรือไม่?"
"ไม่มีหลักฐาน"
บรรพชนเผ่าเฉียนตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ประธานเฉวียนซื่อขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางทอดสายตามองบรรพชนเผ่าเฉียนแล้วเอ่ยว่า
"เซียวหมิง ในเมื่อท่านไม่มีหลักฐาน ก็ย่อมไม่อาจทำให้ผู้คนเชื่อถือได้ ดังนี้แล้ว พวกเราจึงทำได้เพียงใช้วิธีค้นวิญญาณกับเซียวเจ๋อชวนเท่านั้น"
"ไม่ได้!"
บรรพชนเผ่าเฉียนปฏิเสธเสียงแข็งทันที
ทำให้ผู้คนในที่ประชุมแห่งนั้นต่างมีสีหน้าซับซ้อน
ดูจากท่าทีแล้ว บรรพชนเผ่าเฉียนคงมุ่งมั่นที่จะปกป้องเซียวเจ๋อชวนให้ถึงที่สุด
ประธานเฉวียนซื่อเองก็มีใบหน้าเคร่งขรึมเย็นชาลงเช่นกัน เขาหันไปมองกลุ่มคนในที่ประชุม ก่อนประกาศกร้าว
"เรื่องนี้สำคัญอย่างยิ่ง สมควรให้ทุกท่านร่วมกันลงคะแนนตัดสิน หากพวกท่านเห็นพ้องว่าสมควรใช้วิธีค้นวิญญาณกับเซียวเจ๋อชวน เช่นนั้นโปรดยกมือขึ้น!"
ทว่ายังไม่ทันที่ใครจะได้ขยับตัว พลันมีร่างหนึ่งหยัดยืนขึ้นจากที่นั่งอย่างฉับพลัน
ภายใต้สายตาตื่นตระหนกและสงสัยของทุกคน บรรพชนเผ่าเฉียนก้าวเดินด้วยท่วงท่าสุขุมเยือกเย็น ตรงเข้าไปหาเซียวเจ๋อชวนทีละก้าว เมื่อถึงเบื้องหน้าเขาก็หยุดลง สองมือไพล่หลัง ลำตัวเหยียดตรงดั่งสนตระหง่าน
บรรพชนเผ่าเฉียนเผยรอยยิ้มบางเบา ทว่าแฝงตบะบารมีอันน่าสะพรึงกลัว ค่อยๆ เอ่ยว่า
"วันนี้ผู้เฒ่าเช่นข้าจะขอพูดให้กระจ่างตรงนี้เลย หากพวกเจ้าคิดจะลงมือกับเซียวเจ๋อชวน ก็นับว่าเป็นการประกาศตัวเป็นศัตรูกับข้า รวมถึงเผ่าเฉียนทั้งหมด!"
สิ้นเสียงกล่าว ทั่วทั้งห้องประชุมพลันตกอยู่ในความเงียบงัน
บรรยากาศรอบข้างดิ่งฮวบลงจนถึงจุดเยือกแข็งในพริบตา
ใบหน้าของประธานเฉวียนซื่อทมึนตึง ทว่าเขายังคงนั่งนิ่งอยู่บนตำแหน่งสูงสุด พลางซักไซ้ทีละคำอย่างหนักแน่น
"เซียวหมิง นี่ท่านคิดจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับสมาพันธ์ผู้คุมกฎแห่งมิติ และขุมกำลังทั้งหมดในมหานครสวรรค์งั้นรึ?"
บรรพชนเผ่าเฉียนหัวเราะเบาๆ
"ตัวข้าผู้เฒ่ามิได้มีความคิดเช่นนั้นเลย"
เขาเว้นจังหวะไปชั่วครู่ ก่อนจะกวาดสายตามองทุกคนในที่ประชุมทีละคน
"พวกเจ้าลงคะแนนต่อได้แล้ว"
เขาเพียงแค่แสดงจุดยืนของตัวเองออกมาก็เท่านั้น
ยอดฝีมือจำนวนไม่น้อยในที่นั้นต่างหันมาสบตากัน ทุกคนต่างมองเห็นแววตาหวาดเกรงและลำบากใจฉายชัด
ไม่มีใครอยากล่วงเกินบรรพชนเผ่าเฉียนและเผ่าเฉียนเลยแม้แต่คนเดียว
ทว่าในตอนนั้นเอง มหาจักรพรรดิเผ่าคุน จ่างซุนอู๋ฮุ่ย ก็เอ่ยขึ้น
"ข้าขอลงคะแนนให้หนึ่งเสียง"
กล่าวจบ มหาจักรพรรดิเผ่าคุนก็จับจ้องไปยังบรรพชนเผ่าเฉียนด้วยรอยยิ้มละไม คล้ายแฝงเจตนาท้าทายอยู่ลึกๆ
เมื่อมหาจักรพรรดิเผ่าคุนยอมออกโรงเป็นคนแรก มหาจักรพรรดิจูเฟิ่ง มหาจักรพรรดิพ่านกวน มหาจักรพรรดิอู๋ซิง มหาจักรพรรดิเผ่าเต๋า มหาจักรพรรดิเซิ่งฝัว และมหาจักรพรรดิไป่หลี่ มหาจักรพรรดิทั้งหกท่านก็ทยอยยกมือลงคะแนนเห็นชอบตามไปด้วย
ส่งผลให้ตอนนี้มีคะแนนเสียงรวมเป็นเจ็ดคะแนนแล้ว
ทว่าเรื่องที่ทำให้ผู้คนประหลาดใจที่สุดคือ มหาจักรพรรดิอู๋ชีกลับไม่ได้ร่วมลงคะแนนด้วย
ขณะที่ตัวแทนขุมกำลังของมหาจักรพรรดิอีกสามท่าน หลังจากประเมินผลได้ผลเสียอย่างรอบคอบแล้วก็ลงมติเห็นชอบเช่นกัน
เมื่อนับรวมแล้วจึงกลายเป็นสิบคะแนนเสียงพอดี
ในบรรดาขุมอำนาจของสิบสามมหาจักรพรรดิ บัดนี้คงเหลือเพียงบรรพชนเผ่าเฉียน มหาจักรพรรดิอู๋ชี และเฉิ่นเยียนเท่านั้นที่ยังไม่ได้ออกเสียงลงคะแนน
สายตาของมหาจักรพรรดิจูเฟิ่งจับจ้องลึกไปยังเฉิ่นเยียน เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหน็บแนมถากถาง
"อย่างไรกัน? แม่นางเฉิ่นมีเรื่องอันใดให้ต้องลังเลอยู่อีกหรือ?"
สิ้นประโยค สายตาของผู้คนจำนวนมากต่างก็พากันไปรวมอยู่ที่ร่างของเฉิ่นเยียนเป็นตาเดียว
กระทั่งเซียวเจ๋อชวน บรรพชนเผ่าเฉียน และประธานเฉวียนซื่อ ก็เบนสายตามาจับจ้องที่นางเช่นกัน
เฉิ่นเยียนหันหน้าเผชิญกับทุกคน สายตาของนางเผลอประสานเข้ากับนัยน์ตาของเซียวเจ๋อชวนชั่วครู่หนึ่งอย่างไม่ได้ตั้งใจ จากนั้นนางจึงแย้มยิ้มอย่างเรียบเฉย
"ข้ามีเรื่องให้ต้องพิจารณาอยู่จริงๆ"