- หน้าแรก
- พลิกชะตาร้านผักผลาญทรัพย์
- ตอนที่ 78 ร้านขายผักขายแตงโม?
ตอนที่ 78 ร้านขายผักขายแตงโม?
ตอนที่ 78 ร้านขายผักขายแตงโม?
ตอนที่ 78 ร้านขายผักขายแตงโม?
วิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับคู่แข่งที่ลดราคาก็คือการลดราคาตาม
แต่ตอนนี้เฉิงเหล่ยไม่มีเงินทุนพอที่จะไปเล่นสงครามราคากับใคร เหตุผลก็ไม่มีอะไรมาก ทั้งหมดเป็นเพราะสัญญาเช่าของเขากำลังจะหมดลงแล้ว ไม่อย่างนั้นเฉิงเหล่ยคงลดราคาตามไปแล้ว และด้วยผักจากระบบที่มีคุณภาพสูงกว่า เขาต้องเอาชนะป้าเสิ่นได้อย่างแน่นอน
แต่เฉิงเหล่ยยังคงยืนยันคำเดิมว่า เขาไม่มีเวลาและไม่มีเงินพอที่จะไปเสียเวลากับเรื่องนี้ เรื่องนี้มันน่าปวดหัวจริงๆ
แต่ป้าเสิ่นคนนี้ก็ใจเด็ดใช่ย่อย ไม่เจอกันแค่สองวัน ไม่รู้ว่าเธอไปคิดวิธีนี้ออกมาได้ยังไง เพราะวันนี้ร้านป้าเสิ่นยังคงลด 20% ทั้งร้าน แถมยังเปิดลำโพงโฆษณาป่าวประกาศอยู่ตลอดเวลา ทำให้ธุรกิจฝั่งเฉิงเหล่ยเงียบเหงาจนน่าใจหาย
ผักระบบน่ะมันดีจริง แต่มันก็ค่อนข้างแพง เฉิงเหล่ยคิดว่าถ้าเขาไปเปิดร้านในย่านที่พักอาศัยระดับหรู เขาจะตั้งราคาผักให้สูงกว่านี้ได้ไหมนะ?
หือ? เดินสายไฮเอนด์งั้นเหรอ?
วิธีนี้ดูท่าจะใช้ได้จริง แต่ตอนนี้เฉิงเหล่ยไม่มีเงินที่จะไปเริ่มแผนการนั้น ราคาอสังหาริมทรัพย์ในย่านหรูนั้นสูงมาก ดังนั้นราคาค่าเช่าหน้าร้านก็คงไม่ต่ำตามไปด้วย ไม่เหมือนกับหมู่บ้านใหม่ที่เฉิงเหล่ยเช่าอยู่ตอนนี้ ค่าเช่าปีหนึ่งแค่เจ็ดถึงแปดหมื่นหยวน ถ้าเป็นหน้าร้านขนาดเท่ากันในย่านหรู ปีหนึ่งถ้าไม่มีสักสองสามแสนหยวนก็ไม่มีทางเช่าได้หรอก
ดูท่าแล้ว คงต้องหาทางรับมือกับกิจกรรมใหม่ของป้าเสิ่นไปก่อน ช่างประจวบเหมาะเหลือเกินที่เธอมาจัดกิจกรรมนี้ในช่วงที่เขาต้องการเงินที่สุด ตอนนี้ในมือเฉิงเหล่ย นอกจากผักระบบไม่กี่อย่างแล้ว ก็เหลือแตงโมจากระบบนี่แหละ
จริงสิ! หรือว่าเราจะขายผลไม้พ่วงไปด้วยเลย เริ่มจากแตงโมก่อนดีไหม?
พอคิดได้ดังนั้น เฉิงเหล่ยก็รู้สึกว่าน่าลองดู ตอนนี้ผักร้านป้าเสิ่นลดราคา เขาแข่งด้วยไม่ไหวแน่ๆ แต่ถ้าเขาขายแตงโม มันก็ไม่ได้ทับไลน์กับผักของป้าเสิ่น รอให้เขาหาเงินได้พอจนต่อสัญญาเช่าสำเร็จเสียก่อน ถึงตอนนั้นค่อยมาเปิดศึกสงครามราคากับป้าเสิ่นก็ยังไม่สาย อีกอย่าง การลด 20% ของป้าเสิ่นไม่มีทางทำได้นานหรอก คาดว่าเธอคงรู้ว่าสัญญาเช่าร้านของเขากำลังจะหมด เลยกะจะเล่นงานเขาให้จมดิน
คิดแล้วก็ลงมือทำทันที เฉิงเหล่ยรีบเข้าไปหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับการเปลี่ยนขอบเขตการประกอบธุรกิจในใบอนุญาตประกอบกิจการ การเปลี่ยนขอบเขตธุรกิจนั้นง่ายมาก แค่ไปทำเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็พอ ง่ายกว่าการไปทำใบอนุญาตใหม่ตั้งเยอะ ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง เฉิงเหล่ยรีบปิดร้านทันทีแล้วเดินทางไปจัดการเรื่องเอกสาร หลังจากใช้เวลาเดินเรื่องอยู่ครึ่งชั่วโมง เฉิงเหล่ยก็เปลี่ยนขอบเขตธุรกิจในใบอนุญาตสำเร็จ
จากเดิมที่ขายแค่ผัก ตอนนี้สามารถขายผัก, ผลไม้, สัตว์ปีก, เนื้อสัตว์ และสัตว์น้ำได้แล้ว เพราะเฉิงเหล่ยรู้ว่าในมิติเกมของเขายังมีฟาร์มปลาและปศุสัตว์อยู่ ใส่เพิ่มไว้เลยตอนนี้ วันหน้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลามาทำเรื่องใหม่
เขากลับมาถึงร้านผักก็เป็นเวลาสิบโมงแล้ว ธุรกิจฝั่งป้าเสิ่นยังคงคึกคักสุดๆ เนื่องจากได้เอกสารมาเรียบร้อย เฉิงเหล่ยจึงไปที่โกดังด้านหลังเพื่อนำแตงโมออกมา 40 ชั่ง (ประมาณ 20 กก.) ซึ่งก็ได้แตงโมลูกใหญ่ๆ มา 5 ลูก
เขาวางแตงโมไว้ที่หน้าประตูร้าน และเริ่มอัดเสียงโฆษณาใส่ลำโพง
"แตงโมจ้า แตงโมขายแล้วจ้า แตงโมออร์แกนิกสีเขียว ปลูกแบบธรรมชาติไร้สารพิษ เดินผ่านมาอย่าพลาดเด็ดขาด เชิญแวะดูก่อนได้จ้า"
ทันทีที่เสียงโฆษณาของเฉิงเหล่ยดังขึ้น ป้าเสิ่นที่อยู่ข้างๆ ถึงกับอึ้ง คนที่กำลังซื้อผักอยู่ร้านข้างๆ ก็อึ้ง แม้แต่คนที่เดินผ่านไปมาหน้าหน้าร้านเฉิงเหล่ยยังต้องหยุดกะทันหัน
ร้านขายผักขายแตงโม?
คนที่พอจะรู้ว่าเฉิงเหล่ยเปิดร้านอะไร หรือคนที่มองเห็นป้ายชื่อร้าน ต่างก็จับจ้องมาที่เฉิงเหล่ยเป็นตาเดียว ป้าเสิ่นถึงกับ เหวอไปเลย หรือว่าไอ้ร้านข้างๆ มันจะเปลี่ยนเป็นร้านขายผลไม้แล้ว?
เธอชะโงกหน้าออกมาจากร้านตัวเอง พอเห็นเฉิงเหล่ยยังเปิดร้านอยู่ ความสงสัยในหัวก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
"เจ้าหนุ่มเฉิงคนนี้ ไม่ขายผักแล้ว หันมาขายผลไม้แทนเหรอ?"
แม้แต่พี่จางร้านถัดไปที่ไม่ค่อยจะโผล่หน้าออกมา ก็ยังแอบชะโงกหน้ามามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ลูกค้าคนหนึ่งที่ยืนอยู่ร้านป้าเสิ่นแต่อยู่ใกล้ร้านเฉิงเหล่ย ตะโกนถามขึ้นมาว่า
"เถ้าแก่ ร้านคุณขายแตงโมแล้วเหรอ?"
เฉิงเหล่ยหันไปมองคนถาม เขาจำได้ว่าคนนี้เคยมาซื้อแตงกวาเมื่อไม่กี่วันก่อน
"ครับ พอดีช่วงนี้หาแตงโมพันธุ์ดีเป็นพิเศษมาได้ เลยอยากให้ทุกคนได้ลองชิมกันดูครับ" เฉิงเหล่ยตอบด้วยท่าทางภูมิฐานสุดๆ บอกว่าหาแตงโมดีๆ มาได้เลยอยากให้ชิม... จะขายของก็บอกขายของเถอะ พูดจาซะดิบดีเชียว
แตงโมคือผลไม้ที่ต้องกินในฤดูร้อน คนที่จะซื้อแตงโมนั้นมีเยอะอยู่แล้ว หลังจากที่เฉิงเหล่ยปล่อยโฆษณาขายแตงโมออกไป ก็เริ่มมีคนเดินเข้ามาถามไถ่ แต่ส่วนใหญ่จะมารวมตัวกันดูของแปลกมากกว่า
ร้านผักขายแตงโมพวกเขาเคยเห็นนะ แต่มักจะเป็นพวกซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านขายของสด แต่ร้านที่ขายผักล้วนๆ แบบเฉิงเหล่ยแล้วจู่ๆ มาขายแตงโมนี่หาดูยากจริงๆ อย่างน้อยก็ในแถบใจกลางเมืองแบบนี้
"เถ้าแก่ แตงโมนี่ขายชั่งละเท่าไหร่?" คนแรกที่ถามราคาคือหญิงสาวผมยาววัยสามสิบกว่าๆ ท่าทางดูเป็นแม่บ้านมีระดับ
"สาม..." เฉิงเหล่ยเกือบจะหลุดปากบอกไปว่าชั่งละ 3 หยวน แต่เขาฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าแตงโมของเขารสชาติดีกว่าแตงมอนำเข้าเสียอีก ราคาจะต่ำเกินไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเขาก็จะไม่ได้กำไรอะไรเลย
ดังนั้น เฉิงเหล่ยจึง "ใจดำ" กัดฟันบอกราคาที่ทำให้ทุกคนต้องตะลึง
"ชั่งละ 8.3 หยวนครับ"
"อะไรนะ! ชั่งละแปดหยวนสาม?"
"แพงขนาดนี้เลยเหรอ?"
"ทำมาจากทองหรือไงเนี่ย?"
เป็นไปตามคาด ทันทีที่เฉิงเหล่ยบอกราคา เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทันที ทั้งเสียงตกใจและเสียงกังขาปนเปกันไปหมด หลังจากบอกราคาไป ร้านเฉิงเหล่ยก็ยิ่งคึกคักขึ้น คนที่มามุงดูเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายลูกค้าที่กำลังซื้อผักอยู่ที่ร้านป้าเสิ่นก็ยังวิ่งมาดูเรื่องสนุกที่ร้านเฉิงเหล่ยกันหมด
"ทุกท่านครับ นี่คือแตงโมออร์แกนิกสีเขียว รสชาติดีกว่าแตงโมนำเข้าอีกนะ ไม่เชื่อลองซื้อไปชิมดูได้ครับ"
เฉิงเหล่ยไม่ได้ตื่นตระหนกกับเสียงกังขาของทุกคน เขาอธิบายด้วยท่าทีนิ่งสงบ ความนิ่งนี้มาจากความมั่นใจในแตงโมระบบล้วนๆ
ก่อนหน้านี้ แตงกวาและมะเขือเทศจากระบบก็ได้พิชิตใจคนไปกลุ่มหนึ่งแล้ว แม้แต่ฟักทองที่นานๆ ออกมาที ก็ยังสยบแม่บ้านสาวอย่างจินหลิงได้ ตอนนี้เขามั่นใจในแตงโมลูกนี้มาก
"แต่มันก็แพงเกินไปนะ แตงโมอย่างมากก็ชั่งละสองสามหยวน นี่คุณขายชั่งละแปดหยวน ฝันอยู่หรือเปล่าเนี่ย"
หลังจากเฉิงเหล่ยอธิบาย ก็ยังมีคนตะโกนกังขาขึ้นมาท่ามกลางฝูงชน และคำพูดนี้ก็ได้รับการยอมรับจากทุกคน เพราะ เฉิงเหล่ยสังเกตเห็นว่าตอนที่คนคนนี้พูด คนส่วนใหญ่ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย
"ทุกท่านครับ ถ้าไม่เชื่อ ลองซื้อไปลูกหนึ่งดู ถ้าไม่อร่อย ผมไม่คิดเงินสักหยวนเดียว"
เฉิงเหล่ยกลับมาใช้มุกเดิมเหมือนตอนที่เริ่มขายมะเขือเทศใหม่ๆ
เฉิงเหล่ยคิดว่าพอพูดแบบนี้แล้วจะมีคนมาลองซื้อดูบ้าง แต่พอพูดจบ ทุกคนก็ยังคงยืนดูเชิงกันอยู่ ไม่มีใครยอมควักเงินซื้อแตงโมไปลองเลยสักคน
เฉิงเหล่ย .......
เอ่อ... สถานการณ์ตอนนี้ดูเหมือนจะคลาดเคลื่อนจากแผนที่วางไว้นิดหน่อยแฮะ
"เฮ้ๆๆ มองอะไรกันอยู่เหรอ?"
ในขณะที่ทุกคนกำลังยืนดูแต่ไม่ขยับ ก็มีคนร่างท้วมกำยำค่อยๆ เบียดฝูงชนเข้ามาเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น คนคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ "ป้าเผย" เจ้าของตึกนั่นเอง ป้าเผยใช้ความสามารถทางร่างกายอันยอดเยี่ยมเบียดเข้ามาถึงด้านในสุดได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ป้าเผยขยับตัว เสียงบ่นด่าก็ดังไม่ขาดสาย
"ใครน่ะ เบียดทำไมเนี่ย"
"นั่นสิ เบียดหาอะไร"
"เชี่ยเอ๊ย ใครเดินชนตรูวะ"
......
ป้าเผยเมินเฉยต่อเสียงเหล่านั้นโดยสิ้นเชิง และเบียดเข้ามาถึงตรงหน้าเฉิงเหล่ยจนได้
"เสี่ยวเฉิง เป็นอะไรไป เกิดอะไรขึ้นเหรอ ทำไมคนมารวมตัวที่ร้านเธอเยอะขนาดนี้?"
ป้าเผยถามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย
เมื่อกี้เฉิงเหล่ยก็เห็นเหตุการณ์ที่ป้าเผยเบียดเข้ามาอย่าง "ง่ายดาย" จนถึงตรงหน้าเขาแบบเต็มสองตา จนเกือบจะเรียกสติกลับมาไม่ทัน
ป้าเผยนี่... โหดจริงๆ
"อ๋อ ป้าเผยนี่เอง สวัสดีครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ พอดีวันนี้ผมเริ่มขายแตงโม คนเลยมามุงดูกันเฉยๆ" เฉิงเหล่ยตอบด้วยท่าทางสบายๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ขายแตงโม? เธอขายแตงโมแล้วเหรอ?" น้ำเสียงป้าเผยดูสงสัยหนักกว่าเดิม
"ใช่ครับ พอดีช่วงนี้หาแตงโมออร์แกนิกได้มาชุดหนึ่ง วันนี้เลยลองเอามาวางขายดูครับ" เฉิงเหล่ยพูดพลางปรายตามองแตงโมไม่กี่ลูกตรงหน้า
ป้าเผยมองตามสายตาเฉิงเหล่ยไป ก็เห็นแตงโมลูกใหญ่กลมดิ๊ก 5 ลูกวางอยู่ตรงนั้น ผิวแตงโมดูสดมาก และลายบนเปลือกก็เป็นระเบียบสวยงาม แตงโมนี่มองแวบแรกก็รู้เลยว่าเป็นแตงโมเกรดดี! เหมือนกับเฉิงเหล่ยนั่นแหละ มองแวบแรกก็รู้เลยว่าเป็นพ่อหนุ่มรูปหล่อ
"อืม ดูสดชื่นดีนะ" ไม่รู้ว่าป้าเผยหมายถึงแตงโมมันสด หรือว่าการที่เขามาขายแตงโมนี่มันเป็นเรื่องแปลกใหม่กันแน่
"ป้าเผยรับไปสักลูกไหมครับ?"
"ได้สิ"
"เฮ้ย! คุณน้อง แตงโมนี่ชั่งละตั้งแปดหยวนสามเชียวนะ!"
ในขณะที่ป้าเผยกำลังจะซื้อแตงโม ก็มีคุณป้าคนหนึ่งส่งเสียงเตือนด้วย "ความหวังดี" เรื่องราคาแตงโม
"ชั่งละแปดหยวนสาม?" ป้าเผยเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็วแล้วพูดว่า
"แค่แปดหยวนสามเองเหรอ นึกว่าเธอจะบอกว่าชั่งละแปดสิบสามซะอีก"
ป้าเผยไม่ได้เห็นราคาชั่งละแปดหยวนสามอยู่ในสายตาเลยสักนิด ก็แหงล่ะ... เงินในบัญชีเธอมีตัวเลขแปดหลักเป็นอย่างต่ำ เมื่อเห็นว่าป้าเผยไม่มีปัญหาเรื่องราคาแม้จะมีคนหวังดีมาเตือน เฉิงเหล่ยก็อุ้มแตงโมลูกหนึ่งขึ้นมาวางบนตาชั่งอิเล็กทรอนิกส์ทันที
"6 กิโลกรัม เป็นเงิน 99.6 หยวนครับ"
"ป้าเผย คิดแค่ 99 หยวนก็พอครับ"
"ได้เลย"
"จะให้หั่นให้เลยไหมครับ?"
"หั่นเลยก็ดี เอาแบบเป็นชิ้นเล็กๆ นะ ป้าจะใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มกินเลย"
"ไม่มีปัญหาครับ"
ไม่นานนัก เฉิงเหล่ยก็หั่นแตงโมเป็นชิ้นเล็กๆ จัดใส่กล่องได้ 4 กล่อง หลังจากส่งแตงโมที่หั่นเสร็จให้ป้าเผยแล้ว เธอก็ไม่ได้เดินจากไปไหนทันที พอดีอากาศร้อน เธอเลยนั่งลงบนเก้าอี้ม้านั่งตัวเล็กของเฉิงเหล่ยเพื่อเตรียมจะกินแตงโม แต่ไม่มีไม้จิ้มฟัน
เธอจึงถามเฉิงเหล่ยว่า "เสี่ยวเฉิง เธอพอจะมีไม้จิ้มฟันไหม?"
"มีครับๆ เดี๋ยวผมหยิบให้" ในฐานะลูกค้าแตงโมรายแรก เฉิงเหล่ยบริการอย่างกระตือรือร้นพร้อมจัดหาไม้จิ้มฟันให้เสร็จสรรพ
หลังจากได้รับไม้จิ้มฟันจากเฉิงเหล่ย ป้าเผยเจ้าของตึกก็นั่งลงตรงนั้นและเตรียมลงมือกินทันที และในตอนนี้ สายตาของทุกคนต่างก็จับจ้องไปที่ตัวเธอ แม้แต่เฉิงเหล่ยเองก็จ้องป้าเผยตาเขม็ง เขาอยากรู้เหลือเกินว่า หลังจากที่ป้าเผยได้กินแตงโมนี้เข้าไปแล้ว เธอจะมีปฏิกิริยายังไง!
จบตอน 78