เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 31 ไปเชิญเชฟใหญ่มาแล้ว

ตอนที่ 31 ไปเชิญเชฟใหญ่มาแล้ว

ตอนที่ 31 ไปเชิญเชฟใหญ่มาแล้ว


ตอนที่ 31 ไปเชิญเชฟใหญ่มาแล้ว

 

"มะเขือเทศของพวกคุณมีปัญหาหรือเปล่าครับ?"

เจิ้งจินเป่าชี้ไปที่ชามมะเขือเทศตุ๋นเนื้อน่องลาย พลางเอ่ยถามพนักงานเสิร์ฟสาวสวย

"คะ? คุณผู้ชายหมายความว่า มะเขือเทศตุ๋นเนื้อน่องลายของพวกเรามีปัญหาเหรอคะ?"

บริกรสาวแสดงสีหน้าประหลาดใจอย่างมาก เธอไม่คิดเลยว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้ออกมาจากปากลูกค้า

ในฐานะโรงแรมที่หรูหราที่สุดในเมืองซีสุ่ย ยังไม่เคยมีใครพูดจาแบบนี้มาก่อน และในตอนที่เธอเอ่ยทวนคำถามเพื่อความแน่ใจ ลูกค้าโต๊ะรอบๆ ก็เริ่มหันมามองที่โต๊ะนี้กันเป็นตาเดียว

"ใช่ครับ เพื่อนผมบอกว่ามะเขือเทศนี่มันมีปัญหา"

เจิ้งจินเป่าเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย เพื่อเปิดทางให้เห็นร่างของเฉิงเหล่ยชัดๆ

เฉิงเหล่ยมองหน้าเจิ้งจินเป่าด้วยความอึ้งและทำอะไรไม่ถูก

ไอ้เพื่อนเวร... จู่ๆ แกก็โยนขี้... เอ๊ย โยนเผือกร้อนมาให้ฉันเฉยเลยนะ!

"กรุณารอสักครู่นะคะ เดี๋ยวฉันไปเชิญผู้จัดการมาสักครู่ค่ะ"

พนักงานสาวตอบกลับอย่างสุภาพ ก่อนจะรีบเดินไปหาผู้จัดการห้องโถงทันที

ไม่นานนัก บริกรสาวก็เดินกลับมา แต่คราวนี้มีอีกคนเดินนำหน้าเธอมาด้วย

คนคนนั้นดูเหมือนอายุยังไม่ถึงสามสิบปี แม้จะสวมชุดพนักงานที่เป็นทางการ แต่ก็ไม่อาจปกปิดรูปร่างที่สมส่วนดูดีได้เลย

ที่สำคัญที่สุดคือ ผู้หญิงคนนี้หน้าตาสวยสะดุดตาและละเอียดลออมาก โดยเฉพาะรอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าตลอดเวลา ทำให้ใครที่มองก็อดที่จะหลงใหลไม่ได้

สรุปสั้นๆ ด้วยคำเดียวเลยคือ "สาวสวยระดับตัวแม่"

"สวัสดีค่ะท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ดิฉันฉินอวี่เฟย ผู้จัดการห้องโถงของโรงแรมซิงไห่ค่ะ ไม่ทราบว่าทางโต๊ะนี้แจ้งว่ามะเขือเทศตุ๋นเนื้อน่องลายของเรามีปัญหาใช่ไหมคะ?"

ฉินอวี่เฟย ผู้จัดการโรงแรมซิงไห่ แนะนำตัวอย่างมีมารยาทก่อนจะถามเข้าประเด็น

"ใช่ครับ ตามนั้นเลย"

เจิ้งจินเป่าที่ได้ยินเสียงหวานๆ ของอีกฝ่ายก็นั่งอึ้ง จ้องผู้จัดการฉินตาค้างก่อนจะตอบออกไป

"ถ้าอย่างนั้นคุณผู้ชายคะ ไม่ทราบว่ามะเขือเทศนี้มีจุดไหนที่รู้สึกว่าไม่ถูกต้องหรือเปล่าคะ ดิฉันจำเป็นต้องขอข้อมูลเพื่อตรวจสอบค่ะ"

"เอ่อ... เรื่องนั้นผมไม่รู้หรอก ต้องถามเขานู่น"

เจิ้งจินเป่าเบี่ยงตัวหลบอีกครั้ง เผยให้เห็นเฉิงเหล่ยที่นั่งเกร็งอยู่

"อ้อ... คุณผู้ชายคะ คุณรู้สึกว่ามะเขือเทศมีจุดไหนที่ไม่ถูกต้องเหรอคะ?"

ทันทีที่เจิ้งจินเป่าหลบทาง สายตาของฉินอวี่เฟยก็ตกลงไปที่ตัวเฉิงเหล่ยโดยสัญชาตญาณ

ในตอนนี้ ไม่ใช่แค่เจิ้งจินเป่ากับสองสาวนัดบอดเท่านั้น แม้แต่ผู้จัดการฉิน พนักงานเสิร์ฟ หรือแม้กระทั่งลูกค้าโต๊ะอื่นๆ ต่างก็จับจ้องมาที่เฉิงเหล่ยเป็นจุดเดียว

เฉิงเหล่ยรู้สึกได้ว่าหัวใจตัวเองเต้นรัว เริ่มรู้สึกประหม่าและอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก

เขาไม่เคยคิดเลยว่า แค่การพูดทักว่ามะเขือเทศมีปัญหา มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้

ความตั้งใจแรกของเขาก็แค่หวังดีอยากจะเตือนเพื่อนร่วมโต๊ะอีกสามคนให้ระวังจานนี้ไว้ และทางที่ดีคืออย่ากินมันเลย

แต่เจิ้งจินเป่ากลับจัดบทละครชุดใหญ่ไฟกะพริบให้เขาซะงั้น ทำเอาเขาตั้งตัวแทบไม่ติด

ทว่า... เมื่อลูกธนูถูกง้างอยู่บนคันศรแล้ว มันก็ต้องยิงออกไป

เฉิงเหล่ยใช้สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วว่าจะตอบยังไงดี ให้เรื่องใหญ่มันกลายเป็นเรื่องเล็ก และเรื่องเล็กก็จบหายไปให้พ้นๆ ซะที

แต่สายตาของคนรอบข้างที่รุมจ้องมา ทำให้เขาคิดหาทางหนีทีไล่ไม่ออกในชั่วพริบตา

สุดท้าย เขาเลยต้องกัดฟันตอบไปตามตรง "ใช่ครับ ผมรู้สึกว่ารสชาติมะเขือเทศในจานนี้มันแปลกๆ รสชาติมันแปร่งๆ น่ะครับ"

"รับทราบค่ะคุณผู้ชาย ทางเราจะรีบจัดการให้เดี๋ยวนี้ค่ะ"

หลังจากฉินอวี่เฟยฟังคำอธิบายของเฉิงเหล่ย เธอก็ยังคงตอบกลับอย่างเป็นมืออาชีพและสุภาพมาก

"ไป... ไปเชิญเชฟใหญ่ออกมา"

จากนั้น ผู้จัดการฉินก็หันไปสั่งพนักงานเสิร์ฟสาวทันที

"รับทราบค่ะผู้จัดการ"

บริกรสาวรับคำแล้วรีบวิ่งไปที่ห้องครัวเพื่อตามตัวเชฟใหญ่ออกมา

"คุณผู้ชายกรุณารอสักครู่นะคะ ดิฉันให้คนไปตามเชฟใหญ่มาแล้วค่ะ"

ฉินอวี่เฟยยังคงประดับรอยยิ้มบนใบหน้า แม้ว่าเรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องดีสำหรับโรงแรมระดับนี้ แต่ในเมื่อลูกค้าแจ้งว่ามีปัญหา พวกเขาก็ต้องแก้ไขอย่างจริงจัง

ไปเชิญเชฟใหญ่มาเลยเหรอ?

พอเฉิงเหล่ยได้ยินว่าต้องเผชิญหน้ากับเชฟใหญ่ สมองเขาก็ยิ่งมึนตึ้บเข้าไปใหญ่

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? ทำไมเรื่องมันบานปลายไปขนาดนี้?

การตอบสนองต่อปัญหานี่มันจะรวดเร็วเกินไปไหม! แถมยังตามเชฟใหญ่ออกมาอีก จะเล่นใหญ่ไปไหน!

เฉิงเหล่ยหารู้ไม่ว่า ในฐานะโรงแรมเกรดพรีเมียมที่สุดในซีสุ่ย นอกจากรสชาติอาหารที่ต้องเลิศเลอแล้ว "การบริการ" คือหัวใจสำคัญ

ดังนั้น เมื่อมีการแจ้งปัญหา พวกเขาจึงมีคนมารับช่วงต่อและจัดการแก้ไขอย่างทันท่วงทีและให้เกียรติมาก

ครู่หนึ่ง ชายในชุดเชฟสีน้ำเงินเข้มก็เดินตามพนักงานเสิร์ฟสาวออกมา

"สวัสดีครับท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ผมเถียนเจี๋ย เชฟใหญ่ประจำโรงแรมครับ ไม่ทราบว่าพวกคุณรู้สึกว่ามะเขือเทศตุ๋นเนื้อน่องลายจานนี้มีปัญหาตรงไหนหรือเปล่าครับ?"

วิธีการแนะนำตัวแบบเดียวกัน ความสุภาพแบบเดียวกันเป๊ะ

คราวนี้เจิ้งจินเป่าเริ่มมีประสบการณ์แล้ว เขาไม่พูดไม่จา แต่หันไปมองเฉิงเหล่ยเป็นคำตอบทันที

เชฟเถียนเจี๋ยเองก็สังเกตเห็นปฏิกิริยาของทุกคน จึงถามย้ำกับเฉิงเหล่ยอีกรอบ "สวัสดีครับคุณผู้ชาย คุณคิดว่ามะเขือเทศตุ๋นเนื้อน่องลายมีปัญหาใช่ไหมครับ?"

"ไม่ใช่ว่ามะเขือเทศตุ๋นเนื้อมีปัญหาครับ แต่เป็นที่ 'มะเขือเทศ' ต่างหากที่มีปัญหา"

ในตอนนี้ ความรู้สึกอับอายของเฉิงเหล่ยเริ่มจะแซงหน้าความประหม่าไปแล้ว

"ไม่ทราบว่ามันเป็นปัญหาตรงไหนครับ? มะเขือเทศที่ทางเราเลือกใช้ล้วนเป็นเกรดพรีเมียมที่สุด ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะครับ"

"คือ... มันเปรี้ยวไปหน่อยครับ แต่มันไม่ใช่ความเปรี้ยวปกติของมะเขือเทศ แต่มันเปรี้ยวแบบของเสีย ของบูดน่ะครับ คุณเข้าใจความหมายผมไหม?"

ตอนพูดประโยคนี้ เฉิงเหล่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นใจเอาซะเลย เพราะเขารู้ดีว่าข้อกล่าวหานี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แต่มันเกี่ยวพันถึงชื่อเสียงของโรงแรมทั้งโรงแรม

และแน่นอน พอเฉิงเหล่ยพูดจบ สีหน้าของพนักงานฝั่งโรงแรมทุกคนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยทันที

ทว่า ด้วยจรรยาบรรณในวิชาชีพ พวกเขาก็รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว

"อ้อ อย่างนี้นี่เอง... แล้วอีกสามท่านล่ะครับ รู้สึกถึงปัญหานี้เหมือนกันไหม?"

หลังจากฟังคำของเฉิงเหล่ย เชฟเถียนเจี๋ยก็หันไปถามคนอื่นๆ บนโต๊ะ

ชินเฉี่ยวหลิงและเซียวไป๋เมิ่งเหยียนต่างส่ายหัว บอกว่าพวกเธอไม่รู้สึกถึงความผิดปกตินั้น ส่วนเจิ้งจินเป่าหลังจากชำเลืองมองเฉิงเหล่ยแวบหนึ่ง ก็พยักหน้าตามเพื่อนไป

"ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นไม่ทราบว่าจะรังเกียจไหมถ้าผมจะขอชิมอาหารจานนี้ดูสักหน่อย?"

"ไม่รังเกียจครับ"

เมื่อได้รับอนุญาต เชฟเถียนเจี๋ยก็รับตะเกียบและถ้วยมาจากพนักงานเสิร์ฟ แล้วคีบมะเขือเทศเข้าปากไปหนึ่งชิ้น

ในวินาทีนั้น สายตาของทุกคนเปลี่ยนจากจ้องเฉิงเหล่ยไปจ้องที่ใบหน้าของเชฟแทน ทุกคนต่างรอคอยว่าเชฟใหญ่จะพูดว่ายังไง

หลังจากเคี้ยวไปสองสามครั้ง เชฟเถียนเจี๋ยก็เอ่ยปากขึ้น "ผมชิมแล้วครับ มะเขือเทศจานนี้ไม่มีปัญหาอะไรเลย และมะเขือเทศที่เราใช้ก็คือเกรดที่ดีที่สุด รสชาติมันก็เป็นแบบนี้แหละครับ"

คราวนี้ สปอตไลท์ทุกดวงกลับมาส่องที่เฉิงเหล่ยอีกรอบ!

เชฟใหญ่ของโรงแรมระดับห้าดาว คงไม่มีเหตุผลที่จะมาโกหกหน้าตายเรื่องมะเขือเทศแค่จานเดียวหรอก

เฉิงเหล่ยรู้สึกหน้าร้อนผ่าว เขาไม่รู้เลยว่าจะจัดการกับสถานการณ์น่าอึดอัดนี้ยังไงดี

นั่นสิ... อยู่ดีๆ มาหาเรื่องใส่ตัวในโรงแรมหรูขนาดนี้ทำไมวะเนี่ย หาเรื่องใส่ตัวชัดๆ!

ในใจเขาว้าวุ่นไปหมด โดยเฉพาะสายตาคนรอบข้างที่กดดันจนทำอะไรไม่ถูก

ถ้าตอบไม่ดีล่ะก็ งานนี้เสียหมา... เอ๊ย เสียหน้ายับเยินแน่!

แล้วนี่ข้าจะตามไอ้เจิ้งจินเป่ามาทำซากอะไรเนี่ย นัดบอดก็ไม่ใช่เรื่องของตัวเองเสียหน่อย มาแล้วนั่งกินเงียบๆ ก็จบเรื่องแล้ว ดันไปทักเรื่องมะเขือเทศเขาอีก... ซวยจริงๆ!


จบตอน 31

จบบทที่ ตอนที่ 31 ไปเชิญเชฟใหญ่มาแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว