เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 30 มะเขือเทศนี่มีปัญหาซะแล้ว

ตอนที่ 30 มะเขือเทศนี่มีปัญหาซะแล้ว

ตอนที่ 30 มะเขือเทศนี่มีปัญหาซะแล้ว


ตอนที่ 30 มะเขือเทศนี่มีปัญหาซะแล้ว

 

"เอ่อ... คือว่า ปกติเธอชอบอะไรเหรอครับ?"

เมื่อเห็นว่าชินเฉี่ยวหลิงเป็นคนรับช่วงต่อบทสนทนา เจิ้งจินเป่าลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจยิงคำถามต่อ

"ไป๋เมิ่งเหยียนจะชอบอ่านหนังสือ เต้นรำ แล้วแน่นอนว่าพวกเราชอบไปช้อปปิ้งด้วยกันค่ะ"

ชินเฉี่ยวหลิงตอบคำถามนี้ออกมาแทบจะทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด

"แล้วตอนนี้เธอทำงานอะไรอยู่เหรอครับ?"

"ไป๋เมิ่งเหยียนเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศได้ไม่นานค่ะ ตอนนี้เลยอยู่ในช่วงตัดสินใจเลือกงานที่เหมาะสมอยู่"

ฝั่งเจิ้งจินเป่าก็ขยันถาม ฝั่งชินเฉี่ยวหลิงก็ตอบฉะฉานราวกับเป็นโฆษกส่วนตัวยังไงยังงั้น

เฉิงเหล่ยเห็นสถานการณ์แบบนี้แล้วก็ได้แต่สงสัยในใจ สรุปว่าเซียวไป๋เมิ่งเหยียนมานัดบอด หรือยัยชินเฉี่ยวหลิงนี่มานัดบอดกันแน่ฟะ? คำถามพวกนี้ตอบเองไม่ได้หรือไง ต้องให้คนอื่นพูดแทนตลอด

แต่เอาเถอะ ตอนนี้เฉิงเหล่ยพอจะสรุปภาพรวมได้แล้วว่า เซียวไป๋เมิ่งเหยียนคนนี้คือเด็กจบนอก นิสัยเย็นชาสุดๆ และตอนนี้กำลังเตะฝุ่นว่างงานอยู่

"เหล่ย... ฉันควรจะถามอะไรต่อดีวะ?"

เจิ้งจินเป่าโน้มตัวมากระซิบข้างหูเฉิงเหล่ยเพื่อขอความช่วยเหลือ

"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน"

เฉิงเหล่ยตอบตามตรง เขาไม่เคยนัดบอด จะไปรู้ได้ไงว่าต้องถามอะไร

พอเจิ้งจินเป่าได้ยินคำตอบเฉิงเหล่ย ก็ถึงกับหน้ามืดไปชั่วขณะ คำตอบนี้มันต่างอะไรกับการไม่ได้ถามวะเนี่ย? ไม่สิ ต่างตรงที่มันทำให้เขารู้สึกตันกว่าเดิมนี่แหละ!

ในขณะที่เจิ้งจินเป่ากำลังสมองหมุนติ้วว่าจะถามอะไรต่อดี พนักงานเสิร์ฟก็ยกอาหารมาพอดี

"ขออนุญาตนะคะ ขอวางอาหารหน่อยค่ะ"

บริกรสาวกล่าวอย่างมีมารยาท ก่อนจะค่อยๆ วางจานอาหารลงอย่างเบามือ

พออาหารทยอยมาเสิร์ฟจนครบ เจิ้งจินเป่าก็รีบชวนทันที "กินข้าวกันก่อนเถอะครับ กินก่อนๆ"

ด้วยเหตุนี้ ทั้งสี่คนรวมถึงเฉิงเหล่ยจึงหยิบตะเกียบขึ้นมาเริ่มลงมือรับประทาน

"อื้ม! ผัดรวมมิตรสามสหายรสนัวดีนะ สดมากเลย"

"โอ้โฮ กุ้งผัดซอสนี่ก็เยี่ยม เนื้อเด้งสุดๆ"

"อุ๊ย ซุปเป็ดตุ๋นนี่ก็รสชาติดีมากเลยนะเนี่ย"

เจิ้งจินเป่าชิมไปชมไปเสียงดังลั่น จนคนโต๊ะรอบๆ เริ่มหันมามองด้วยสายตาแปลกๆ

เฉิงเหล่ยสังเกตเห็นว่าเซียวไป๋เมิ่งเหยียน สาวเย็นชาฝั่งตรงข้ามเริ่มทำหน้าเปลี่ยนสี แม้แต่ชินเฉี่ยวหลิงที่ดูเฟรนด์ลี่ก็เริ่มขมวดคิ้วนิดๆ

เฉิงเหล่ยรีบแอบยื่นเท้าไปสะกิดเจิ้งจินเป่าใต้โต๊ะหลายครั้ง เพื่อเตือนไม่ให้หมอนี่ทำตัวเด่นเกินไป ในสถานที่หรูหราแบบนี้ พฤติกรรมแบบนี้มันจะทำให้คนอื่นดูถูกเอาได้ง่ายๆ

"มีอะไรเหรอเหล่ย?"

เจิ้งจินเป่ายังไม่รู้ตัว หันมามองเฉิงเหล่ยด้วยความสงสัยว่าเพื่อนมาสะกิดเขาทำไม

เฉิงเหล่ยไม่ได้พูดอะไร แต่ใช้สายตาส่งซิกให้เพื่อนมองไปรอบๆ

เจิ้งจินเป่ามองตามสายตาเฉิงเหล่ยไป ก็พบว่าหลายคนกำลังจ้องมองมาที่โต๊ะพวกเขาด้วยสายตาพิลึกพิลั่น

พอเห็นแบบนั้นเขาก็เข้าใจทันที รีบก้มหน้าก้มตาเงียบกริบลงทันควัน

เมื่อกี้เขามัวแต่จะโชว์พาวต่อหน้าสาว จนลืมไปสนิทเลยว่าที่นี่คือโรงแรมที่หรูที่สุดในเมืองซีสุ่ย

พอเจิ้งจินเป่าสงบปากสงบคำ บรรยากาศบนโต๊ะก็เริ่มเงียบเหงาลงเล็กน้อย หญิงสาวสองคนฝั่งตรงข้ามก็นั่งทานเงียบๆ แทบไม่พูดจา

จะมีบ้างนานๆ ทีที่พวกเธอคุยกัน "ไป๋เมิ่งเหยียนจ๊ะ ซุปมะเขือเทศตุ๋นเนื้อนี่รสชาติดีนะ ออกเปรี้ยวๆ นิดหน่อย"

ส่วนเฉิงเหล่ย หลังจากเตือนเพื่อนเสร็จเขาก็ตั้งหน้าตั้งตากินเงียบๆ

เดิมทีเขาไม่ควรมาที่นี่อยู่แล้ว ตลอดทั้งงานเขาเลยพยายามทำตัวให้โลว์โปรไฟล์ที่สุดเท่าที่จะทำได้

เขาทานอาหารไปเงียบๆ เริ่มจากกุ้งผัดซอส ตามด้วยผัดรวมมิตรสามสหาย ซุปเป็ดตุ๋น ยำแตงกวา และปิดท้ายด้วยซุปมะเขือเทศตุ๋นเนื้อ

เหตุผลที่เขากินเป็นลำดับสุดท้ายก็เพราะเขาคิดว่า ยำแตงกวากับมะเขือเทศที่นี่คงไม่อร่อยเท่าที่เขาปลูกเองในมิติเกมแน่ๆ เลยไม่ได้คาดหวังอะไรมาก

แต่จะว่าไป อาหารจานอื่นๆ ที่เขาทานไปตอนแรกมันก็อร่อยจริงๆ สมราคาโรงแรมห้าดาวนั่นแหละ

แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นที่จานสุดท้าย! ทันทีที่เขาลิ้มรสซุปมะเขือเทศตุ๋นเนื้อ เขาก็รู้สึกว่ามะเขือเทศนี่มันแปลกๆ รสเปรี้ยวนี่มันดูไม่ใช่รสเปรี้ยวตามธรรมชาติของมะเขือเทศยังไงชอบกล

เฉิงเหล่ยขมวดคิ้วมุ่น เริ่มไม่แน่ใจว่ามะเขือเทศนี่มันเสียหรือเปล่า?

เจิ้งจินเป่าที่กำลังอึดอัดเพราะเพิ่งทำหน้าแตกไป บังเอิญเหลือบไปเห็นเฉิงเหล่ยขมวดคิ้วเลยถามขึ้น "เป็นอะไรวะเหล่ย?"

"ไอ้อ้วน นายรู้สึกไหมว่ามะเขือเทศตุ๋นเนื้อนี่มันแปลกๆ"

"ไม่แปลกนะ เนื้อน่องลายนี่อร่อยดีออก"

เฉิงเหล่ย "......"

"ไม่ใช่! ฉันหมายถึงมะเขือเทศน่ะมันมีปัญหา นายลองชิมดูสิ"

"ได้ๆ เดี๋ยวลองดู"

ปกติเจิ้งจินเป่าไม่ชอบกินผักอยู่แล้ว เขาเลยไม่ได้แตะมะเขือเทศเลย ถึงบ้านจะเปิดร้านขายเนื้อแต่เขาก็รักมั่นแต่ในเนื้อสัตว์อย่างเดียว ดูได้จากหุ่นของเขานั่นแหละ

พอเฉิงเหล่ยทัก เจิ้งจินเป่าเลยใช้ช้อนตักซุปมะเขือเทศตุ๋นเนื้อขึ้นมาถ้วยหนึ่ง เน้นเนื้อเยอะๆ มะเขือเทศน้อยๆ เขาใช้ตะเกียบคีบชิ้นมะเขือเทศอันน้อยนิดเข้าปากแล้วเคี้ยวช้าๆ

"เป็นไง มีปัญหาไหม?"

เฉิงเหล่ยถามอย่างกระวนกระวายใจทันทีที่เพื่อนชิม

"อืม... ก็เปรี้ยวๆ ดีนะ ใช้ได้อยู่" เจิ้งจินเป่าตอบแบบขอไปที

"นายไม่รู้สึกว่ามะเขือเทศนี่มันผิดปกติเหรอ?"

"ก็ปกตินะ"

เฉิงเหล่ยส่ายหัว... กะแล้วเชียว เจิ้งจินเป่าแยกแยะไม่ออกหรอก

"เอ่อ... พวกคุณคิดว่ามะเขือเทศนี่เป็นยังไงบ้างครับ มีอะไรผิดสังเกตไหม?"

เฉิงเหล่ยหันไปถามสาวๆ ฝั่งตรงข้ามแทน เขายังคงติดใจว่ามะเขือเทศนี่มันต้องมีปัญหาแน่ๆ

"เอ๋? มะเขือเทศเหรอคะ? ก็ไม่มีอะไรผิดปกตินะ รสเปรี้ยวๆ อร่อยดีออกค่ะ"

ชินเฉี่ยวหลิงที่กำลังซดน้ำซุปอยู่ เงยหน้าขึ้นมาตอบคำถาม

"ไม่ค่ะ" เซียวไป๋เมิ่งเหยียนสาวเย็นชาก็ส่ายหน้าปฏิเสธเช่นกัน

หรือว่าเราจะคิดมากไปเอง? หรือเราอ่อนไหวเกินไป?

แต่ไม่น่าใช่นะ เขามั่นใจว่ามะเขือเทศนี่มันแปลกๆ  เขาคลุกคลีอยู่กับผักมานาน เรื่องแค่นี้เขามั่นใจว่าดูไม่พลาดแน่

"ซุปมะเขือเทศตุ๋นเนื้อนี่พวกคุณอย่าเพิ่งกินต่อเลยครับ ผมว่ามะเขือเทศมันมีปัญหา"

เฉิงเหล่ยไตร่ตรองครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเชื่อในสัญชาตญาณตัวเอง แล้วเอ่ยปากเตือนทุกคน

"มีอะไรเหรอเหล่ย มะเขือเทศนี่มันมีปัญหาจริงๆ เหรอ?"

เจิ้งจินเป่าเห็นเพื่อนเตือนจริงจังขนาดนี้ก็หยุดชะงักมือทันที เขาเชื่อใจเพื่อนรักคนนี้อยู่แล้ว เพียงแต่แอบคิดว่าที่นี่มันโรงแรมห้าดาวนะเว้ย มันไม่น่าจะพลาดเรื่องพื้นๆ แบบนี้หรือเปล่า

ชินเฉี่ยวหลิงกับเซียวไป๋เมิ่งเหยียนพอได้ยินเฉิงเหล่ยพูดแบบนั้น ก็วางช้อนวางตะเกียบลงแล้วมองเขาด้วยความฉงน

"ใช่ครับ ผมว่ามะเขือเทศนี่ผิดปกติ มันน่าจะเสียแล้ว"

เห็นทุกคนทำหน้าสงสัย เฉิงเหล่ยเลยต้องอธิบายเหตุผลว่าทำไมถึงไม่อยากให้กินต่อ

"คุณรู้ได้ยังไงคะ?"

ชินเฉี่ยวหลิงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"เพื่อนผมเขาเปิดร้านขายผักน่ะครับ เลยมีความรู้เรื่องผักพอสมควร"

ยังไม่ทันที่เฉิงเหล่ยจะได้อ้าปาก เจิ้งจินเป่าก็รีบชิงพรีเซนต์ความสามารถเพื่อนรักทันที

"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง... แต่พวกเราก็กินแล้วไม่เห็นจะรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติเลยนะคะ"

ชินเฉี่ยวหลิงยังคงถามด้วยความกังขา ส่วนเซียวไป๋เมิ่งเหยียนข้างๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วยกับเพื่อนเธอเบาๆ

เฉิงเหล่ยเองก็ไม่รู้จะอธิบายเป็นคำพูดยังไงให้ชัดเจนไปกว่านี้ แต่มันคือความเฉียบคมของ "คนรักผัก" ที่เขาสัมผัสได้

"น้องครับ!"

จู่ๆ เจิ้งจินเป่าก็ชูมือขึ้นเรียกพนักงานเสิร์ฟ

"ไอ้อ้วน แกจะทำอะไรวะ?" เฉิงเหล่ยรีบคว้าแขนเพื่อนไว้ทันควัน

"ก็แกบอกว่ามันมีปัญหาไง ฉันก็ต้องเรียกเขามาเคลียร์ดิ" เจิ้งจินเป่าตอบกลับอย่างเป็นเรื่องปกติธรรมดา

"สวัสดีค่ะคุณผู้ชาย มีอะไรให้รับใช้เพิ่มไหมคะ?"

พนักงานสาวสวยเดินเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว พร้อมโน้มตัวถามอย่างสุภาพ


จบตอน 30

จบบทที่ ตอนที่ 30 มะเขือเทศนี่มีปัญหาซะแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว