- หน้าแรก
- พลิกชะตาร้านผักผลาญทรัพย์
- ตอนที่ 26 ป้าเสิ่นผู้มีเครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด
ตอนที่ 26 ป้าเสิ่นผู้มีเครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด
ตอนที่ 26 ป้าเสิ่นผู้มีเครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด
ตอนที่ 26 ป้าเสิ่นผู้มีเครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด
ทางด้านร้านผักข้างๆ...
เมื่อป้าเสิ่นเห็นว่าร้านผักของเฉิงเหล่ยคนเยอะจนแน่นร้าน เธอก็ไม่รอช้า รีบงัดโทรโข่งเจ้าเดิมที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมาทันที เนื่องจากราคามะเขือเทศที่รับมาคือจินละ 3.9 หยวน เพื่อที่จะแย่งชิงลูกค้ากลับมา ป้าเสิ่นจึงยอมกัดฟันฝืนใจ ลดราคามะเขือเทศลงเหลือเพียงจินละ 3.7 หยวน!
เธอคิดเอาเองว่าเฉิงเหล่ยก็คงกำลังลดราคาขายขาดทุนเพื่อดึงลูกค้าอยู่เหมือนกัน ดังนั้นเพื่อจะตัดหน้าเฉิงเหล่ย เธอเลยยอมลดราคาให้ขาดทุนยิ่งกว่า หลังจากป้าเสิ่นเปิดโทรโข่ง เธอก็แอบจินตนาการภาพในหัวไว้แล้วว่า ลูกค้าที่กำลังเลือกผักอยู่ในร้านเฉิงเหล่ย พอได้ยินว่าร้านเธอมะเขือเทศถูกกว่า จะต้องกรูแห่กันมาที่ร้านเธอแน่นอน
เพราะเธอรู้จักนิสัยลูกค้าพวกนี้ดี... ใครถูกกว่า ก็ไปซื้อร้านนั้นแหละ!
เธอก็เห็นนะว่าตอนที่คนได้ยินเสียงโฆษณาลดราคาจากร้านเธอ มีหลายคนทำท่าเหมือนจะเดินมาทางนี้จริงๆ
แต่ทว่า... ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใด คนพวกนั้นกลับชะงักฝีเท้า แล้วก็... ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้นเลย
5 นาทีผ่านไป...
10 นาทีผ่านไป...
เสียงประกาศลดราคามะเขือเทศก็ยังคงดังกรอกหูอยู่แบบนั้น แต่กลับไม่มีใครเดินเข้าร้านเธอเลยสักคนเดียว!
ป้าเสิ่นรู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย? หรือว่าคนพวกนี้จะไม่หน้ามืดตามัวเพราะของถูกนิดๆ หน่อยๆ กันแล้ว?
นับเป็นครั้งแรกที่ป้าเสิ่นเริ่มสงสัยในสันดาน... เอ๊ย! นิสัยดั้งเดิมของบรรดาลูกค้าพวกนี้
ทางฝั่งเฉิงเหล่ย เขาใช้เวลาวุ่นอยู่ประมาณ 20 นาทีกว่าๆ ก็ขายมะเขือเทศจนเกลี้ยง
แถมในขณะที่ขายมะเขือเทศ ผักชนิดอื่นๆ ในร้านก็พลอยโดนกวาดซื้อไปด้วยจนเกือบหมดเหมือนเมื่อวานเป๊ะ
เฉิงเหล่ยมองดูปริมาณผักที่เหลืออยู่ แล้วแอบคิดในใจว่า พรุ่งนี้เขาควรจะรับผักมาเพิ่มดีไหมนะ
เป็นครั้งแรกเลยที่เฉิงเหล่ยรู้สึกว่า การมานั่งครุ่นคิดเรื่อง "การสต็อกผักเพิ่ม" มันเป็นเรื่องที่ฟินขนาดนี้!
เขาสัมผัสได้แล้วว่า ความสะใจมันรู้สึกยังไง!
วันนี้เฉิงเหล่ยได้ค้นพบสิ่งที่สำคัญมากอย่างหนึ่ง นั่นคือ "ชื่อเสียง"
เมื่อก่อน คำว่าชื่อเสียงในความคิดของเฉิงเหล่ย มันมักจะผูกติดอยู่กับเรื่อง "ราคา" เท่านั้น
แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับมะเขือเทศในวันนี้ ทำให้เขาตระหนักว่า เมื่อคุณภาพผักของเขาเหนือกว่าร้านอื่นแบบไม่เห็นฝุ่น "ราคา" จะไม่ใช่ปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อของคนอีกต่อไป
ก่อนหน้านี้แตงกวาอาจจะมีชื่อเสียงอยู่บ้าง แต่รสชาติของแตงกวามันอาจจะต่างกันไม่ชัดเจนนัก
แต่มะเขือเทศนี่สิ... มันต่างกันคนละเรื่อง ทั้งรสชาติและคุณภาพ!
ไม่เพียงแต่ลูกค้าที่ชอบของถูกจะบอกว่าดี แม้แต่เจ๊เผยเจ้าของที่ ซึ่งปกติกินแต่ผักนำเข้า ผักออร์แกนิกเกรดพรีเมียม ยังออกปากชมขนาดนั้น แสดงว่าคุณภาพมะเขือเทศของเขามันของจริง!
ดังนั้น ต่อให้วันนี้ป้าเสิ่นจะตั้งราคาถูกกว่าเขา แต่ลูกค้าก็ยังเลือกที่จะซื้อกับเขาอยู่ดี
นี่แหละคือพลังของ "ผักคุณภาพดี"!
ในขณะที่เฉิงเหล่ยแฮปปี้สุดๆ ทางด้านป้าเสิ่นกลับเครียดจัด
ฝั่งเฉิงเหล่ยยุ่งจนหัวหมุนอยู่นานสองนาน ฝั่งเธอก็เปิดโทรโข่งประกาศปาวๆ มาตั้งนานเหมือนกัน แต่กลับไม่มีใครมาแตะมะเขือเทศร้านเธอเลยสักคนเดียว
สิ่งนี้ทำให้เธอรู้สึกอัดอั้นมาก แผนที่เคยได้ผลมาตลอดทำไมคราวนี้ถึงแป้ก!
ตอนแรกที่เปิดโทรโข่งแล้วลูกค้าไม่เดินมา เธอก็ว่าแปลกแล้ว
จนกระทั่งฝั่งเฉิงเหล่ยขายมะเขือเทศจนเกลี้ยงร้าน และลูกค้าก็แยกย้ายกันไปหมดโดยไม่มีใครเดินมาถามไถ่มะเขือเทศร้านเธอเลยสักนิด นี่มันโคตรแปลก!
ตามหลักการแล้ว พวกเขาก็รับผักมาจากตลาดขายส่งที่เดียวกัน แถมเฉิงเหล่ยยังขายแพงกว่าเธอตั้ง 1 เหมา มันไม่มีเหตุผลเลยที่คนพวกนั้นจะยอมอยู่ตรงนั้นต่อ
มันมีเหตุผลอะไรกันแน่ที่ทำให้ทุกคนยอมทิ้งของถูก แล้วไปเลือกซื้อร้านเฉิงเหล่ยแทน?
เมื่อเจอจุดที่น่าสงสัยขนาดนี้ ป้าเสิ่นผู้ช่ำชองจึงเริ่มใช้สมองครุ่นคิด
ต้องยอมรับว่าป้าเสิ่นเองก็เป็นคนที่มีไหวพริบไม่น้อย ดูได้จากการที่ธุรกิจร้านเธอเคยกดร้านเฉิงเหล่ยจนมิดมาตลอด
แถมช่วงที่เฉิงเหล่ยลองทำกิจกรรมการตลาดครั้งก่อนๆ ป้าเสิ่นก็ตอบโต้ได้อย่างรวดเร็ว นั่นแสดงว่าแกก็ฉลาดพอตัว
แต่กับสถานการณ์ในวันนี้ เธอคิดยังไงก็คิดไม่ออก คิดจนหัวจะปวด... หรือว่ามะเขือเทศของไอ้เด็กนั่นมันจะมีมนต์ดำอะไรหรือเปล่าวะ?
หลังจากเฉิงเหล่ยขายมะเขือเทศหมด ในร้านก็เหลือลูกค้าเพียงไม่กี่คน
เขาที่เหนื่อยแทบขาดใจจึงมานั่งพักบนม้านั่งตัวเล็กที่หน้าประตูร้าน
จู่ๆ ป้าเสิ่นก็เดินดุ่มๆ เข้ามาหา พร้อมกับปั้นหน้ายิ้มทักทาย "อุ๊ยตาย อาเฉิง (เถ้าแก่เฉิง) วันนี้ธุรกิจรุ่งเรืองจังเลยนะจ๊ะ"
เฉิงเหล่ยเห็นป้าเสิ่นเดินมา ก็คิดในใจว่ายัยป้านี่ต้องมีแผนชั่วอะไรอีกแน่ๆ เลยรีบถามกลับไปด้วยความระแวง "ป้าเสิ่น มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?"
"ไม่มีจ้ะ ไม่มีอะไร" ป้าเสิ่นยังคงยิ้มระรื่น "แค่เห็นวันนี้ร้านเธอขายดีจังเลยแวะมาดูเฉยๆ"
เห็นแบบนั้น เฉิงเหล่ยยิ่งเพิ่มความระวังตัวเป็นสองเท่า ปกติป้าเสิ่นถ้าไม่มาจิกกัดก็ต้องมาข่มขวัญ แต่วันนี้กลับมาแปลก ผิดวิสัยที่อยู่ดีๆ จะมาชมเขา
มีพิรุธ... มีพิรุธชัดๆ!
เฉิงเหล่ยขมวดคิ้วแล้วตอบไปว่า "ก็เรื่อยๆ ครับป้า สองวันนี้สงสัยดวงจะดี ลูกค้าเลยอาจจะชอบผักร้านผมมากกว่ามั้ง"
"อ๋อออ งั้นเหรอจ๊ะ"
ป้าเสิ่นเออออไปตามน้ำ แต่สายตาเนี่ยลอบสำรวจไปทั่วร้านของเฉิงเหล่ยแล้ว
เมื่อกี้เธอแอบสังเกตดูแล้ว ป้ายหน้าร้านก็ยังเป็นอันเดิมที่เขียนว่า "แตงกวาลดราคาจินละ 1 หยวน"
แล้ววันนี้เฉิงเหล่ยก็ไม่ได้เปิดโทรโข่งด้วย แต่เมื่อกี้เธอก็ได้ยินลูกค้าคุยกันเรื่องราคามาบ้าง สรุปคือมะเขือเทศก็ยังขายจินละ 3.8 หยวนเท่าเดิมเหมือนเมื่อวาน
แต่ทำไม... ทำไมทุกคนถึงไม่ยอมไปซื้อที่ร้านเธอ?
นั่นแหละคือเหตุผลที่ป้าเสิ่นเดินมาที่นี่ตอนนี้ เธอต้องการจะสืบให้รู้ซึ้งถึงต้นตอ!
จากการสังเกตในตอนนี้ เธอเริ่มมั่นใจแล้วว่า กุญแจสำคัญของเรื่องทั้งหมดน่าจะอยู่ที่ "มะเขือเทศ"
หรือว่าร้านของเฉิงเหล่ยจะเป็นอย่างที่เธอคิดจริงๆ... มะเขือเทศนั่นมันมีมนต์ขลังอะไรบางอย่าง!
ไม่นานนัก ป้าเสิ่นก็ได้สิ่งที่ต้องการ เธอเริ่มเดาจุดสำคัญของปัญหาได้ในใจ
ตอนนี้ในร้านเฉิงเหล่ยนอกจากจะมีคนเลือกผักอยู่ 2-3 คน คนอื่นก็กลับไปหมดแล้ว
เมื่อกี้เธอก็ไม่ได้รั้งตัวคนที่ซื้อมะเขือเทศไปมาถามดูว่ามันเป็นยังไง
ดังนั้น ตอนนี้ป้าเสิ่นจึงกำลังวางแผนว่า จะใช้ประโยชน์จากลูกค้าไม่กี่คนที่เหลืออยู่ยังไงดี เพื่อขุดคุ้ยความลับในร้านผักของเฉิงเหล่ยออกมาให้ได้!
จากนั้น ป้าเสิ่นก็รีบเดินกลับไปที่ร้านของตัวเอง เตรียมพร้อมที่จะ "สกัด" ลูกค้าคนต่อไปที่เดินออกมาเพื่อถามความจริง
เฉิงเหล่ยเองก็ไม่รู้หรอกว่าป้าเสิ่นกำลังคิดแผนการอะไรอยู่ แต่พอเห็นดวงตาที่กลอกกลิ้งไปมาของยัยป้านั่น เขาก็รู้ทันทีว่าต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ
แต่ แล้วไงล่ะ? เฉิงเหล่ยไม่ได้แคร์เลยสักนิด!
ในเมื่อเขามีระบบอยู่ในมือ เขาก็สามารถเสกผักคุณภาพสูงออกมาได้เรื่อยๆ
นอกจากแตงกวากับมะเขือเทศที่มีอยู่ ตอนนี้ในมิติหนึ่งหมู่สามเฟินก็มีผักใหม่อย่าง "ถั่วแขก" งอกออกมาแล้วด้วย
ซึ่งกำไรของถั่วแขกนั้น ไม่ต้องพูดถึงเลย... มหาศาลแน่นอน!
ต่อให้ป้าเสิ่นจะคิดแผนมารับมือเขายังไง เขาก็ยังมีผักชนิดใหม่ไว้เป็นไพ่ตายในมือ... บอกเลยว่าไม่หวั่นจ้า!
จบตอน 26