- หน้าแรก
- พลิกชะตาร้านผักผลาญทรัพย์
- ตอนที่ 10 แตงกวาโดนแย่งเกลี้ยงอีกแล้ว!
ตอนที่ 10 แตงกวาโดนแย่งเกลี้ยงอีกแล้ว!
ตอนที่ 10 แตงกวาโดนแย่งเกลี้ยงอีกแล้ว!
ตอนที่ 10 แตงกวาโดนแย่งเกลี้ยงอีกแล้ว!
"ตามนั้นเลยครับ"
"ตกลง งั้นฉันขอไปดูผักอย่างอื่นหน่อยซิว่ามีอะไรน่าซื้อบ้าง แต่แกช่วยชั่งแตงกวา 2 ชั่งส่งให้ฉันก่อนนะ"
หลังจากยืนยันแน่นอนแล้วว่าถ้าซื้อผักเกิน 10 หยวน จะสามารถซื้อแตงกวาราคาพิเศษเพิ่มได้อีก 2 ชั่ง ลุงหม่าก็เริ่มเดินเลือกซื้อผักอย่างอื่นทันที
"เอ๊ะ เสี่ยวเฉิง ผักร้านแกดูเหมือนจะลดราคาลงหมดเลยนี่นา"
ลุงหม่าเดินวนดูรอบหนึ่ง พอเห็นป้ายราคาผักหลายอย่างก็เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
"ใช่ครับ ผมเองก็ต้องปรับตัวตามกลไกตลาดบ้าง จะให้ขายแพงกว่าคนอื่นตลอดไปก็คงไม่ไหว"
เฉิงเหล่ยพูดประโยคที่ดู "ปลอม" สุดๆ ออกมา
ถ้าไม่ใช่เพราะแตงกวาของเขาไม่มีต้นทุน ขายเท่าไหร่ก็กำไรเน้นๆ ล่ะก็ เฉิงเหล่ยไม่มีทางลดราคาผักอย่างอื่นตามลงมาหรอก ถ้าไม่มีรายได้จากแตงกวามาช่วยพยุง การลดราคาก็เท่ากับการทำงานฟรีดีๆ นี่เอง
แต่ตอนนี้เฉิงเหล่ยเริ่มเปิดเกมสงครามราคาแล้ว เขาไม่เชื่อหรอกว่า...
ในเมื่อมีมิติเกมอยู่ในมือ แถมราคาผักอย่างอื่นก็เท่ากับเจ้าอื่น คราวนี้เขาจะไม่พลิกฟื้นคืนชีพได้ยังไง?
ที่สำคัญคือ เขาทั้งหล่อทั้งดูดีขนาดนี้ ถ้ายังเจ๊งอีกก็คงไม่มีความยุติธรรมในโลกนี้แล้วล่ะ!
ลุงหม่าเดินเลือกวนไปวนมา สุดท้ายก็ได้มะเขือเทศ ขึ้นฉ่าย ถั่วฝักยาว และผักอื่นๆ รวมๆ แล้วก็ปาไป 20 กว่าหยวน
ตบท้ายด้วยการซื้อแตงกวาราคาพิเศษไปอีก 6 ชั่ง (3 กก.) รวมค่าเสียหายทั้งหมดเป็นเงิน 30 หยวน
ลุงหม่ามองดูแตงกวา 6 ชั่งในมือแล้วหัวเราะร่าอย่างมีความสุข
"เฮะๆ คราวนี้แตงกวาที่ฉันซื้อได้ เยอะกว่าตาเฒ่าเจียงงกับพวกนั้นแน่นอน!"
ลุงหม่าหิ้วถุงผักเดินจากไปอย่างอิ่มอกอิ่มใจ
เฉิงเหล่ยมองตามแล้วก็เข้าใจแจ่มแจ้ง ที่แท้ลุงหม่ารีบมาแต่เช้าเนี่ย ก็เพื่อจะมาขิงแตงกวาข่มคนอื่นนี่เอง
แต่อย่างไรก็ตาม เฉิงเหล่ยไม่ได้สนใจเหตุผลส่วนตัวของลูกค้าหรอก เพราะผลลัพธ์สุดท้ายคือ แผนการตลาดใหม่ของเขาประสบความสำเร็จไปขั้นหนึ่งแล้ว!
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในร้านผักของเฉิงเหล่ย ย่อมไม่อาจเล็ดลอดสายตาอันเฉียบคมของป้าเสิ่นร้านข้างๆ ไปได้
ยัยป้าคนนี้เฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวของร้านเฉิงเหล่ยตลอดเวลา แม้แต่ตอนที่เขาจัดกิจกรรมราคาพิเศษ เธอก็ยังแอบดูอยู่เงียบๆ ตอนแรก ป้าเสิ่นเห็นว่าราคแตงกวาลดราคาของเฉิงเหล่ยมันเท่ากับราคาทุนที่รับมาเป๊ะๆ เธอเลยไม่ได้สนใจอะไร แถมพอแตงกวาลดราคาขายหมด ลูกค้ากลุ่มใหญ่ยังแห่มาเข้าร้านเธอต่ออีก ลาภลอยครั้งนั้นทำให้ป้าเสิ่นเลิกกังวลไปเลย
ทว่า... เมื่อป้าเสิ่นเห็นกระบวนการที่ลุงหม่าซื้อผักไปเมื่อกี้ ลูกตาของเธอก็เริ่มกลอกไปกลอกมาเหมือนกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก และแน่นอน พอชั่งใจเสร็จ ลุงหม่าไปปุ๊บ ป้าเสิ่นก็เดินดิ่งมาหาเขาทันที (รอบที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย!)
"แหม... เถ้าแก่เฉิงตัวน้อย กิจกรรมใหม่ที่จัดเนี่ยไม่เลวเลยนะจ๊ะ มีลูกค้าเข้าร้านแต่เช้าเชียว"
ป้าเสิ่นเดินมาหยุดที่หน้าแผ่นไม้กิจกรรมของเฉิงเหล่ย พลางกวาดสายตาอ่านข้อความบนนั้นไปพร้อมกับเอ่ยชมแบบเสแสร้งสุดๆ
"โถ่... ป้าเสิ่นครับ ร้านผมเป็นยังไงป้าก็น่าจะรู้ดีกว่าผมอีกนะ ที่ทำอยู่นี่มันก็แค่การดิ้นรนเฮือกสุดท้ายก่อนตายน่ะครับ ไม่แน่อีกวันสองวันก็อาจจะเจ๊งไปเลยก็ได้"
เฉิงเหล่ยกลอกตาขึ้นฟ้า... ยัยป้าคนนี้นี่จริงๆ เลย
เขาเพิ่งจะปิดจ็อบลูกค้าไปได้คนเดียว ป้าแกก็รีบแจ้นมาหาทันที
แล้วดูสายตาที่จ้องแผ่นไม้กิจกรรมนั่นสิ จะเขยิบเข้าไปใกล้กว่านี้อีกหน่อยไหม หรือจะให้ผมยกป้ายนี้ยกให้ป้าไปเลยดีล่ะครับ?
"แค็กๆ เถ้าแก่เฉิงพูดเล่นไปได้ ร้านเธอจะเจ๊งได้ไงจ๊ะ ฉันเห็นช่วงสองสามวันนี้ลูกค้าเข้าร้านเยอะขึ้นตั้งเยอะนะ"
ตอแหล... ตอแหลขั้นสุด
ตอนที่ป้าเสิ่นพูดประโยคนี้ แม้แต่ตัวเธอเองยังรู้สึกว่ามันปลอมจนเกินไป จนเผลอหลุดหัวเราะออกมาเอง
เฉิงเหล่ยส่งเสียง "เหอะ" เบาๆ ในลำคอ ไม่คิดจะต่อบทสนทนาด้วย
ด้วยความที่โดนป้าเสิ่นค่อนขอดมานานหลายปี เฉิงเหล่ยเริ่มมีภูมิคุ้มกันแล้ว
ป้าอยากจะพูดอะไรก็พูดไปเถอะ ผมจะถือซะว่าเต่ากำลังสวดมนต์ก็แล้วกัน
ไม่นานนัก ป้าเสิ่นอ่านรายละเอียดกิจกรรมของเฉิงเหล่ยจนครบถ้วน แถมยังแวะมาจิกกัดได้สำเร็จสมใจอยาก เธอก็เดินนวยนาดกลับร้านไปอย่างพอใจ
หลังจากป้าเสิ่นกลับไป ร้านผักของเฉิงเหล่ยก็เงียบเหงาไปพักใหญ่ ไม่มีลูกค้าโผล่มาสักคนเดียว
แม้แต่กลุ่มลุงๆ ป้าๆ ที่มาแย่งซื้อของเซลล์เมื่อวานก็ยังไร้เงา
เฉิงเหล่ยเริ่มงงๆ ว่าทำไมวันนี้พวกลุงป้ายังไม่มากันอีก เรื่องของถูกเนี่ย คนกลุ่มนี้เขาไม่เคยพลาดกันอยู่แล้วนี่นา
ไม่ต้องดูอื่นไกล ย้อนกลับไปเมื่อช่วงก่อน มีร้านเปิดใหม่แถวหน้าหมู่บ้านจัดโปรโมชั่น "แจกไข่ฟรีสำหรับผู้ที่แวะมา" เหล่าลุงป้าในหมู่บ้านยอมไปเข้าแถวตากแดดรอตั้ง 3 ชั่วโมง เพื่อไข่ไก่ฟรีแค่ 5 ฟอง!
ถ้าเป็นเฉิงเหล่ยล่ะก็ ต่อให้แจกไข่ 5 ฟอง หรือแม้แต่ 20 ฟอง เขาก็ไม่ยอมไปต่อแถวรอ 3 ชั่วโมงให้เสียเวลาหรอก
ต่อให้เปลี่ยนเป็น 50 ฟอง เฉิงเหล่ยก็ไม่ไป...
เอ่อ... โอเค ถ้า 50 ฟอง เฉิงเหล่ยก็อาจจะยอมไปอยู่นะ
แต่ความหงุดหงิดใจของเฉิงเหล่ยอยู่ได้ไม่นาน กลุ่มคนที่เขารอคอยก็ปรากฏตัวขึ้น!
มาแล้ว! มากันแล้ว! มากันจริงๆ ด้วย!
เหล่าลุงๆ ป้าๆ ต่างพากัน "กึ่งเดินกึ่งวิ่ง" มุ่งหน้ามาที่ร้าน และตะโกนถามพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย "ยังมีแตงกวาราคาพิเศษไหม!"
เฉิงเหล่ยชี้ไปยังตำแหน่งที่วางแตงกวา เป็นสัญญาณว่าแตงกวาลดราคาอยู่ตรงนั้น
พอเขาสิ้นสุดท่าชี้ ลุงป้าที่มาถึงก่อนก็เริ่มมหกรรม "แย่งชิง" ทันที กวาดแตงกวามากอดไว้แนบอกเหมือนกลัวมันจะหาย
โอ้โห!
เฉิงเหล่ยดูจากท่าทางแล้ว แต่ละคนเนี่ยหยิบไปเกินคนละ 2 ชั่งแน่นอน
เขาเลยรีบตะโกนบอก "คุณลุงคุณป้าครับ เพื่อให้ทุกคนได้รับแตงกวาราคาพิเศษกันอย่างถั่วถึง วันนี้ผมจำกัดการซื้อคนละไม่เกิน 2 ชั่งนะครับ แต่ถ้าใครอยากซื้อเพิ่ม ลองดูรายละเอียดกิจกรรมบนแผ่นไม้ได้เลยครับ คือถ้าซื้อของในร้านครบ 10 หยวน จะสามารถซื้อแตงกวาเพิ่มได้อีก 2 ชั่งครับ!"
ในขณะที่เฉิงเหล่ยกำลังตะโกนอธิบายเนื้อหากิจกรรมอย่างเอาเป็นเอาตาย ลุงป้าคนอื่นๆ ก็ยังทยอยแห่กันมาไม่ขาดสาย พอเห็นคนอื่นกำลังแย่งแตงกวากันอยู่ ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง กระโจนเข้าใส่ทันทีเพราะกลัวจะอด
สรุปคือ สิ่งที่เฉิงเหล่ยพยายามอธิบาย... ไม่มีใครสนใจฟังเลยสักนิดเดียว!
สุดท้ายตอนที่แตงกวาหมดเกลี้ยง ก็ยังไม่มีใครฟังคำที่เฉิงเหล่ยพูดอยู่ดี
แถมพอถึงตอนชั่งน้ำหนักแล้วเฉิงเหล่ยบอกว่าซื้อได้แค่คนละ 2 ชั่งนะจ๊ะ เหล่าลุงป้าก็โชว์พลังเสียงที่ทรงพลังมาก
ด่ากราดจนเฉิงเหล่ยไม่กล้าห้าปากพูดต่อเลยทีเดียว!
พอเฉิงเหล่ยพูดว่า "จำกัดคนละ 2 ชั่งนะครับ"
ลุงป้าก็จะสวนกลับมาทันที 10 ประโยค "จำกัดอะไร? จำกัดทำไม? ฉันจะซื้อผักแล้วแกไม่ยอมให้ฉันซื้อเยอะๆ มันคือตรรกะอะไรกัน!"
เสียงนกกระจอกแตกรังรุมด่าทอทำเอาเฉิงเหล่ยเถียงไม่ทันจริงๆ
สุดท้ายเฉิงเหล่ยก็ต้องยอมขายแตงกวาให้พวกเขาไปตามที่หยิบมา โดยไม่สนเรื่องจำกัด 2 ชั่งอะไรนั่นแล้ว (เพราะสู้รบไม่ไหวจริงๆ)
คนที่แย่งแตงกวาไปได้ ต่างก็เดินยิ้มกริ่มจากไปอย่างผู้ชนะ
ส่วนคนที่แย่งไม่ทันก็ยังไม่ยอมไปไหน รุมล้อมถามเฉิงเหล่ยเป็นเสียงเดียวว่าเมื่อไหร่จะมีแตงกวาลดราคามาอีก
"เสี่ยวเฉิง เมื่อไหร่จะมีแตงกวาลดราคามาอีกเนี่ย"
"นั่นสิ ทำไมแกรับมาน้อยจัง ไม่พอให้คนไม่กี่คนซื้อเลยนะ"
"ใช่ๆ เสี่ยวเฉิง คราวหน้าแกรับมาเยอะๆ หน่อยสิ"
ลุงป้าคนละประโยคสองประโยค พากันบ่นระงมที่เฉิงเหล่ยเอาของมาน้อย
แม้จะเป็นคำบ่น แต่ในใจเฉิงเหล่ยนี่เต้นระบำเลยครับ
ดูสิ! กระแสความนิยมมันพุ่งพล่านสุดๆ ไปเลย!
"น่าจะอีกสองสามวันครับ ช่วงนี้รับของลำบากนิดหน่อย แต่ว่าวันนี้ผักทุกอย่างในร้านผมลดราคาลงหมดเลยนะครับ ทุกคนลองเดินดูข้างในก่อนได้ครับ"
เฉิงเหล่ยตอบเลี่ยงๆ ไปเพื่อปลอบใจทุกคน ก่อนจะทิ้งระเบิดเรื่องผักทั้งร้านลดราคา
พอคำว่า "ลดราคา" หลุดออกจากปาก คนที่เดิมทีสนใจแต่แตงกวาก็พลันหันขวับไปมองในร้านทันที
คราวนี้ไม่มีใครสนแตงกวาแล้ว ต่างพากันกรูเข้าไปดูผักที่ลดราคาในร้านแทน
คำว่า "ลดราคา" สำหรับลุงป้าเนี่ย มันเป็นคำที่มีพลังวิเศษจริงๆ!
ผลลัพธ์คือ คนที่พลาดหวังจากแตงกวาราคาพิเศษ ก็ไปได้ผักอย่างอื่นที่ราคาโดนใจในร้านเฉิงเหล่ยกลับไปแทน
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ร้านของเฉิงเหล่ยขายดีขนาดนี้!
กิจกรรมการตลาด "ซื้อควบ" ในครั้งนี้ แม้มันจะไม่ได้ดำเนินไปตามแผนที่เขาวางไว้เป๊ะๆ และไม่มีใครยอมทำตามกฎสักเท่าไหร่...
แต่ที่แน่ๆ คือมันเรียก "เรตติ้ง" และ "คน" เข้าร้านได้มหาศาล!
แถมพอบวกกับการประกาศลดราคาทุกอย่าง ทำให้ทุกคนเกิดความอยากรู้อยากเห็นว่ามันถูกลงแค่ไหน จนบรรยากาศในร้านคึกคักกว่าเมื่อก่อนหลายเท่าตัว
นี่ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีเยี่ยม!
ร้านผักของเขาคงจะยืดอายุขัยไปได้อีกนานเลยล่ะ
และที่สำคัญที่สุด เฉิงเหล่ยได้บทเรียนราคาแพงอย่างหนึ่งว่า...
ต่อไปอย่าไปเสียเวลาคิดแผนการตลาดที่ต้องทำตามขั้นตอนหรือกฎเกณฑ์กับพวกคุณลุงคุณป้าเลย... เพราะมันใช้ไม่ได้ผลหรอกจ้า!
จบตอน 10