- หน้าแรก
- ลูกเกิดใหม่ทั้งที พ่อคนนี้ขอเป็นเศรษฐีละกัน
- ตอนที่ 187 กอบโกยเงินก้อนโตแล้วชิ่งหนี !
ตอนที่ 187 กอบโกยเงินก้อนโตแล้วชิ่งหนี !
ตอนที่ 187 กอบโกยเงินก้อนโตแล้วชิ่งหนี !
ตอนที่ 187 กอบโกยเงินก้อนโตแล้วชิ่งหนี !
หลี่ตงพรูลมหายใจยาวออกมาเบา ๆ ก่อนจะตกอยู่ในภวังค์ความคิดอีกครั้ง
เขาพึมพำกับตัวเอง "ในเมื่อตอนนี้... ฉันได้ชิงจังหวะปล่อยตัวโปรเจกต์พาวเวอร์แบงก์ให้เช่าออกมานำร่องก่อนแล้ว... เดาว่าอีกไม่นานกระแส และคอนเซปต์ของเศรษฐกิจแบ่งปัน... ก็น่าจะเริ่มถูกจุดประกายและฮิตติดลมบนในเร็ว ๆ นี้แหละ"
"ถ้าอย่างนั้น... ฉันควรจะถือโอกาสนี้เข็นโปรเจกต์จักรยานสาธารณะออกมาด้วยเลยดีไหมน่ะ ? "
เมื่อนึกถึงโปรเจกต์จักรยานสาธารณะหลี่ตงก็เกิดอาการลังเลขึ้นมาเล็กน้อย
เพราะเขารู้ซึ้งถึงสัจธรรมและจุดจบของวงการนี้ดี... ว่าถึงแม้ธุรกิจจักรยานสาธารณะมันจะฮิตระเบิดระเบ้อชนิดที่ว่าหัวกระไดไม่แห้ง และได้รับการอุ้มชูอัดฉีดเม็ดเงินจากบรรดากลุ่มทุนอย่างบ้าคลั่งอยู่พักใหญ่ ๆ ก็ตาม... แต่วาระสุดท้ายของมัน... ก็หนีไม่พ้นการพังทลายล้มเหลว และจบไม่สวยอยู่ดี !
โดยเฉพาะ... เหตุการณ์อื้อฉาวระดับประเทศตอนที่บริษัทเบอร์ใหญ่สุดของวงการจักรยานสาธารณะเกิดอาการฟองสบู่แตก และประกาศล้มละลาย ! ... ผู้ใช้งานจำนวนมหาศาลที่เคยวางเงินมัดจำเอาไว้... ต้องรอเก้อไปอีกหลายปีก็ยังไม่ได้เงินคืนเลยด้วยซ้ำ !
แต่ทว่า ! ... ก่อนหน้าที่ฟองสบู่จะแตกนั้น... ธุรกิจนี้ก็เคยถูกบรรดานักลงทุนยกย่องให้เป็นเทรนด์ทองคำแห่งยุคอินเทอร์เน็ต !
บริษัทระดับจ่าฝูงของวงการอย่าง Ofo... เคยถูกปั่นมูลค่าประเมินบริษัทให้พุ่งทะยานไปแตะระดับหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐเชียวนะเว้ย !
และพวกเขาก็ยังสามารถสูบเลือดสูบเนื้อเปิดระดมทุนต่อเนื่องกันได้ถึงเกือบ 10 รอบ ! ... กวาดเม็ดเงินระดมทุนรวมเบ็ดเสร็จไปได้มหาศาลถึง 1,450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ !
ถึงแม้ว่าบทสรุปสุดท้ายของธุรกิจจักรยานสาธารณะมันจะจบลงด้วยความตกต่ำและล่มสลายก็เถอะ
แต่ในช่วงเวลาที่มันกำลังไต่เต้าและเฟื่องฟู... มันก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านี่คือช่องโหว่และจังหวะทองที่มีพื้นที่ให้ปั่นกระแสและตักตวงผลประโยชน์ได้อย่างมหาศาล !
"เอาไงดีวะ... จะกระโดดลงไปเล่นจักรยานสาธารณะด้วยเลยดีไหม ? ... แล้วพอถึงจังหวะที่ใกล้จะฟองสบู่แตกค่อยฉวยโอกาสเทขายหุ้นทิ้ง... ฟันกำไรก้อนโตแล้วชิ่งหนีปล่อยลอยแพเลย ! "
หลี่ตงใช้นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเบา ๆ ในขณะที่สมองก็กำลังคำนวณความเสี่ยงและผลตอบแทน
"แต่ถ้าจะลงเล่นเกมนี้... ฉันคงต้องไปหาตัวแทนมาเป็นหนังหน้าไฟยืนรับหน้าอยู่เบื้องหน้าแทนว่ะ ! ... ขืนเอาตัวเองไปเสนอหน้าออกสื่อเอง... เกิดวันดีคืนดีบริษัทฟองสบู่แตกและล้มละลายขึ้นมา... มันจะต้องส่งผลกระทบทำให้ชื่อเสียงและเครดิตของฉันป่นปี้ตามไปด้วยแหง ๆ ! "
"และที่แย่กว่านั้น... ถ้าเกิดมีไอ้บ้าคนไหนไปขุดคุ้ยจนรู้ว่าฉันกับพ่อมีความสัมพันธ์กันขึ้นมา... ดีไม่ดีมันจะลุกลามไปลากเอาชื่อเสียงเกียรติยศของคุณพ่อ... ลงมาแปดเปื้อนและพังป่นปี้ไปด้วยน่ะสิ ! "
"เพราะงั้น... แผนที่ดีที่สุดก็คือ ! ... ฉันจะสวมบทบาทเป็นแค่นักลงทุนผู้ใจบุญ... คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง ! ... แล้วพอกระแสของจักรยานสาธารณะมันถูกปั่นจนฮิตติดลมบน... ฉันก็จะคอยเดินเกมระดมทุนดึงเม็ดเงินจากคนอื่นเข้ามาเรื่อย ๆ ! ... เพื่อเอามาหมุนเวียนต่อลมหายใจให้บริษัทมันโตต่อไปได้... และในขณะเดียวกันก็ถือโอกาสเจือจางสัดส่วนหุ้นของตัวเองให้ลดน้อยลงไปพลาง ๆ ด้วย ! "
"แล้วพอถึงจังหวะนรกที่สัญญาณเตือนเริ่มดัง... ฉันก็จะอาศัยช่วงชุลมุนสละเรือเทขายหุ้นทั้งหมดทิ้งทันที ! ... "
เมื่อตกตะกอนความคิดได้ดังนั้น... หลี่ตงก็ฟันธงตัดสินใจขั้นเด็ดขาด
แต่ปัญหาต่อมาก็คือ... แล้วเขาจะไปหาใครมายอมเป็นหนังหน้าไฟ... และรับบทเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทจักรยานสาธารณะให้เขากันล่ะ ?... หลี่ตงกลับมานั่งครุ่นคิดอีกครั้ง
"เอาเป็นเหล่าหลิวกับเหล่าหวังดีไหมวะ ?... ดันพวกมันสองคนให้ออกรับหน้าไปเลย ! ... แล้วก็เจียดหุ้นก้นถุงให้พวกมันถือไว้เป็นค่าเหนื่อยสักนิดหน่อย... พอผ่านกระบวนการระดมทุนไปสักหลาย ๆ รอบ... หุ้นในมือพวกมันก็จะถูกเจือจางจนเหลือน้อยนิด... ถึงตอนนั้นถ้าอยากจะเทขายหุ้นหนีก็ทำได้ง่าย ๆ ไม่มีใครเพ่งเล็งหรอก ! "
"และในเมื่อพวกมันไม่ได้ถือหุ้นใหญ่... พวกมันก็ไม่ต้องมานั่งเครียด หรือกังวลว่าชื่อเสียงจะป่นปี้ไปด้วย ! ... ส่วนเรื่องบริหารร้านซื่อจี้ฉาจั๋วนายน่ะ... ตอนนี้ระบบต่าง ๆ ก็เข้าที่เข้าทางหมดแล้วนี่หว่า... ปล่อยให้เหล่าเหลยกับจิ้งเยว่เป็นคนดูแลกันไปสองคนก็เกินพอแล้ว ! "
"เดี๋ยวค่อยหาเวลาไปจับเข่าคุยเคลียร์ใจกับไอ้พวกนั้นดู... ว่าจะขอรักษาสิทธิ์การถือหุ้นในซื่อจี้ฉาจั๋วให้เหล่าหวังกับเหล่าหลิวเอาไว้เหมือนเดิม ! ... แล้วพอพวกมันสองคนสละเรือจากโปรเจกต์จักรยานสาธารณะได้เมื่อไหร่... ก็ค่อยให้พวกมันคัมแบ็กกลับมาดูแลซื่อจี้ฉาจั๋ว... หรือไม่ก็ค่อยชวนพวกมันไปลุยโปรเจกต์ระยะยาวโปรเจกต์อื่นแทนก็แล้วกัน... "
หลังจากที่ก้าวเท้าออกมาจากบริษัท ตงเย่า เทคโนโลยี หลี่ตงก็บึ่งรถกลับไปที่มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทงอีกครั้งทันที... แล้วจัดการเรียกรวมพลเหลยเหวินปิน, หลี่จิ้งเยว่, หลิวฉี, และหวังอี้ฝานให้มาประชุมด่วน
"พี่น้องทุกคนฟังให้ดี ! ... ตอนนี้ฉันปิ๊งไอเดียโปรเจกต์ธุรกิจตัวใหม่ขึ้นมาได้แล้วว่ะ ! ... และฉันก็อยากจะส่งไม้ต่อให้เหล่าหลิวกับเหล่าหวังรับบทเป็นหัวหอกในการบริหารโปรเจกต์นี้ ! ... และเวลาออกสื่อหรือไปคุยกับใคร... ก็ให้บอกไปเลยว่าโปรเจกต์เนี้ย... พวกแกสองคนเป็นคนต้นคิดขึ้นมาเอง ! "
"ส่วนตัวฉัน... จะรับบทเป็นเพียงแค่นักลงทุนที่คอยอัดฉีดเม็ดเงินให้อยู่เบื้องหลังเท่านั้น ! ... เพราะงั้นในช่วงแรกนี้... ภาระงานบริหารร้านซื่อจี้ฉาจั๋วก็จะตกไปอยู่ในมือของเหล่าเหลยกับจิ้งเยว่ พวกแกสองคนต้องช่วยกันดูแลไปก่อนนะ ! "
"และสำหรับเหล่าหลิวกับเหล่าหวังสัดส่วนหุ้นในซื่อจี้ฉาจั๋วที่แกสองคนเคยถืออยู่... ก็จะยังคงรักษาสิทธิ์เอาไว้ให้เหมือนเดิมเป๊ะ ๆ ! ... แต่เพื่อเป็นการชดเชยให้กับเหล่าเหลยและจิ้งเยว่ที่ต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้น... ฉันก็จะขอให้เหล่าเหลยกับจิ้งเยว่ควักเงินเป็นพิธีสักคนละหนึ่งหมื่นหยวน... แล้วฉันจะตอบแทนด้วยการแบ่งหุ้นในบริษัทใหม่ให้พวกแกไปถือเล่น ๆ คนละ 5% ! "
"ส่วนเหล่าหลิวกับเหล่าหวังที่เป็นคนรับหน้า... พวกแกจะได้หุ้นในบริษัทใหม่ไปถือคนละ 10% ! ... และตัวฉันเองจะถือครองหุ้นในชื่อส่วนตัว 30% ! ... ส่วนหุ้นที่เหลืออีก 40%... ฉันจะไปเปิดบริษัทโฮลดิงเปล่า ๆ ขึ้นมาอีกแห่ง... เพื่อใช้ชื่อบริษัทนั้นเข้ามาถือครองหุ้นในส่วนนี้เอาไว้ ! "
"และสำหรับเรื่องเงินทุนตั้งต้น ! ... ฉันจะเป็นคนอัดฉีดเงินสด 10 ล้านหยวนเพื่อเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้โปรเจกต์นี้เดินเครื่องลุยงานได้ทันที ! ... และพอพวกแกปลุกปั้นธุรกิจจนมันมีสเกลที่ใหญ่โตในระดับนึงแล้ว... เราก็จะกดปุ่มเปิดระดมทุนอย่างรวดเร็วราวฟ้าแลบทันที ! ... "
เมื่อได้ฟังแผนการและข้อเสนอของหลี่ตง... เหลยเหวินปินและแก๊งเพื่อนก็ออกอาการงุนงงและอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที
"เดี๋ยวนะตงจื่อ ! ... ไอ้โปรเจกต์ใหม่ที่แกสาธยายซะใหญ่โตเนี่ย... สรุปแล้วมันคือธุรกิจเกี่ยวกับอะไรวะ ? " เหลยเหวินปินอดรนทนไม่ไหวต้องเอ่ยปากถาม
"เออนั่นดิวะตงจื่อ ! ... พวกฉันสองคนไม่เคยมีประสบการณ์บริหาร หรือปั้นบริษัทอะไรมาเลยนะเว้ย ! ... ขนาดร้านซื่อจี้ฉาจั๋ว... ก็เป็นแกนั่นแหละที่เป็นคนคอยชี้แนะและวางแพลนจนมันเติบโตมาได้ขนาดนี้ ! ... จู่ ๆ จะมาโยนขี้ให้พวกฉันไปบริหารบริษัทใหม่กันเองแบบนี้... ฉันแอบหวั่น ๆ ว่าพวกฉันจะทำพังว่ะ... "
หวังอี้ฝานรีบออกตัวด้วยความกังวล และขาดความมั่นใจอย่างเห็นได้ชัด
หลิวฉีเองก็พยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยกับหวังอี้ฝาน... แล้วหันมาจ้องหน้าหลี่ตงด้วยแววตาขอความช่วยเหลือ
หลี่ตงส่งยิ้มกว้างก่อนจะตบไหล่เพื่อน "ฮ่า ๆ ๆ ... เรื่องนั้นพวกแกไม่ต้องซีเรียสเลยเว้ย ! ... ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะเป็นคนกางแผนที่และวางกลยุทธ์ทั้งหมดให้พวกแกจากเบื้องหลังเอง ! ... พวกแกก็แค่เอาหน้าหล่อ ๆ ของพวกแกไปยืนเป็นฉากหน้า... แล้วก็คอยสั่งการและปฏิบัติตามแผนที่ฉันให้ไป... แค่นั้นก็จบแล้ว ! "
"ส่วนไอ้โปรเจกต์ที่เราจะทำกันเนี่ยเหรอ... "
"ฉันขอตั้งชื่อเรียกมันว่า... จักรยานสาธารณะ ! ... และชื่อของบริษัทเรา... ก็จะใช้ชื่อว่าเสี่ยวหวงเชอ ! ... ส่วนคอนเซปต์และโมเดลธุรกิจของมันก็คือ... "
และแล้ว... หลี่ตงก็เริ่มร่ายยาวอธิบายถึงแนวคิด และกลไกการทำเงินของธุรกิจจักรยานสาธารณะให้พวกเพื่อน ๆ ฟังอย่างละเอียดและเห็นภาพ
หลังจากสาธยายจบ... หลี่ตงก็ไม่ลืมที่จะเบรกความคาดหวังของเพื่อน ๆ เอาไว้ก่อน "แต่ฉันขอพูดดักไว้ก่อนเลยนะ ! ... สำหรับโปรเจกต์เสี่ยวหวงเชอตัวนี้... เอาตรง ๆ คือฉันไม่ค่อยอินและไม่ได้คาดหวังว่ามันจะเติบโตและยั่งยืนในระยะยาวเลยว่ะ ! "
"เหตุผลข้อแรกเลยก็คือ... โมเดลธุรกิจแบบนี้ก๊อปปี้ง่ายโคตร ๆ ! ... พอคู่แข่งเห็นเราทำเงินได้ มันก็จะแห่แหนกระโดดเข้ามาแย่งเค้กเกิดเป็นการฟาดฟันและหั่นราคา... เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด ! ... และเพื่อเอาชนะ... คู่แข่งก็จะยอมกัดฟันเผาเงินแจกโปรโมชันหรืออัดเงินอุดหนุนสู้ตายกันอย่างบ้าคลั่งแน่นอน ! "
"เผลอ ๆ ... พวกมันอาจจะถึงขั้นปล่อยโปรโมชันปั่นฟรีไม่คิดตังค์ออกมาฆ่าเราเลยด้วยซ้ำ ! "
"เหตุผลข้อที่สอง... ธุรกิจนี้ไปคาบเกี่ยวกับเรื่องการจัดระเบียบและกฎหมายบ้านเมืองด้วยว่ะ ! ... แกคิดดูสิ... พอปริมาณจักรยานสาธารณะที่เราเอาไปปล่อยมันเพิ่มจำนวนมหาศาล... แล้วยิ่งถ้าเกิดมีคู่แข่งหลายเจ้าเข้ามาทุ่มจักรยานลงถนนแข่งกันอีกล่ะก็! ... ไม่แคล้วทางเท้าและฟุตพาททั่วทั้งเมือง... จะถูกฝูงจักรยานของเราจอดทิ้งระเกะระกะบังทางเดินจนมิดแน่นอน ! "
"ขืนเป็นแบบนั้น ! ... ทางหน่วยงานรัฐและเทศกิจก็จะต้องเข้ามาจัดระเบียบ และจับปรับสร้างความปวดหัวให้เราไม่รู้จักจบจักสิ้นแหง ๆ ! "
"สรุปง่าย ๆ เลยนะ ! ... ไอ้โปรเจกต์จักรยานสาธารณะเนี๊ยะ... การที่เราจะหวังรวยและฟันกำไร... จากแค่การเก็บค่าเช่าจักรยานเป็นรายชั่วโมงน่ะ... เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยในโลกความจริง ! "
"แถมยังต้องมานั่งลุ้นระทึกกับการโดนภาครัฐออกกฎหมายมาทุบอีกต่างหาก ! "
"เพราะงั้น ! ... เป้าหมายในการทำโปรเจกต์นี้ของฉันก็คือ ! ... ฉันจะอาศัยจังหวะที่บริษัทกำลังขยายสเกลจนใหญ่โตและเนื้อหอมสุด ๆ ... แล้วฉวยโอกาสเทขายหุ้นทั้งหมดทิ้ง ! คว้าเงินก้อนโตแล้วชิ่งหนีทันที ! ... ฉันไม่คิดจะฝังรากลึกหรืออยู่ปั้นธุรกิจนี้ไปจนตายหรอกนะ ! "
พูดถึงตรงนี้... หลี่ตงก็หยุดพักหายใจก่อนจะตวัดสายตาไปมองหน้าหวังอี้ฝานและหลิวฉีด้วยแววตาจริงจัง "ดังนั้น... เมื่อไหร่ก็ตามที่สัญญาณสละเรือของฉันดังขึ้น ! ... พวกแกทุกคนก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมแล้วชิงจังหวะเทขายหุ้นทิ้งหนีเอาตัวรอดออกมาให้หมดเหมือนกันนะเว้ย ! ... ห้ามไปใจอ่อน หรือยอมจมปรักอยู่ในวังวนโคลนตมของธุรกิจนี้เด็ดขาด ! ... "
เมื่อได้รับฟังความจริงอันโหดร้ายและบทวิเคราะห์สุดดาร์กจากปากของหลี่ตง... หวังอี้ฝานและแก๊งเพื่อนก็ถึงกับหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก... สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความมึนงงและสับสนอย่างเห็นได้ชัด !
ก็แหม ! ... ตอนแรกที่พวกเขาได้ฟังคอนเซปต์สุดล้ำ และรูปแบบการทำธุรกิจของไอ้จักรยานสาธารณะเนี๊ยะ ! ... พวกเขากำลังรู้สึกตื่นเต้นและเลือดลมสูบฉีดสุด ๆ ! ... จนถึงขั้นซูฮกและชื่นชมในไอเดียของหลี่ตงว่าช่างเป็นไอเดียที่อัจฉริยะประหนึ่งสวรรค์ประทานมาเลยล่ะ !
และแอบคารวะในความปราดเปรื่องของหลี่ตงอยู่ในใจลึก ๆ ... ที่สามารถคิดค้นโมเดลธุรกิจชั้นยอดแบบนี้ขึ้นมาได้ แต่ทว่า... พอหลี่ตงพ่นประโยคดับฝันตามหลังมาเท่านั้นแหละ ! ... พวกเขาก็ถึงกับเบรกหัวทิ่มและเกิดอาการช็อกตาค้าง !
ถ้ามองตามทฤษฎี... ด้วยข้อได้เปรียบเรื่องจำนวนประชากรมหาศาลของแผ่นดินเซี่ย... บวกกับความต้องการอันแสนจะเบสิก... ในการแก้ไขปัญหาการเดินทางในกิโลเมตรสุดท้าย... คอนเซปต์และโมเดลธุรกิจจักรยานสาธารณะมันย่อมจะต้องมีศักยภาพและอนาคตที่เจิดจรัสอย่างแน่นอน !
แต่ในขณะเดียวกัน... สิ่งที่หลี่ตงวิเคราะห์มามันก็แทงใจดำและโคตรจะถูกต้องที่สุด !
มันจะสวยหรูก็ต่อเมื่อ... ธุรกิจนี้ผูกขาดตลาดอยู่เพียงเจ้าเดียว... หรือไม่ก็เป็นเพราะคู่แข่งใจป้ำไม่ยอมเปิดสงครามสาดโปรโมชันใส่กัน ! ... ถึงจะทำให้ธุรกิจนี้รอดและทำกำไรได้
แต่ถ้าหากความจริงมันมีคู่แข่งหลายเจ้าโดดลงมาห้ำหั่นกัน... เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาด ! ... แล้วพากันสาดแคมเปญหั่นราคาหรือแจกสิทธิ์ปั่นฟรีออกมาฆ่ากันล่ะก็ ! ... เมื่อนั้น... รายได้จากค่าเช่าจิ๊บจ๊อย... มันย่อมไม่มีทางเพียงพอที่จะไปอุ้มต้นทุนการบริหารจัดการอันมหาศาลได้อย่างแน่นอน !
ยิ่งไปกว่านั้น... ปัญหาเรื่องการก่อความรำคาญให้กับสังคมและหน่วยงานรัฐ... ตามที่หลี่ตงพูดถึง... มันก็เป็นปัญหาที่จะปะทุขึ้นมาและสร้างความเสี่ยงด้านกฎหมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน...
แต่ถึงกระนั้น... ด้วยความที่หวังอี้ฝานและแก๊งเพื่อน... ต่างก็ศรัทธา และเชื่อมั่นในสายตาและวิสัยทัศน์ของหลี่ตงชนิดที่ว่าฝากชีวิตไว้ได้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว !
ดังนั้น... เมื่อหลี่ตงเคาะโต๊ะสั่งการแบบไหน... พวกเขาก็ย่อมไม่มีทางปริปากคัดค้านหรือโต้แย้งใด ๆ ทั้งสิ้น !
"โอเค ! เอาตามนั้นเลยตงจื่อ ! ... พวกฉันเชื่อฟังแกทุกอย่าง ! ... เมื่อไหร่ที่แกส่งสัญญาณให้พวกฉันสละเรือเทขายหุ้น... พวกฉันก็จะรีบเผ่นหนีทันทีเลย ! ... " หวังอี้ฝานรับคำแข็งขัน
เพื่อน ๆ คนอื่นก็พยักหน้าหงึกหงักตอบรับเป็นเสียงเดียวกัน
เมื่อเห็นความสามัคคีของเพื่อน ๆ ... หลี่ตงก็คลี่ยิ้มกว้างก่อนจะสั่งการมอบหมายงาน "เยี่ยมมาก ! ... ถ้าอย่างนั้นภายใน 1-2 วันนี้... เหล่าหวังกับเหล่าหลิว พวกแก 2 คนรีบไปจัดการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทให้เรียบร้อยเลยนะ ! ... แล้วก็เริ่มประกาศรับสมัครทีมงานมาเตรียมพร้อมไว้ได้เลย"
"สำหรับช่วงแรกนี้... สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการเร่งพัฒนาระบบแอปพลิเคชันจักรยานสาธารณะ ! ... และในขณะเดียวกัน... พวกแกก็ต้องไปเจรจาติดต่อโรงงานผลิตจักรยานเอาไว้ด้วย ! ... พวกเราจะประเดิมสั่งผลิตจักรยานสาธารณะลอตแรกออกมาก่อน 10,000 คัน ! "
"และพอจักรยาน 10,000 คันนี้ผลิตเสร็จและส่งมอบเมื่อไหร่... เราก็จะนำมันไปปูพรมปล่อยลงในมหานครเซี่ยงไฮ้เป็นที่แรก ! ... โดยเป้าหมายหลักในการเจาะไข่แดงก็คือบริเวณมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ! "
"พวกแกก็รู้ดีนี่หว่า... ว่าพาหนะหลักที่นักศึกษาใช้สัญจรกันในเขตมหาวิทยาลัย... มันก็คือจักรยานทั้งนั้น ! ... แต่พวกนักศึกษาก็ต้องมานั่งปวดหัวทั้งเรื่องการซื้อรถ, ซ่อมรถ, แล้วยังต้องมานั่งหวาดระแวงกลัวรถจะโดนขโมยอีก ! "
"พูดได้เต็มปากเลยว่า... ความต้องการในการใช้จักรยานของกลุ่มนักศึกษาน่ะ... มีอยู่จริงและชัดเจนที่สุดแล้ว ! ... เพราะงั้นเราจะใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยเป็นฐานที่มั่นแรกในการจุดกระแส ! ... แล้วหลังจากนั้น... เราค่อย ๆ ขยายอิทธิพลปล่อยรถให้ครอบคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้วของเมืองเซี่ยงไฮ้กันต่อไป ! "
หลี่ตงหยุดพักหายใจก่อนจะอธิบายสเตปต่อไป "อ้อ ! ส่วนเรื่องดีไซน์ และรูปลักษณ์ของจักรยานสาธารณะของเราน่ะ... ไม่ต้องห่วง ! ... เดี๋ยวช่วง 1-2 วันนี้... ฉันจะหาเวลาร่างแบบวาดและกำหนดสเปกอะไหล่คร่าว ๆ เอาไว้ให้เอง"
"และหลังจากที่... พวกแกไปดีลโรงงานผลิตได้สำเร็จแล้ว... พวกแกก็ค่อยเอาแบบวาดของฉัน... ไปให้ทางโรงงานช่วยปรับจูนและแก้ไขอีกที... เพื่อหาจุดสมดุลที่ตอบโจทย์ทั้งประสบการณ์การปั่นที่ดี... และสามารถหั่นต้นทุนทั้งเรื่องการผลิตและการซ่อมบำรุงให้ได้มากที่สุดด้วย ! ... "
เมื่อได้รับมอบหมายงาน... หวังอี้ฝานและหลิวฉีก็รีบประสานเสียงรับคำ "ได้เลยตงจื่อ ! ... เรื่องประสานงานโรงงานปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกฉันสองคนเอง ! "
"อืม"
หลี่ตงพยักหน้ารับก่อนจะกำชับต่อ " และเมื่อไหร่ที่... จักรยานลอตแรก 10,000 คันถูกปล่อยออกไปให้บริการ... พวกแกก็ต้องเร่งเคี่ยวเข็ญให้ทีมงานฝ่ายปฏิบัติการเชี่ยวชาญทำงานได้อย่างเป็นระบบโดยเร็วที่สุดด้วยนะ ! "
"และหลังจากนั้น... พวกเราก็จะเข้าสู่โหมดเหยียบคันเร่งมิดไมล์ ! ... ทุ่มสรรพกำลังขยายสเกลแบบบ้าคลั่งทั่วเมือง ! ... เพื่อกระชากให้กระแสฮิตของจักรยานสาธารณะมันติดลมบนไวที่สุด ! ... จะได้เป็นการหว่านเสน่ห์ดึงดูดความสนใจจากบรรดากลุ่มทุนและนักลงทุนให้แห่กันมาหาเรา ! "
"และทันทีที่เงินทุนก้อนแรก 10 ล้านหยวนที่ฉันอัดฉีดให้... มันหมดก๊อกเมื่อไหร่ ! ... เราก็จะกดปุ่มเปิดระดมทุนรอบแรกทันที ! ... เพื่อสูบเลือดเงินทุนคนอื่นมาเป็นเชื้อเพลิง... ให้เราสามารถขยายอิทธิพลด้วยสปีดที่เร็วกว่านรกต่อไปได้ ! ... "
"และโปรเจกต์จักรยานสาธารณะนี้ ! ... เราจะรันมันต่อไปอย่างเก่งก็แค่ 5-6 ปีเท่านั้นแหละ ! ... แล้วพวกเราก็จะล้างมือในอ่างทองคำและสละเรือทันที ! ... หรือเผลอ ๆ ... ถ้าเกิดสถานการณ์มันรุนแรงหรือพุ่งทะยานไวกว่าที่ฉันคาดการณ์ไว้ล่ะก็ ! ... ดีไม่ดีแค่ 3-4 ปี พวกเราก็อาจจะต้องรีบเผ่นกันแล้วด้วยซ้ำ ! ... "
หลี่ตงเองก็ยังฟันธงไทม์ไลน์การสละเรือที่ชัดเจนไม่ได้เหมือนกัน
ก็แหม... ในไทม์ไลน์อดีตชาติของเขา... ธุรกิจจักรยานสาธารณะมันเพิ่งจะเริ่มถือกำเนิดขึ้นจริง ๆ ก็ปาเข้าไปตั้งปี 2014 นู่นแน่ะ !
และกว่าที่ธุรกิจนี้จะไต่เต้าจนก้าวไปถึงจุดพีกสูงสุด... มันก็ต้องรอจนถึงปี 2017 !
และพอเหยียบเข้าสู่ปี 2018 ปุ๊บ ! ... ฟองสบู่ก็แตกโพละและพังทลายลงอย่างรวดเร็ว !
ซึ่งวัฏจักรทั้งหมดตั้งแต่เกิดยันดับ... มันกินระยะเวลาเพียงแค่ 4 ปีสั้น ๆ เท่านั้นเอง !
ถ้าหากทุกอย่างดำเนินไปตามรอยเท้าประวัติศาสตร์เดิม... จังหวะเวลาที่ดีที่สุดในการสละเรือและเทขายหุ้นสำหรับหลี่ตงและผองเพื่อน... มันก็ควรจะเป็นช่วงปี 2017 อย่างแน่นอน !
แต่ปัญหาในตอนนี้ก็คือ ! ... หลี่ตงดันไปกระตุกหนวดเสือ... ก่อตั้งธุรกิจจักรยานสาธารณะขึ้นมาก่อนกำหนดหลายปีดีดัก !
ซึ่งการกระทำแบบนี้... มันก็อาจจะส่งผลให้วัฏจักรการเติบโตและการล่มสลายของทั้งอุตสาหกรรม... ขยับเวลาเข้ามาเร็วขึ้นตามไปด้วย !
มันอาจจะไม่ต้องลากยาวไปรอฟองสบู่แตกในปี 2018 เหมือนชาติก่อนก็ได้ !
เผลอ ๆ อาจจะใช้เวลาปลุกปั้นและฟาดฟันกันแค่ 3-4 ปีแล้วก็ถึงคราวฟองสบู่แตกและพังพินาศเลยก็เป็นได้ !
แต่อย่างไรก็ตาม... หลี่ตงก็ไม่ได้รู้สึกกังวลอะไรกับเรื่องนี้มากนัก... เพราะการจับตาดูทิศทางและสภาวะตลาด... มันไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร... เมื่อนำสถานการณ์ในปัจจุบันไปเทียบเคียงกับวัฏจักรการเติบโตของจักรยานสาธารณะในอดีตชาติ... หลี่ตงก็มั่นใจว่าตัวเองจะสามารถประเมินจุดพีกและหาจังหวะสละเรือได้อย่างแม่นยำแน่นอน !
เรื่องกะจังหวะเทขายหุ้นนี่... ขอให้เชื่อมือเขาได้เลย !
เพราะสำหรับหลี่ตงแล้ว... โปรเจกต์จักรยานสาธารณะนี้... มันก็มีจุดประสงค์ไม่ต่างอะไรกับโปรเจกต์เจียเจี้ยว เลยสักนิด ! ... มันก็คือเครื่องมือในการโหนกระแสตักตวงเงินก้อนโตแล้วก็ล้างมือในอ่างทองคำเท่านั้นเอง !
เขาไม่เคยมีความคิดที่จะกอดหุ้นพวกนี้เอาไว้กินยาว ๆ จนแก่ตายเลยแม้แต่น้อย !
ในช่วงหลายวันหลังจากนั้น... หวังอี้ฝานและหลิวฉีก็วิ่งเต้นหัวหมุนกับการยื่นจดทะเบียนบริษัทเสี่ยวหวงเชอ... พร้อม ๆ กับการเดินสายติดต่อเจรจากับโรงงานผลิตจักรยาน... และตั้งโต๊ะเปิดรับสมัครพนักงานอย่างขะมักเขม้น
ในขณะที่หลี่ตงก็ใช้เวลาว่างจัดการวาดแบบร่างของจักรยานสาธารณะ... ออกมาจนเสร็จสมบูรณ์อย่างรวดเร็ว ซึ่งดีไซน์ที่เขาออกแบบ... ก็แทบจะลอกเลียนแบบรูปลักษณ์และฟังก์ชันของจักรยานสาธารณะในชีวิตก่อนของเขามาแบบเป๊ะ ๆ ! ... รวมไปถึงเรื่องของยางรถแบบไม่ต้องเติมลมด้วย !
การวาดแบบร่างแค่นี้... มันจึงเป็นเรื่องกล้วย ๆ และใช้เวลาเพียงไม่นานสำหรับเขา
...
ตัดภาพมาที่อีกฟากฝั่งหนึ่ง...
ณ ตึกเจ๋อรัน...
"เสี่ยวมู่... ผมมีงานด่วน 2 เรื่อง... ที่จะมอบหมายให้คุณไปจัดการหน่อยนะ"
หลี่เจ๋อเรียกตัวมู่ชิงหลานให้เข้ามารับบรีฟงานในห้องทำงานของเขา
มู่ชิงหลานยืดตัวตรงก่อนจะตอบรับอย่างขึงขัง "เชิญสั่งมาได้เลยค่ะท่านประธานหลี่ ! "
หลี่เจ๋อเริ่มร่ายงาน "เรื่องแรก! ... ผมต้องการให้คุณไปสั่งการให้บริษัทเจ๋อรันเพย์ เร่งมือพัฒนาตัวแอปพลิเคชันเจ๋อรันเพย์ขึ้นมาแบบเดี่ยว ๆ ! ... สำหรับเวอร์ชันแรกนี้... อนุญาตให้ดีไซน์หน้าตาแอปเรียบง่าย และมินิมอลไปก่อนได้ครับ... "
"แต่ ! ฟีเจอร์ที่ห้ามขาดเด็ดขาดก็คือฟีเจอร์สแกนคิวอาร์โค้ด ! ! "
"สแกนคิวอาร์โค้ด ? "
มู่ชิงหลานชะงักไปนิด... เธอจ้องหน้าหลี่เจ๋อด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความงุนงง... เห็นได้ชัดเลยว่าเธอไม่เข้าใจเลยสักนิด... ว่าไอ้คำว่าสแกนคิวอาร์โค้ดที่หลี่เจ๋อพูดถึง... มันคืออะไร และมีไว้ทำอะไรกันแน่
หลี่เจ๋อจึงอธิบายต่อ "ไอ้ฟีเจอร์สแกนคิวอาร์โค้ดเนี่ยแหละ... ที่มันจะไปเกี่ยวโยงกับงานชิ้นที่ 2 ที่ผมจะมอบหมายให้คุณไปทำ"
"ภายใน 1-2 วันนี้... ผมอยากให้คุณช่วยติดต่อไปหาบริษัทน้องใหม่ที่ชื่อว่า ตงเย่า เทคโนโลยี ให้หน่อยนะ... อ้อ ... บริษัทนี้เป็นบริษัทที่ลูกชายของผมเป็นคนก่อตั้งขึ้นมาเองน่ะ ! ... เป้าหมายที่คุณต้องทำก็คือ... ไปขอเจรจาทำสัญญารับโอนสิทธิ์อนุญาตในการใช้สิทธิบัตรคิวอาร์โค้ดระดับคอนซูเมอร์มาจากพวกเขานะครับ"
"และหลังจากที่ได้สิทธิ์มาแล้ว... ก็นำมันมาพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างฟีเจอร์สแกนจ่ายเงิน และสแกนรับเงินให้กับเจ๋อรันเพย์ของเราซะ ! "
พูดถึงตรงนี้... หลี่เจ๋อก็เว้นจังหวะไปนิดก่อนจะเสริมข้อมูลให้ "อ้อ ! ... สำหรับเรื่องการใช้งานสแกนคิวอาร์โค้ดน่ะ... ทางฝั่งของ ตงเย่า เทคโนโลยี ... เขาซุ่มพัฒนาและมีผลงานวิจัยออกมาเป็นรูปธรรมเรียบร้อยแล้วล่ะ"
"ดังนั้น... คุณสามารถไปสอบถามและขอข้อมูลเชิงลึกจากทีมงานของ ตงเย่า เทคโนโลยี ได้โดยตรงเลยครับ... หรือทางที่ดี... คุณก็หนีบเอาผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาของเจ๋อรันเพย์... ไปเยือนบริษัท ตงเย่า เทคโนโลยี ด้วยกันซะเลย ! ... จะได้ไปนั่งฟังและดูข้อมูลเกี่ยวกับคิวอาร์โค้ดให้เห็นกับตาตัวเองไปเลย ! ... "
เมื่อได้รับฟังคำอธิบายจากหลี่เจ๋อ... มู่ชิงหลานก็พยักหน้ารับและพอจะเข้าใจคอนเซปต์อยู่รำไร "รับทราบค่ะ ! ... ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพอดิฉันกลับไป... ดิฉันจะรีบยกหูติดต่อไปยัง ตงเย่า เทคโนโลยี ทันทีเลยค่ะ ! ... แล้วก็จะนัดหมายวันเวลาเพื่อพาผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย... ไปบริษัท ตงเย่า เทคโนโลยี เพื่อดูงานและเจรจาด้วยตัวเองเลยค่ะ ! "
"อืม"
หลี่เจ๋อพยักหน้ารับก่อนจะนึกขึ้นได้ "อ้อ ! จริงสิเสี่ยวมู่... แล้วตอนนี้สถานการณ์ของแอปเจ๋อรันตาเชอของเรา... เป็นยังไงบ้างแล้วล่ะครับ ? "
มู่ชิงหลานรีบรายงานความคืบหน้าฉะฉาน "เรียนท่านประธานหลี่ ... ในขณะนี้แอปเจ๋อรันตาเชอของเรา... ได้ปักหลักให้บริการในมหานครเซี่ยงไฮ้มาเป็นเวลา 3 เดือนเต็มแล้วค่ะ ! ... ถึงแม้ว่าในช่วงแรก ๆ เราจะเผชิญกับปัญหาจุกจิกและอุปสรรคอยู่บ้าง... "
"แต่ในตอนนี้... ทีมงานบริหารของเรา... ก็สามารถปรับตัวและเรียนรู้กลไกของโมเดลธุรกิจนี้... ได้อย่างทะลุปรุโปร่งแล้วล่ะค่ะ ! "
"ดังนั้น... ดิฉันจึงได้เริ่มจัดแจงแบ่งทีมงานบางส่วน... ให้กระจายกำลังกันมุ่งหน้าลงพื้นที่ไปยัง... ปักกิ่ง, เซินเจิ้น, และกว่างโจวแล้วค่ะ ! ... เพื่อเริ่มต้นกระบวนการปูพรมและเตรียมความพร้อมในพื้นที่ใหม่ ! "
"โดยดิฉันได้เคาะกำหนดการเอาไว้ว่า... ในวันที่ 1 เดือนหน้า... เราจะกดปุ่มเปิดตัวแอปพลิเคชันเจ๋อรันตาเชอ... ให้บริการในเมืองเทียร์ 1 ทั้ง 3 เมืองนี้พร้อม ๆ กันอย่างเป็นทางการเลยค่ะ ! "
"และดิฉันก็ประเมินไว้ว่า... เราน่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 4 เดือนในการค่อย ๆ กัดกินและฮุบส่วนแบ่งตลาดในหัวเมืองหลักเหล่านี้ให้เบ็ดเสร็จ ! ... แล้วหลังจากนั้นเราค่อยมากางแผนเดินหน้าขยายอาณาจักรไปยังเมืองอื่น ๆ ในสเตปต่อไปค่ะ... "
หลี่เจ๋อพยักหน้ารับด้วยความพอใจ "เยี่ยมมากครับ ! ... ในเมื่อคุณมีการวางแผนงานอย่างรัดกุมแบบนี้ ผมก็เบาใจ"
หลังจากได้รับคำสั่ง และอนุมัติจากหลี่เจ๋อ... มู่ชิงหลานก็รีบแยกย้ายไปสั่งการต่อทันที ! ... เธอสั่งการให้บริษัทเจ๋อรันเพย์สตาร์ตเครื่องพัฒนาแอปพลิเคชันบนมือถือโดยด่วน... และในขณะเดียวกันเธอก็หนีบเอาผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย... เดินทางไปเยือนบริษัท ตงเย่า เทคโนโลยี เพื่อขอเจรจาเซ็นสัญญารับสิทธิ์การใช้งานสิทธิบัตรคิวอาร์โค้ด... พร้อมกับตั้งใจรับฟังข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้งานคิวอาร์โค้ดจากทีมงานของตงเย่าฯ อย่างตั้งใจ
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงปลายเดือนสิงหาคม
ขั้นตอนทางกฎหมายในการจดทะเบียนตั้งบริษัทเสี่ยวหวงเชอก็เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อย ! ... หวังอี้ฝานและหลิวฉีได้กว้านซื้อตัวทีมโปรแกรมเมอร์เข้ามาเสริมทัพ... แล้วเริ่มเดินเครื่องพัฒนาตัวแอปพลิเคชันเสี่ยวหวงเชอทันที !
และแน่นอนว่า ! ... ในแอปพลิเคชันตัวนี้... พวกเขาก็ไม่ลืมที่จะยัดฟีเจอร์สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อปลดล็อกรถ... เข้าไปเป็นหัวใจหลักของแอปฯ ด้วยเช่นกัน !
ส่วนทางด้านของโรงงานผลิตจักรยานหวังอี้ฝาน และหลิวฉีก็สามารถปิดดีลและหาพาร์ตเนอร์รับจ้างผลิตได้เป็นที่เรียบร้อย... พร้อมกับส่งมอบพิมพ์เขียวและแบบร่างของจักรยานสาธารณะที่หลี่ตงเป็นคนวาด... ไปให้ทางโรงงานจัดการผลิตทันที
หลังจากที่โรงงานได้ทำการปรับ และแก้ไขดีไซน์บางจุด... จนได้รูปแบบจักรยานที่มีความคุ้มค่าและสมดุลมากที่สุดแล้ว... พวกเขาก็เริ่มสตาร์ตเดินสายการผลิตรถลอตแรกอย่างเต็มสูบ !
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง...
ณ ชอปเจ๋อรัน และตัวแทนจำหน่ายทุกสาขาทั่วประเทศ... รวมไปถึงในชอปออนไลน์ออฟฟิเชียลบนแพลตฟอร์มโก่วตงมอลล์...
ก็ปรากฏสินค้าน้องใหม่ถูกนำขึ้นเชลฟ์วางจำหน่ายเรียงรายอย่างละลานตา! ... นั่นก็คือ... เคสโทรศัพท์มือถือสีสันสดใสสำหรับรุ่น ส้ม J1,ซิงเย่า 3 ,ซิงเย่า 4... และพาวเวอร์แบงก์สุดคูล... จากบริษัท ตงเย่า เทคโนโลยี นั่นเอง !
ไม่เพียงแค่นั้น... ในสมรภูมิออนไลน์ทาง ตงเย่า เทคโนโลยี ก็ได้ทำการเปิดออฟฟิเชียลสโตร์เพื่อวางขายสินค้าทั้งสองตัว... บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ทั้งเถาเป่า, โก่วตงมอลล์, รวมไปถึงใน Amazon เป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน !
ในขณะเดียวกัน... ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา... อี้ลี่หมิงก็ได้จัดคิวบินด่วนเดินสายตระเวนไปทั่วทั้งอเมริกา, ยุโรป, และอีกหลาย ๆ ตลาดมหาอำนาจ... เพื่อลุยบุกเบิกและเจรจาเปิดช่องทางจัดจำหน่ายออฟไลน์อย่างขะมักเขม้น...
พูดง่าย ๆ ก็คือ... ทุกย่างก้าวทุกกลยุทธ์ของ ตงเย่า เทคโนโลยี ... ล้วนดำเนินไปอย่างเป็นระบบและราบรื่นไร้ที่ติ !
...
ณ ร้านเจ๋อรัน เทคโนโลยีแฟล็กชิปสโตร์สาขาหนึ่ง...
'เฉินอัน... ในฐานะลูกค้าผู้จงรักภักดีของเจ๋อรันฯ... เขาได้เดินทางมาที่ร้านแฟล็กชิปสโตร์ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของเขา
จุดประสงค์ที่เขามาในวันนี้... ก็คือการมาถอยสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่อย่างซิงเย่า 4 กลับบ้านนั่นเอง !
ปัจจุบัน... สมาร์ทโฟนที่เขากำลังใช้งานอยู่... มันคือซิงเย่าเจเนอเรชันแรกสุด... ซึ่งเป็นรุ่นดึกดำบรรพ์ที่เปิดตัวมาตั้งแต่เมื่อ 3 ปีที่แล้วนู่น !
หลังจากผ่านการกรำศึกหนักมาหลายปี... สภาพของเจ้าซิงเย่ารุ่นเดอะเครื่องนี้... มันก็เริ่มมีอาการกระตุกและอืดอาดให้เห็นบ้างแล้ว ด้วยเหตุนี้... เขาจึงตัดสินใจได้แล้วว่าถึงเวลาอันสมควรที่จะต้องปลดระวางและเปลี่ยนมือถือเครื่องใหม่ซะที
และในฐานะแฟนพันธุ์แท้ที่ใช้งานสินค้าของเจ๋อรัน เทคโนโลยีแบบยกเซ็ตครบวงจรมาโดยตลอด... เมื่อถึงเวลาต้องหามือถือใหม่... ชอยส์เดียวในใจของเฉินอันที่เขาตัดสินใจเลือกแบบไม่ลังเลเลย... ก็คือสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดอย่างซิงเย่า 4 อย่างแน่นอน !
เมื่อเดินเข้ามาในร้าน... เฉินอันก็พุ่งเป้าไปหาพนักงานขายทันที "น้องครับ! ... พี่อยากจะได้ซิงเย่า 4 รุ่นความจุ 32 GBน่ะ... เอาสี SummerPoplar นะ ! ... ที่ร้านมีของพร้อมขายไหม ? "
อันที่จริงแล้ว... เฉินอันคอยติดตามอัปเดตข้อมูลของซีรีส์ซิงเย่า 4... มาตั้งแต่ตอนที่มันเพิ่งจะเปิดตัวใหม่ ๆ แล้วล่ะ
และตั้งแต่ตอนนั้น... เขาก็โดนตก และถูกตาต้องใจกับสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ของสี SummerPoplar เข้าอย่างจัง !
เพียงแต่ว่าในช่วงเวลานั้น... ไอ้เจ้าซิงเย่า 1 ลูกรักของเขา... มันก็ยังพอจะถูไถใช้งานต่อไปได้อยู่... เขาเลยยังไม่ได้รีบร้อนที่จะพุ่งตัวมาซื้อเครื่องใหม่ทันที
เมื่อได้ยินความต้องการของลูกค้า... พนักงานขายหนุ่มก็ฉีกยิ้มกว้างก่อนจะตอบรับเสียงใส "มีของพร้อมเลยครับพี่ ! ... เป็นซิงเย่า4 รุ่น 32 GB สี SummerPoplar นะครับ ! ? "
"รบกวนพี่รอสักครู่นะครับ... เดี๋ยวผมไปหยิบเครื่องมาให้เลยครับ... "
สำหรับซีรีส์ซิงเย่า 4 ในปีนี้... ทางเจ๋อรันฯ ได้ทำการโละรุ่นความจุ 8 GB ทิ้งไปเป็นที่เรียบร้อย... ทำให้รุ่นเริ่มต้นของปีนี้... จะมีความจุสตาร์ตที่ 16 GB ! ... และแน่นอนว่าราคาขายก็ยังคงตรึงราคาเดิมเท่ากับรุ่นเริ่มต้นในปีก่อน ๆ ... นั่นก็คือ 5,288 หยวนต่อเครื่อง
ส่วนในรุ่น 32 GBที่เฉินอันต้องการนั้น... ราคาจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 5,888 หยวน
เพียงไม่กี่อึดใจ... พนักงานขายก็เดินถือกล่องสมาร์ทโฟนกลับมาหาเฉินอันพร้อมกับเสนอโปรโมชันขายของเพิ่มเติม "พี่ครับ ! ... สนใจรับเคสมือถือและพาวเวอร์แบงก์... ของรุ่นซิงเย่า 4... ติดไม้ติดมือกลับไปด้วยเลยไหมครับ ? "
เฉินอันชะงักไปนิดด้วยความงุนงง "เคสมือถือ ?... พาวเวอร์แบงก์ ? ... ไอ้ของพวกนั้นมันคืออะไรเหรอน้อง ? "
พนักงานขายยิ้มรับ... ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบเคสโทรศัพท์ซิงเย่า 4 สีสันสวยงาม 1 ชิ้น... และพาวเวอร์แบงก์ทรงสี่เหลี่ยมอีก 1 ชิ้น... ออกมาจากชั้นวางของด้านข้าง... แล้วอธิบายให้ฟัง "สำหรับไอ้เจ้าเคสมือถือเนี่ยนะครับพี่... มันก็เอาไว้ใช้สวมทับเข้าไปที่ตัวเครื่อง... เพื่อทำหน้าที่เป็นเกราะปกป้องรอยขีดข่วนให้กับโทรศัพท์ของเราครับ ! "
"และนอกจากจะกันรอยแล้ว... เวลาที่เราเผลอทำโทรศัพท์ตกพื้น... ตัวเคสมันก็จะช่วยซับแรงกระแทกและลดความเสียหายให้กับตัวเครื่องได้ในระดับนึงด้วยนะครับ ! "
"ส่วนไอ้เจ้าก้อนสี่เหลี่ยมนี้... เราเรียกมันว่าพาวเวอร์แบงก์ หรือแบตเตอรี่สำรองพกพาครับ ! ... ประโยชน์ของมันก็คือเอาไว้เสียบชาร์จไฟให้โทรศัพท์... ได้ทุกที่ทุกเวลาเลยครับพี่ ! ... ซึ่งความจุของมันเนี่ยให้มาเต็มพิกัดถึง 10,000 มิลลิแอมป์เลยนะครับ ! ... ชาร์จซิงเย่า 4 จนแบตเต็ม 100% ได้จุก ๆ ถึง 3-4 รอบเลยล่ะครับ ! "
"ถ้าพี่มีพาวเวอร์แบงก์ก้อนนี้พกติดตัวไว้... ต่อให้พี่ต้องออกไปทำธุระข้างนอก หรือต้องไปทริปทำงานต่างจังหวัดแล้วเกิดหาที่เสียบปลั๊กชาร์จแบตไม่ได้ในขณะที่แบตมือถือพี่กำลังจะหมด ! ... พี่ก็แค่ควักไอ้เจ้านี่ขึ้นมาเสียบชาร์จปุ๊บ ! ... ปัญหาจบปั๊บ ! ... โคตรจะสะดวกสบายเลยล่ะครับพี่ ! "
"แถมขนาดและน้ำหนักของมัน... ก็เล็กกะทัดรัดกำลังดี ! ... จะยัดใส่กระเป๋าถือของผู้ชายหรือกระเป๋าสะพายของผู้หญิง... ก็พกพาได้สบาย ๆ ไม่เกะกะเลยครับพี่ ! ... พี่ลองเอาไปจับสัมผัสดูก่อนได้นะครับ... "
ในระหว่างที่สาธยายสรรพคุณ... พนักงานขายก็ยื่นทั้งเคสและพาวเวอร์แบงก์ส่งไปให้เฉินอันลองพิจารณาดูด้วยตาตัวเอง
เฉินอันรับของมาพลิกดูด้วยความสนใจ... ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาถาม "แล้ว... ไอ้สองอย่างนี้มันราคาเท่าไหร่ล่ะน้อง ? "
พนักงานขายตอบฉะฉาน "เคสมือถือราคา 79 หยวนครับพี่ ! ... ส่วนพาวเวอร์แบงก์ราคา 149 หยวนครับ ! ... พี่สนใจจะรับอย่างละชิ้นไปลองใช้งานดูไหมครับ ? "
"สำหรับเคสมือถือในร้านของเรามีให้เลือกหลายลายหลายสีเลยนะครับ... พี่สามารถเลือกสีที่ถูกใจได้ตามสบายเลยครับ ทุกสีราคาเท่ากันหมด ! ... ส่วนตัวพาวเวอร์แบงก์ตอนนี้เรามีแค่สีดำและสีขาวสองสีให้เลือกครับ... ความจุ 10,000 มิลลิแอมป์เท่ากันทั้งสองสีครับ"
"79 หยวนกับ 149 หยวน... อืม... ราคาก็ไม่แพงเท่าไหร่นะ"
เฉินอันพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ... ก่อนจะตัดสินใจซื้อ "โอเคครับ ! ... งั้นพี่เอาเคส 1 อันแล้วก็พาวเวอร์แบงก์ 1เครื่องก็แล้วกัน"
"เยี่ยมเลยครับพี่ ! ... สำหรับเคส พี่สามารถเดินไปเลือกดูลายที่ถูกใจจากตรงชั้นวางนู้นได้เลยนะครับ ! ... ส่วนพาวเวอร์แบงก์... พี่จะรับเป็นสีขาวหรือสีดำดีครับ ? "
"พาวเวอร์แบงก์เอาสีขาวก็แล้วกัน ! ... ส่วนเคสน่ะ... "
เฉินอันเดินไปหยุดอยู่ที่ชั้นวางเคสมือถือที่มีสินค้าแขวนเรียงรายอยู่นับไม่ถ้วน... เขาไล่สายตากวาดมองดูทีละอันอย่างพินิจพิเคราะห์... ก่อนจะหยิบเคสลายหนึ่งออกมาส่งให้พนักงาน "เคสพี่เอาลายนี้แหละน้อง ! "
"ได้เลยครับพี่ ! ... งั้นสรุปยอดรวม... ค่าสมาร์ทโฟนซิงเย่า 4 บวกกับเคสมือถือและพาวเวอร์แบงก์... ราคาสุทธิจะอยู่ที่ 6,116 หยวนครับผม ! "
"โอเค ! ไม่มีปัญหา ! "
เฉินอันพยักหน้ารับ... แล้วหยิบกระเป๋าตังค์ควักบัตรมารูดจ่ายเงินทันที
เมื่อพนักงานจัดการเซตอัป และแกะกล่องสมาร์ทโฟนส่งมอบให้... เฉินอันก็จัดการสวมเคสเข้าไปที่โทรศัพท์เครื่องใหม่ของเขาทันที... เขาลูบคลำโทรศัพท์ในมือด้วยความรู้สึกประทับใจสุด ๆ ก่อนจะเอ่ยชม "โห... สัมผัสและวัสดุของเคสอันนี้โคตรดีเลยว่ะ ! "
"พอใส่เคสปกป้องแบบนี้แล้ว... พี่ก็ไม่ต้องมาคอยนั่งพะวงว่าหลังโทรศัพท์จะเป็นรอยขีดข่วนเพราะโดนพวงกุญแจขูดอีกต่อไปแล้วล่ะ ! ... "
หลังจากที่เคสมือถือและพาวเวอร์แบงก์... ถูกนำมาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการภายในสโตร์ของเจ๋อรัน เทคโนโลยี... พวกมันก็สามารถดึงดูดใจและตกให้ลูกค้าควักเงินซื้อกลับบ้านไปได้อย่างถล่มทลาย !
ซึ่งนอกจากลูกค้าที่ตั้งใจมาถอยสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่... แล้วโดนป้ายยาให้ซื้ออุปกรณ์เสริมติดไม้ติดมือกลับไปด้วยแล้ว...
ก็ยังมีลูกค้าอีกจำนวนไม่น้อยเลยที ! ... ที่พอได้ยินข่าวลือหรือโดนป้ายยามา... ว่าเจ๋อรัน เทคโนโลยีวางขายเคสมือถือและพาวเวอร์แบงก์แล้ว ! ... พวกเขาก็ถึงกับจงใจถ่อเดินทางมาที่ร้าน... เพื่อมาซื้ออุปกรณ์เสริม 2 ชิ้นนี้กลับไปโดยเฉพาะเลยก็มี !
ก็แหม ! ... ในยุคนี้ปี 2010... ทั้งเคสและพาวเวอร์แบงก์... มันยังถือเป็นของเล่นใหม่แกะกล่องที่โคตรจะล้ำสมัยและหาดูได้ยากอยู่นี่นา !
แถมยิ่งไปกว่านั้น... ประโยชน์ใช้สอยของมันก็ช่างตอบโจทย์และคุ้มค่าต่อการใช้งานจริงแบบสุด ๆ ! ... ส่วนเรื่องราคาก็ถือว่าจิ๊บจ๊อยรับได้สบาย ๆ สำหรับลูกค้ากระเป๋าหนักที่มีปัญญาถอยสมาร์ทโฟนซิงเย่าเครื่องละเฉียดหมื่นมาใช้... ไอ้เงินแค่หลักร้อยหยวนแค่นี้... มันก็แค่เศษเงินหลังตู้เย็นสำหรับพวกเขาเท่านั้นแหละ !
มีลูกค้าบางคนใจป้ำถึงขั้น... กวาดซื้อเคสลายต่าง ๆ และสีต่าง ๆ เหมากลับบ้านไปหลาย ๆ ชิ้นรวดเดียวเลยก็มี !
เหตุผลก็ง่าย ๆ ... เขาแค่อยากจะเอาไปใส่สลับเปลี่ยนลายไปเรื่อย ๆ ... เผื่อวันไหนเบื่อลายเดิม... ก็แค่ถอดเปลี่ยนลายใหม่ใส่แทนทันที ! ... เก๋จะตาย !
ส่วนทางด้านของพาวเวอร์แบงก์นั้น... สำหรับบรรดาผู้ใช้งานมือถือระดับฮาร์ดคอร์... นวัตกรรมนี้เปรียบเสมือนหยาดฝนชโลมใจหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มาโปรดพวกเขาเลยทีเดียว !
ต้องอธิบายก่อนว่า... ในยุคของซิงเย่า 1 และซิงเย่า 2 ... ปัญหาเรื่องแบตไหลมันยังไม่ค่อยแสดงอาการเด่นชัดหรือเป็นปัญหาโลกแตกสักเท่าไหร่นัก
ก็เพราะว่าในยุคนั้น... แอปพลิเคชันและฟีเจอร์ลูกเล่นต่าง ๆ ในสมาร์ทโฟน... มันยังไม่เยอะและไม่สูบพลังงานเท่าที่ควร... รวมถึงพวกแอปเกมมือถือก็ยังมีให้โหลดเล่นอยู่น้อยนิด
บวกกับ... ความละเอียดของหน้าจอในยุคนั้น... มันก็ยังไม่ได้มีความคมชัดระดับเทพที่กินพลังงานมหาศาลเหมือนในยุคนี้... อัตราการสูบแบตมันจึงอยู่ในเกณฑ์ที่พอรับได้'
แต่ทว่า ! ... ตั้งแต่ยุคของซิงเย่า 3 เป็นต้นมา... และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของซิงเย่า 4 นี้น่ะ ! ... อัตราการบริโภคแบตเตอรี่ของเครื่อง... พุ่งกระฉูดเป็นกราฟชันเลยทีเดียว !
แน่นอนว่าปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่ง... มันก็มาจากการที่ระยะเวลาเฉลี่ยที่ผู้คนก้มหน้ากดสมาร์ทโฟนในแต่ละวัน... มันเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญด้วย
แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ! ... บทสรุปที่ทุกคนต้องเผชิญเหมือนกันก็คือ... แบตเตอรี่โทรศัพท์หมดไวฉิบหาย ! !
นั่งไถมือถือหรือเล่นเกมไปได้แค่ไม่กี่ชั่วโมง แบตก็แดงเถือกแจ้งเตือนให้หาที่ชาร์จซะแล้ว !
แต่ในชีวิตจริง... การจะหาเต้าเสียบปลั๊กไฟให้ชาร์จแบตได้ตลอดเวลา... มันก็ไม่ได้หาได้ง่าย ๆ เหมือนหาซื้อน้ำเปล่านี่หว่า ! ... ยิ่งเวลาที่ต้องออกไปธุระข้างนอกหรือต้องเดินทาง... การจะหาที่ชาร์จแบตแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย !
ดังนั้น... เมื่อพาวเวอร์แบงก์ถือกำเนิดขึ้นมา... มันจึงสามารถแก้ปัญหาโลกแตกข้อนี้ได้อย่างชะงัดนัก !
ต่อให้ปกติจะไม่ค่อยได้ใช้หรือไม่ได้ออกไปไหนบ่อย ๆ ก็ตาม... แต่การซื้อพกติดกระเป๋าเอาไว้สักเครื่องเพื่อความอุ่นใจ... มันก็เป็นสิ่งที่ของมันต้องมี ! อย่างยิ่งยวด !
ด้วยสรรพคุณระดับนี้... จึงไม่น่าแปลกใจเลย... ที่พาวเวอร์แบงก์และเคสมือถือ... จะกลายเป็นกระแสฟีเวอร์และฮิตระเบิดระเบ้อภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว !
ทว่า... ก็มีลูกค้าหัวหมออีกหลายคน... ที่ขี้เกียจถ่อสังขารเดินทางไปซื้อที่ชอปของเจ๋อรันฯ... หรือบางคนก็รู้สึกว่า... สินค้าในชอปเจ๋อรันฯบวกราคาแพงเกินความจำเป็นไปหน่อย... พวกเขาจึงหันไปพึ่งพาโลกอินเทอร์เน็ตเข้าไปค้นหาสินค้าในแพลตฟอร์มชอปปิงออนไลน์อย่างTaobao และโก่วตงมอลล์แทน... เพื่อหวังฟลุกเจอร้านขายของพวกนี้ในราคาที่เป็นมิตรกว่า
และในตอนนี้... ผู้ผลิตเพียงหนึ่งเดียวในแผ่นดิน... ที่ผูกขาดการผลิตและจำหน่ายสินค้าสองชนิดนี้... ก็มีแค่ ตงเย่า เทคโนโลยี เท่านั้น !
ดังนั้น... ทันทีที่ผู้ใช้งานคีย์ค้นหาคำว่าเคสหรือพาวเวอร์แบงก์ ผลลัพธ์การค้นหาทั้งหมดมันก็จะเด้งโชว์สินค้าจากออฟฟิเชียลสโตร์ของ ตงเย่า เทคโนโลยี ขึ้นมาหราอยู่เต็มหน้าจอ !
และเมื่อพวกเขากดเข้าไปดูราคาขายภายในร้านตงเย่าฯ... พวกเขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความว้าว ! ... เพราะเคสมือถือของซีรีส์ซิงเย่า4... ตงเย่าฯ ขายแค่เพียง 39 หยวนต่อชิ้นเท่านั้น ! ... แถมยังมีเคสของสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น ๆ ให้เลือกซื้ออีกเพียบ !
โดยราคาก็ถูกแสนถูกเริ่มต้นไล่ตั้งแต่ 29 หยวนไปจนถึง 39 หยวนเท่านั้นเอง !
ส่วนราคาของพาวเวอร์แบงก์ยิ่งกระชากใจเข้าไปใหญ่ ! ... ตงเย่าฯตั้งราคาขายแค่ 89 หยวนเท่านั้น ! ... ซึ่งราคาของทั้ง 2 อย่าง... มันถูกกว่าการไปเดินซื้อในชอปของเจ๋อรัน เทคโนโลยีไปเกือบครึ่งเลยทีเดียว !
และสเปกความจุแบตเตอรี่ก็ยังให้มาเต็ม ๆ 10,000 มิลลิแอมป์เท่ากันเป๊ะ !
และที่สำคัญที่สุด... ในรายละเอียดสินค้าของร้านตงเย่าฯ... ยังได้ระบุเอาไว้ตัวโต ๆ และเคลมอย่างชัดเจนด้วยว่า... สินค้าทั้งหมดในร้าน... ถูกผลิตส่งตรงมาจากโรงงานแห่งเดียวกัน และสายพานเดียวกันเป๊ะ ๆ กับสินค้าออฟฟิเชียลของเจ๋อรัน เทคโนโลยี !
ซึ่งไอ้คำโปรยการันตีตรงนี้นี่แหละ ! ... ที่มันกลายเป็นเครื่องมือตกปลาชั้นยอด... ที่ดูดเงินลูกค้าในเน็ตให้กดสั่งซื้อได้อย่างถล่มทลาย !
ภายในระยะเวลาอันสั้น... ยอดสั่งซื้อเคส และพาวเวอร์แบงก์ในร้านออฟฟิเชียลสโตร์ของ ตงเย่า เทคโนโลยี ... ก็พุ่งทะยานขายดีเป็นเทน้ำเทท่าชนิดที่ว่าแพ็กของกันแทบไม่ทัน !
สถิติยอดขายสูงสุดภายใน1วัน ! ... พวกเขาสามารถฟันยอดขายเคสมือถือทะลุ 100,000 ชิ้น ! ! ... และกวาดยอดขายพาวเวอร์แบงก์ไปได้ถึง 40,000-50,000 เครื่อง ! !
ถ้าหากลองนำตัวเลขยอดขายในวันนั้นมาเคาะเครื่องคิดเลขดูแล้ว... เพียงแค่ระยะเวลา 24 ชั่วโมงสั้น ๆ ... ตงเย่า เทคโนโลยี ก็สามารถกวาดกำไรขั้นต้นมหาศาล... ทะลุกำแพง 5 ล้านหยวนเข้ากระเป๋าไปได้อย่างชิล ๆ !
และยิ่งเวลาผ่านไป... เมื่อชื่อเสียงความโด่งดังของเคสมือถือและพาวเวอร์แบงก์เริ่มกระจาย และบอกต่อไปในหมู่นักเล่นสมาร์ทโฟนมากขึ้นเรื่อย ๆ ... ยอดออเดอร์ในหน้าร้าน Taobao และโก่วตงมอลล์ของ ตงเย่า เทคโนโลยี ... ก็ยิ่งทวีคูณความร้อนแรงเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว !
โชคยังดี... ที่หลี่ตงมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและสั่งให้โรงงานผลิตสต็อกตุนเอาไว้เป็นจำนวนมหาศาลล่วงหน้าแล้ว ! ... หายนะสินค้าหมดสต็อกจึงยังไม่มาเยือนพวกเขาในเวลานี้
แต่ถึงแม้สต็อกของจะเหลือเฟือ... แต่ทว่า... แผนกแพ็กของและจัดส่งที่โกดังของตงเย่าฯ... กลับถูกคลื่นออเดอร์มหาศาล... ถาโถมเข้าใส่จนพนักงานแพ็กของกันแทบจะกระอักเลือด ! ... ในท้ายที่สุด... หลี่ตงก็ไม่มีทางเลือก... เขาต้องสั่งให้ ตงเย่า เทคโนโลยี ... ไปประกาศจ้างพนักงานพาร์ตไทม์แบบด่วนจี๋... มาช่วยกันแพ็กและส่งของให้ทันความต้องการของลูกค้า...
...
เดือนกันยายน...
ฤดูกาลแห่งการเปิดเทอมของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศก็เวียนมาบรรจบอีกครั้ง
ในเวลานี้... หลี่ตงก้าวเข้าสู่การเป็นนักศึกษาชั้นปี 4 อย่างเต็มตัวแล้ว ! ... เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 1 ปีชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของเขาก็จะปิดฉากลง... นักศึกษาปี 4 ส่วนใหญ่ในตอนนี้... ต่างก็เริ่มกระตือรือร้นออกเดินสายตระเวนยื่นเรซูเม่เพื่อหาที่ฝึกงาน และหาบริษัทเพื่อเข้าทำงานหลังเรียนจบกันอย่างคึกคัก
แน่นอนว่า... ด้วยมันสมองและผลการเรียนระดับเขา... เขาสามารถเลือกที่จะสอบเรียนต่อปริญญาโทเพื่อเสวยสุข และใช้ชีวิตลอยชายในมหาวิทยาลัยต่อไปได้อีกสบาย ๆ สัก 2-3 ปี
แต่ทว่า... หลี่ตงกลับไม่เคยมีความคิดบ้า ๆ แบบนั้นอยู่ในหัวเลยสักนิด !
สำหรับเขาแล้ว... ประสบการณ์ 4 ปีในชีวิตนักศึกษา... มันเพียงพอและอิ่มตัวมากเกินพอแล้ว
เขาไม่มีความจำเป็นอะไรเลย... ที่จะต้องไปทุ่มเทเวลาและผลาญชีวิตวัยรุ่นให้กับเรื่องการเตรียมตัวสอบเข้าป.โท หรือเรียนป.โทอีกต่อไป !
หลังจากที่เปิดเทอม... ไม่ว่าจะเป็นหลี่ตง, เหลยเหวินปิน, หรือหวังอี้ฝาน... ต่างก็หัวหมุนและงานรัดตัวกันถ้วนหน้า !
สำหรับร้านซื่อจี้ฉาจั๋วสาขาแห่งที่ 20... ก็เพิ่งจะทำพิธีแกรนด์โอเพนนิงตัดริบบิ้นเปิดร้านไปเมื่อช่วงก่อนเปิดเทอมหมาด ๆ !
และเนื่องจากหวังอี้ฝานและหลิวฉีต้องสละเรือถอนตัวออกไปลุยโปรเจกต์จักรยานสาธารณะแบบเต็มตัว... ภาระหน้าที่ในการกุมบังเหียนบริหารจัดการเครือข่ายร้านชาทั้งหมด... จึงตกมาอยู่ในความรับผิดชอบของเหลยเหวินปินและหลี่จิ้งเยว่เพียงแค่ 2 คนเท่านั้น !
และถ้าอิงตามไทม์ไลน์กลยุทธ์ที่วางไว้... ในช่วงเวลานี้... พวกเขาก็จะต้องเริ่มดำเนินการประกาศรับสมัครและเปิดรับแฟรนไชส์อย่างเป็นทางการด้วย ! ... เพราะงั้นภาระงานของพวกเขาในตอนนี้... จึงล้นมือ และหนักหน่วงสุด ๆ !
ส่วนทางด้านของหวังอี้ฝานและหลิวฉีน่ะเหรอ ? ... พวกเขางานงอกยิ่งกว่าเดิมอีก !
ทันทีที่บริษัทเสี่ยวหวงเชอถูกจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นมาสำเร็จ... พวกเขาก็ต้องรีบประกาศรับสมัครทีมโปรแกรมเมอร์และนักพัฒนาซอฟต์แวร์เข้ามาทำงานอย่างเร่งด่วน... และตอนนี้ทีมพัฒนากำลังปั่นโค้ดเร่งสร้างแอปพลิเคชันเสี่ยวหวงเชอกันอย่างหามรุ่งหามค่ำ !
นอกจากจะต้องปลีกเวลาไปติดตามความคืบหน้าของงานพัฒนาแอปฯอยู่บ่อย ๆ แล้ว...
พวกเขาทั้งสองคน... ก็ยังต้องคอยติดต่อประสานงานกับทางโรงงานผลิตจักรยานอย่างใกล้ชิดอีกด้วย ! ... ไหนจะต้องไปจัดคอร์สอบรมให้กับพนักงานในทีมปฏิบัติการของจักรยานสาธารณะอีก !
คำว่าจัดคอร์สอบรมเนี่ย... ฟังดูหรูหราไปงั้นแหละ ! ... เอาเข้าจริง ๆ ตัวพวกเขาเองสองคนก็ยังเป็นแค่มือใหม่หัดขับในวงการนี้อยู่เลย !
สิ่งที่พวกเขาทำได้... ก็แค่การงัดเอาทฤษฎีและคอนเซปต์การบริหารจักรยานสาธารณะ... ทั้งเรื่องการปล่อยรถ, การบำรุงรักษา... และสารพัดดีเทลต่าง ๆ ... ที่พวกเขาเพิ่งจะนั่งฟังหลี่ตงบรรยายให้ฟังเมื่อวันก่อน... เอามาถ่ายทอดและอธิบายให้ทีมปฏิบัติการฟังต่ออีกทีแบบนกแก้วนกขุนทองก็เท่านั้นเอง !
ส่วนทางฝั่งของตัวบอสอย่างหลี่ตง ถึงแม้ว่าบริษัทระดับหมื่นล้านอย่าง เซี่ยวเน่ย และเจียเจี้ยว ... รวมถึงบริษัทในเครืออื่น ๆ ... เขาจะสามารถปล่อยให้มันรันไปด้วยตัวเองโดยที่ไม่ต้องลงไปล้วงลูกสั่งการอะไรมากมายแล้วก็ตาม
แต่ทว่า... สำหรับบริษัทน้องใหม่แกะกล่องอย่าง ตงเย่า เทคโนโลยี มันยังมีรายละเอียดจุกจิกและปัญหาเฉพาะหน้าอีกเพียบ ! ... ที่ยังต้องอาศัยให้เขาลงมาตัดสินใจและจัดการด้วยตัวเอง !
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ในช่วงเวลานี้ที่รองผู้จัดการใหญ่อย่างอี้ลี่หมิงกำลังวุ่นวายอยู่กับการตะลอนบินข้ามทวีปเพื่อไปลุยบุกเบิกช่องทางจัดจำหน่ายออฟไลน์ตามหัวเมืองใหญ่ ๆ ในต่างประเทศ ! ... การดูแลและตัดสินใจในเรื่องความเคลื่อนไหวภายในของ ตงเย่า เทคโนโลยี ... จึงต้องตกเป็นหน้าที่ของหลี่ตงรับจบไปก่อนชั่วคราว
หลังเปิดเทอมได้เพียงไม่กี่วัน... หลี่ตงก็ต้องเดินทางเข้าไปตรวจงานที่บริษัท ตงเย่า เทคโนโลยี อีกครั้ง
เมื่อราว ๆ ครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้... จางรุ่ยซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ ตงเย่า เทคโนโลยี ... ได้โทรศัพท์สายตรงมารายงานข่าวดีให้หลี่ตงฟัง... ว่าโปรเจกต์การพัฒนาตู้สถานีชาร์จพาวเวอร์แบงก์... มันได้เสร็จสมบูรณ์และพร้อมใช้งาน100%แล้ว !
เมื่อได้ยินข่าวดีระดับนี้... หลี่ตงจึงไม่รอช้า... รีบบึ่งรถตรงดิ่งมาที่บริษัทอย่างรวดเร็ว
ผลงานตู้สถานีชาร์จเครื่องนี้... มันก็ถูกเนรมิตขึ้นมาจากพิมพ์เขียวที่หลี่ตงเป็นคนร่างเอาไว้ให้ ! ... ซึ่งหน้าตาและฟังก์ชันของมัน... ก็คือการลอกเลียนแบบมาจากตู้ชาร์จที่เขาเคยเห็นจนชินตาในชีวิตชาติก่อนนั่นเอง
ด้วยดีไซน์และระบบพื้นฐานที่ถูกป้อนมาให้แบบสำเร็จรูปขนาดนี้ ! ... มันจึงช่วยย่นเวลาการทำงานของจางรุ่ยและทีมวิศวกรไปได้มหาศาล ! ... และนั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไม... พวกเขาถึงสามารถคลอดผลงานออกมาได้รวดเร็วทันใจขนาดนี้
"ท่านประธานหลี่ครับ ! ... ลองชมผลงานดูเลยครับ ! ... นี่คือตู้สถานีชาร์จที่พวกเราปลุกปั้นขึ้นมาครับ ! ... เราได้ทำการติดตั้งกลไกรางดันสินค้าไว้ที่ด้านในของตู้... ตามคำชี้แนะของท่านแบบเป๊ะ ๆ เลยครับ ! "
"เมื่อลูกค้าเปิดแอปฯ ของเรา... แล้วทำการสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อยืนยันคำสั่งเช่าสำเร็จ... ตัวพาวเวอร์แบงก์มันก็จะค่อย ๆ เด้งโผล่ออกมาจากช่องให้ลูกค้าดึงเอาไปใช้งานได้เลยครับ ! ... ซึ่งพวกเราได้ทำการทดสอบระบบซ้ำแล้วซ้ำเล่านับครั้งไม่ถ้วนแล้วครับ ! ... และรับประกันได้เลยว่าอาการเครื่องค้างหรือพาวเวอร์แบงก์เด้งไม่ออกเนี่ย... แทบจะไม่เคยปรากฏขึ้นมาให้เห็นเลยครับท่าน ! "
หลี่ตงพยักหน้ารับอย่างพอใจ... เขายืนพินิจพิเคราะห์ตู้สถานีชาร์จตรงหน้าอย่างละเอียด... ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์หรือหลักการทำงาน... มันแทบจะเหมือนฝาแฝดกับตู้ชาร์จที่เขาเคยเห็นในโลกอนาคตเลยทีเดียว !
ด้วยความอยากรู้อยากลอง... หลี่ตงจึงหยิบมือถือขึ้นมาทดสอบระบบด้วยตัวเองดูสักตั้ง
เขากดสแกนคิวอาร์โค้ด และกดยืนยันปุ๊บ ! ... ตัวพาวเวอร์แบงก์ในตู้ก็เด้งดึ๋งออกมาอย่างสมูทและลื่นไหลชนิดไร้รอยต่อ !
ส่วนเวลาจะส่งคืนก็ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย ! ... แค่เอาพาวเวอร์แบงก์ก้อนเดิม... ดันเสียบกลับเข้าไปในช่องว่างของตู้... ระบบมันก็จะจัดการตัดการทำงานทันที !
เมื่อทดสอบจนแน่ใจ... หลี่ตงก็เงยหน้าขึ้นหันไปพูดกับจางรุ่ย "โอเค ! ... ผลงานชิ้นนี้สอบผ่านครับ ! ... ในเมื่อพวกคุณรันการทดสอบจนมั่นใจแล้วว่าไม่มีข้อผิดพลาด... งั้นช่วง 1-2 วันนี้... "
พูดถึงตรงนี้... หลี่ตงก็ชะงักไปนิด... แล้วเอ่ยถาม "เอ้อ ! จริงสิ ! ... วันก่อนประธานอี้แจ้งมาว่า... เขาจะบินกลับจากอเมริกาภายใน 1-2 วันนี้ใช่ไหม ? ... สรุปแล้วเขาจะบินมาถึงกี่โมงเหรอครับ ? "
จางรุ่ยรีบตอบ "ถ้าเที่ยวบินไม่ดีเลย์... ประธานอี้น่าจะเดินทางมาถึงสนามบินเซี่ยงไฮ้ช่วงค่ำ ๆ คืนนี้เลยล่ะครับท่าน"
"อืม ! ยอดเยี่ยม ! "
หลี่ตงพยักหน้ารับ... เขาตั้งใจเอาไว้แล้วว่า... คืนนี้ปล่อยให้อี้ลี่หมิงกลับไปพักผ่อนก่อน... เดี๋ยวพรุ่งนี้เขาค่อยแวะเข้ามาที่ออฟฟิศเพื่อถกเครียดกับอี้ลี่หมิง เรื่องแผนการปล่อยตู้พาวเวอร์แบงก์ให้เช่าลงสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ...
ช่วงเช้าวันถัดมา...
หลี่ตงก็จัดแจงโดดเรียนหน้าตาเฉย ! ... แล้วบึ่งรถมุ่งหน้ามาที่ ตงเย่า เทคโนโลยี อีกครั้ง
เมื่อเจอหน้า อี้ลี่หมิง... หลี่ตงก็ยิงคำถามทันที "ประธานอี้ครับ ! ... ภารกิจเดินสายบุกเบิกช่องทางขายออฟไลน์ในตลาดต่างประเทศน่ะ... ตอนนี้มีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้วครับ ? "
ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา... อี้ลี่หมิงใช้ชีวิตราวกับนกขมิ้น ! ... บินตะลอนไปทั่วทั้งอเมริกา, ยุโรป, ญี่ปุ่น, และอีกสารพัดประเทศเพื่อลุยเรื่องนี้โดยเฉพาะ !
เมื่อโดนถาม... อี้ลี่หมิงก็รีบรายงานผลงานอย่างภาคภูมิใจ "เรียนท่านประธานหลี่ครับ ! ... ในตอนนี้... เราสามารถเจาะและปิดดีลเครือข่ายการจัดจำหน่ายออฟไลน์... ตามหัวเมืองและประเทศหลัก ๆ ในอเมริกาและยุโรปได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วล่ะครับ ! "
"ที่ผมรีบบินด่วนกลับมาคราวนี้... ก็เพื่อมาบัญชาการเร่งแพ็กสินค้าเตรียมส่งออกลอตใหญ่ไปให้อเมริกาและยุโรปนี่แหละครับท่าน"
"เพอร์เฟกต์มากครับ ! ... ลำบากคุณมากเลยนะครับประธานอี้"
หลี่ตงเอ่ยปากชม
อี้ลี่หมิงรีบตอบถ่อมตัว "ท่านประธานหลี่ชมเกินไปแล้วครับ ! ... นี่คือหน้าที่รับผิดชอบของผมโดยตรงอยู่แล้วครับ"
หลี่ตงยิ้มรับก่อนจะเข้าเรื่องสำคัญ"อืม... แล้วในส่วนของโปรเจกต์พาวเวอร์แบงก์ให้เช่าล่ะครับ ? ... เราจะลุยตลาดต่างประเทศยังไงดี ? "
อี้ลี่หมิงตอบไปตามตรง "สำหรับเรื่องนี้... ผมเพิ่งจะเคลียร์ดีลและตกลงเงื่อนไขกับทางฝั่งอเมริกาจบไปแค่ประเทศเดียวเองครับท่าน... ส่วนตลาดในยุโรปและญี่ปุ่น เรายังเจาะไม่เข้าและยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเลยครับ"
"อ้อ! ... แล้ววันก่อนคุณจางแกก็มารายงานผมแล้วล่ะครับ... ว่าเรื่องตู้สถานีชาร์จพัฒนาเสร็จสิ้นแล้ว... ไม่ทราบว่าท่านประธานหลี่กำหนดไทม์ไลน์ไว้แล้ว หรือยังครับว่าเราจะสตาร์ตปล่อยตู้ลงตลาดเมื่อไหร่ ? "
หลี่ตงตอบกลับทันควัน "จุดประสงค์ที่ผมมาในวันนี้... ก็เพื่อมาคุยกับคุณเรื่องนี้นี่แหละครับ ! "
"เดี๋ยวคุณช่วยไปต่อสายตรงหางานให้บีวายดี หน่อยนะครับ ! ... บอกให้พวกเขาเร่งเดินเครื่องปั๊มตู้สถานีชาร์จออกมาก่อน 50,000 ตู้แบบด่วนจี๋เลยครับ ! ... และในเมื่อคุณเคลียร์ดีลกับฝั่งอเมริกาจบแล้วล่ะก็... คุณก็ลองไปประเมินเอาเองก็แล้วกันครับว่าจากโควตา 5 หมื่นตู้นี้... เราควรจะส่งออกตู้ไปเจาะตลาดอเมริกาสักกี่ตู้ดี"
"ส่วนตู้ที่เหลือทั้งหมด... เราก็จะเอามันมาปล่อยปูพรมถล่มตลาดในประเทศเซี่ยรัว ๆ เลยครับ ! ... อืม... แน่นอนว่าเราจะเริ่มหยั่งเชิงปักธงที่มหานครเซี่ยงไฮ้เป็นสมรภูมิแรก ! "
"โอเคครับจัดไป ! "
อี้ลี่หมิงพยักหน้ารับคำสั่งก่อนจะถามเรื่องสำคัญ "ท่านประธานหลี่ครับ... แล้วในส่วนของเรตราคาค่าเช่าพาวเวอร์แบงก์ล่ะครับ... ท่านวางนโยบายไว้ว่าจะเก็บค่าบริการที่ราคาเท่าไหร่ดีครับ ? "
หลี่ตงฟันธง "สำหรับเรตราคาในประเทศ... ให้ตั้งราคาประเดิมไว้ที่... 2 หยวนต่อ 1 ชั่วโมงก่อนก็แล้วกันครับ ! ... ส่วนค่ามัดจำก่อนเช่า... ให้ผู้ใช้งานวางเงินมัดจำไว้ก้อนละ 89 หยวนครับ ! "
"ส่วนเรตราคาในตลาดอเมริกา... ให้ฟันราคาค่าเช่าที่... 0.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 ชั่วโมง ! ... และให้เรียกเก็บเงินมัดจำไว้ก้อนละ 29 ดอลลาร์สหรัฐ ! "
เมื่อพูดถึงตรงนี้... หลี่ตงก็อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ "ผมว่านะ... ดีไม่ดี... ธุรกิจให้เช่าของเราเนี่ย... อาจจะสามารถขายขาดพาวเวอร์แบงก์ได้มหาศาลยิ่งกว่าการขายตามปกติซะอีกนะครับเนี่ย ! "
ในตอนแรก... อี้ลี่หมิงก็ยังทำหน้างงอยู่แวบหนึ่ง... แต่เพียงอึดใจเดียว... เขาก็เก็ตความหมายแฝงเร้นในมุกตลกของหลี่ตงทันที !
เขากระตุกยิ้มก่อนจะพูดขานรับ "ผมเข้าใจความหมายของท่านประธานหลี่แล้วครับ ! ... ท่านกำลังจะบอกว่า... จะต้องมีลูกค้าขี้ลืมจำนวนไม่น้อยเลยล่ะ... ที่เช่าพาวเวอร์แบงก์ไปแล้วลืมเอามาคืน ! "
"แล้วพอนึกขึ้นได้... พอเอาเวลาเช่าที่ลากยาวหลายวันมาคูณกับเรตค่าเช่าดู ! ... ปรากฏว่าค่าเช่าบานตะไทแพงกว่ามูลค่าของตัวพาวเวอร์แบงก์ที่หักจากเงินมัดจำซะอีก ! "
"สุดท้าย... ลูกค้าพวกนี้ก็เลยเลือกที่จะชิ่งไม่เอามาคืนซะเลย ! ... ยอมโดนยึดเงินมัดจำแลกกับการได้ครอบครองพาวเวอร์แบงก์ไปเลยดีกว่า ! ฮ่า ๆ ๆ "
"ถูกต้องเลยครับ ! ... ถึงแม้ว่าเคสคนขี้ลืมแบบนี้มันอาจจะไม่ได้มีเยอะแยะถึงขนาดเป็นเรื่องปกติ... แต่ผมกล้าพนันเลยว่ามันจะต้องมีเคสแบบนี้เกิดขึ้นบ่อย ๆ ให้เราได้เห็นอย่างแน่นอน ! "
หลี่ตงพูดปิดท้ายพร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี