- หน้าแรก
- ยอดสายลับทรชน ทะลุมิติมาเป็นคนโฉดพร้อมแหวนมิติป่วนยุคสงคราม
- บทที่ 37 - การจับกุม
บทที่ 37 - การจับกุม
บทที่ 37 - การจับกุม
บทที่ 37 - การจับกุม
ตำรวจเกือบทุกคนหุบปากสนิท ต่างมองจางเทียนเฮ่าที่ยืนอยู่ด้านหน้าด้วยความหวาดกลัว แม้แต่ผู้กำกับการสถานีตำรวจยังตกใจจนเหงื่อแตกพลั่ก
มีใครบ้างที่ไม่รู้ว่าจางเทียนเฮ่าคนนี้เป็นพวกฆ่าคนตาไม่กะพริบ แถมเขายังเป็นถึงรองผู้อำนวยการสถานีซีชางที่แฝงตัวอยู่ในโรงเรียนมัธยมซานเต๋อ อำนาจบารมีในเมืองซีชางเรียกได้ว่าล้นฟ้า
ถ้าเขาอยากจะยัดข้อหาพรรคแดงให้ใคร คนคนนั้นก็แทบจะไม่เหลือทางรอดเลย
ยอมฆ่าผิดพันคน ดีกว่าปล่อยหลุดรอดไปเพียงคนเดียว
สโลแกนนี้แทบจะฝังรากลึกอยู่ในหน่วยงานที่ใช้ความรุนแรงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสายลับ ตำรวจ หรือแม้แต่กองทัพ
"ไอ้พวกเวร จัดแถวให้มันดีๆ แต่งตัวให้มันเรียบร้อยหน่อย ดูสภาพพวกแกสิ หมายังเมิน จะให้ฉันมาเช็คชื่อพวกแกทุกวัน แล้วพาพวกแกไปเดินเล่นในคุกด้วยดีไหม"
ครั้งนี้พวกเขารวดเร็วมาก เพียงหนึ่งนาทีให้หลัง ตำรวจทั้งแถวก็ยืนเรียงกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แม้แต่เสื้อผ้าก็ถูกจัดแจงจนเข้าที่เข้าทาง ถือว่าทำได้รวดเร็วมาก ดูสมกับเป็นตำรวจขึ้นมาหน่อย
"ตอนนี้ฉันจะมอบหมายภารกิจให้พวกแกทุกคน ห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปเด็ดขาด ถ้าคนของฉันสืบรู้ว่าใครเป็นคนปล่อยข่าว ฉันจะจับกุมในข้อหากบฏ และส่งพวกแกทั้งครอบครัวไปคุยกับรากมะม่วง! ได้ยินไหม?"
"ได้ยินครับ!"
"ครับ!"
ทันใดนั้น เสียงตอบรับก็ดังขึ้นเบาๆ แม้ว่าทุกคนจะตอบ แต่เสียงก็สะเปะสะปะไม่พร้อมเพรียงกันเลย
"ตอบให้มันดังๆ หน่อย ได้ยินไหม?"
"ได้ยินครับ!"
"ดี ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป ทุกคนห้ามลางานเด็ดขาด ต้องออกไปเดินลาดตระเวนตามท้องถนนในตอนกลางคืน ห้ามมีข้อผิดพลาด และให้ทุกคนไปเงี่ยหูฟังตามกำแพงในเขตรับผิดชอบของตัวเอง ถ้าได้ยินเสียง 'ติ๊ด ติ๊ด' ของวิทยุสื่อสาร ให้รีบรายงานทันที มีรางวัลให้หนึ่งร้อยต้าหยาง ถ้าพบว่าใครอู้งาน ฉันเชื่อว่าห้องสอบสวนที่โรงเรียนมัธยมซานเต๋อคงมีที่ว่างให้แกแน่!"
ห้องสอบสวนของโรงเรียนมัธยมซานเต๋อ... ทุกคนต่างพากันขนลุกซู่ทันทีที่ได้ยินชื่อนี้ ห้องสอบสวนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประตูผี เข้าไปสิบคน หามออกมาเสียเก้าคนครึ่ง ต่อให้รอดออกมาได้ ก็คงเหลือชีวิตรอดแค่ครึ่งเดียว
"ตอนนี้โอกาสมาถึงพวกแกแล้ว ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป ให้จับคู่กันสองคน พกปืนออกไปลาดตระเวน ได้ยินไหม?"
"ได้ยินครับ!"
"ดีมาก ต่อไปฉันจะประกาศข่าวดีอีกเรื่อง ถ้าใครค้นพบเบาะแส จะได้รับการเลื่อนขั้นอย่างน้อยหนึ่งขั้น ก็ขึ้นอยู่กับความโชคดีของพวกแกล่ะนะ ถ้าโชคดีหน่อย อย่างน้อยก็จะได้เป็นหัวหน้าหมู่ ดีไม่ดีอาจจะได้เป็นถึงรองผู้กำกับเลยก็ได้"
ตบหัวแล้วลูบหลัง เขาเชี่ยวชาญกลยุทธ์นี้ดี เขาย่อมไม่บีบบังคับให้คนพวกนี้ทำงานให้เขาแต่เพียงอย่างเดียว ตรงกันข้าม เขาต้องหยิบยื่นโอกาสให้คนพวกนี้ด้วย โอกาสที่จะได้ไต่เต้าขึ้นไป
ฝูงชนที่ตอนแรกยังมีท่าทีหวาดกลัว กลับเผยให้เห็นความตื่นเต้นดีใจออกมาทันที สายตาที่มองไปยังจางเทียนเฮ่าก็เริ่มเร่าร้อนขึ้น ราวกับฝูงหมาป่าหิวโซที่มองเห็นเนื้อชิ้นโต
"เอาล่ะ ตอนนี้แยกย้ายกันไปพักผ่อนได้! คืนนี้เริ่มปฏิบัติการ!"
...
"หัวหน้าครับ คนพวกนี้จะพึ่งได้เหรอครับ ใช้พวกเขา ไม่กลัวข่าวจะรั่วไหลออกไปเหรอครับ?" โฮ่วฉวินเดินตามจางเทียนเฮ่าออกจากสถานีตำรวจ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความกังวล
"เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงซะพวกนั้นก็เป็นคนต่างถิ่น ส่วนพวกนี้เป็นพวกเขี้ยวลากดิน รู้จักพวกนักเลงหัวไม้ตามท้องถนนเยอะแยะ ย่อมต้องไปหาคนพวกนี้มาช่วยทำงานให้อยู่แล้ว ถึงตอนนั้นก็เท่ากับว่าคนทั้งเมืองช่วยกันค้นหา ปูพรมค้นหากันทั่วเมือง ตราบใดที่พวกมันกล้าส่งวิทยุ ก็ต้องโดนจับได้แน่ พวกนักเลงพวกนี้น่ะ หูตาไวเป็นสับปะรดทั้งนั้น"
"ต่อให้พวกมันไม่กล้าส่งวิทยุ แล้วพวกเราจะเสียหายตรงไหนล่ะ ข่าวของพวกมันส่งออกไปไม่ได้ แบบนี้ไม่เป็นผลดีกับเรามากกว่าเหรอ?" จางเทียนเฮ่าหัวเราะ ปีนขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับรถจี๊ป แล้วสตาร์ทเครื่องยนต์ มุ่งหน้ากลับบ้าน
ไม่นานนัก เขาก็กลับมาถึงสถานี จางเทียนเฮ่ารายงานวิธีการของเขาให้สวีเย่าเฉียนฟัง พร้อมกับเบิกเงินหนึ่งร้อยต้าหยางเพื่อนำไปเป็นรางวัล
ในขณะเดียวกัน เขาก็รายงานถึงจุดประสงค์ที่เขาทำแบบนี้ด้วย
ยังไงเสีย พวกเขาก็เป็นแค่สถานีเล็กๆ ไม่มีกำลังพอที่จะค้นหาวิทยุสื่อสารทั่วทั้งเมืองได้ และยิ่งไม่มีกำลังพอที่จะระบุตำแหน่งของวิทยุสื่อสารได้ จึงทำได้เพียงใช้วิธีแหวกหญ้าให้งูตื่น เพื่อขัดขวางไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น
ในตอนที่จางเทียนเฮ่ามอบหมายภารกิจให้ตำรวจ และรายงานต่อสวีเย่าเฉียนเสร็จสิ้น ในห้องห้องหนึ่งภายในตัวอำเภอ ผู้หญิงคนหนึ่งก็ได้รับข่าวนี้เช่นกัน
สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างหนัก เพราะเธอคือคนที่จางซือเฉิงและพรรคพวกเรียกว่าคุณย่าหรู แต่ตอนนี้เธอไม่ได้ชื่อย่าหรูแล้ว เธอชื่อเข่อเข่อ สวีเข่อเข่อ
ตอนที่เธอส่งข่าวไปที่ร้านขายของชำ เธอก็คิดไว้แล้วว่าอาจจะถูกตรวจสอบพบ แต่เธอไม่คิดเลยว่า คนของแผนกสืบสวนกิจการพรรคจะเคลื่อนไหวได้รวดเร็วขนาดนี้ ตกกลางคืนก็สืบจนเจอที่พักของเธอแล้ว
แถมเธอยังได้รับข่าวจากร้านขายของชำว่า ทางนั้นยังไม่ได้ส่งข่าวออกไปเลย ตรงกันข้าม เธอเริ่มตระหนักได้ว่า เธอถูกหลอกใช้เข้าให้แล้ว
และคนคนนี้ก็หลอกใช้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับจางซือเฉิง เพื่อใส่ร้ายเธอกับจางซือเฉิง ว่าสมรู้ร่วมคิดกับพรรคคอมมิวนิสต์
"ไอ้สารเลว อย่าให้ฉันรู้เชียวนะว่าแกเป็นใคร กล้าหลอกใช้ฉัน ฉันจะทำให้แกตายศพไม่สวยเลย" ผ่านไปหนึ่งวันเต็มๆ ความโกรธของเธอยังไม่จางหาย ตรงกันข้าม มันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น
เดิมทีเธอแค่ต้องการสร้างความวุ่นวายให้แผนกสืบสวนกิจการพรรคสักหน่อย มันเป็นเพียงแผนการชั่ววูบของเธอ แต่กลับกลายเป็นว่าเธอถูกคนอื่นหลอกใช้เสียเอง
"ใครกันนะที่วางกับดักให้ฉันเดินเข้าไปติดกับ แถมตอนนี้คนทั้งเมืองยังออกตามล่าฉันอีก!"
แม้ในใจจะไม่สบอารมณ์ แต่ความโกรธก็ไม่ได้ทำลายสติสัมปชัญญะของเธอ เธอเพียงแค่นั่งนิ่งๆ อยู่คนเดียว แล้วเริ่มวิเคราะห์อย่างจริงจัง
สถานีซีชางทั้งสถานีมีคนอยู่ไม่กี่คน โดยพื้นฐานแล้วเซี่ยเฉิงเฟิงก็ไม่อยู่ แผนกส่งกำลังบำรุงก็ไม่เกี่ยว ก็เหลือแค่จางเทียนเฮ่ากับเหอหรงฝานจากทีมปฏิบัติการ แล้วก็ผู้อำนวยการสวีเย่าเฉียน
"บ้าจริง คนพวกนี้ไม่น่าจะมีสมองคิดแผนแบบนี้ออกมาได้หรอก แล้วใครเป็นคนออกความเห็นให้เขากันนะ?"
เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง รอยยิ้มจางๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"ดูเหมือนว่า ฉันจะเจอคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อเข้าแล้วสิ!"
...
"เทียนเฮ่า ผู้อำนวยการสำนักงานคลังอำเภอกับพวกอีกหลายคน ล้วนเป็นสายลับญี่ปุ่น ลงมือจับกุมได้เลย นี่คือเอกสารอนุมัติจากเบื้องบน ท่านผู้บัญชาการหลิวอนุญาตให้เราจับคนได้แล้ว!"
สวีเย่าเฉียนเรียกจางเทียนเฮ่าไว้ และยื่นเอกสารให้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"นี่คือเอกสารที่เบื้องบนเพิ่งส่งมา ตอนนี้นายพาลูกน้องไปยึดทรัพย์สินหลายแห่ง และจับกุมคนพวกนี้มาให้หมด กล้าทรยศต่อประเทศชาติ สมคบคิดกับพวกญี่ปุ่น ช่างบังอาจนัก"
"ครับผม!"
พอจางเทียนเฮ่าได้ยิน ก็ตอบรับด้วยสีหน้าขึงขัง พร้อมกับตะเบ๊ะทำความเคารพ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
เมื่อกลับมาถึงทีมปฏิบัติการที่หนึ่ง เขาก็เห็นโฮ่วฉวินกำลังพาลูกน้องสองสามคนตั้งวงเล่นไพ่กันอยู่ แต่ละคนส่งเสียงเชียร์กันดังลั่น แถมยังมีอีกสองสามคนยืนมุงดูอยู่ข้างๆ
"ทุกคน ตรง!"
เขาผลักประตูเข้าไป ก็ตะโกนเสียงดังก้อง
พอคนพวกนั้นได้ยินเสียง ก็รีบทิ้งไพ่ในมือ ยืนตัวตรงแหน่ว ก่อนจะมองไปที่ประตูอย่างระแวดระวัง ถึงได้รู้ว่ามีแค่จางเทียนเฮ่ายืนอยู่ตรงนั้น
"หัวหน้ากลับมาแล้วเหรอครับ"
"หัวหน้าครับ!"
แต่ละคนทำหน้าประจบประแจงใส่เขาทันที แถมสายตาที่มองจางเทียนเฮ่ายังแฝงไปด้วยความหวาดผวา
"วันๆ เอาแต่เล่นไพ่ มีเวลาว่างนักก็ไปตามจับพวกพรรคแดงให้ฉันสิ ไอ้พวกไม่ได้เรื่อง ดูพวกแกสิ ไม่รู้จักทำหน้าที่ของตัวเอง สงสัยจะคันหนังเสือสินะ หรืออยากให้ผู้อำนวยการมาสั่งสอนพวกแกสักบทเรียน" น้ำเสียงเย็นชาของเขาดังก้องไปทั่วห้อง สายตาที่มองลูกน้องอีกแปดคนที่เหลือเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
"ทำงานก็ไม่เป็นสับปะรด หรือว่าเวลาเจอพวกพรรคแดง เอาชีวิตไปทิ้งแล้วพวกแกจะมีความสุขฮะ"
"ชีวิตเป็นของพวกแก ถ้าไม่คิดถึงตัวเอง ก็หัดคิดถึงครอบครัวบ้าง ถ้าพวกแกตายห่าไป ครอบครัวพวกแกก็ขาดเสาหลัก เคยคิดไหมว่าวันข้างหน้าพวกเขาจะอยู่กันยังไง อาชีพของเรามันแขวนอยู่บนเส้นด้ายอยู่แล้ว แต่พวกแกกลับไม่ใส่ใจเลย ถ้าอยากตายนัก ฉันก็จะสนองให้"
พูดจบ เขาก็เตะโต๊ะกระเด็น พร้อมกับตะคอกเสียงดัง "ทุกคนจัดแถว กลับมาแล้วฉันจะคิดบัญชีกับพวกแก! หึ!"
ในขณะเดียวกัน เขาก็สั่งให้เรียกตัวคนในทีมที่สองมารวมกันด้วย สายตาที่เขามองเหอหรงฝานแฝงไปด้วยความไม่พอใจนิดๆ แต่เขาไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่สั่งการเสียงดัง
"ตอนนี้เราได้รับภารกิจมา ทีมปฏิบัติการทั้งหมดสิบแปดคน แบ่งออกเป็นห้าชุด ฉันจะนำทีมหนึ่งมีสองคน หัวหน้าเหอนำทีมหนึ่งมีสามคน เสี่ยวโฮ่วนำทีมหนึ่งมีสามคน เหล่าหลัวนำทีมหนึ่ง และชิวซานนำทีมหนึ่ง แต่ละทีมมีสี่คน ไปจับกุมคนตามรายชื่อนี้"
พูดจบ เขาก็หยิบรายชื่อแผ่นหนึ่งออกมา บนนั้นมีชื่อคนเจ็ดแปดคน บางคนอยู่ในที่ว่าการอำเภอ บางคนอยู่ในกองกำลังรักษาความมั่นคง และยังมีพ่อค้าอีกด้วย
"คนพวกนี้ถูกสายลับญี่ปุ่นซื้อตัวไปหมดแล้ว จับพวกมันมาให้หมด แล้วยึดทรัพย์ให้เกลี้ยง นอกจากเหลือไว้ให้ครอบครัวพวกมันนิดหน่อย ที่เหลือริบเข้าหลวงให้หมด"
"ทุกคนเข้าใจไหม ถ้าใครทำพลาด หรือปล่อยให้มีรูรั่ว ฉันอาจจะจำพวกแกได้ แต่ปืนฉันมันจำใครไม่ได้หรอกนะ ได้ยินไหม" เขาตะโกนเสียงดัง พร้อมกับชักปืนออกมาถือไว้ในมือ ชี้ไปที่ลูกน้องด้านล่าง แววตาเต็มไปด้วยการข่มขู่
"รับประกันว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จครับ!"
ทุกคนแทบจะตะโกนตอบรับเป็นเสียงเดียวกัน
"ดี ออกเดินทางได้!"
พร้อมกันนั้น จางเทียนเฮ่าก็ปีนขึ้นรถจี๊ปของตัวเอง พาลูกน้องสองสามคนมุ่งหน้าไปยังเป้าหมาย
ภายในสำนักงานคลังอำเภอ ผู้อำนวยการเฟ่ยหู่กำลังนั่งจิบชาอยู่ที่โต๊ะทำงาน นั่งฟังเสียงเพลงจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงอย่างสบายอารมณ์ เอนกายพิงพนักเก้าอี้ ครวญเพลงตามเบาๆ
จังหวะนี้เอง เขาก็ได้ยินเสียงประตูห้องถูกเปิดออก ทำให้ความสุขของเขาสะดุดลง ทิ้งไว้เพียงความหงุดหงิด
เขายังไม่ทันลืมตา ก็ตะโกนด่าเสียงดังลั่น "เสี่ยวไช่ แกตายแล้วหรือไง ใครใช้ให้แกปล่อยคนเข้ามา ไม่อยากทำแล้วใช่ไหม ไสหัวไปเลย!"
แต่พอเขาพูดจบ เสียงฝีเท้ากลับไม่ได้หยุดชะงัก ตรงกันข้าม มันยิ่งดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
เขาโกรธจัด โกรธจนเลือดขึ้นหน้า ลืมตาขึ้นมาเตรียมจะด่า แต่ก็เห็นชายสามคนเดินเข้ามาเสียก่อน ทุกคนล้วนสวมชุดซุนยัตเซ็น แถมในมือยังมีปืนพกอีกด้วย
คนที่เดินตามหลังทั้งสามคนมาก็คือเสี่ยวไช่ เลขานุการของเขา ที่กำลังก้มหน้าเดินตามมาด้วยความหวาดกลัว
"คุณคือเฟ่ยหู่งั้นเหรอ?" จางเทียนเฮ่าปรายตามองอย่างเย็นชา กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง เขาก็เข้าใจสถานการณ์ทันที ชายที่อยู่ตรงหน้าคงจะเป็นคนที่พวกเขาต้องการตัวไม่ผิดแน่
"ฉันเอง พวกแกเป็นใคร กล้าบุกรุกเข้ามาในห้องทำงานสำนักงานคลังอำเภอของฉัน พวกแกรู้ไหมว่าในนี้มีเอกสารลับมากมายแค่ไหน ไสหัวออกไปเถอะ!" เขารีบนั่งตัวตรง ชี้ไปที่ประตูพร้อมกับตะโกนเสียงดัง
"ดี จับถูกคนก็พอแล้ว ลากตัวไป" จางเทียนเฮ่าหันไปสั่งลูกน้องสองคนที่อยู่ข้างๆ เสียงดัง พร้อมกับเอาปืนเล็งไปที่เฟ่ยหู่ "ถ้าแกกล้าขัดขืนแม้แต่นิดเดียว ยิงทิ้งได้เลย!"
"อ๊ะ พวกแกเป็นใคร ปล่อยฉันนะ พวกแกรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร เบื้องหลังฉันคือใคร เบื้องหลังฉันคือเสนาธิการของท่านผู้บัญชาการหลิวนะ พวกแกอยากตายใช่ไหม?"
"หยุดนะ หยุดเดี๋ยวนี้!"
เฟ่ยหู่รีบอ้างชื่อผู้มีพระคุณหนุนหลังทันที พร้อมกับตะโกนด่าทอเสียงแข็ง ไฟโกรธในดวงตายิ่งลุกโชน มองจางเทียนเฮ่าและพรรคพวกราวกับมองคนตาย
"หึหึ เบื้องหลังของแกก็ไม่เลวนี่ น่าเสียดายนะ เบื้องหลังของแกอาจจะซวยไปด้วยก็ได้ ปิดปากมัน ลากตัวไป!" เขาโบกมือ ลูกน้องสองคนก็รีบคว้าผ้าขนหนูแถวนั้นมาอุดปากเขาไว้ แล้วลากตัวออกไป
(จบแล้ว)