- หน้าแรก
- ยอดสายลับทรชน ทะลุมิติมาเป็นคนโฉดพร้อมแหวนมิติป่วนยุคสงคราม
- บทที่ 36 - ความยากลำบาก
บทที่ 36 - ความยากลำบาก
บทที่ 36 - ความยากลำบาก
บทที่ 36 - ความยากลำบาก
เธอเกาะแขนเขา น้ำเสียงที่พูดก็ค่อยๆ เบาลงเรื่อยๆ
ไม่นานเธอก็เผลอหลับไปทั้งที่ยังเกาะแขนเขาอยู่ แถมยังมีเสียงกรนเบาๆ เล็ดลอดออกมา ทำให้เขาถึงกับยิ้มขื่น
นับตั้งแต่จางเทียนเฮ่ารู้สถานะที่แท้จริงของเธอ ฉินอวี้เซียงก็มักจะหาเวลามาโน้มน้าวเขาอยู่ทุกวี่ทุกวัน หวังจะชักชวนให้เขาเข้าร่วมอุดมการณ์ด้วย
ส่วนเขาก็ทำได้เพียงยิ้มขื่นเท่านั้น!
เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นมามองดูมือที่สะอาดสะอ้านของตัวเอง แล้วก็ต้องปวดหัวขึ้นมาอีกครั้ง
...
"รายงานผู้อำนวยการ นี่คือบันทึกการสอบปากคำของเมื่อวานครับ เพียงแต่สุดท้ายพวกเขาสองคนก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตไปในที่สุด แต่พวกเขาก็สารภาพในสิ่งที่รู้มาครึ่งหนึ่งแล้วครับ" จางเทียนเฮ่านำบันทึกการสอบปากคำของเมื่อคืนก่อนส่งให้สวีเย่าเฉียนโดยตรง
สำหรับผลลัพธ์นี้ สวีเย่าเฉียนรู้ดีอยู่แล้ว เมื่อดูบันทึกการสอบปากคำที่จางเทียนเฮ่านำมาส่ง เขาก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก
เมื่อเช้าวานนี้ ตอนที่จางเทียนเฮ่าเพิ่งกลับไป เขาก็ลองแวะไปที่ห้องสอบสวน และพบว่าวิธีการสอบสวนของจางเทียนเฮ่านั้นโหดเหี้ยมอำมหิตมาก ชายสองคนนั้นถูกซ้อมจนเลือดอาบไปทั้งตัว สภาพเนื้อตัวแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี
พวกเขาสภาพดูไม่ได้เลยแม้แต่น้อย และตายอย่างน่าอนาถสุดๆ
แบบนี้สิถึงจะค่อยดูสมกับเป็นนิสัยเดิมของจางเทียนเฮ่าหน่อย เขาเริ่มรู้สึกว่าจางเทียนเฮ่าคนเดิมเหมือนจะกลับมาแล้ว!
"เทียนเฮ่า ตอนนี้คนทั้งเมืองกำลังตามหาผู้หญิงคนนั้นอยู่ ฉันสั่งการลงไปแล้วให้ติดประกาศจับทั่วเมือง ด่านตรวจทุกเส้นทางเข้าออกเมืองก็ตั้งไว้หมดแล้ว จากที่ฉันคาดการณ์ ผู้หญิงคนนั้นจะต้องยังซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งในเมืองนี้แน่นอน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นายแบ่งคนออกไปค้นหาทีละบ้านๆ ต้องลากคอผู้หญิงคนนี้ออกมาให้ได้"
"ครับผม!"
"จริงสิ ช่วงนี้สถานีวิทยุของเราตรวจพบคลื่นสัญญาณผิดปกติ คาดว่าน่าจะเป็นวิทยุสื่อสารของพวกพรรคแดง นายไปตามหามันมาให้ฉันด้วย ฉันเชื่อว่านายทำได้แน่" สวีเย่าเฉียนมองจางเทียนเฮ่าด้วยสีหน้าจริงจัง พร้อมกับสั่งการเสียงดัง
"เป็นไปได้มากว่า คลื่นสัญญาณผิดปกตินี้อาจจะเป็นฝีมือของสายลับหญิงพรรคแดงที่หนีไปได้คนนั้น!"
พอจางเทียนเฮ่าได้ยิน ในใจก็แอบหัวเราะ สายลับหญิงพรรคแดงงั้นเหรอ เป็นไปไม่ได้หรอก สายลับหญิงพรรคแดงนอนอยู่บนเตียงที่บ้านเขานู่น
วิทยุสื่อสารเพียงเครื่องเดียวเขาก็เก็บซ่อนไว้แล้ว เธอไม่สามารถส่งโทรเลขสุ่มสี่สุ่มห้าได้ และถ้าไม่มีเรื่องคอขาดบาดตาย เธอก็ไม่มีทางส่งโทรเลขเด็ดขาด
พอนึกถึงผู้หญิงที่จางซือเฉิงสารภาพออกมา เขาก็รู้สึกว่าเบื้องหลังของผู้หญิงคนนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ แม้จะไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน แต่ต้องไม่ใช่คนของพรรคแดงอย่างแน่นอน
"ผู้อำนวยการครับ ผมจะไปจัดการเดี๋ยวนี้ รับรองว่าจะจับตัวมาให้ได้ ผมล่ะอยากจะเห็นนักว่าพวกพรรคแดงนี่มันเป็นใครกันแน่ จับไปชุดหนึ่งแล้ว ก็ยังมีโผล่มาอีกชุด ช่างไม่จบไม่สิ้นเสียที" เขาแสร้งทำเป็นบ่นด้วยความโกรธแค้น สีหน้าฉายแววดุดันอำมหิต
"ดี เรื่องนี้นายต้องเหนื่อยหน่อยนะ ไปจัดการเถอะ!"
...
"สหาย สวัสดีครับ ในที่สุดผมก็ได้พบคุณเสียที" นกอพยพจับมือชายวัยกลางคนตรงหน้าไว้แน่น พร้อมกับกล่าวเสียงดัง "พวกคุณลำบากกันมากเลยนะ"
"สหายนกอพยพ การเดินทางมาครั้งนี้ ผมนำคำสั่งจากเบื้องบนมาเพื่อขอความช่วยเหลือจากพวกคุณด้วย สถานการณ์ของเรากำลังตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ และเป็นผลเสียต่อพวกเรามากขึ้นทุกที" ชายวัยกลางคนมองนกอพยพตรงหน้าแล้วถอนหายใจ
"ตอนนี้พวกเราขาดแคลนทั้งยารักษาโรคและเครื่องกระสุน แม้แต่เสื้อผ้ากันหนาวยังมีน้อยจนน่าสงสาร หลายคนยังต้องใส่เสื้อผ้าบางๆ ทั้งที่ตอนนี้เข้าสู่ช่วงปลายฤดูร่วงแล้ว ผมอยากให้คุณช่วยดูหน่อยว่าจะพอหาผ้า หรือยารักษาโรค เสบียงอาหารให้พวกเราได้บ้างไหม" เขาถอนหายใจ น้ำเสียงแฝงไปด้วยความจนใจ
"ตอนนี้พรรครัฐบาลเริ่มกวาดล้างพวกเราอย่างบ้าคลั่ง การปิดล้อมก็รัดกุมมากขึ้นเรื่อยๆ เสบียงมากมายส่งเข้ามาไม่ได้ ส่วนพวกเราก็ออกไปไม่ได้!"
นกอพยพมองสหายตรงหน้า แล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มขื่น
"เราหายาสมุนไพรจีนมาได้สองลัง แต่การจะลอบส่งออกไปนั้นยากเหลือเกิน แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ยิ่งกองทหารด้านนอกก็คุ้มกันแน่นหนาขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นผ้า เสบียงอาหาร หรือยารักษาโรค แค่คุณกว้านซื้อมากหน่อย ก็จะถูกพวกสายลับจับตามองทันที" นกอพยพมองสหายตรงหน้า แม้เขาอยากจะช่วยใจจะขาด แต่ในความเป็นจริง เขากลับทำอะไรไม่ได้เลย
"อีกเรื่องนะ การนัดพบเมื่อคืนก่อน ถูกพวกสายลับเพ่งเล็งเข้าแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะมีสหายวงในของเราคนหนึ่งสังเกตเห็นความผิดปกติ และยอมเสี่ยงชีวิตส่งสัญญาณฉุกเฉินออกมา พวกเราทั้งหมดก็คงจะ..."
"ถ้าอย่างนั้น พ่อหนุ่มที่ไปก่อเรื่องวุ่นวายคนนั้น ก็คือคนของคุณงั้นหรือ?" เขามองนกอพยพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเครียด
"ใช่ครับ เรานัดกันตอนทุ่มสิบห้านาทีที่ภัตตาคารชางหลี่ แต่ผมไปถึงก่อนเวลาสิบนาที ตั้งใจจะเดินดูลาดเลาก่อน ผลปรากฏว่าผมเห็นสัญลักษณ์แจ้งเตือนให้ถอนตัวฉุกเฉินเสียก่อน"
"เป็นอย่างนี้นี่เอง ผมเองก็เห็นความผิดปกติที่นั่นเหมือนกัน เห็นคนกำลังส่งเสียงเอะอะโวยวาย ผมถึงได้รีบหนีออกมา ดูเหมือนครั้งนี้พวกเราต้องขอบคุณสหายท่านนั้นแล้วล่ะ!" เขามองหน้านกอพยพอย่างจริงจัง และกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเช่นกัน
"ใช่ครับ เธอแฝงตัวอยู่ในดงศัตรู เอาตัวเข้าแลกกับถ้ำเสือ ช่างลำบากเธอจริงๆ!"
"เอาตัวเข้าแลกกับถ้ำเสือ?"
"ใช่ครับ ไม่อย่างนั้นคุณคิดว่าข่าวสารของเราได้มาง่ายๆ หรือครับ ไม่รู้ป่านนี้เขาจะเปิดเผยตัวตนไปหรือยัง อีกอย่าง ฝั่งคุณมีคนทรยศโผล่มาแล้ว ดังนั้นพอกลับไป คุณต้องระวังตัวให้มากที่สุด และหาตัวคนทรยศให้เจอ!" นกอพยพถอนหายใจด้วยความหมดหนทาง
"ส่วนเรื่องยารักษาโรค ตอนนี้ผมจัดคนผลัดเปลี่ยนกันไป ทุกวันจะนำยาห่อสองห่อติดตัวออกนอกเมือง ตอนนี้น่าจะส่งยาออกไปได้ประมาณครึ่งลังแล้ว คาดว่าอีกสักครึ่งเดือน น่าจะส่งได้หมดครับ!"
"เร็วกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือ?"
"ไม่ได้ครับ สหายของเราต้องเดินทางไปกลับทุกวัน ถ้าทำบ่อยเกินไป ก็มีโอกาสถูกจับได้สูง! เมื่อครึ่งเดือนก่อน วิทยุสื่อสารของเราก็ถูกขโมยไป ตอนนี้คณะกรรมการพิเศษของเราก็กำลังลำบาก สหายหลายคนถึงกับต้องรัดเข็มขัดเพื่อเรี่ยไรเงินทุนกันเลยทีเดียว"
เมื่อมองสหายหงเฟิงตรงหน้า นกอพยพก็แจกแจงความยากลำบากที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ให้ฟัง ปัญหาหลักคือตอนนี้การจะไปไหนมาไหน ล้วนถูกจำกัดสิทธิ์ไปเสียหมด
"ดูเหมือนว่าศัตรูจะทำทุกวิถีทางเพื่อจัดการพวกเราอย่างบ้าคลั่งจริงๆ"
"ใช่ครับ!"
...
จางเทียนเฮ่ายืนอยู่บนยกพื้นสูงหน้าสถานีตำรวจ มองดูตำรวจกว่าร้อยนายที่อยู่ด้านล่างด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ขณะที่พวกเขากำลังจัดแถว
จัดแถวกันอยู่ตั้งห้านาที แถวก็ยังดูสะเปะสะปะ แถมแต่ละคนยังทำท่าเหมือนไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่
บางคนใส่หมวกกลับหลัง บางคนใส่เอียงๆ บางคนติดกระดุมเสื้อไม่ครบ หรือไม่ก็ไม่ได้คาดเข็มขัด หนักสุดก็คือมีคนหนึ่งที่เมาแอ๋มาเลย ทำหน้าเหมือนคนยังไม่ตื่นนอน
จางเทียนเฮ่าโกรธจนแทบจะชักปืนออกมายิงกราดด่าบรรพบุรุษพวกมันให้รู้แล้วรู้รอด
ตำรวจ นี่มันตัวอะไรกันเนี่ย นอกเสียจากคนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งแล้ว ที่เหลือก็คือพวกคุณชายเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อทั้งนั้น
เขาชักปืนพกออกมา ปลดเซฟตี้ แล้วยิงขึ้นฟ้าไปสามนัดรวด
"ปัง! ปัง! ปัง!"
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ลานฝึกที่เคยส่งเสียงดังจอแจก็เงียบกริบลงทันที ทุกคนเหมือนถูกบีบคอเอาไว้ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงออกมาแม้แต่แอะเดียว
"ยังมีใครอยากจะพูดอีกไหม ฉันอนุญาตให้พวกแกพูด พูดมาประโยคเดียว ฉันจะประเคนลูกปืนให้แกกินหนึ่งนัด แล้วก็จะจับพวกแกทั้งโคตรเข้าคุก ยัดข้อหาพรรคแดงให้ แล้วฆ่าล้างโคตรพวกแกให้หมด!" ท่ามกลางความเงียบสงัด จางเทียนเฮ่าก็ตะคอกใส่ตำรวจที่อยู่ด้านล่างเสียงดังก้อง
"ฉันมาจากแผนกสืบสวนกิจการพรรค ฉันเป็นคนของท่านผู้บัญชาการหลิว ตอนนี้พวกแกบอกฉันมาสิ ว่าปากพวกแกเก่งกว่า หรือปืนฉันเก่งกว่า หรือว่าชีวิตน้อยๆ ของครอบครัวพวกแกจะเก่งกว่า!"
เขากวาดสายตามองตำรวจทุกคนด้วยสายตาดุดันอำมหิต พร้อมกับด่าทอด้วยความโกรธจัด
(จบแล้ว)