เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 - การสอบสวน (ตอนจบ)

บทที่ 12 - การสอบสวน (ตอนจบ)

บทที่ 12 - การสอบสวน (ตอนจบ)


บทที่ 12 - การสอบสวน (ตอนจบ)

พูดจบ เขาก็หยิบกระบวยตักน้ำจากในโอ่ง แล้วสาดโครมใส่หัวเถ้าแก่ร้านที่กำลังแกล้งตายอยู่

น้ำเย็นเฉียบไหลอาบไปตามเส้นผมและพวงแก้มของอีกฝ่ายอย่างช้าๆ

"เอาล่ะ ตื่นได้แล้ว ฉันเป็นคนใจกว้างนะ ไม่ค่อยชอบความรุนแรงหรอก โดยเฉพาะความรุนแรงแบบนี้ พูดมาสิ แกชื่ออะไร?"

"แค่กๆๆ!"

หลังจากไอสำลักน้ำไปสองสามที เขาก็ค่อยๆ ได้สติกลับมา ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหยโรยแรงว่า "ผมชื่อเถาชิงหราน ไม่ใช่สายลับญี่ปุ่นอะไรนั่นหรอกครับ ผมไม่ใช่จริงๆ! ปล่อยผมไปเถอะครับ ผมไม่ใช่สายลับจริงๆ!"

"นี่แกก็ฉลาดอยู่นะ ทำไมถึงได้ดื้อด้านขนาดนี้ คิดว่าถ้าฉันไม่มีหลักฐานมัดตัว ฉันจะกล้าจับพวกแกมาเหรอ คิดมากไปได้ ให้ความร่วมมือหน่อยเถอะน่า แกก็สบาย ฉันก็สบาย วิน-วินทั้งสองฝ่าย แบบนี้ไม่ดีกว่าเหรอ!"

"ดูสภาพแกตอนนี้สิ โดนซ้อมจนน่วมไปทั้งตัวแล้ว คิดว่าฉันจะโง่เหมือนคนอื่นหรือไง ลักษณะเด่นของคนญี่ปุ่นอย่างพวกแก แกไม่รู้ตัวเลยหรือไง พวกแกชอบใส่รองเท้าเกี๊ยะ นิ้วเท้าสองนิ้วก็เลยผิดรูปได้ง่ายยังไงล่ะ!"

"อ้อ แล้วก็กระดิ่งลมแบบญี่ปุ่นนั่น แกยังกล้าเอามาแขวนไว้กลางร้านอีกนะ นับถือความใจกล้าของแกจริงๆ กลัวคนอื่นเขาจะไม่รู้หรือไง ว่าพวกแกเป็นสายลับญี่ปุ่นน่ะ!"

จางเทียนเฮ่าจ้องมองอีกฝ่ายเขม็ง น้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังจับเข่าคุยเรื่องสัพเพเหระกับคนคุ้นเคย

"ถึงแกไม่พูด ก็ไม่เป็นไรหรอก ยังไงซะ เพื่อนแกอีกคนก็คายความลับออกมาหมดแล้ว แม้แต่วิทยุสื่อสาร กับสมุดรหัสลับ เขาก็บอกมาหมดแล้ว หมอนั่นให้ความร่วมมือดีมากจริงๆ นะ ตอนนี้กำลังนั่งกินมื้อเที่ยงสุดหรูอย่างสบายใจเฉิบอยู่เลย ในขณะที่แกต้องมาทนรับความเจ็บปวดทรมานอยู่ที่นี่ ช่างเป็นชีวิตที่น่าเวทนาเสียจริง!"

เขาพูดไปพลาง ส่ายหน้าไปพลาง ท่าทางราวกับรู้สึกเสียดายแทนเถ้าแก่ร้านคนนี้เสียเหลือเกิน

"ฉันรู้ ว่าแกจงรักภักดีต่อองค์จักรพรรดิของพวกแก แต่ที่นี่คือประเทศจีน ไม่ใช่ญี่ปุ่น แกต้องมาทนทุกข์ทรมานขนาดนี้เพื่อองค์จักรพรรดิของแก แล้วจะทนฝืนทนเจ็บตัวต่อไปทำไมล่ะ"

"ความจริงตอนนี้ ต่อให้แกจะปริปากพูดหรือไม่พูด ผลลัพธ์มันก็ค่าเท่ากันนั่นแหละ ถ้าพูด แกก็จะได้มีชีวิตรอดต่อไป แต่ถ้าไม่พูด ยังไงซะพวกเราก็ได้ข้อมูลที่ต้องการมาหมดแล้ว พรุ่งนี้เราจะจับแกถ่ายรูป แล้วเอาตัวตนของแกไปประจานลงในหนังสือพิมพ์ 'เซินเป้า' และหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นๆ โดยบอกว่าแกเป็นคนให้ความร่วมมือกับพวกเรา จนสามารถกวาดล้างจุดนัดพบของพวกแกได้จนราบคาบ"

"ถึงตอนนั้น แกก็ลองจินตนาการดูสิ ว่าครอบครัวของแกที่อยู่ญี่ปุ่น จะต้องเจอกับชะตากรรมแบบไหน จะโดนพวกคลั่งชาติรุมประชาทัณฑ์จนตายหรือเปล่า ต่อให้แกไม่ห่วงชีวิตตัวเอง ก็หัดห่วงครอบครัวแกบ้างสิ จริงไหมล่ะ?"

น้ำเสียงของจางเทียนเฮ่าไม่ได้ดังมากนัก ทว่ากลับดังก้องเข้าไปในโสตประสาทของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน

"บากะ บากะ!"

"แกต้องตาย!"

"กล้าหักหลังฉันเรอะ กล้าทรยศฉันเรอะ ฮิกาชิจิมะ มิซึโมโตะ ไอ้สารเลว แกมันคนทรยศต่อมหาจักรวรรดิญี่ปุ่น แกมันคนทรยศ! องค์จักรพรรดิไม่มีวันปล่อยแกไว้แน่!"

ถึงแม้จะถูกมัดอยู่ แต่เขากลับดิ้นรนขัดขืนอย่างบ้าคลั่ง จนโครงไม้สั่นคลอนส่งเสียงดังกุกกัก

มุมปากของจางเทียนเฮ่าพลันยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นดูราวกับกำลังเย้ยหยันเถ้าแก่ร้านคนนี้อยู่กลายๆ

อีกฝ่ายระบายอารมณ์เกรี้ยวกราดอยู่นาน ผ่านไปห้าหกนาที ถึงได้สงบสติอารมณ์ลงได้

แววตาที่มองจางเทียนเฮ่า แฝงไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ตอนนี้เขาแทบอยากจะฉีกเนื้อเถือหนังคนตรงหน้าให้แหลกคามือ เพราะคนคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว

"ว่าไง จะพูดได้หรือยัง นี่ฉันอุตส่าห์ให้โอกาสแกแล้วนะ!"

ขณะที่กำลังพูดอยู่นั้น ก็เห็นหลัวจงอุ้มกล้องถ่ายรูปพร้อมกับชุดสูทเดินเข้ามา แล้ววางลงบนโต๊ะด้านหลังจางเทียนเฮ่า

"เอ้อ เสื้อผ้ากับกล้องถ่ายรูปมาพอดี ปล่อยตัวมันลงมา หมอ ช่วยทำแผลให้มันที แล้วก็ถ่ายรูปมันไว้ด้วย ฉันอยากให้หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับในวันพรุ่งนี้ มีแต่ข่าวของหมอนี่"

"อ้อ เสี่ยวหลัว ไปหาคนเขียนข่าวเก่งๆ มาสักคน ให้ช่วยเขียนคำประกาศให้มันหน่อย โดยเฉพาะเรื่องที่มันให้ความร่วมมือกับพวกเรา จนสามารถยึดวิทยุสื่อสารและสมุดรหัสลับมาได้ เน้นเขียนเรื่องนี้ให้ชัดเจนเลยนะ แล้วก็บอกด้วยว่า เพื่อเป็นการตบรางวัลที่มันทำความดีความชอบให้กับพรรคและรัฐ หลังจากรักษาแผลให้มันหายดีแล้ว เราจะส่งมันไปอยู่ต่างประเทศแบบไม่ระบุตัวตน"

"แก... แก... แก..." เมื่อได้ยินดังนั้น ทั้งร่างของเขาก็ทรุดฮวบลงไปกองกับเก้าอี้ พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว

ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาถึงได้สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามสงบสติอารมณ์ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "ขอบุหรี่ให้ฉันสักมวนได้ไหม ฉันอยากสูบบุหรี่หน่อย จะได้ไหม?"

"ได้สิ!"

พูดจบ จางเทียนเฮ่าก็หยิบบุหรี่ออกมามวนหนึ่ง ยื่นส่งให้ แล้วจุดไฟให้อีกฝ่ายด้วยตัวเอง

จิดะ โคจิ สูดควันบุหรี่เข้าปอดลึกๆ ก่อนจะอัดควันเข้าปอดติดๆ กันอีกหลายอึก

ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องสอบสวน มีเพียงเสียงลมหายใจของคนไม่กี่คน ทุกคนต่างจับจ้องไปที่จางเทียนเฮ่าอย่างเงียบๆ เพราะถึงแม้จางเทียนเฮ่าจะพูดแค่ไม่กี่ประโยค แต่มันกลับทำให้พวกเขาสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่แล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย

โหดเหี้ยมกับศัตรูไม่พอ กับพวกเดียวกันก็โหดเหี้ยมไม่ต่างกันเลย

ดูเผินๆ เหมือนแค่พูดจาเกลี้ยกล่อมจิดะ โคจิ แต่ถ้าจิดะ โคจิไม่ยอมปริปาก ไม่ยอมสารภาพ ผลที่ตามมามันจะเลวร้ายและน่าสะพรึงกลัวขนาดไหน

"หลัวจง พวกแกออกไปให้หมด!"

เมื่อเห็นว่าจิดะ โคจิสูบบุหรี่จนหมดมวนแล้ว จางเทียนเฮ่าก็หันไปมองหลัวจงที่ยืนอยู่ด้านหลัง แล้วตวาดเสียงต่ำ

ลูกน้องทั้งสองคนได้ยินดังนั้น ก็เข้าใจความหมายทันที จึงหันหลังเดินออกจากห้องไป พวกเขารู้ดีว่า เรื่องบางเรื่องก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาควรจะรับรู้

"ฉันชื่อ จิดะ โคจิ เป็นเจ้าหน้าที่ข่าวกรองระดับสูงของหน่วยสืบราชการลับพิเศษญี่ปุ่น ส่วนคนที่อยู่กับฉันชื่อ ฮิกาชิจิมะ มิซึโมโตะ เขาเป็นผู้ช่วยของฉัน พวกเราเดินทางมาที่ซีชางในปี 1932..."

ไม่นาน จิดะ โคจิ ก็คายข้อมูลทั้งหมดที่เขารู้ออกมาจนหมดเปลือก และในตอนท้าย เขาก็ยังประทับตราลายเซ็นของตัวเองลงไปบนเอกสารด้วย

"ดี เดี๋ยวฉันจะจัดที่ให้แกได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ แต่ว่านะ จิดะ โคจิ ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าแกยังกั๊กข้อมูลไว้อีกเยอะเลยล่ะ ทำแบบนี้มันน่าเบื่อจะตายไป ไม่ใช่เหรอ? ในเมื่อเปิดอกคุยกันแล้ว ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องปิดบังอะไรอีกแล้วนี่ ไม่ใช่เหรอ?" จางเทียนเฮ่าหยิบบันทึกการสอบสวนขึ้นมาดูอีกครั้ง พลางเอ่ยเสียงเรียบ

"ความจริงเรื่องของพวกแก ฉันก็รู้เรื่องเกือบหมดแล้วล่ะ การติดสินบนใครบ้าง ทำธุรกิจกับใครบ้าง ลักลอบค้าอาวุธสงครามอะไรทำนองนี้ มันเยอะแยะไปหมด สายลับระดับบนระดับล่างของแกมีใครบ้าง ทำไมต้องให้ฉันไล่เรียงชื่อให้ฟังทีละคนด้วยล่ะ ฮิกาชิจิมะ มิซึโมโตะ รู้อะไรไม่เท่าแกหรอก แต่มันก็คงไม่ต่างกันมากนักหรอก เชิญเขียนต่อเถอะ!"

จางเทียนเฮ่ายื่นปากกาและกระดาษส่งให้ พลางหัวเราะร่วน แล้วจุดบุหรี่ให้อีกฝ่ายอีกมวน

"ไม่มีแล้ว ไม่มีอะไรปิดบังแล้วจริงๆ ซีชางก็แค่เมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง พวกเรามีข่าวกรองให้รวบรวมไม่ค่อยเยอะหรอก ส่วนเรื่องค้าอาวุธสงครามน่ะ พวกเราไม่เคย..."

"จะให้ฉันเตือนความจำแกไหม ว่าคืนนี้ พวกแกมีนัดส่งมอบอาวุธสงครามกันอีกล็อตใหญ่เลยนี่ คิดว่าตัวเองทำลับลมคมในเก่งนักหรือไง สุดท้ายก็มีความลับรั่วไหลมาถึงหูฉันจนได้ แกคิดว่าจริงไหมล่ะ?"

"บากะ ฮิกาชิจิมะ มิซึโมโตะ ไอ้สารเลว มันเป็นคนบาปของมหาจักรวรรดิญี่ปุ่น เป็นความอัปยศของจักรวรรดิ มันไม่คู่ควรที่จะเป็นทหารของจักรวรรดิ มันไม่คู่ควร!"

จิดะ โคจิ ระเบิดอารมณ์โกรธเกรี้ยวออกมาอีกครั้ง ก่อนจะสังเกตเห็นว่า จางเทียนเฮ่ายังคงมองเขาด้วยสายตาราบเรียบ ไร้ซึ่งความประหลาดใจใดๆ ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ล้วนอยู่ในความคาดหมายของเขาอยู่แล้ว

"อยากจะระเบิดอารมณ์อีกสักรอบไหม?"

จิดะ โคจิ ได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกว่าคำพูดมากมายที่อยากจะพ่นออกมา ถูกกลืนหายกลับลงคอไปจนหมด ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ

"ถ้าเป็นไปได้ ก็ช่วยคายสิ่งที่แกรู้ทั้งหมดออกมาให้หมดเถอะ แล้วฉันจะไปขออนุมัติจากผู้อำนวยการ ให้จัดสวัสดิการดีๆ ให้แก แต่ว่าช่วงนี้ การเคลื่อนไหวของแกอาจจะถูกจำกัดสิทธิ์นิดหน่อยนะ!"

จางเทียนเฮ่าถึงกับหาวหวอดๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าดวงตาของเขากลับดูราวกับจะสูบเอาวิญญาณของคนฟังเข้าไปด้วย

หลังจากนั้น ทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างราบรื่น จางเทียนเฮ่าแทบไม่ต้องออกแรงเค้นอะไรอีกเลย จิดะ โคจิ ก็ยอมเขียนทุกอย่างที่เขารู้ออกมาจนหมดเปลือก แถมยังเยอะเสียจนทำให้จางเทียนเฮ่าถึงกับอึ้งไปเลย

มีตั้งแต่นายอำเภอซีชาง ผู้บังคับการกองกำลังรักษาความมั่นคง ไปจนถึงหัวหน้าฝ่ายส่งกำลังบำรุงของกองกำลังรักษาความมั่นคง...

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 12 - การสอบสวน (ตอนจบ)

คัดลอกลิงก์แล้ว