เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 - การสอบสวน

บทที่ 11 - การสอบสวน

บทที่ 11 - การสอบสวน


บทที่ 11 - การสอบสวน

"อะไรนะ สถานีซีชางทลายรังสายลับญี่ปุ่นได้ แถมยังยึดสมุดรหัสลับกับวิทยุสื่อสารมาได้ในสภาพสมบูรณ์ไร้รอยขีดข่วนงั้นเหรอ!" สวีเจิงเอินมองดูรายงานที่ลูกน้องส่งมาให้ ทั้งร่างของเขาแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่คือเรื่องจริง

"ตรวจสอบแน่ชัดแล้วใช่ไหม?"

"ตรวจสอบแน่ชัดแล้วค่ะ ตอนนี้สมุดรหัสลับถูกเก็บไว้ที่สถานีซีชาง ทางนั้นได้จัดกองกำลังรักษาความมั่นคงหนึ่งหมวดไปคอยคุ้มกันแล้ว รอแค่พวกเราส่งคนไปรับมาเท่านั้น" หลิ่วน่า เลขานุการสาว บิดเอวคอดกิ่ว เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทว่าในแววตากลับไม่อาจซ่อนเร้นความอิจฉาเอาไว้ได้

"ผู้อำนวยการคะ แล้วพวกเราจะเอาอังไงต่อดีคะ? จะส่งคนไปรับเลยไหม ตอนนี้คนข้างนอกยังไม่มีใครรู้เรื่องนี้ ทางที่ดีพวกเราควรส่งคนไปรับมาอย่างลับๆ ดีกว่าค่ะ เพราะยังไงซะ แผนกหนึ่งของพวกเราก็..."

"ยังคงเป็นเสี่ยวหลิ่วที่รอบคอบ เอาอย่างนี้ ส่งกองทหารไปเลย จัดทหารไปหนึ่งกองร้อยเพื่อคุ้มกันของกลับมา ของสิ่งนี้สำคัญมากเกินไป นี่เป็นสมุดรหัสลับเล่มแรกของพวกเราเลยนะ!"

สวีเจิงเอินถอนหายใจออกมาทันที หันไปมองรูปภาพขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่ด้านหลัง พลางเอ่ยเสียงเรียบ "ในที่สุดก็ไม่ทำให้ท่านผู้นำต้องผิดหวัง"

"จริงสิ ใครเป็นคนค้นพบ?"

"เป็นร้อยตรีที่ชื่อจางเทียนเฮ่าค่ะ ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นของพรรคแดง ใครจะไปคิดล่ะคะว่าจะเป็นรังของสายลับญี่ปุ่น?"

"แล้วคนคนนี้เป็นคนยังไง?" สวีเจิงเอินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามเสียงขรึม

"ผู้อำนวยการคะ จางเทียนเฮ่าคนนี้ถือเป็นยอดฝีมือที่ดุดันมากเลยนะคะ เวลาจับพวกพรรคแดง เขาไม่เคยปรานีเลย เมื่อไม่กี่วันก่อน เขาเพิ่งจะถูกพวกพรรคแดงวางยาพิษเกือบตาย นับว่าเขาดวงแข็งจริงๆ ดื่มเหล้าด้วยกันแปดคน แต่มีแค่เขาคนเดียวที่สลบไปสามวันสามคืน กว่าจะช่วยชีวิตกลับมาได้ และก่อนที่เขาจะจับสายลับญี่ปุ่นได้เพียงชั่วโมงเดียว เขาก็เพิ่งจะถูกหน่วยลอบสังหารของพรรคแดงลอบยิง แต่ดันมีคนมารับเคราะห์แทน ทำให้เขารอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดอีกครั้งค่ะ"

"แต่คนคนนี้มีข้อเสียร้ายแรงที่สุดอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือความบ้าผู้หญิงค่ะ แม้แต่เมียของเขา เขาก็ยังฉุดมาแต่งงานด้วย ส่วนเรื่องอื่นๆ เบื้องล่างยังไม่ได้รายงานอะไรเพิ่มเติมเข้ามาค่ะ"

พูดพลาง เธอก็เปิดแฟ้มเอกสารฉบับหนึ่งวางลงตรงหน้าสวีเจิงเอิน ในนั้นมีรายงานทุกอย่างเกี่ยวกับจางเทียนเฮ่า แม้กระทั่งเรื่องราวในวัยเด็กหลายๆ เรื่อง ก็ยังถูกบันทึกเอาไว้อย่างละเอียด

"ดี ขอแค่ไม่ใช่คนของพรรคแดง และสามารถทำประโยชน์ให้กับพรรคและรัฐได้ ก็ถือว่าเป็นคนดี เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ให้เขาเลื่อนขั้นรวดเดียวสองขั้นไปเลย และในขณะเดียวกัน ฉันจะยื่นเรื่องขออนุมัติจากท่านผู้นำให้เขาได้เลื่อนขั้นเป็นกรณีพิเศษด้วย"

"ถ้าเขาได้เลื่อนขั้นสองขั้นรวด ก็ถือว่าโชคหล่นทับเลยนะคะ แต่ว่าทางผู้อำนวยการสวีเย่าเฉียนล่ะคะ จะทำยังไงดี แบบนี้ตำแหน่งของเขาก็จะเท่ากับผู้อำนวยการสวีเลยนะคะ" หลิ่วน่ามองเอกสารตรงหน้าอย่างจนใจ พลางเอ่ยถามเสียงเบา

"สวีเย่าเฉียนจะได้เลื่อนยศเป็นพันตรี ถือโอกาสนี้ส่งเสริมเขาไปเลย ถ้าทั้งสองคนสามารถสร้างผลงานชิ้นโบแดงออกมาได้ ฉันก็จะมอบหมายหน้าที่ให้พวกเขาเพิ่มอีก และในขณะเดียวกัน ก็จะเลื่อนตำแหน่งให้จางเทียนเฮ่าเป็นรองผู้อำนวยการสถานีซีชาง ควบตำแหน่งหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการ และหัวหน้าหน่วยที่หนึ่งด้วย"

"ตกลงค่ะ!"

...

จางเทียนเฮ่าไม่รู้ตัวเลยว่า เรื่องราวของเขาได้ดึงดูดความสนใจจากสวีเจิงเอิน ผู้อำนวยการแผนกสืบสวนกิจการพรรคเข้าให้แล้ว

เพราะยังไงซะ ฐานะของทั้งสองคนก็ห่างชั้นกันราวฟ้ากับเหว ห่างกันตั้งแสนแปดพันลี้ คนหนึ่งเป็นถึงพลตรีแห่งแผนกสืบสวนกิจการพรรค ส่วนอีกคนเป็นแค่หัวหน้าหน่วยของสถานีซีชาง

"เทียนเฮ่า มานั่งสิ ครั้งนี้เบื้องบนตบรางวัลให้พวกเราโดยตรงเลยนะ ส่วนรางวัลจะคืออะไรนั้น อีกไม่นานก็คงจะส่งลงมา อย่างน้อยๆ ครั้งนี้นายก็คงจะได้เลื่อนขั้นแน่ๆ"

"ผู้อำนวยการครับ เป็นเพราะภายใต้การนำของผู้อำนวยการต่างหาก พวกเราถึงสามารถทลายรังสายลับญี่ปุ่นได้ และครั้งนี้ผู้อำนวยการก็คงจะได้ก้าวข้ามขีดจำกัดไปอีกขั้น ผมต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายแสดงความยินดีกับผู้อำนวยการ" จางเทียนเฮ่ารีบลุกขึ้นยืน แล้วเอ่ยแสดงความยินดีด้วยรอยยิ้ม

"ดีมาก ต่อจากนี้ไป ก็ต้องพยายามให้หนักขึ้น จัดการเรื่องสายลับญี่ปุ่นให้เด็ดขาด ทำให้ดีที่สุด ห้ามปล่อยให้พวกมันมาเหิมเกริมในซีชางของเราเป็นอันขาด ที่นี่คือซีชางของพรรคและรัฐ ไม่ใช่ซีชางของพวกญี่ปุ่น"

"ผู้อำนวยการพูดถูกแล้วครับ แต่ว่าผู้อำนวยการครับ ตอนนี้มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือทางแผนกสอง พวกเรา..."

"หึ ก็พวกมันไร้น้ำยาเอง จะไปโทษใครได้ แต่ฉันสั่งปิดข่าวเรื่องนี้ไปแล้ว นายลองไปดูสิว่า พอจะเค้นความลับอะไรออกมาได้บ้างไหม?"

...

บริเวณด้านนอกห้องสอบสวน จางเทียนเฮ่าได้ยินเสียงร้องโหยหวนดังแว่วออกมาเป็นระยะๆ พร้อมกับเสียงตะคอกด่าทอของผู้คุม และเสียงแส้ที่หวดกระทบเนื้อ

ยังไม่ทันจะได้ก้าวเท้าเข้าไปข้างใน เขาก็ได้กลิ่นคาวเลือดและกลิ่นเหม็นเน่าโชยมาเตะจมูกแล้ว

ห้องสอบสวนของแผนกสืบสวนกิจการพรรค โดยปกติแล้ว คนที่ถูกจับเข้ามา น้อยคนนักที่จะได้เดินออกไปแบบครบสามสิบสอง การถูกทรมานจนปางตายถือเป็นเรื่องปกติ ถ้าไม่ตาย ก็ถือว่าโชคดีที่สุดแล้ว

สถานีเล็กๆ แห่งนี้ ถึงแม้จะมีห้องสอบสวนเพียงแค่สามห้อง แต่ทุกๆ ห้องกลับมีเสียงกรีดร้องโหยหวนและกลิ่นเนื้อไหม้ลอยออกมาให้ได้ยินและได้กลิ่นอยู่ตลอดเวลา

ในความทรงจำของเขา ร่างกายนี้คุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างดี คุ้นเคยจนแทบจะหลับตาเดินได้เลยทีเดียว

และสถานที่แห่งนี้ สองมือของเขาก็เปื้อนเลือดผู้คนมาแล้วไม่รู้ตั้งเท่าไหร่

"หัวหน้า มาแล้วเหรอครับ!"

จังหวะที่เขาเพิ่งจะผลักประตูห้องสอบสวนหมายเลขหนึ่งเข้าไป เขาก็เห็นหลัวจงที่กำลังทำหน้าที่สอบสวนอยู่ รีบวิ่งเข้ามาหา โค้งคำนับประจบสอพลอเป็นการใหญ่

เขาไม่ได้ปลายตามองหลัวจงเลยแม้แต่น้อย ทว่ากลับพุ่งความสนใจไปที่สายลับญี่ปุ่นที่เพิ่งจะจับตัวมาได้

เวลานี้ เถ้าแก่ร้านคนนั้นถูกจับมัดขึงพรืดไว้กับโครงไม้ สภาพร่างกายถูกซ้อมจนสะบักสะบอม เนื้อตัวแตกยับ มีรอยแผลเป็นทางยาวทั่วร่าง แถมยังมีรอยไหม้จากการถูกนาบด้วยเหล็กร้อนอีกหลายจุด

"ไอ้เวรเอ๊ย หลัวจง ใครสั่งให้แกสอบสวนนักโทษแบบนี้วะ นี่แกกะจะซ้อมมันให้ตายเลยหรือไง?" เขาหันไปตวาดใส่หลัวจงที่ยืนอยู่ด้านหลังเสียงดังลั่น

"แกดูผลงานของแกสิ ตอนนี้มันสลบเหมือดไปแล้ว แล้วจะเค้นความลับจากมันต่อได้ยังไง ถ้าสอบสวนอะไรไม่ได้ แกจะรับผิดชอบ หรือแกจะรับผิดชอบ พูดมา!"

"เอ่อ... หัวหน้าครับ ปกติเราก็สอบสวนนักโทษกันแบบนี้ไม่ใช่เหรอครับ แล้วหัวหน้าก็ใช้วิธีนี้มาตลอด หรือว่าวิธีนี้มันผิดล่ะครับ?" หลัวจงได้ยินดังนั้น ก็ถึงกับไปไม่เป็น ได้แต่พึมพำตอบกลับไปเสียงอ่อย

"ไอ้บัดซบ นี่ฉันพูด แกยังกล้าเถียงอีกเหรอ อยากลองดีนักใช่ไหม!" เขาถลึงตาใส่ ตวาดเสียงกร้าว พร้อมกับเงื้อมือตบกบาลหลัวจงไปฉาดใหญ่

"ไอ้เวรเอ๊ย คนบ้าอะไรวะ สอบสวนนักโทษแค่นี้ก็ทำไม่เป็น อุตส่าห์ติดตามฉันมา ความรู้มันซึมเข้าสมองหมาไปหมดแล้วหรือไงฮะ?" ว่าแล้วก็ประเคนแข้งเตะหลัวจงกระเด็นไปกองอยู่ด้านข้าง

เขาหันกลับมาสำรวจร่างกายของเถ้าแก่ร้านอีกครั้ง ก็พบว่าหมอนี่ตัวไม่สูงนัก สูงประมาณหนึ่งร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร ซึ่งถือว่าค่อนข้างเตี้ยเมื่อเทียบกับมาตรฐาน

แต่ถ้าเทียบในหมู่คนญี่ปุ่นด้วยกัน ก็ถือว่าสูงพอตัว

"ถอดรองเท้ามันออก ซิ ฉันอยากรู้ว่ามันเป็นคนญี่ปุ่นแท้หรือเปล่า"

ทันใดนั้น ลูกน้องสองคนที่ยืนอยู่ด้านข้าง ก็รีบเดินเข้าไปถอดรองเท้าหนังของเถ้าแก่ร้านออกทันที กลิ่นเหม็นอับโชยเตะจมูกอย่างรุนแรง

ทำเอาเขาแทบจะอ้วกพุ่งออกมาเลยทีเดียว

"โคตรเหม็นเลยเว้ย!"

เมื่อสังเกตเห็นรอยรัดลึกอย่างเห็นได้ชัด ระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ที่เท้า เขาก็มั่นใจได้ทันทีว่าหมอนี่เป็นคนญี่ปุ่นร้อยเปอร์เซ็นต์

"ไอ้พวกเวร ไปเอากล้องถ่ายรูปมา แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าดีๆ ให้มันซะ เอาชุดสูทมาใส่ให้เรียบร้อยเลยนะ แล้วถ่ายรูปเก็บไว้ด้วย"

"หัวหน้าครับ หัวหน้าคิดจะถ่ายรูปมันเหรอครับ มันจำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอครับ?" หลัวจงเห็นว่ามันยุ่งยาก ก็เลยเอ่ยถามเสียงเบา

"ไสหัวไป!"

เขาเตะสวนไปอีกป้าบ หลัวจงรีบกระโดดหลบ แล้วหันหลังวิ่งแจ้นออกจากห้องสอบสวนไปทันที

"ไอ้เวรนี่มันวอนโดนเตะจริงๆ!"

เขาหัวเราะหึๆ ถึงแม้หลัวจงจะเป็นแค่คนหน้าไหว้หลังหลอก เป็นพวกนกสองหัว แต่คนแบบนี้ก็มีประโยชน์ในแบบของมัน

"ตื่นได้แล้ว เลิกแกล้งสลบสักที ทำแบบนี้มันสนุกนักหรือไง?" เขามองดูเถ้าแก่ร้านที่กำลังก้มหน้าอยู่ พลางเอ่ยเสียงเรียบ

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 11 - การสอบสวน

คัดลอกลิงก์แล้ว