- หน้าแรก
- สุ่มฉันขึ้นมา กาชาแห่งอนันต์
- เรื่องราวของไรก็ได้ ตอนที่ 6
เรื่องราวของไรก็ได้ ตอนที่ 6
เรื่องราวของไรก็ได้ ตอนที่ 6
[แปลโดยแฟนเพจ ยักษาแปร มาติดตามในแฟนเพจเพื่อติดตามข่าวสารได้นะ]
[Thai-novel ลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ 5 ตอน แต่จะราคาแพงที่สุด]
[หลังแปลจบจะมีการแก้ไขคำอ่านใหม่ตั้งแต่ต้นอีกครั้ง ถ้าอ่านแบบเถื่อนหรือแชร์กันเป็นคณะ100คน ก็อ่านไปครับ เพราะผมจะแก้แบบแปลใหม่อีกรอบแค่ในThai-novel กับเว็บอื่น ๆ และแหล่งที่ผมแปลครับ ส่วนคนที่อ่านที่อื่นก็จะได้อ่านแบบไม่มีการแก้คำผิด และยิบย่อยมากมาย ไปนั่นแหละ]
<เรื่องราวของไรก็ได้ ตอนที่ 6>
***********
ในตอนนี้เธอที่ถูกจับตัวไปยังอาคารร้างที่ไม่รู้จัก
เธอพยายามดิ้นรนที่จะทบทวนความทรงจำของเธอ
'ใช่แล้ว'
มันเป็นช่วงดึกในขณะที่เธอกำลังเดินทางกลับบ้าน
หลังจากลงจากรถไฟใต้ดินและกำลังเดินกลับบ้าน เธอสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่แปลกประหลาด
เด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังร้องไห้อย่างหนักอยู่ในตรอก
เธอคิดว่าเด็กอาจจะพลัดหลงกับพ่อแม่ของเขา เธอจึงพยายามที่จะช่วยเหลือ
เธอเดินเข้าไปในตรอกที่มืดและแคบ และความทรงจำของเธอก็จบลงแค่นั้น
'เด็กผู้ชายคนนั้น!'
ตอนนี้เธอนึกออกแล้ว
เขามีหน้าตาเหมือนกับเด็กผู้ชายที่หัวเราะเยาะเธอในความฝันบนรถไฟใต้ดิน
จริงๆ แล้ว เธอยังไม่แน่ใจว่าที่นั่นคือความฝันหรือความจริง แต่มันต้องมีความเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอน
"อื้อ! อื้อ! อื้อ!"
เธอไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้
ร่างกายของเธอก็ขยับไม่ได้
'จะทำยังไงดี'
ลมหนาวพัดผ่านในยามเช้าตรู่
แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในอาคารร้างเก่าๆ
"เฮ้ มีอะไรให้ดูไหม….เปิดมูทูปให้ดูหน่อยดิ"
"เชี่ยแม่ง ไม่มี Wi-Fi"
"สั่งอาหารมากินกันไหม? ฉันหิวแล้ว"
"บ้าไปแล้วรึไง เดี๋ยวก็โดนแจ้งความเอาหรอก"
กลุ่มผู้ชายกำลังพูดคุยกันอยู่ในที่สว่าง
ไม่ว่าจะมองมุมไหน พวกเขาก็ดูเหมือนพวกอันธพาลทั้งการกระทำและรูปลักษณ์
บนพื้นเต็มไปด้วยก้นบุหรี่และขวดโซจูที่ดื่มหมดแล้ว
'ฉันมีเหตุผลที่จะต้องถูกลักพาตัวไปงั้นเหรอ?'
เธอไม่ใช่ลูกคนรวย
หลังจากที่พ่อของเธอป่วยและเสียชีวิตลง ครอบครัวของเธอก็ไม่ได้มีทรัพย์สมบัติมากมายนัก
'หรือว่า...'
พวกเขาต้องการทรัพย์สมบัติที่ฮานทิ้งไว้ให้?
ไม่ ไม่ใช่
บนโลกนี้ มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้
เธอไม่ได้บอกเรื่องนี้แม้แต่กับครอบครัวของเธอ
<วัตถุลอยฟ้าที่ไม่สามารถระบุได้คือดาวเทียมที่ถูกทิ้งร้างหรือไม่ หรือมันเกี่ยวข้องกับ UFO? แต่รัฐบาลยังไม่ได้ออกมาประกาศใดๆ ในขณะที่อยู่ในพื้นที่ที่คาดว่าจะเกิดการตกนั้น...>
บนโซฟาที่ขาดหวิ่น
วิดีโอที่เธอเคยเห็นที่ไหนสักแห่งกำลังเล่นอยู่บนสมาร์ตโฟน
เธอเบิกตากว้าง
ข่าวนั้น
มันเหมือนกับข่าวที่เธอเห็นในความฝัน
เหตุการณ์ระเบิด UFO ที่เรียกกัน
'จริงๆ แล้ว สิ่งที่ระเบิดไม่ใช่ UFO แต่มันคือเรือเหาะของเนลม์ไฮมฟ์?'
นั่นคือตอนจบของความฝัน
หรือว่า...
"นั่นอะไร?"
"ไม่รู้ มันเปิดอยู่แล้ว"
"ใครก็ได้ปิดมันทีดิ"
"เอ๊ะ น่ารำคาญ"
ชายคนหนึ่งสวมฮู้ดปิดบังใบหน้า เดินไปที่โซฟา
"นี่มันมาตั้งแต่เมื่อไหร่?"
ชายคนนั้นขมวดคิ้วและเอื้อมมือไปหยิบสมาร์ตโฟน
ในขณะนั้นเอง
"เคยโดนเตะด้วยความเร็วแสงไหม?"
"...?"
เงาหลังโซฟาสั่นไหว
ปัง!
ก่อนที่ชายคนนั้นจะทันรู้ตัว เขาถูกเตะเข้าที่คางอย่างจังด้วยขาที่เหยียดตรง
ชายคนนั้นล้มลงไปพร้อมกับตาเบิกกว้าง
"ว้าวดีจังเลย"
เด็กผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นจากด้านหลังโซฟา
อายุของเธอดูเหมือนจะไม่เกินนักเรียนมัธยมปลาย
เธอสวมกางเกงยีนส์ขาดๆ และเสื้อยืดลายหมีเปื้อนๆ
"ฉันหานายท่านไม่เจอ แต่เจอนายท่านของนายท่านแล้ว"
"อื้อ?"
เด็กผู้หญิงมองมาที่เธอและยิ้ม
เธอเป็นใครกัน
ดูเหมือนเธอจะเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
"อะไรน่ะ?"
ฉันรู้สึกเหมือนฉันเคยเห็นมันที่ไหนมาก่อน
“นั่นคืออะไร?”
พวกอันธพาลขมวดคิ้ว
ไม่ว่ายังไง เด็กผู้หญิงคนนี้ก็ดูโดดเด่น
"จัดการเด็กนั้นเลย!"
ชายคนหนึ่งก้าวออกมาข้างหน้า
ถ้าเขาทำงานนี้สำเร็จ เขาจะมีเงินพอที่จะอยู่สบายไปได้อีกนาน
แม้ว่าตำรวจจะปรากฏตัวขึ้นแทนที่จะเป็นเด็กผู้หญิง เขาก็ไม่คิดที่จะถอย
ยังไงก็ตาม ตอนนี้ผู้บุกรุกก็เป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียว
จัดการแค่คนเดียวน่าจะพอ
"โชคร้ายนะ น่าจะแกล้งทำเป็นไม่เห็น"
"เข้ามาพร้อมกันเลยไม่ง่ายกว่าเหรอ?"
"อะไรนะ?"
เด็กผู้หญิงกระโดดขึ้น
“ลูกเตะพลังเฮกโตปาสคาล!”
ท่าเตะที่เหมือนหลุดออกมาจากภาพยนตร์
ชายคนนั้นล้มลงโดยไม่มีโอกาสได้ตอบโต้
ในที่สุด พวกอันธพาลที่อยู่ใกล้ๆ ก็เปลี่ยนสีหน้าและวิ่งเข้าใส่เธอ
“ลูกหมุนทอร์นาโด!”
ไม่หยุด
เด็กผู้หญิงเปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็ว วางมือลงบนพื้นและทำท่า handstand จากนั้นก็เหยียดขาออกไปฟาดหน้าชายสองคน
ปัง!
และขาของเธอก็หมุน
พวกอันธพาลที่ติดอยู่ในพายุทอร์นาโดล้มลงไปพร้อมๆ กัน
ปัง!
ท่าทางของเด็กหญิงคนนั้นเปลี่ยนไปอีกครั้ง
"มาเลย!"
การเตะแบบกรรไกรที่สมบูรณ์แบบพุ่งเข้าสู่สันจมูกของชายสองคนที่เข้ามาจากด้านตรงข้าม
"อั๊ก!"
จมูกของพวกเขาหักและเลือดกระเซ็น
จากนั้นก็เกิดความเงียบ
เด็กหญิงที่ล้มชายอัธพาลทั้งห้าคนลงในพริบตาด้วยการโจมตีต่อเนื่องที่ยิ้มอย่างสดใส
"..."
ในที่สุด สีหน้าของพวกนั้นก็เปลี่ยนไป
"ไปหยิบอาวุธมา"
ไม้เบสบอล ท่อเหล็ก มีดพก ไม้กระดานติดตะปู
แม้ว่าเด็กผู้หญิงจะล้มไปได้ห้าคน แต่ก็ยังมีศัตรูเหลืออยู่อีกมาก
"ฆ่ามัน!"
เริ่มด้วยเสียงตะโกนของผู้นำ พวกอันธพาลก็รีบเข้ามาทันที
จำนวนของมันน่าจะยี่สิบคนแล้ว
จำนวนคนที่รวมตัวกันเพื่อลักพาตัวผู้หญิงคนหนึ่งมีมากเกินไป
พลั้ก! ปั้ก! แกร๊ก! ตุ้บ!
เสียงกระดูกหัก เสียงกรีดร้องของผู้ชาย และเสียงอื่นๆ ดังขึ้นอย่างอลหม่าน
"..."
เธอจ้องมองฉากนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า
มันไม่สมจริงเลยสักนิด
ในหลายๆ อย่าง
'นี่อาจจะเป็นความฝันอีกหรือเปล่า?'
เธอก็แค่พนักงานบริษัทธรรมดาๆ คนหนึ่ง
แม้แต่วันนี้ เธอก็โดนเจ้านายบ่น โดนใช้งานล่วงเวลา...มันเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็เจอ
แต่จู่ๆ ทุกอย่างมันก็กลายเป็นแบบนี้
"อื้อ!"
ทันใดนั้น เธอรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างอยู่ข้างหลังเธอ
เธอพยายามจะกรีดร้อง แต่ปากของเธอถูกปิดไว้ ทำให้ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาได้
"ชู่ว"
มีใครบางคนปรากฏตัวขึ้นข้างๆ เธอ
"อื้ออื้อ!"
เสียงกรีดร้องดังก้องอยู่ในใจของเธอเท่านั้น
"ไม่ต้องร้องครับผมไม่ได้มาทำร้ายคุณ"
เธอหันไปมองข้างๆ เมื่อเขาพูดจบ
ชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาคนหนึ่งกำลังมองมาที่เธอ
"ถ้าตัวประกันถูกจับ มันจะยากที่จะต่อสู้นะครับ ถ้าเข้าใจ พยักหน้านะครับ"
พยักหน้า
เมื่อเธอพยักหน้า ชายหนุ่มก็เริ่มแกะเชือกที่มัดเธอไว้กับเก้าอี้
“คุณจำผมได้ไหมครับ?”
พอมาคิดดูแล้วเธอก็รู้สึกคุ้นกับใบหน้าเขามาก
“อารอน นักรบผู้ใช้หอกแห่งทาวน์เนีย”
"...!"
"คุณคือนายท่านไรก็ได้ ใช่ไหมครับ?"
เป็นไปไม่ได้
"นี่เป็นครั้งแรกที่เราเจอกัน 'ที่นี่' นะครับ"
ชายหนุ่มยิ้มอย่างเป็นมิตร
เทปที่ปิดปากเธอถูกดึงออกอย่างแผ่วเบา
"อารอน?"
"ไว้ค่อยคุยกันทีหลังดีกว่านะครับ ตอนนี้มองเห็นไหมครับ?"
มุมหนึ่งของอาคารร้าง
มีพื้นที่หนึ่งที่เงามืดทึบเป็นพิเศษ
"ไปหลบอยู่ตรงนั้นนะครับ เดี๋ยวผมจะตามไป"
แขนและขาของเธอรู้สึกชา แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะสนใจเรื่องนั้น
เธอเดินโซเซไปยังมุมของอาคารร้าง
แล้วเธอก็หมอบลงไป
"ฮู้ว"
อารอนลุกขึ้นยืน
บนไหล่ของเขามีไม้ถูพื้นที่ไม่รู้ว่าไปหามาจากไหน
"อาฮ่าฮ่า! เข้ามาอีกสิ!"
"ถ้าทำเสียงดังเกินไป เรื่องมันจะใหญ่เอานะครับ"
อารอนถอนหายใจราวกับกำลังดุเด็กหญิง จากนั้นก็ฟาดหัวอันธพาลที่อยู่ข้างหลังด้วยไม้ถูพื้น
ปั้ก!
"อัก!"
"มีอีกคนอยู่ข้างหลัง!"
อารอนจับไม้ถูพื้นแน่นแล้วเดินเข้าไปในกลุ่มอันธพาล
'นี้หนังแอ็คชั่นเหรอ?'
เธอซ่อนตัวอยู่ในเงามืด มองดูการต่อสู้อย่างงุนงง
มันไม่สมจริงเอาซะเลย
มีเพียงสองคนเท่านั้นที่ต่อสู้กับคนมากกว่าสิบคนที่ถืออาวุธครบมือ
แต่เธอไม่รู้สึกถึงอันตรายเลยแม้แต่น้อย
เด็กผู้หญิงผมสีขาวบลอนด์เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วราวกับกำลังเต้นรำต่อสู้กับศัตรู
บางครั้งเธอก็กระโดดขึ้นไปเหยียบบนไหล่ของพวกผู้ชาย บางครั้งก็ตีลังกาโดยใช้แรงส่งจากการเตะกำแพง
แล้วทันใดนั้น
"อ๊าก!"
แขนและขาที่เหยียดออกไปทำให้มีคนล้มลงไปทีละคน
ในทางกลับกัน ชายคนนั้นเคลื่อนไหวอย่างสงบนิ่ง
เขาจัดการกับศัตรูโดยไม่ได้มีท่าทีเคลื่อนไหวที่หวือหวาใดๆ ทั้งสิ้น เขาเพียงแค่ยืนอยู่กับที่
แต่การเคลื่อนไหวของเขานั้นเรียบง่ายและแม่นยำ
เมื่อศัตรูเข้ามาใกล้ เขาจะฟาดสีข้างหรือกระแทกหน้าอกพวกนั้นด้วยด้ามไม้ถูพื้น
แค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้พวกอันธพาลไม่กล้าเข้าใกล้
"เชี่ย พวกนี้มันอะไรกันวะ!"
ไม่ถึง 5 นาที คนเกือบยี่สิบคนก็ล้มลงไปกองกับพื้น
อันธพาลคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ กำลังถอยหลังด้วยใบหน้าซีดเผือด
มือที่ถือมีดสั่นเทาเหมือนลูกนก
"ผี ผีหลอก..."
ตุบ
เขารุดลงไปนั่งกับพื้น
ไม่รู้ว่าเขาหมดสติไปเพราะความกลัวหรือเปล่า แต่ตอนนี้น้ำลายไหลออกมาจากปากของเขา
'จบแล้ว'
เธอกลืนน้ำลายลงคอแรงๆ
"ออกมาได้แล้วครับ"
"ค่ะ ค่ะ..."
เธอค่อยๆ คลานออกมาจากเงามืด
เด็กผู้หญิงผมบลอนด์และชายที่ถือไม้ถูพื้น
ถ้าความทรงจำของเธอถูกต้อง ทั้งสองคนนี้ไม่ใช่คนที่มาจากโลก
"พวกคุณหาฉันเจอได้ยังไง...?"
เธอตัดสินใจถามออกไป
"ฉันรู้สึกถึงพลังของนายท่านอย่างแผ่วเบาที่นี่ เลยมาดู ปรากฏว่าเจอนายท่านของนายท่านอยู่ตรงนี้แทน"
เด็กผู้หญิงเดินเข้ามาหาเธอ
เธอถอยหลังไปเล็กน้อย แต่แล้วก็ตั้งสติได้
'พวกเขาไม่ใช่ศัตรู'
เธอไม่เคยเห็นพวกเขา
แต่ยูน็ตผู้ช่วยของฮานเคยเล่าให้เธอฟัง
ว่าในปาร์ตี้ของเธอมีน้องเล็กที่น่ารัก
"คุณคือนิฮาคุใช่ไหมคะ?"
เด็กคนนั้นพยักหน้า
ควรจะเรียกเธอว่าอะไรดี
เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมา
"แล้วคุณคืออารอนใช่ไหมคะ?"
"ใช่ครับ"
ฮีโร่ผู้ใช้หอกที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ในห้องรอของเธอ
แต่อารอน เดลเคิร์ด ได้ย้ายไปอยู่กับเนลม์ไฮมฟ์แล้ว
'เรื่องแบบนี้มันเป็นไปไม่ได้...'
เหล่าฮีโร่ในเกมมาตามหาเธอ
แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรก
เธอตัดสินใจที่จะตั้งสติก่อน
"คุณมีสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับพี่ชายของผมไหมครับ?"
พี่ชาย
นั่นคงเป็นคำที่อารอนใช้เรียกเขา
'มันเหมือนฝันเลย'
มันไม่สมจริงเลยสักนิด
แต่ร่างกายและปากของเธอก็ขยับไปเองโดยอัตโนมัติ
"ถ้าเป็นอันนั้น ฉันมีอยู่อันนึงค่ะ"
เธอล้วงกระเป๋าหลัง
แม้ว่ามันจะปิดอยู่ แต่สมาร์ตโฟนของเธอก็ยังอยู่
และที่ปลายสายคล้องโทรศัพท์มีรูปปั้นเล็กๆ ห้อยอยู่
มันคือสิ่งที่ฮาน อิสรัต ทิ้งไว้ให้เธอก่อนจะจากโลกนี้ไป
"นี่มันคือ..."
"อ่า! นี่มัน รูปปั้นม้าศึกในฝันของนายท่าน!"
"...น่าจะใช่นะคะ"
"งั้นเหรอครับ นี่คือสาเหตุที่ร่องรอยของพี่เขาอยู่ที่นี่..."
อารอนลูบคางและครุ่นคิด
เธอมองไปที่ทั้งสองคนสลับกันไปมา แล้วพูดอย่างระมัดระวัง
"แต่การที่พวกคุณมาที่นี่... หมายความว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นใช่ไหมคะ?"
"ใช่ครับ มันมีบางอย่างเกิดขึ้นแล้ว"
อารอนตอบโดยไม่ปิดบัง
"หรือว่ามันเกี่ยวข้องกับฮานคะ?"
"ใช่ครับ"
อารอนพูดต่อ
"พี่เขาถูกโจมตีระหว่างทางมาหาคุณที่โลกครับ"
"ถูกโจมตีเหรอคะ! แล้วเขาปลอดภัยไหม?!"
เธอพุ่งเข้าใส่อารอนราวกับจะกินเขาเข้าไป
อารอนตกใจเล็กน้อยและถอยหลัง
"ขอ ขอโทษค่ะ"
"ไม่เป็นไรครับ ยังไงก็ตาม ขอผมอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนนะครับ..."
อารอนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้
วันรุ่งขึ้นหลังจากที่ฮานและปาร์ตี้ที่ 1 ไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกัน
ทันใดนั้น ฮานก็เริ่มเก็บข้าวของและบอกว่าเขามีธุระต้องไปที่โลก
ปาร์ตี้ที่ 1 ไม่ยอมอยู่เฉยๆ แน่นอน
ทั้งห้าคนโวยวายว่าอยากไปด้วย
"นายท่านก็ใจร้ายเกินไป! รู้ไหมว่าฉันร้องไห้หนักแค่ไหนคราวที่แล้ว? ปล่อยให้พวกเราอยู่กันเอง แล้วก็ไปเที่ยวโลกกัน..."
"มันไม่เชิงว่าเป็นการเที่ยวหรอกครับ"
"ฉันก็อยากไปด้วย! โลก! โลกกกกกกก!"
นิฮาคุกระทืบเท้าด้วยความโมโหระหว่างที่อธิบาย
"ตอนนั้นก็พายูเน็ตนี่ไปด้วย! แล้วพวกเราก็ได้แต่นั่งมอง!"
"อะแฮ่ม"
อารอนกระแอม
'เขาคงหมายถึงตอนนั้นสินะ?'
ตอนที่ฮานและยูเน็ตมาหาเธอเพื่อตอบแทนบุญคุณ
ไม่ว่ายังไง แผนการของฮานที่จะไปโลกคนเดียวก็ล้มเหลว
ฮานและปาร์ตี้ที่ 1 ขึ้นเรือเหาะขนาดเล็กเพื่อไปยังโลก
"อาจจะเป็นเพราะเราประมาทเกินไป"
อารอนยิ้มอย่างขมขื่น
ศัตรูที่เขารู้จัก พวกเศษซากแห่งหายนะเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่ไร้ชีวิต ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากพุ่งเข้ามาและพยายามฆ่า
พวกมันไม่มีเหตุผล
ไม่มีอารมณ์ ไม่มี ความคิด
พวกมันแค่มีเพียงจำนวนมากจนเป็นอนันต์ มุ่งบดขยี้และทำลายล้างเพียงเท่านั้น
เป็นเวลาหลายสิบปี หรืออาจจะหลายร้อยปี ที่พวกมันไม่เคยแสดงรูปแบบพฤติกรรมอื่นใดนอกจากนี้
สิ่งที่พวกมันต้องการมีเพียงอย่างเดียว คือแกนกลางของวัลฮัลลาที่อยู่ลึกที่สุดในเขตแดน
พวกมันรวมกลุ่มกันเป็นฝูงและพุ่งตรงไปยังแกนกลางเพื่อทำลายมัน
กลยุทธ์เช่น การล่อ การหลอกล่อ หรือการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว ไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมของพวกมัน
จนกระทั่งเมื่อวานนี้
เรือเหาะที่ฮานและปาร์ตี้ที่ 1 ใช้โดยสารเพื่อเดินทางไปยังโลกมีเพียงระบบป้องกันขั้นพื้นฐานเท่านั้น
ดังนั้นเมื่อเขาเผชิญหน้ากับพวกเขาในมิติ อารอนจึงสามารถเผชิญกับอารมณ์ที่เขาไม่ได้รู้สึกมาเป็นเวลานาน
มันเป็นความรู้สึกถึงวิกฤต
“....”
อารอนนึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น